ฉลามคลั่งรัก 18 : หนึ่งนัดได้สอง
#ฉลามคลั่งรัก
เหมือนลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
ผมใกับภาพที่เห็นจนสติแทบหลุดดายกับดีแลนสลัดตัวไปมาเพื่อฉีกทึ้งร่างกายของโจเอลให้แยกส่วนเปลี่ยนทะเลแถวนั้นให้กลายเป็สีแดงฉานวินาทีนั้นผมเกือบจะปล่อยตัวเองลงไปกับกรงขัง ให้มันลากร่างผมลงสู่ทะเลหมื่นฟุตแต่เพราะแสงจากไฟฉายมันกะพริบผมเลยได้สติ
“อื้อ!” ผมพยายามดึงรองเท้าตัวเองให้ออกจากตาข่ายผมไม่รู้ว่ามันติดอะไร แต่ถ้าผมยังอยู่แบบนี้ ผมไม่รอดแน่ สองพี่น้องว่ายไปหาอะไรบางอย่างที่ผมเห็นว่าก่อนหน้านี้มันตกลงมาผมเลยอาศัยจังหวะนั้นถอดรองเท้าดำน้ำ รีบถีบส่งตัวเองออกจากกรงไป
ทิ้งไฟฉายให้พ้นตัวเนื่องจากถ้าผมเอามันไปด้วยมันจะล่อให้เมกาโลดอนรวมถึงนักล่าตัวอื่นมากินผมผมตีขาว่ายอย่างรวดเร็วขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อให้คนบนเรือเห็นว่าผมอยู่ตรงไหน
“โอเว่น! สตีฟ !”
“โซล!” เสียงของใครบางคนดังมาจากไกล ๆตอนที่ผมถอดหน้ากากช่วยหายใจแล้วะโเรียกพวกเขาผมหอบหายใจแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ขาดอากาศ มันคงมาจากการที่ผมใกับภาพที่เห็นผมโบกมือเรียกให้โอเว่นวนเรือมารับ ยอมอยู่เฉย ๆดีกว่าว่ายไปหาเขาในจุดที่ดายกับดีแลนอยู่
เรือสองลำไล่เลี่ยกันมาทว่าในจังหวะที่เรือของโอเว่นจะถึงตัวผมนั้น เรือลูกน้องริชาร์ดกลับ...
ผัวะ !
“อ๊าก !!!!”
“พระเ้า !” แผ่นไม้ของเรือถูกกัดจนแตกดีแลนกระโจนใส่ทำให้เรือพลิกกลับ คนของริชาร์ดกรีดร้องลั่นตอนเนื้อตัวถูกกัดขาดดายจู่โจมเรือลำนั้นเสริมทัพน้องชายจนมันพังพินาศไม่มีชิ้นดี ผมอ้าปากค้างหัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำเสียงของโอเว่นที่โยนบันไดมาให้ปีนขึ้นกลายเป็เพียงเสียงกระซิบ กระทั่งเขาพยายามเรียกสติผมเลยรีบปีนขึ้นมาแม้ในหัวจะอื้ออึงไปหมด
คุณหมอรีบเร่งเครื่องยนต์พาเราออกไปจากที่นี่ไม่สนใจเสียงกรีดร้องลูกน้องของริชาร์ดเลยสักนิดผมจ้องมองภาพที่พวกเขาถูกกระชากลงทะเลหยาดใสเปลี่ยนเป็สีแดงไม่ต่างจากตอนที่พวกมันฆ่าโจเอลเลยสักนิด
มือของริชาร์ดแตะลงบนบ่าเขย่าเบา ๆ ให้ผมฟื้นสติ
“โซล ! โซล ! ตั้งสติ !”
“อ๊ะ!”
“มองอาสิแล้วบอกอาว่าโจเอลอยู่ไหน ทำไมเขาไม่อยู่กับเธอ !”เ้าตัวะโเสียงดังท่าทีร้อนรนขณะที่ผมเลื่อนลอยเหมือนกับเด็กเอ๋อที่ไม่เข้าใจภาษาที่พวกเขาพูดกัน “โจเอลอยู่ไหนโซลเขาอยู่ไหน เธอทำอะไร...!”
“เขาตายแล้ว”
“อะไรนะ...!”
“เขาหลุดออกจากกรงตอนที่ดีแลนลากเรา”
“..!!”
“ผมช่วยเขาไม่ทันเขาเลย...ไม่รอด” ริชาร์ดอ้าปากค้างตาโตด้วยความใผิดกับผมหลุบตาต่ำ ภาพมือของโจเอลยังติดตาผมไม่ต่างจากภาพคนของเขาที่ถูกฉีกกระชากผมเลือกที่จะไม่หันกลับไปมองจุดที่เราจากมามันไม่มีอะไรเลยนอกจากเืและเศษซากของเรือที่ถูกพัง
ริชาร์ดทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างผมเขาดูหมดอาลัยตายอยากไม่ต่างจากผมที่ซึมลง
“หลานอาอาไม่น่าพาเรามาตายเลย”
“อาครับ...”
