โคมไฟที่เย่ชิงชิงวาดเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบดั้งเดิมมีสี่ด้านที่สามารถวาดภาพได้ นางจึงรังสรรค์เป็นเรื่องสั้นด้วยตัวละครน่ารักๆ
เรื่องราวของมนุษย์ก้างในชุดกระโปรงที่เลี้ยงกระต่ายสามภาพแรกเป็นภาพนางจูงมันเดินเล่น อาบแดด และเล่นชิงช้ากับมันส่วนภาพสุดท้ายกลับเป็นภาพชามใบใหญ่ที่ใส่ทั้งมนุษย์ก้างและกระต่ายไว้ข้างใน
ภาพวาดที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาชวนให้ผู้คนอดหัวเราะไม่ได้และถามอย่างสงสัยว่า “จับคนกับกระต่ายใส่ชามเดียวกันหมายความว่าอย่างไรหรือ?”
‘รีบมาอยู่ในชามเร็ว’ ภาพนี้จะอธิบายอย่างไรดี?เย่ชิงชิงกะพริบตาแล้วตอบว่า “เมื่อฤดูหนาวมาเยือนเทพธิดาฉางเอ๋อ [*] ไม่มีเสบียง จึงนำกระต่ายมาต้มกินแต่นางคิดทบทวนดูแล้วก็เสียใจ จึงต้มตนเองไปด้วยเจ้าค่ะสุดท้ายนางกับกระต่ายน้อยก็ขึ้นสู่สวรรค์ด้วยกัน”
ต้มตัวเองด้วย...ช่างเป็นคำพูดที่ไร้เดียงสาแต่แฝงไว้ด้วยความโหดร้าย!ผู้คนต่างพากันแยกย้ายไปด้วยความพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“น่าสนใจยิ่งนัก” เผยรุ่นจือนำโคมไฟนั้นไปให้เจ้าของร้านจุดไฟในบรรดาโคมไฟที่วิจิตรตระการตาหลายดวงในคืนนี้นี่คือดวงที่พิเศษที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
โคมไฟที่นางวาดเองย่อมมีความหมายลึกซึ้งเย่ชิงชิงยิ้มแล้วเอื้อมมือจะรับคืน ทว่าเผยรุ่นจือกลับเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยแล้วยื่นโคมไฟที่ตนวาดให้นางพร้อมรอยยิ้ม “โคมดวงนี้จะเป็นของข้า”
เย่ชิงชิงหยิบโคมของเขาขึ้นมารูปทรงกลมแบน แต่งด้วยลายดอกบ๊วยแดงแต้มเป็นจุดบนพื้นสีขาวนวลขับเน้นให้ดูงดงามจับตา สวยกว่าของนางเสียอีก นางจึงมิได้คัดค้านและแลกเปลี่ยนโคมกัน
ภาพวาดของเคออิ๋งอิ๋งนั้นช่างน่าอัศจรรย์นักเป็นภาพเงาของสตรีผู้หนึ่งเลือนรางจับตา ความงามของบุปผาจันทราผู้โดดเดี่ยวอวดโฉมคล้ายคลึงกับภาพดอกบ๊วยแดงของเผยรุ่นจือ
ดวงตาคู่งามปรายตามองโคมไฟดอกบ๊วยแดงในมือของเย่ชิงชิงอย่างแนบเนียนนางแย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “แม่นางชิงยังเยาว์วัยแต่กลับเฉลียวฉลาดเกินคนนัก”
“หมายความว่าข้าฉลาดหรือเจ้าคะ?” เย่ชิงชิงทำปากจู๋ด้วยท่าทางไร้เดียงสานางอยากทำตัวเงียบๆ ไม่ได้อยากเป็นเด็กอัจฉริยะอะไรเช่นนั้น
………..
หลังจากเทศกาลไหว้พระจันทร์ห้างร้านไท่หรานก็เพิ่มยอดคำสั่งซื้อเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินเป็นห้าร้อยหม้อเรื่องนี้นางซูทั้งยินดีและกังวลใจ
เนื้อตุ๋นหม้อดินที่บรรจุหม้อดินแล้วจะต้องวางทิ้งไว้สี่ถึงห้าวันแต่บ้านน้อยมีรั้วไม้ไผ่กั้นแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ว่างเหลือแล้วพวกนางเพิ่งซื้อเรือนได้ก็จริง แต่ตอนนี้ไม่มีเงินเหลือพอจะหาที่อื่นเพิ่มอีก
ด้วยความจำเป็นนางซูจึงตั้งใจจะเช่าโกดังเพิ่มอีกแห่งทว่าเผยรุ่นจือกลับกล่าวว่าเรื่องนี้พวกเขาจะจัดการให้นางซูเพียงแค่ส่งมอบสินค้าสำเร็จรูปก็พอส่วนเรื่องจัดหาที่เก็บชั่วคราวหลายวันนั้น พวกเขาจะจัดการเอง
การกระทำนี้ช่วยได้มากจริงๆซึ่งถือเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนางซูทำเนื้อตุ๋นหม้อดินโดยไม่เคยลดทอนคุณภาพวัตถุดิบ ชิ้นเนื้อแน่นเต็มคำ!
