เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำกล่าวเช่นนั้นของเทพสมุทรก็ถึงกับหน้ามุ้ยในทันที นี่เขาควรจะดีใจหรือเสียใจดีละเนี้ย แต่พอมานึกๆดูแล้วเป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะเขานั้นจะได้มีเวลาในการทำอะไรที่อยากทำมากขึ้นแม้จะไม่เข้าใจ อีกทั้งยังต้องออกไปหาเฟิงหยาลี่ที่ตระกูลวิหคเพลิงอีกหากมัวแต่ฝึกที่นี่เกรงว่าห้าสิบปีก็คงไม่ได้ออกไป
เวลานี้ล่วงเลยมาถึงสิบกว่าปีแล้วเขาเองก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายรออีกต่อไป กว่าเขาจะเดินทางไปถึงจากที่นี่ก็น่าจะใช้เวลาถึงสามปีเนื่องจากตัวเขาไม่ได้ทรงพลังถึงขนาดเปิดรูหนอนได้ อีกทั้งยังต้องการแสวงหาโชคลาภเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งก่อนจะไปหาภรรยาสาวที่ตระกูลวิหคเพลิง
เมื่อพูดคุยถึงเรื่องนี้แล้วเฟยหรงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองจะเดินทางให้เหล่าภรรยาสาวได้ฟัง แน่นอนเมื่อได้ยินเช่นนั้นนัยตาของพวกนางฉายแววเศร้าสร้อยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เนื่องจากพวกนางเข้าใจดีว่ามันเป็นเหตุจำเป็นและพวกนางทุกคนก็อยากที่จะเห็นน้องหญิงคนใหม่ของเฟยหรงเอามากๆโดยเฉพาะเฟิงเสวียเมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายคือวิหคเพลิงก็พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลยทีเดียว เนื่องจากตัวเองนั้นก็มีสายเลือดวิหคเพลิงเช่นกัน
เฟยหรงเเละเหล่าภรรยานั้นพูดคุยกันได้พักใหญ่ เขาก็ขอตัวเข้าไปยังด้านในเพื่อเก็บสมุนไพรจำนวนมากออกมาจากแหวนมิติจิตวิญญานในทันทีในเวลานับจากนี้สิ่งที่เฟยหรงจะทำนั่นคือการปรุงโอสถให้กับครอบครัวของเขาทุกคนนั่นเอง
"เจ้าปีศาจน้อย ไม่คิดจะพักผ่อนเลยหรือหากเป็นเช่นนี้พลังวิญญานเจ้าจะไม่เพียงพอ"กู่เทียนหลงกล่าวตักเตือน เฟยหรงที่เก็บสมุนไพรอยู่พลันยกยิ้ม "ท่านอาจารย์ข้าเพียงมาดูวัตถุดิบในการปรุงเฉยๆอย่าห่วงเลยก่อนที่จะปรุงพวกมันทั้งหมดข้าจะใช้เวลาพักฟื้นสักเจ็ดวัน"
กู่เทียนหลงได้ยินดังนั้นก็ไม่กล่าวถามให้มากความอีกต่อไป ชายชราเพียงนอนเล่นอยู่ด้านในหอคอยเทพมังกรอย่างสบายใจเท่านั้นได้เฝ้ามองการเติบโตของเจ้าเด็กคนนี้บอกตามตรงในฐานะอาจารย์แล้วกู่เทียนหลงชื่นชอบเวลานี้เป็นอย่างมาก มันดียิ่งกว่าการได้มีร่างกายกลับมาเสียอีก เจ้าเด็กคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังแต่อย่างใด
"จากคุณสมบัติทุกอย่างของข้าเพียงพอที่จะปรุงเทวะโอสถแล้ว แต่ยังไม่มีสมุนไพรที่ดีพอจะกลั่นโอสถวิเศษระดับนั้นออกมา เห้อ เห็นทีคงต้องปรุงโอสถระดับเก้าให้กับทุกคนก่อนสินะ"เฟยหรงถอนหายใจ เขาค่อยๆคัดสรรค์วัตถุดิบต่างๆออกมาก่อนจะออกไปด้านนอกหาพื้นที่เงียบๆฟื้นฟูพลังเจ็ดวันต่อมาจึงเริ่มการปรุงโอสถในทันที