“แล้วอาจะบอกพ่อเรายังไง”
“…”
“เขาต้องฆ่าอาแน่ๆ เลย” เ้าตัวยกมือปิดหน้าไม่รู้ว่าร้องไห้หรือเปล่าเขาอาจจะแค่เครียดไม่ก็กังวล ผมไม่รู้ว่าพ่อแม่ของโจเอลเป็ใคร แต่ถ้าเขารู้เื่ผมก็คงต้องรับผิดชอบอย่างช่วยไม่ได้ผมไม่ได้อยากโทษว่ามันเป็ความผิดของอาที่รั้นจะมาให้ได้ส่วนหนึ่งมันเป็ความผิดผมที่ควบคุมสถานการณ์ไม่เก่งพอ
และสนใจความลับจนพาคนมาตาย
ผมเลียปากคิดว่าควรจะปลอบเขาไหม หลุบมองมือตัวเองก่อนจะเอะใจ...
ทำไมบนเรือถึงเหลือเพียงแค่โอเว่นกับอาแค่สองคน
“สตีฟล่ะสตีฟไปไหน ?”
“โซล...”
“เกิดอะไรขึ้นกับเขา?” ผมลุกขึ้นหันขวับไปมองหมอหนุ่มที่ถอนหายใจใส่ดวงตาของโอเว่นหม่นลงพร้อมกับถอนหายใจคล้ายหนักอก ผมเดินไปหาเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาและหวังว่าคำตอบมันจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิด “ตอบผมสิโอเว่น ตอนผมไม่อยู่มันเกิดอะไร”
“เครนมันทำท่าจะหลุดั้แ่ที่คุณลงไป”
“ว่าไงนะ...”
“พอถูกฉลามลากมันก็หลุดออกจากแท่น สตีฟพยายามจะช่วย แต่มันดันลากเขาลงไปด้วยกัน”
“...”
“แล้วเราก็ไม่เห็นเขาอีกเลย”คำพูดของโอเว่นทำผมถึงกับนิ่งงันภาพของพนักงานผู้ซื่อสัตย์ที่ทำงานด้วยกันมาหลายปีลอยวนอยู่ในหัว สตีฟเป็คนดีมากเขาช่วยผมทุกอย่างแม้ตัวเองจะกลัว แถมยังเป็คนที่ดูแลพวกสัตว์น้ำให้ในศูนย์วิจัยไม่มีใครเก่งเื่นี้เท่าเขา “ผมขอโทษที่ช่วยเขาไม่ทันผมน่าจะฉุดเขาไว้ไม่ก็ทำอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่แค่ยืนดูเขาหายไป”
“…”
“ผมขอโทษนะโซล”เสียงของอีกฝ่ายสั่นไม่ต่างจากหัวใจผมที่สูญเสียคนสนิทถึงผมจะไม่อยากนับพวกเขาเป็ครอบครัว แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเสียคนใดคนหนึ่งไปในศูนย์วิจัยย่อมสร้างาแใหญ่ให้คนที่ยังอยู่โอเว่นหลุบตาต่ำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจมันไม่แปลกเพราะดูเหมือนว่าเขาจะสนิทกับสตีฟค่อนข้างมาก
อาจจะไม่เท่าที่จอร์แดนสนิทแต่ก็ไม่มีใครที่จะไม่เสียใจกับเื่นี้หรอก
“เราต้องแจ้งให้ที่บ้านเขารู้และจัดงานให้สมกับสิ่งที่เขาทำไว้ให้”
“โซล”
“ผมจะเป็คนโทรไปบอกที่บ้านเขาเอง”ผมพยักหน้าเป็การตอบรับความคิดตัวเองตบบ่าโอเว่นเป็เชิงบอกให้เขาสนใจขับเรือต่อเดินล่องลอยมาถอดถังออกซิเจนออกพิงไว้กับขอบเรือขณะที่เหม่อมองทะเลที่มีเ้าสองตัวไล่หลังครีบยาวของพวกมันแหวกสายน้ำมาแต่ไกล ทว่าก็ไม่ได้มีท่าทีจู่โจมเช่นก่อนหน้านี้ผมมองดูมันสลับกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นึกคิดว่าทุกการกระทำมีเหตุผลไปในทางไหนส่วนใหญ่แล้วฉลามจะฆ่าก็ต่อเมื่อมีสิ่งเร้าหรือว่ามันรู้สึกอันตรายแต่มันก็มีบางส่วนเหมือนกันที่ฆ่าเพื่อความสะใจ
ผมไม่คิดว่าเป็อย่างหลังเมกาโลดอนของผมมีหัวคิดพอที่จะไม่ทำอะไรแบบนั้น
แต่บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน...
