เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ท้าพนัน


    ตอนที่ 114


    ท้าพนัน


     


                    การประลองในรอบ 16 คนสุดท้ายจะถูกจัดขึ้นในวันมะรืนแต่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเวทีการประลอง ซึ่งเวทีประลองของสำนักมังกรเทวะมีทั้งหมด 8 เวทีทำให้สามารถจัดแข่งประลองพร้อม ๆ กันได้ในคราวเดียวทั้ง 8 คู่ แต่เพื่อให้ผู้ชมได้ดูการประลองอย่างทั่วถึง สำนักมังกรเทวะจึงทำการแบ่งการประลองออกเป็น 2 ช่วงแทน โดยจัดให้มีการประลองในช่วงเช้า 4 คู่ และช่วงบ่ายอีก 4 คู่ ซึ่งวันนี้เสวี่ยหมิงนั้นได้ขึ้นประลองในรอบเช้า


     


                    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนว่าสำนักของท่านคงจะมาได้ไกลเพียงเท่านี้แล้วละ" หลังจากรู้ผลการประกบคู่ประมุขอู่ซานก็เริ่มคุยโอ้อวดเกทับประมุขซือไฉในทันทีเพราะว่ามันมั่นใจมากว่าลูกศิษย์ของซือไฉที่ชื่อเสวี่ยหมิงซึ่งมีระดับพลังลมปราณเพียงแค่พื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 นั้นยังห่างชั้นกับฉิงหลงอยู่อีกก้าวใหญ่ ๆ แม้มันจะชื่นชมไหวพริบและทักษะในการต่อสู้อันแปลกตาและดุดันของเสวี่ยหมิงจนพาตัวเองมาสู่รอบนี้ได้ แต่เมื่อพลังป้องกันของวิชาเต่าคะนองนั้นสามารถต้านทานพลังลมปราณระดับแรกธรรมชาติขั้นต้นได้แทบจะสมบูรณ์แบบ แล้วกะอีแค่คู่ต่อสู้ระดับลมปราณพื้นฐานขั้นที่ 5 คงจะเป็นงานง่ายสำหรับฉิงหลงอย่างไม่ต้องสงสัย


     


                    กรอด...


                    ซือไฉกัดฟันแน่น "เราก็มารอดูกันต่อไป"


     


                    "แน่นอนเราทั้งคู่จะรอดูกันต่อไป แต่ข้าว่ามันคงจะใช้เวลาไม่นานนัก เราท่านก็จะได้รู้ผลการประลอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


     


                    "หนอย...งั้นเจ้ากล้าพนันกับข้าไหมละ"


     


                    "พนัน พนัน...เจ้ามีอะไรที่ข้าอยากได้รึ ดูสิขนาดเรือลมปราณยังต้องใช้ของเก่าใกล้พังเช่นนั้น สมบัติอื่น ๆ ก็คงไม่น่าจะ..."


     


                    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่แท้ก็มั่นใจเพียงลมปากเท่านั้นเอง ส่วนข้าเชื่อว่าศิษย์ข้านั้นต้องเป็นฝ่ายชนะ" เมื่อถูกถากถางจนเลือดขึ้นหน้าซือไฉก็เริ่มจะออกอาการไม่อยู่กับร่องกับรอย "ส่วนศิษย์เจ้าที่ฝึกวิชาเต่าหดหัวเอ่ยไม่ใช่ โทษทีข้าคงฟังชื่อวิชาที่เจ้าอุตส่าห์อธิบายเสียยืดยาวสับสนไปหน่อย มันคือวิชาเต่ากระดองสินะ"


     


                    "หนอย...ดี ! ในเมื่อเจ้ากล้าดูถูกเคล็ดวิชาเต่าคะนอง...งั้นข้าก็ตกลงรับพนันของเจ้า แต่หากศิษย์ข้าฉิงหลงชนะเจ้าต้องมอบแต้มมังกรทั้งหมดของสำนักเจ้าในการประลองครั้งนี้ให้กับสำนักของข้า ส่วนถ้าข้าแพ้..."