ในเวลานี้ชายหนุ่มไม่ได้ใช้เตาปรุงโอสถอีกต่อไปเนื่องจากเขาสามารถใช้ฟ้าดินแทนเตาหลอมได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพและการทำเช่นนี้จะดูดซับพลังจากสวรรค์และโลกได้ดีกว่านั่นเอง
ชายหนุ่มเริ่มจากการปรุงโอสถให้กับตระกูลเป่ยของท่านยายของเขาเป็นอันดับแรก เนื่องจากพวกเขาใช้วารีธาตุดังนั้นเม็ดยาจึงต้องเป็นวารีธาตุเช่นกันเพื่อเสริมส่งศักยภาพของธาตุวารี เฟยหรงชักนำทักษะเปลวเพลิงวิญญานเก้าชาติภพในทันทีในเวลานี้ร่างพลังงานเก้าร่างได้ปรากฏขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน
"ทักษะจิตพิสุทธิ์เก้าภพ"เฟยหรงยกยิ้ม ทักษะนี้คือทักษะแยกย้อยของเปลวเพลิงวิญญานเก้าชาติภพสามารถแบ่งร่างพลังงานทั้งยังแบ่งสมาธิให้กับร่างพลังงานนั้นเท่าๆกัน จะบอกได้ว่าร่างพลังงานเหล่านี้นั้นจะอยู่ในการควบคุมของเขาทั้งหมดเลยก็ว่าได้
ชายหนุ่มไม่รอช้าอีกต่อไปทั้งร่างต้นและร่างพลังงานผสานมือในรูปแบบเดียวกันพร้อมกับชักนำสมุนไพรมารายล้อมตนเอง ก่อนที่เปลวเพลิงอัสนีในมือจะปรากฏขึ้นและทำการกลั่นสมุนไพรในทันที สภาวะสมาธิและจิตใจเฟยหรงในเวลานี้หากใครเห็นเข้าเกรงว่าจะต้องหวาดกลัวตกตะลึงจนอ้าปากค้างเป็นแน่
คนปกติลำพังแค่กลั่นยาโดยใช้เพียงร่างเดียวก็เหนื่อยพออยู่แล้ว แต่ทว่าเฟยหรงกลับใช้ถึงเก้าร่างด้วยกันนี่มันไม่เกินมนุษย์ไปหน่อยหรือ บอกตามตรงหากไม่มีใครเห็นกับตาก็คงไม่มีใครเชื่อเป็นแน่แท้
เฟยหรงยังคงดำเนินการกลั่นยาของเขาต่อไปอย่างสบายๆ ทักษะเพลิงวิญญานเก้าชาติภพของอาจารย์กู่เทียนหลงของเขานั้นนับว่ายอดเยี่ยมสมราคาคุยที่พูดเอาไว้ หากนำมาใช้จริงจะประดุจเหมือนกันได้ความแข็งแกร่งของเฟยหรงทั้งเก้าภพชาติมารวมกัน นี่มันคือความมหัศจรรย์ของมันอย่างแท้จริง
แม้หากใช้ในการต่อสู้จะไม่ได้เทียบไม่ได้กับพลังปราณ แต่ด้วยคุณประโยชน์รอบด้านเช่นนี้ทำให้เฟยหรงรู้สึกโชคดีเอามากๆที่ได้ฝึกฝนมัน
"หลอมรวม!!"เฟยหรงตะโกนดังลั่นมือทั้งสองประกบกันคล้ายท่าพนมมือ ของเหลวที่เกิดจากการกลั่นสมุนไพรค่อยๆรวมกันช้าๆเบื้อนบนท้องฟ้านั้นเกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ สายฟ้าสีทองกู่ก้องคำรามเก้าจุดเหนือร่างพลังงานของเฟยหรง ชายหนุ่มพลันยกยิ้มและดีดนิ้วหนึ่งที บัลลังก์ราชันอัสนีสยบสายฟ้าเหล่านั้นและทำให้มันกลายเป็นละอองมาหลอมรวมกับโอสถของตนจนกลายเป็นเส้นชีพจรโอสถสามเส้นทุกเม็ด
ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เขารู้อยู่แล้วว่าการหลอมโอสถระดับเก้าจะชักนำทัณฑ์โอสถลงมา แต่แล้วอย่างไรในเมื่อเขาคือเจ้าบัลลังก์ราชันแห่งแล้วอัสนีใดเล่าที่กล้าจะมีปัญหากับเขา
เฟยหรงรวบเก็บเม็ดยาพิสุทธิ์ธาราระดับเก้านับสิบเม็ดกลับมาในทันทีและทำการกลั่นหลอมต่อไปหน้าตาเฉยราวกับไม่เหน็ดเหนื่อยอะไร เจ็ดวันผ่านไปในแหวนมิติของชายหนุ่มก็อันเเน่นไปด้วยเม็ดยานับหมื่นเม็ดด้วยกันอีกทั้งยังเป็นเม็ดยาระดับเก้าทั้งสิ้น เรียกได้ว่าใครที่เป็นเป็นคนสำคัญหรือครอบครัวของชายหนุ่มสามารถกินเม็ดยาเหล่านี้แทนขนมเลยก็ว่าได้
"อ๊า นี่ข้าปรุงเม็ดยาเพลินเกินไปสินะ ทำเอาสมุนไพรในแหวนเกือบหมด"เฟยหรงกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจในทันทีและเดินออกไปเพื่อที่จะพักผ่อนย่อนใจเสียหน่อยอีกทั้งยังต้องนำเม็ดยาเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กับครอบครัวของเขาอีกด้วย
เมื่อเขาเดินออกมา สี่งที่ชายหนุ่มเห็นคือเหล่าครอบครัวของเขาที่มารวมกันอยู่หน้าประตูถ้ำ เฟยหรงที่เห็นดังนั้นก็ส่งยิ้มให้ทุกคนแต่กลับกันสิ่งที่เขาได้คือเสียงถอนหายใจอของทุกคน
"เจ้าเด็กโง่! เจ้าหายไปไม่บอกล่าวกว่าครึ่งเดือน เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำให้พวกเราเป็นห่วงมากเพียงใด"เป่ยอิงอิงวิ่งเข้ามากอดบุตรชาย แม้จะรู้ว่าลูกของนางนี้แข็งแกร่งกว่าใครๆในครอบครัวแต่ทว่าที่แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยคนที่แข็งแกร่งกว่าเขามากมายจึงอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
"ท่านแม่ลูกขอโทษ ลูกเพียงไปปรุงโอสถให้พวกท่านก่อนที่ลูกจะออกเดินทางไงขอรับ"เฟยหรงกล่าวและเปิดแหวนมิติขึ้น เป่ยอิงอิงที่เห็นเป็นคนแรกถึงกับตกตะลึงยกใหญ่ นางรีบตรวจสอบร่างกายของเฟยหรงในทันทีว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ สิบห้าวันนี้หากคนทั่วไปปรุงโอสถเกรงว่าแค่ระดับแปดเพียงสิบเม็ดก็หมดแรงจนขยับไม่ได้ แต่ทว่าเฟยหรงกลับปรุงได้นับหมื่นเม็ดทั้งยังเป็นโอสถระดับเก้าแล้วนางจะไม่ห่วงร่างกายของเฟยหรงได้อย่างไร
"เจ้าตัวดี! หากยังทำให้แม่หัวใจวายอีกจะตีให้ตายเลยทีเดียว"เป่ยอิงอิงกล่าวอย่างคาดโทษแต่ทว่ากลับกอดเฟยหรงไว้ด้วยความอบอุ่น เด็กคนนี้เติบโตมาก็ต้องแบกรับสิ่งต่างๆของครอบครัวไว้มากมายหากเลือกได้นางขอใช้ชีวิตอยู่ในทวีประดับต่ำธรรมดาๆจะดีกว่า
เฟยหรงโอบกอดมารดาของเขาคืนด้วยความรักไคร่ เขารู้ว่ามารดาของเขานั้นเป็นห่วงตัวเองมากเพียงใดแต่เมื่อต้องการเสริมความแข็งแกร่งของครอบครัวแล้วเขาจำเป็นต้องทำ
"เอาละในเมื่อเจ้าออกมาแล้วก็ถือว่าดีไป หลายวันก่อนที่เจ้าจะไปก็ใช้เวลากับภรรยาของเจ้าเสียหน่อยก็แล้วกัน"เฟยหงผู้เป็นปู่กล่าวขึ้นมาเฟยหรงพยักหน้ารับทราบใยทันใด อีกทั้งเขายังแจกจ่ายโอสถให้กับครอบครัวเท่าๆกันทุกคน หากจะนับรวมก็ราวๆคนละหนึ่งพันเม็ดได้ หากพวกเขาบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องอาจจะใช้เวลาประมาณร้อยปีกว่าโอสถเหล่านี้จะหมดลงไป อีกทั้งครอบครัวของเขายังได้รับทรัพยากรจากทะเลดวงดาวอีกไม่น้อย เฟยหรงจึงมั่นใจว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่ไม่มีทางที่ครอบครัวของเขาจะขาดทรัพยากรอย่างแน่นอน