“พวกแกจะเห็นใจคนเป็ไหมนะ”ผมพึมพำ จับจ้องที่ครีบยาวซึ่งตอนนี้ดำลงน้ำไปแล้ว ถ้าเกิดมันพูดได้ผมคงต้องทำความเข้าใจกับมันยกใหญ่เสียงแทร็กเกอร์ที่ติดตัวมันดังมาจากจอมอนิเตอร์ที่ฉายไว้ผมเลยตบบ่าให้โอเว่นไปนั่งอยู่กับริชาร์ดส่วนตัวเองมาขับเรือแทนแม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม
มีหลายความคิดมากที่ทำให้ผมอยากจะะโน้ำตายเสียดายที่ผมทำไม่ได้...
การที่ริชาร์ดเสียหลานไปผมไม่แน่ใจว่ามันจะทำให้เขาหยุดความคิดที่จะศึกษาฉลามของผมต่อหรือเปล่าเพราะเขาดูเหมือนพวกที่เสียสละได้ทุกอย่างเพื่อผลลัพธ์ที่้าขนาดคนของเขาก่อนหน้านี้ เขายังยอมแลกเพื่อให้เข้าถึงตัวผมเลย
ผมกลัวว่าเขาจะใช้การตายของโจเอลมาเป็ข้ออ้าง
แบบนั้นเขาจะถูกตราหน้าว่าหากินกับคนตาย
พลันในตอนที่ผมกำลังยืนคิดอะไรอยู่นั้นปลายเท้าผมก็ชนกับอะไรบางอย่างคิ้วทั้งสองขมวดกันตอนก้มลงไปเห็นว่าช่องที่ผมไว้เก็บของสำคัญมันถูกเปิดเอาไว้ในนั้นมีกล่องที่ผมบอกให้สตีฟเอามาใช้ถ้าเกิดมีเื่ไม่ดีอะไรผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้ผมปิดช่องนี้ไว้ บอกแค่สตีฟว่าปืนซ่อนอยู่ที่ไหน
การที่มันถูกเปิดแปลว่าเขาต้องหยิบปืนมาใช้นาทีนั้นผมเลยหยิบกล่องขึ้นมาเปิดดูด้านใน
แล้วคุณรู้อะไรไหม?
ปืนของผมหายไปลูกะุทั้งหมดก็เช่นกัน
เราใช้เวลาในการเดินทางกลับมาที่ศูนย์วิจัยไม่นานเท่าไหร่ผิดกับในใจที่รู้สึกว่าระยะทางมันไกลเหมือนผมหลง ดีที่เอริคติดต่อมาเรียกสติผมเขาคงจะเป็ห่วงเนื่องจากั้แ่ที่พวกเราออกไปผมก็ไม่ได้ติดต่ออะไรเขาเลยเพราะมันไม่มีอะไรที่สำคัญ
พอมีเื่สำคัญผมกลับรู้สึกว่าควรจะบอกกับทุกคนต่อหน้ามากกว่า
“ทำไมกลับมาแค่นี้?”
“…”
“เกิดเื่ไม่ดีเหรอ?” เอริคเป็คนแรกที่ถามผมตอนจอดเรือเทียบท่าสีหน้าของเขาแสดงความแปลกใจเช่นเดียวกับแนชลีย์และจอร์แดนที่เบิกตาใส่โอเว่นพยุงริชาร์ดให้ขึ้นฝั่งไปขณะที่ผมหลุบตาต่ำ ถอนหายใจตอนก้าวขึ้นมา “โซล”
“พวกเราโดนจู่โจมนิดหน่อยน่ะก็เลยเหลือเท่าที่เห็น”
“แล้วสตีฟล่ะครับเขาหายไปไหน ?” จอร์แดนถามผมด้วยท่าทีตื่นตระหนกสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลนั่นทำให้ผมเดินไปจับมือเขาไว้ ตบบ่าเบา ๆ หวังเพียงให้เขาเข้าใจโดยที่ผมไม่ต้องพูดอะไร“คุณโซล...ไม่จริงใช่ไหม”
“ผมจะคุยกับที่บ้านของเขาให้”
“พระเ้า...”
“ผมเสียใจด้วยนะจอร์แดน”หนุ่มวัยยี่สิบห้าถึงกับอ้าปากค้างส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อหูเขาดึงมือที่ผมจับอยู่ออก ยกขึ้นปิดปากพลางเสยผมด้วยความรู้สึกที่หลากหลายผมรู้ว่ามันทำใจยาก ทั้งสองคนเป็เพื่อนกันมาั้แ่อยู่มหาลัย
การสูญเสียเพื่อนที่รักที่สุดไปก็ไม่ต่างจากการสูญเสียคนในครอบครัวหรอก
“บอกผมสิว่าคุณโกหกสตีฟต้องไม่...อึก ไม่จากเราไป”
“...”