     


                    "ถ้าเจ้าแพ้ข้าขอเรือเหาะหัวมังกรของเจ้า"


     


                    "เรือเหาะ...ได้เพราะยังไงศิษย์ข้าก็ไม่มีทางแพ้อยู่แล้ว"


     


                    "ดีงั้นเราก็ตกลงกันตามนี้" หลังตกลงเรื่องราวของการพนันเสร็จสิ้น ความมั่นใจในช่วงแรกของซือไฉก็ลดต่ำวูบลงจนเตี้ยติดดิน แต่เพราะตอนนี้เสวี่ยหมิงขึ้นไปยืนอยู่ที่ด้านข้างเวทีแล้ว การจะสนทนาพูดคุยทางลมปราณกับเสวี่ยหมิงเพื่อให้ตนเองสบายใจขึ้นมาบ้างจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะอาจจะกลายเป็นการรบกวนสมาธิของเสวี่ยหมิงได้ ทำให้ประมุขซือไฉเปลี่ยนเป้าหมายไปยังสหายสนิทของเสวี่ยหมิงแทน...จื่อฮุย


     


                    ...หากเสวี่ยหมิงพ่ายแพ้และสำนักมังกรฟ้าต้องสูญเสียแต้มมังกรจากการประลองในครั้งนี้ คงส่งผลกระทบต่อรากฐานของศิษย์ในรุ่นต่อไปเป็นแน่ ซือไฉ...เอ๊ย...ซือไฉ ทำไมเจ้าถึงได้โง่เง่าเช่นนี้


     


                    ..."จื่อฮุย"


     


                    จื่อฮุยที่ปลอมตัวมาร่วมชมการประลองในวันนี้รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่ประมุขซือไฉใช้การสนทนาทางลมปราณส่งมาถึงตัวเอง


                    ..."คารวะท่านประมุข"


     


                    ..."ไม่ต้องมากพิธี ข้าแค่อยากจะถามอะไรเจ้าสักเล็กน้อย"


     


                    ..."อา...เชิญท่านประมุขถามศิษย์ได้เลยขอรับ"


     


                    ..."ดี ข้าเพียงอยากรู้ว่าเจ้าที่สนิทสนมกับเสวี่ยหมิงนั้น รู้หรือไม่ว่าสหายของเจ้านั้นแข็งแกร่งขนาดไหน เพราะรู้ว่ารองประมุขโจวผู้เป็นตาของเจ้าให้ความเอ็นดูเขาอยู่แล้ว ข้าเองจึงไม่ค่อยได้ดูแลใกล้ชิดกับเสวี่ยหมิงเท่าที่ควร "


     


                    ..."อ๋อ ถ้าเป็นเรื่องนั้น ท่านประมุขไม่ต้องเป็นห่วงเสวี่ยหมิงนั้นแข็งแกร่งมากขอรับ ข้าเชื่อว่าเสวี่ยหมิงในตอนนี้นั้นเป็นศิษย์แข็งแกร่งที่สุดในสำนักมังกรฟ้าแล้วขอรับ"


     


                    ..."อืม เรื่องนั้นจากผลการประลองในหลายวันที่ผ่านมาข้าก็พอจะดูออก แต่ที่ข้าอยากรู้คือเสวี่ยหมิงนั้ะแข็งแกร่งพอจะต่อกรกับคู่ต่อสู้ของเขาที่ชื่อ...ฉิงหลงหรือเปล่า"


     


                    ..."ฉิงหลง เจ้ามัดกล้ามนั่นนะรึขอรับ"


     


                    ..."ใช่ฉิงหลงนั้นมีพลังป้องกันการจู่โมทางลมปราณทุกชนิดในระดับแรกธรรมชาติ ซึ่งนั่นทำให้ข้ากังวลใจเพราะว่าเสวี่ยหมิงนั้นยังมีระดับพลังเพียงแค่พื้นฐานลมปราณขั้นที่ห้าเท่านั้น"


     


                    ..."ฮ่า ฮ่า ฮ่า พลังป้องกัน ถ้าเรื่องนั้นท่านประมุขไม่ต้องเป็นห่วงไปขอรับ ข้าเชื่อว่าเสวี่ยหมิงนั้นสามารถทำลายพลังป้องกันเต่าน้อยของเจ้านั่นได้อย่างแน่นอน"


     


                    ..."อา...ดี ดี ได้ฟังที่เจ้าบอกมาแล้วข้าค่อยสบายใจหน่อย เพราะหากครั้งนี้ข้าแพ้พนัน..." ซือไฉรีบชะงักคำทันทีที่เผลอหลุดเรื่องการพนันออกไป


     


                    ..."ท่านประมุขเอ่ยว่าพนัน หรือว่าท่านพนันว่าเสวี่ยหมิงจะชนะเจ้าฉิงหลงนั่นเอาไว้"


     


                    ..."ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่าไปใส่ใจมากข้าแค่พนันเล่น ๆ สนุก ๆ ไปกับประมุขของสำนักมังกรปฐพีเท่านั้น แต่ว่าเจ้าอย่าเอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายที่ใดละรู้หรือไม่"