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เฟยหรงยังให้เม็ดยาเหล่านี้กับซงอวี่ฉางและถังหยาด้วย เนื่องจากถึงอย่างไรพวกนางก็ติดตามพวกเขามาด้วย ส่วนหวูหลิงนั้นนางเลือกที่จะไม่รับเม็ดยาและติดตามเฟยหรงไปเนื่องจากนางคิดอยู่เสมอว่าตนเองเป็นผู้ติดตามของเฟยหรงดังนั้นจึงไม่อยากจะอยู่ไกลตัวผุ้เป็นนายมากนัก เรื่องนี้เองเฟยหรงก็ไม่ได้ว่าอะไรนาง
เฟยหรงได้ใช้เวลาพูดคุยกับครอบครัวอยู่พักใหญ่ในที่สุดเขาก็ได้พักผ่อนหย่อนใจเสียทีแน่นอนสถานที่ๆดีที่สุดในการพักผ่อนของเขาย่อมเป็นแหวนมิติจิตวิญญานซึ่งแน่นอนด้านในนั้นมีภรรยาสาวของเขาทั้งหมดเข้าไปด้วยเพื่อปรณนิบัตรสามี แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือซ่งอวี่ฉางและถังหยาก็เข้ามาด้วย จากการหว่านล้อมของเสวียเหม่ย
เฟยหรงที่เห็นก็ได้แต่ปาดเหงื่อ พวกนางเอาจริงงั้นหรือหญิงงามสิบสามนางนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆแบบนี้เขาไม่สำลักความสุขสมจนตายหรอกหรือ ชายหนุ่มในเวลานี้พลันอึ้งงัน เขาพลางมองไปทางเป่ยลู่หลิน ซ่งอวี่ฉาง และถังหยาด้วยแววตาที่หลากหลาย
สำหรับเป่ยลู่หลินนั้นเฟยหรงรู้แล้วว่านางมีใจให้กับเขา แต่ทว่าหญิงงามอีกสองนางนี้ในคราแรกเขาก็คิดว่าพวกนางแค่อยากจะหยอกล้อเขาเสียอีกกลับกันพวกนางกลับเอาจริงเอาจังขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"เจ้าตัวร้าย พวกเราจะไปรอให้ห้องถัดไปให้เวลาเจ้าสามวันจัดการพวกนางให้หมดสภาพเสีย"เสวียเหม่ยกล่าวกระซิบกันอย่างขบขัน ก่อนจะเดินออกไป หากจะให้สิบสามคนพร้อมกับห้องคงรับไม่ไหว ดังนั้นพวกนางจึงแบ่งห้องเอาไว้สามห้องด้วยกันเพื่อปรณนิบัตรสามีของพวกนางคนนี้
"ปั้ง"
"อ๊าา"
เมื่อประตูปิดลงเฟยหรงถึงกลับกลืนน้ำลายในทันทีเวลานี้หญิงงามสามคนบิดไปมาด้วยท่าทางเขินอาย เฟยหรงที่เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะโอบกอดพวกนางเอาไว้ก่อนจะกล่าว "ในเมื่อมาถึงขนาดนี้ข้าคงไม่ต้องถามถึงความแน่ใจของพวกท่านแล้วกระมัง"
เป่ยลู่หลินตีอกของเฟยหรงเบาๆ"เจ้าบ้า เจ้าต้องอ่อนโยนเข้าใจหรือไม่"
"อย่างที่นางว่า หากเจ้าทำให้เราไม่พอใจเกรงว่าจะไม่ได้ออกจากห้องนี้เป็นแน่"ซ่งอวี่ฉางอิงแอบแนบกายชายหนุ่มพร้อมกล่าวขึ้นอย่างกล้าหาญ แต่ทว่าสหายของนางอย่างถังหยานั้นกลับยังมีทีท่าเขินอายอยู่ไม่น้อย
"แน่นอน นับจากนี้ไปพวกเจ้าคือภรรยาของข้า"เฟยหรงราวกับสวมวิญญานสัตว์ร้าย เขาดึงพวกนางเข้ามากอดจูบอย่างรักไคร่และดูดดื่ม ในเวลาต่อมาเสียงครวญครางก็พลันดังขึ้นมาไม่ขาดสายตลอดสามวันสามคืนจึงเงียบไป เฟยหรงไม่หยุดเพียงเท่านั้นตัวเขายังต้องเดินไปห้องถัดไปและจัดการพวกนางทุกคนให้หมดทั้งสิบสามนาง