“เขาเป็เพื่อนของผมนะเรายังสัญญาว่าจะขึ้นฝั่งไปเที่ยวด้วยกันอยู่เลย ฮือ” จอร์แดนร้องไห้หยาดใสอาบแก้มทั้งสองข้างโดยไม่สนใจว่ามันจะสมความเป็ชายไหมเล่นเอาแนชลีย์ต้องเข้าไปลูบบ่า ปลอบอีกคนที่ทรุดตัวร้องไห้
ผมได้แต่มองภาพนั้นทุกอย่างอื้ออึงมีเพียงแค่เสียงสะอื้นที่แว่วดัง ชั่วขณะผมมองเห็นตัวเองที่นั่งร้องไห้หลังจากรู้ว่าเสียพ่อแม่ไปอยู่ตรงนั้นซ้อนทับกับภาพของจอร์แดนที่เสียใจอย่างหนักผมรู้ว่าความรู้สึกตอนนั้นมันย่ำแย่แค่ไหน
มันเ็ปยิ่งกว่าโดนมีดกรีดหัวใจจะไปขอความช่วยเหลือจากใครให้ย้อนเวลาก็ไม่ได้
ผมเลยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าย่อตัวลงกอดเขาไว้พลางลูบแผ่นหลังประโลมให้เขาระบายความเสียใจอีกส่วนหนึ่งคือใช้เสียงสะอื้นของเขาเป็กำแพงบดบังไม่ให้ใครเห็นว่าผมทำอะไร
ผมกำลังแอบร้องไห้...
แอบร้องไห้ให้กับความอ่อนแอของตัวเอง
“เดี๋ยวมันก็ผ่านไปคุณต้องทำใจนะจอร์แดน”
กว่าจะปลอบให้เขาดีขึ้นก็ใช้เวลาอยู่นานผมเป็ฝ่ายหยุดร้องก่อนโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผมน้ำตาไหลผมวานให้เอริคไปส่งจอร์แดนที่ห้อง ส่วนตัวเองก็กลับมาพักทิ้งตัวลงนอนมองเพดานสีเทาที่ครั้งหนึ่งผมเคยเถียงกับพ่อว่าผมชอบสีฟ้ามากกว่าจำได้ว่าแม่ต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย พ่อบอกว่ามันควรเป็สีขาวมันจะทำให้ตื่นมาแล้วสบาย สุดท้ายก็ลงล็อกที่สีเทา
สีเทาที่ทำให้ผมหดหู่จนขนาดหลับตาก็ยังขับไล่ความเปล่าเปลี่ยวนั้นไม่ได้
ทุกครั้งที่มีคนตายผมจะรู้สึกว่าทะเลมันช่างกว้างใหญ่กว่าที่เคยเป็ทั้งที่ปกติมันก็กว้างเกินกว่าที่เราจะเห็น แต่นี่มันเหมือนว่าเราตกลงไปสู่ความลึกที่มากกว่าหมื่นฟุตไร้จุดสิ้นสุดมีเพียงแค่ความเหน็บหนาวเท่านั้นที่เป็เพื่อนคู่กาย
ผมไม่อยากคิดเลยว่าความรู้สึกนี้จะกลับมาอีกครั้งมันหายไปนานมากเพราะผมจะไม่เอาเื่ของคนที่ตายมาเป็ข้อกังขากับตัวเองเท่าไหร่
แต่นี่เขาไม่ใช่คนไกล...
เขาคือสตีฟเพื่อนสนิทของจอร์แดน
ตึก !
“โทษที” ผมหลุดจากภวังค์ เสียงทุ้มต่ำมาพร้อมกับฝีเท้าที่หยุดยืนอยู่ไม่ไกลมันรั้งให้ผมหันไปมองคนที่บุกรุกห้องผมได้ดวงตาสีสวยหลุบมองแก้วกาแฟในมือที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นแม้ว่าตอนนี้ผมจะอยากดื่มของมึนเมามากกว่าก็ตาม“ผมเอากาแฟมาให้”
“คุณอยากให้ผมอยู่กับความเสียใจมากกว่าหลับไปหรือไง”
“งั้นผมไปเอานมให้ไหม คุณจะได้หลับง่ายหน่อย” เอริคถามทำท่าจะหมุนตัวเดินออกไปจริง ๆ ทว่าผมกลับส่ายหน้าห้ามเขาไว้ แอบเห็นว่าอีกฝ่ายทิ้งคีย์การ์ดสำรองที่ใช้สำหรับเปิดห้องผมได้ไว้บนโต๊ะคาดว่าผมคงทำตกไม่ก็เขาคงให้แนชลีย์ปิดระบบเพื่อเข้ามาเอามัน
จะทางไหนก็ไม่ต่างกันสุดท้ายเขาก็ถือวิสาสะเข้ามาในห้องผมอยู่ดี
“คุณโอเคไหม ?”
“ผมสบายดี”
“…”
“ผมยังยิ้มได้คุณเห็นไหม” ผมหัวเราะฝืนยิ้มให้เขาทั้ง ๆ ที่ภายในมันเหมือนจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆนั่นทำให้เอริคเดินมายืนค้ำหัวผม คุกเข่าลงเพื่อสบตากันใกล้ ๆ “ทำไม คุณไม่เชื่อเหรอว่าผมสบายดี ?”
“ผมไม่เชื่อคนโกหก”
“หึ...”
“คุณไม่จำเป็ต้องฝืน ไม่มีใครว่าคุณอ่อนแอถ้าจะเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น”
“ผมคิดว่าจอร์แดนเสียใจแทนผมไปหมดแล้วนะ” ผมพูดติดตลกแกล้งบีบจมูกโด่งรั้นด้วยท่าทีสดใส ผมไม่ชอบการทำให้ตัวเองดูพึ่งพาไม่ได้ผมเป็เ้าของที่นี่เหตุผลแค่นั้นก็มากพอแล้วที่ผมไม่ควรจะแสดงท่าทีอ่อนแอออกไป “อีกอย่างผมไม่จำเป็ต้องเสียใจนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเสียคนที่สนิทไปนะเอริค”
“แล้วคุณจะเก็บความเสียใจไว้กับตัวเองอย่างนี้เหรอ”
“ผมก็ทำมาตลอดหนิครับ”
“โซล” เ้าตัวถอนหายใจใส่ผม ดูเหนื่อยหน่ายกับความหัวแข็ง “ผมเป็ห่วงคุณนะ ไม่อยากให้คุณฝืนมากเกินไป คนเราไม่จำเป็ต้องเก็บอะไรไว้กับตัวเองทุกอย่าง”
“แต่การพูดไปมันก็ไม่ได้ทำให้สตีฟกลับมา”
“…”
“แบบนั้นผมเงียบไปไม่ดีกว่าเหรอครับยังไงมันก็ลบล้างที่ผมพาสตีฟไปตายไม่ได้อยู่ดี”รอยยิ้มของผมคงไม่น่ามองสำหรับเขาเอริคเลยทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงไม่สนใจว่าผมอนุญาตไหม ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแถมยังขยับตัวให้เขาเข้ามานั่งใกล้ ๆปล่อยให้มือหนาลูบไล้เรือนผมสีสวยลากยาวมาถึงพวงแก้มขาวให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่เรายังคบกันอยู่
ตอนนั้นเขาก็ชอบััผมแบบนี้เพราะเขารู้ดีว่าพอทำผมจะรู้สึกดีขึ้นขนาดไหน
“ไม่มีใครอยากให้เื่นี้มันเกิดขึ้น คุณเองก็เหมือนกัน”
“แต่สุดท้ายมันก็เกิด”
“…”
“และผมก็ทำอะไรไม่ได้เลย”มือของเขาหยุดชะงักเป็จังหวะเดียวกับที่เ้าสองพี่น้องว่ายเข้ามาหาพวกมันจับจ้องมองดูการกระทำของเอริคและผมที่ขยับตัวไปนอนหนุนตักเขา แกล้งยกยิ้มเบาๆ ยียวนให้มันหงุดหงิดใส่ ผมรู้ว่าพวกมันจะไม่พอใจแค่ไหนเวลาผมอยู่กับผู้ชายแต่ตอนนี้ผมก็ปฏิเสธไม่ได้...
ผมอยากให้มันคลั่งตายให้สมกับที่มันทำร้ายคนของผม
“พวกมันคือฉลามหน้าโง่ ถ้ามันไม่มีเขี้ยวพวกนั้น สุดท้ายก็แค่ปลาทูธรรมดา”
“โซล”
“แถมยังเป็ปลาทูบ้า ชอบไล่กัดคนอื่น” ผมเหยียดยิ้มยันตัวขึ้นมานั่งมองเ้าฉลามที่ว่ายวนกระแทกห้องผมไปมา เริ่มจากเบา ๆ จนถึงขั้นร้ายกาจเลเวลความรุนแรงเปลี่ยนไปตามระดับความซุกซนของผม เริ่มจากซบอกเอริคเปลี่ยนมาไล้จมูกกับซอกคอขาวหนักสุดก็ตอนที่ผมปีนขึ้นไปนั่งคร่อมตักแล้วกอดคอเขาไว้
แสร้งกระตุกยิ้มให้พร้อมทั้งถอดเสื้อตัวเองรวมถึงเขาออกไป
“จำได้ไหมว่าคราวก่อนคุณติดค้างอะไรผมไว้”
กึก !
“คืนนี้ช่วยอยู่เล่นเป็เพื่อนผมหน่อยได้ไหม ผมอยากได้คนคลายเหงาสักหน่อย”ผมเลียปาก ฉายชัดถึงความมาดร้ายเกินจะทานไหว คราวก่อนที่ผมพาสตีฟกับจอร์แดนลงทะเลไปผมบอกกับเขาว่าถ้าขึ้นมาเราจะมีเซ็กซ์กัน ถึงผมจะไม่ได้ใส่ใจเื่นั้นมากแต่มันก็น่าสนุกที่จะทำทะเลคลั่ง
เอริคย่นคิ้วใส่ผมทำท่าจะห้ามปรามทว่าผมกลับผลักเขาให้นอนราบไปกับเตียงหนาปลายนิ้วลากไล้กล้ามเนื้อด้านหน้า กัดปากตัวเองเบา ๆนานแล้วที่ผมไม่เห็นร่างกายได้สัดส่วนของเขาแอบนึกถึงเรือนร่างของคนบนฝั่งนิดหน่อยปฏิเสธไม่ได้ว่าของคู่นอนสองคนล่าสุดของผมดูดีกว่าเขาค่อนข้างมาก
เสียดายที่ผมไม่ได้บอกพวกเขาว่าผมหายไปไหนแถมยังทำเื่ไม่ดีใส่
แต่เวลานี้ผมไม่ควรเปลี่ยนความสนใจผมควรโฟกัสคนตรงหน้าที่ผมกำลังใช้เป็เครื่องมือเท่านั้น
เรียวลิ้นเลียปากตัวเองเบาๆ กดจูบลงกับริมฝีปากร้อนจัดสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับคนที่ตอบรับสองมือโอบกอดร่างผมนั่นยิ่งทำทะเลคลั่งห้องของผมสั่นสะท้านตอนที่พวกมันพยายามจะพังเข้ามา มีเสียงของกระจกร้าว และรอยฟันที่เยอะกว่าเก่า
ผมผละออกจากเขาหันมามองดายกับดีแลนที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ผมเลยกดปิดม่านที่ถูกติดตั้งไว้ปิดบังไม่ให้เห็นว่าผมกำลังจะทำอะไร
ภาพสุดท้ายที่มันเห็นก่อนที่ม่านจะปิดลงคือภาพที่ผมกำลังจะถอดกางเกงตัวเองออกไป
ขยับตัวไปคร่อมทับเอริคไว้แล้วโน้มตัวลงไปกระซิบกับเขาว่า...
“โทษทีเอริค เผอิญผมไม่ชอบกินของเก่า ออกไปได้แล้ว”
คืนนั้นผมนอนกอดตัวเองไม่แคร์ว่าจะทำให้เอริคหงุดหงิดแค่ไหนผมเคยบอกเขาแล้วว่าเราจะไม่กลับไปคบหรือข้องเกี่ยวกัน การที่ผมเคยพูดกับเขาว่าจะมีเซ็กซ์กันมันก็แค่การแหย่ขำ ๆ ตามประสา คนอย่างผมถ้าปากลั่นไปแล้วว่าจะไม่กลับไปกินของเก่าผมก็จะไม่มีวันคืนคำ
มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ผมกลับไปเล่นซ้ำและมันก็สนุกชะมัดตอนที่พวกเราทำกันสามคน
แย่หน่อยที่ผมคงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว
“ฟู่ว” ควันบุหรี่ถูกผมพ่นออกตอนเดินทอดน่องออกมาจากห้องนอนในเวลาตีห้ากว่ามันเช้าเกินกว่าที่จะมีคนตื่นมาต้อนรับผมแค่รู้สึกว่าการทิ้งตัวลงนอนอยู่ในห้องที่อ้างว้างมันช่างเป็อะไรที่น่ารำคาญเหลือเกินเลยว่าจะออกมาเดินสูดอากาศ
นิโคตินถูกอัดเข้าปอดแลกกับบรรยากาศที่หม่นหมองไม่ต่างจากทุกวันผมกวาดตามองออกไปนอกศูนย์วิจัยที่ตัวเองเดินออกมาเวลานี้แสงแดดยังไม่ปลุกให้ใครตื่นเท่าไหร่ผิวน้ำสงบแปลว่าดีแลนกับดายยังไม่ตื่นจากการหลับใหล
ไม่มันก็กำลังคิดหาอะไรทำอยู่
“คิดจะเอาคืนฉันหรือเปล่านะ”ผมพึมพำแค่นหัวเราะเมื่อคิดว่าพวกมันจะทำอะไรได้ ที่แน่ ๆเมื่อคืนมันเกือบทำห้องผมแตก ดีแค่ไหนที่รอดมาได้ ไม่งั้นEDSคงโดนทำลายและเราจะตายกันหมดเพียงเพราะผมไปยั่วโมโหพวกมัน
ช่วยไม่ได้ที่ผมอยากจะเอาคืนบ้างผมคิดว่าผมยอมพวกมันมามากพอแล้ว
ปลายเท้าเดินเอื่อยๆ รับััของลมทะเล ผมปล่อยควันสีขาวให้สายลมพาไปราวกับฝากข้อความให้มันไปบอกสตีฟว่าทุกคนเสียใจกับการตายของเขาขนาดไหนแอบมาคิดว่าถ้าตอนนั้นผมเลือกที่จะวนเรือกลับไป บางทีอาจจะช่วยเขาได้ก็ได้
ผมพลาดเองที่คิดช้าไป
พลาดเองที่ทำให้เขาตาย
และพลาดเองที่ทำให้...