     


                    ..."ฮ่า ฮ่า ฮ่า แน่นอนขอรับในเมื่อเป็นคำสั่งของท่านประมุข มีหรือที่ศิษย์จะกล้าขัด ว่าแต่ประมุขของสำนักมังกรปฐพีปิดรับพนันรึยังขอรับ"


     


                    ..."เจ้าถามทำไมรึ"


     


                    ..."อ๋อ ข้าอยากจะฝากท่านประมุขช่วยแทงเผื่อให้ข้าด้วย เพราะหลังจากการประลองรอบแรกผ่านไปเสวี่ยหมิงก็ห้ามข้าเล่นพนันเพราะกลัวจะสร้างปัญหาอีกนะสิขอรับ"


     


                    ..."เจ้านี่มัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำข้าสบายใจขึ้นเยอะเลย แต่พอได้ละการประลองจะเริ่มขึ้นแล้ว"


    .


    .


                    เสวี่ยหมิงและฉิงหลงที่ยืนอยู่คนละฝั่งของเวทีประลองตามส่งคำนับให้แก่กันตามมารยาท


     


                    "สหายน้อยเสวี่ยหมิง เจ้าที่อายุเพียงแค่สิบห้าปีกลับเก่งกาจจนเข้ามาถึงรอบนี้ได้ นับว่าความสามารถของเจ้าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ" ฉิงหลงเอ่ยขึ้นก่อนที่กรรมการจะประกาศเริ่มการประลอง "แต่น่าเสียดาย...ที่ระดับพลังของเจ้ายังต่ำเกินไปที่จะต่อกรกับข้า แต่ข้าเชื่อว่าหากให้เวลาเจ้าอีกสักสองสามปีอาจจะพอต่อกรกับข้าได้บ้าง...เอาเถอะเพื่อเห็นแก่มิตรภาพของสำนักข้าและเจ้า ท่านประมุขของข้านั้นอยากให้ข้าต่อให้กับเจ้าสักเล็กน้อยเพื่อให้การประลองนั้นดูสนุกสนานยิ่งขึ้น" ฉิงหลงเอ่ยด้วยท่าทางมาดมั่นการแสดงออกล้วนเพื่อเกทับต่อสู้


     


                    "ท่านพี่ฉิงหลงอย่าได้กังวลใจเรื่องของข้ามากจนเกินไปนัก ในเมื่อเป็นการประลองที่บริสุทธิ์ยุติธรรมดีอยู่แล้ว ท่านจะออมมือไปใยเพราะหากท่านเกิดพ่ายแพ้ขึ้นมา กลัวแต่วว่าจะเอาคำ...ออมมือแต่ต้นนี้ไปเป็นข้ออ้างเสียเปล่า ๆ" แต่เสวี่ยหมิงหาได้ใส่ใจท่าทีนั้น กลับตอบโต้ด้วยวาจาเฉือดเฉือนกลับคืน


     


                    "เจ้า..."ทันทีที่ได้ยินคำตอบโต้ของเสวี่ยหมิงฉิงหลงก็ถึงกลับหน้าหงาย ไม่คิดว่าเด็กน้อยวัยสิบห้าปีผู้นี้จะเจรจาคมคาย แถมยังไม่มีท่าทีตื่นกลัวการประลองในระดับสูงเช่นนี้แม้แต่น้อย "ฮ่า ฮ่า ฮ่า จริงดังที่ท่านประมุขว่าไว้ คนจากสำนักมังกรฟ้าล้วนวาจาคมเก่งกล้ากว่าฝีมือ วันนี้ข้าได้เห็นประจักษ์แล้ว แต่ก็ดี...ในเมื่อเจ้าอยากจะชมฝีมือที่แท้จริงของข้า ข้า...ฉิงหลงก็จะน้อมสนองให้เต็มที่ แต่เจ้าอย่าได้มาร้องโอดโอยภายหลังว่าที่เจ้าแพ้นั้นเป็นเพราะอายุที่น้อยกว่าละ"


     


                    "..."เสวี่ยหมิงยิ้มกว้างไม่ตอบคำ เพราะรู้ดีว่าเจรจาต่อไปก็ไร้ค่า เพียงนิ่งรอสัญญาณจากกรรมการประจำสนามประลองเอ่ยขาน และใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองบดขยี้ทำลายคู่ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความสูงต่ำของฝีมือ


     


                    เริ่มการประลองได้ !!!


                    ในที่สุดกรรมการประจำสนามประลองก็ขานคำเปิดฉากการต่อสู้ของเสวี่ยหมิงและฉิงหลง


    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน