ตอนที่2 ขอแค่เด็กรอด แม่จะเป็ตายร้ายดียังไงไม่สน
ลู่เป่ยเฉิงเรียกคนมาจริงพร้อมส่งกู้หนานเซิงไปโรงพยาบาล
เืที่ไหลตามขาสองข้างของเธอห้ามเืไว้ได้แล้วถ้ารักษาตอนนี้ ลูกในครรภ์ยังคงปลอดภัยดี แต่คำพูดแสนเยือกเย็นของลู่เป่ยเฉิงทำให้ฝันของเธอดับสลาย
“ส่งเธอไปห้องคลอด ไม่ว่ายังไง คืนนี้ก็ต้องคลอดลูกให้ได้”
กู้หนานเซิงพยายามลืมตาขึ้นน้ำตาไหลลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ“ลู่เป่ยเฉิง คุณจะทำแบบนี้กับฉันและลูกจริงๆ ใช่ไหม นี่ก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของคุณเหมือนกันนะ คุณจะทำร้ายลูกอย่างนี้จริงๆ เหรอ”
ลู่เป่ยเฉิงมองเธออย่างเฉยชา“กู้หนานเซิง เธอลืมอะไรไปหรือเปล่า ข้อตกลงในการแต่งงานระหว่างเรา?”
เพื่อให้เธอคลอดทายาทสืบสกุลไงนี่เป็เหตุผลข้อเดียวที่ทำให้เธอยังมีประโยชน์อยู่บ้าง
เขาก้มตัวลงช้าๆจองมองไปยังสายตาที่ไร้ความหวังของกู้หนานเซิงและพูดเนิบๆ “ฉันให้เวลาเธอมากพอแล้ว เธอนั้นแหละที่คิดเล่นสกปรก เพิ่งจะมาท้องเอาตอนนี้ ฉันกับไป่ซวงรอจนหมดความอดทนแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราจะรีบร้อนให้เธอรีบคลอดก่อนกำหนดทำไม?กู้หนานเซิง ถ้าเธอจะโทษ ก็โทษที่ตัวเธอเองเถอะ!”
พวกเขาแต่งงานกันได้สองปีแล้วกู้หนานเซิงรู้ดีว่าถ้าตัวเองคลอดลูกชีวิตแต่งงานนี้ก็จะจบลง เธอตัดใจไม่ได้ ดังนั้นปีแรก เธอจึงแอบกินยาคุมกำเนิดอยู่เสมอ
ใช้ทุกวิถีทางเพื่อรักษา่เวลาแต่งงานที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นนี้ไว้แต่คิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุดแล้วเธอก็ต้องจบลงแบบนี้
หรือว่าั้แ่แรกเริ่มมันก็เป็ความผิดของเธอเองนั้นแหละ
สุดท้ายกู้หนานก็ยังถูกส่งไปบนเตียงห้องคลอดอยู่ดีเข็มเร่งการคลอดฉีดเข้าตัวอย่างรวดเร็วท้องน้อยที่พึ่งหายจากความเ็ปกลับมาเจ็บอย่างรุนแรง เจ็บเหมือนมีใครจะมาฉีกออกยังไงอย่างงั้น
เธอเจ็บจนทนไม่ไหวร้องออกมาอย่างทรมานสองมือกำผ้าปูที่นอนแน่น หน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเฉียบ
“ถุงน้ำคร่ำแตกแล้ว ใกล้จะคลอดออกมาแล้ว!”
เสียงของคุณหมอดังขึ้นที่ข้างหูกู้หนานเซิงสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อลดความเจ็บลง พยายามเบ่งคลอดต่อ
แม้ว่าการคลอดก่อนกำหนดไม่ใช่สิ่งที่เธอปรารถนา แต่เด็กที่เกิดมาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยเธอเลยตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องคลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัย
“ใช้แรงเบ่งเร็วเข้า คุณแม่เบ่งอีก เบ่ง!” คุณหมอให้กำลังใจ
กู้หนานเซิงทั้งร้องด้วยความเ็ปทั้งออกแรงเบ่งตามคำพูดของหมอ
“แย่แล้ว…เืไหลเยอะเกินไป!”หน้าหมอถอดสีทันที พยาบาลรอบเตียงก็พากันตื่นตระหนกใกันหมด
กู้หนานเซิงรู้สึกภาพเลือนลานเธอใช้แรงทั้งหมดไปแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกว่าร่างกายหมดแรงและหนาวเหน็บเหลือเกิน
“รีบไปถามญาติผู้ป่วย จะยอมแพ้กับเด็กในท้องไหม รักษาชีวิตแม่ไว้ก่อน อีกอย่างมันเป็เคสคลอดก่อนกำหนด เด็กที่คลอดออกมาก็ใช่ว่าจะรอดร้อยเปอร์เซ็นต์”
พยาบาลเร่งรีบเปิดบานประตูออกสอบถามลู่เป่ยเฉิงกับกู้ไป่ซวงที่รออยู่หน้าห้อง
ถึงแม้กู้หนานเซิงจะรู้สึกเลือนรางแล้วแต่ดันมีสติขึ้นมากะทันหัน เพื่อฟังคำตอบของลู่เป่ยเฉิง
แม้ว่าสถานการณ์จะมาถึงขั้นนี้แล้วแต่ในใจของกู้หนานเซิง ยังคงคิดและหวังอยู่เสมอว่าลู่เป่ยเฉิงไม่ได้อยากให้เธอตายไปจริงๆ
“ยังต้องถามอีกเหรอ พวกเราสนแค่เด็กรอดเท่านั้น!” กู้ไป่ซวงให้คำตอบอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
แต่พยาบาลชำเลืองมองไปยันลู่เป่ยเฉิงถามซ้ำอีกรอบ “คุณลู่ คุณเป็สามีของคุณกู้หนานเซิง ไม่ทราบว่าคุณตัดสินใจอย่างไรคะ?”
กู้หนานเซิงลืมตาขึ้นอย่างช้าๆพยายามมองลอดไปนอกประตู
“ขอแค่ลูกรอด” นี่เป็คำตอบของลู่เป่ยเฉิง
เหมือนมีดคมเล่มหนึ่งปักเข้ากลางหัวใจกู้หนานเซิงใจของเธอแตกสลายจนไม่เหลือเศษเสี้ยว
กู้หนานเซิงหลับตาลงอย่างหมดแรงริมฝีปากฝืนยิ้มอย่างน่าสงสาร
เธอรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลาจนไม่อาจกู้กลับมาได้ลู่เป่ยเฉิงทำกับเธอถึงขนาดนี้ดูออกชัดเจนว่ารังเกียจ แต่เธอก็ยังมีใจให้
เพื่อกู้ไป่ซวงกับลูกลู่เป่ยเฉิงถึงกับอยากให้เธอตายไปซะ
เธอเข้าใจถ่องแท้แล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ชัดเจนแจ่มแจ้ง
เพียงแต่เธอไม่มีโอกาสได้แก้ไขมันอีกแล้ว…
“ฉีดฮอร์โมนให้คนไข้หนึ่งเข็ม การตอบสนองของเธอต่อการหดตัวของมดลูกมันไม่พอเด็กคลอดออกมาไม่ได้”
“แต่ว่าคุณหมอค่ะ ร่างกายของเธอเหมือนจะรองรับเข็มที่สองไหวแล้ว…”
“ไม่เป็ไร คุณไม่ได้ยินคำพูดของสามีเธอเหรอ ขอแค่เด็กรอด แม่จะเป็ตายร้ายดียังไงไม่สน”