“ปืนมันหายไปไหนกันนะ” ผมหยุดชะงักหลุบตาลงมองเรือที่เมื่อวานขับกลับมาไม่รู้เลยว่าเดินมาถึงตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่และมันรื้อฟื้นเื่ของที่หายมาให้ผมคิดควันบุหรี่ถูกผมพ่นออกขณะที่เดินลงไปแล้วพยายามค้นหาว่าปืนตัวเองหายไปไหน
การที่ปืนของผมหายไปแปลว่าสตีฟต้องใช้มันทำอะไรสักอย่างซึ่งมันคงจะเลวร้ายมาก ๆ ชนิดที่ว่ามันทำให้ทุกคนเลือกที่จะปิดปากไม่พูดอะไร
โดยเฉพาะคนที่ผมไว้ใจ...
โอเว่นไม่พูดอะไรเลยนอกจากบอกว่าสตีฟตกลงไปในทะเล
“หรือปืนจะตกไปพร้อมเขา…” ผมเลียปากครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้ถ้าเกิดมันตกลงน้ำไปพร้อมกับสตีฟผมจะทำยังไง ป่านนี้มันคงอยู่ในท้องดายไม่ก็ดีแลน
มันเป็หลักฐานชิ้นสำคัญด้วยสิผมคงไม่แหวกท้องพวกมันเพื่อเอาปืนออกมา
“ให้ตายเถอะ” ผมสบถ อัดนิโคตินเข้าปอดซ้ำๆ เพื่อให้ความเครียดมันหล่นหาย ผมต้องใช้สมองแลกกับการเป็มะเร็งตาย เสยผมขึ้นนิดหน่อยคิดหาทางต่อสิ่งที่ผมมั่นใจแน่ ๆ คือตอนผมอยู่ในทะเล บนเรือต้องเกิดเื่ไม่ดีขึ้นมันต้องมากกว่าการที่สตีฟโดนเครนลากลงน้ำไป ไม่มีทางที่เขาจะหยิบปืนผมมาถือไว้แล้วปล่อยตัวเองให้เกิดเื่แบบนั้น
หรือว่าผมควรจะไปคาดคั้นจากปากของโอเว่นบางทีเขาอาจจะบอกผมก็ได้
แต่ถ้าเขาจะบอกจริงทำไมไม่พูดอะไรเลยั้แ่เมื่อวาน
ตึก !
“ให้ตายสิ ลืมไว้ได้ไง”
“อ๊ะ !” ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาใกล้ ๆนาทีนั้นผมรีบเข้าไปซ่อนในห้องพัก มันมีจุดอับที่ซ่อนตัวได้อยู่ ที่จริงผมจะยืนรอดูคนที่มาหาก็ได้ทว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างเตือนว่าผมควรจะหลบก่อนที่จะเจอเื่ไม่ดีอะไร
บวกกับนี่มันเช้าเกินกว่าที่ใครจะตื่นมาเพ่นพ่านต่อให้จะเป็เ้าของศูนย์วิจัยก็ตาม
“กลิ่นบุหรี่”
“…!” หัวใจของผมเต้นแรงไม่เป็ส่ำเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากเ้าของเสียงทุ้มต่ำผมโยนบุหรี่ทิ้งก่อนที่จะเข้ามาซ่อนแต่กลิ่นมันก็ยังคงฟุ้งกระจายให้รู้ว่าผมเคยยืนอยู่ตรงนั้นเล่นเอาผมถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถ้าเกิดเขาเปิดประตูเข้ามาเจอผมผมคงจบเห่และไม่ได้รู้ว่าเขามาทำอะไรบนนี้กันแน่
จะให้หนีตอนนี้ก็ไม่รู้จะหนีไปไหนทำได้แค่ฝังตัวเองลงกับแผ่นไม้ภาวนาให้ใครสักคนมาดึงรั้งเ้าของปลายเท้าที่กำลังเดินมาหาผมให้ถอยออกไปผมกำมือแน่นจิกมือตัวเองด้วยความลุ้นระทึกตอนเห็นว่าบานประตูกำลังเปิดแง้มเพราะคนที่ผมไม่อยากให้เข้าใกล้
ผมคิดว่าผมต้องโดนจับได้ถ้าไม่ติดว่าใครบางคน...
“อ้าวคุณเอริค ทำไมตื่นเช้าจังครับ ?”
“อะ...!” ผมตะครุบปากเมื่อเผลออุทานเสียงแ่เบิกตากว้างพร้อมกับควบคุมสติตัวเองเป็จังหวะเดียวกับที่ประตูถูกปิดลงคนที่เข้ามาทักคือเบอร์นาร์ด พนักงานของผมเป็เื่ปกติที่คนทำความสะอาดจะตื่นเร็วกว่าทุกคนที่ทำงานที่นี่
ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้น่าสนใจเท่ากับคนที่ขึ้นมาบนเรือนี้
เอริคมาทำอะไรกัน?
“เผอิญผมทำมือถือหาย” เ้าตัวว่าผมแอบมองผ่านหน้าต่างก็เห็นว่าเขาถอนหายใจใส่ “คงจะหล่นตอนที่ผมมาช่วยโอเว่นยกของผมเพิ่งรู้ตอนไม่ได้ยินเสียงปลุกมัน”
“อ้าว แล้วหาเจอหรือยังครับ ให้ผมช่วยหาไหม”เบอร์นาร์ดถามด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะโดนสวนด้วยใบหน้านิ่งงัน
“ไม่เป็ไรเบอร์นาร์ด ผมหาเองได้”
“แต่...”
“มันไม่ใช่เื่ใหญ่ไม่ต้องให้ใครช่วยหรอก” เอริคตอบนิ่ง ๆตามแบบฉบับเล่นเอาร่างท้วมถึงกับอึกอักไปชั่วขณะบอกตามตรงว่าไม่ค่อยมีใครชอบใบหน้าแบบนั้นของแฟนเก่าผมเท่าไหร่มันสร้างความอึดอัดและบรรยากาศที่ไม่น่าเข้าใกล้เลยสักนิด “อีกอย่างคุณต้องไปให้อาหารวาฬไม่ใช่เหรอมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
“อ่า...งั้นก็ได้ครับ ถ้าอยากให้ช่วยอะไรก็เรียกผมแล้วกัน”
“อื้ม ขอบคุณ”
“งั้นผมขอตัวครับ”เ้าตัวพยักหน้ารับรอจนเบอร์นาร์ดหายลับสายตาไปถึงกลับมาหาของต่อผมย่นคิ้วเมื่อเห็นว่าตรงกระเป๋ากางเกงเขามันมีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งโผล่ออกมาถึงจะไม่ได้อยู่ในจุดที่สังเกตเห็นแบบประชันหน้า แต่ถ้ามองจากมุมผมคือเห็นค่อนข้างชัด
ผมไม่เข้าใจว่าเขาจะโกหกไปทำไมกันกระทั่งเขาหยิบบางอย่างออกมาจากกองชุดดำน้ำนาทีนั้นมันยิ่งเพิ่มความงุนงงเข้าไปใหญ่ เพ่งเล็งของในมือที่เขาถือไว้
มันคือกระเป๋า
กระเป๋าของโจเอล
“เจอสักที” เอริคพึมพำถอนหายใจตอนมองเ้ากระเป๋าสีดำที่ไม่ใหญ่เท่าไหร่นักเขาเปิดดูของในกระเป๋า ชะงักไปชั่วขณะ ผมไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรรู้แค่ว่ามันทำให้เขารีบก้าวเท้าขึ้นฝั่งมองซ้ายมองขวาว่าแถวนี้มีใครไหมก่อนจะสาวเท้ารีบเดินไปหลังศูนย์วิจัย
เขาทำเหมือนจะมีคนเดินตาม
“เขาคิดจะทำอะไรน่ะ...” ผมขมวดคิ้วมองแผ่นหลังที่ห่างไกลออกไปรอจนแน่ใจว่าเขาจะไม่หันกลับมาก็รีบออกจากที่ซ่อนตรงไปหาเขาแต่แทนที่จะตามเข้าไปติด ๆ ผมกลับเลือกที่จะปีนไปดูบนแทงก์น้ำมันเป็จุดเดียวที่ผมจะมองเห็นว่าทุกคนในศูนย์วิจัยทำอะไรบ้างขณะเดียวกันถ้าพวกเขาไม่สังเกตก็จะมองไม่เห็นผม
และเอริคคือหนึ่งในนั้น
ผมหรี่ตาลงมองดูว่าเขาจะทำอะไรกับกระเป๋าบ้านั่นเผลอกัดปากตัวเองเบา ๆ อดลุ้นระทึกไม่ได้ดูเหมือนของในนั้นจะเป็สิ่งที่เอริคไม่้าเท่าไหร่
แต่นั่นมันกระเป๋าของโจเอลไม่ใช่หรือไง...
แล้วทำไมเขาถึงโยนมันลงทะเล?