เรื่องที่น่ากล่าวถึงคือในช่วงนี้ ป้าซิ่วเคยมาขอคืนดีกับพวกนางด้วยท่าทีอึดอัดใจ
นางซูต้องการหมูสามชั้นจำนวนมากจึงตกลงกับคนขายเนื้อในเมืองผู้หนึ่งว่าให้นำเนื้อหมูมาส่งที่เรือนทุกเช้าชาวบ้านต่างพากันอิจฉา เนื้อหมูจำนวนมากขนาดนี้ ต้นทุนคงไม่น้อยไม่รู้ว่าได้กำไรเท่าไรกันแน่!
ที่บ้านของป้าซิ่วก็ขายเนื้อหมูแน่นอนว่านางย่อมอยากได้งานนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก่อนหน้านี้นางทะเลาะกับนางซูจึงไม่กล้าเอ่ยปากพูดส่วนคนขายเนื้อสกุลหูที่เคยช่วยนางซูขนของก็ไม่ยอมไปที่นั่นอีกเลยเพราะข่าวลือไม่ดีครั้งนั้น
ป้าซิ่วจึงได้แต่เฝ้ารออย่างมีความหวังอยู่หลายวันคิดว่าการส่งเนื้อหมูเป็นประจำนี้ จะนำเงินมาให้มากมายเพียงใดนางรู้สึกกระวนกระวายใจจนนอนไม่หลับ หลังจากคิดไปคิดมาอยู่หลายครั้งในที่สุดนางก็รวบรวมความกล้ามาหาจนได้
ผลปรากฏว่านางซูปฏิเสธป้าซิ่วอย่างไร้ความลังเลมิใช่ว่านางเป็นคนจู้จี้จุกจิกหรือเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่ป้าซิ่วเป็นคนเห็นแก่เงินชอบเอาเปรียบเล็กๆ น้อยๆ และเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คู่ค้าที่ดี
เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่พอใจและการโต้เถียงที่ไม่รู้จักจบสิ้นในภายภาคหน้าสู้ไม่คบค้าสมาคมด้วยตั้งแต่แรกเสียเลยดีกว่า พวกนางเป็นเพื่อนบ้านกันนางไม่อยากทะเลาะกันทุกวัน ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างไม่สุงสิงกันนับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว!
ป้าซิ่วด่านางซูว่าไม่รู้จักดีชั่วคิดว่าตนเองเป็นคนสำคัญนางไม่พอใจก็เที่ยวเล่าเรื่องไม่ดีของนางซูให้ใครต่อใครฟังไปทั่วแต่ชาวบ้านส่วนใหญ่กลับไม่เชื่อ ใครบ้างเล่าที่ไม่ได้ติดต่อกับนางผู้คนรู้ดีว่าวาจาของป้าซิ่วนั้นเป็นอย่างไร!
นอกจากเนื้อหมูแล้วยังมีไก่แก่สำหรับทำน้ำแกงที่ต้องใช้เป็นประจำ นางซูซื้อจากหมู่บ้านเถียนซินราคาไม่แตกต่างจากในเมืองเลยแม้แต่น้อย สะดวกสบายสำหรับทั้งสองฝ่ายผู้ที่มีผักกาดขาวหรือหัวไชเท้าในบ้านก็พากันมาสอบถามเช่นกันเนื่องจากพืชผลของที่บ้านกินไม่ทัน ต้องการนำมาขายแลกเงิน
นางซูเลือกรับซื้อบางส่วนแต่พริกเป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุด ทั้งล่าช่วนหรือเนื้อตุ๋นหม้อดินก็ขาดไม่ได้รวมๆ แล้วจึงช่วยเหลือเพื่อนบ้านไปบ้าง เมื่อมีการติดต่อซื้อขายกันความสัมพันธ์กับชาวบ้านในหมู่บ้านก็ยิ่งดีขึ้น
เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินได้รับความนิยมอย่างที่คาดการณ์ไว้สามารถขายได้วันละหนึ่งร้อยถึงสองร้อยหม้อคาดว่าในอีกไม่นานพวกนางคงจะได้ก่อตั้งโรงงานเล็กๆ ของตนเอง
รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ง่ายต่อการบริโภค และยังปรับเปลี่ยนรสชาติอาหารในชีวิตประจำวันได้ถูกปากทั้งเด็กและผู้ใหญ่การขยายสาขาไปยังเมืองอื่นจึงเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
นางซูยุ่งวุ่นวายเย่ชิงชิงก็ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ วันเวลาผ่านไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในขณะนั้นเตียวสู่ที่หายไปนานก็กลับมา
“จี๊ดจี๊ด~”
กลางดึกอยู่ๆ มีสิ่งมีชีวิตที่มีขนฟูตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นมาบนเตียงของเย่ชิงชิงทำให้นางตกใจแทบตาย
เมื่ออาศัยแสงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่ภายนอกหน้าต่างนางก็มองเห็นรูปร่างของมันชัดเจน เจ้าตัวน้อยนั่งนิ่งๆ อย่างเชื่อฟังพร้อมกับส่งเสียงน่าสงสารออกมา
“เจ้ามาได้อย่างไร?” เย่ชิงชิงขยี้ตาแล้วลุกขึ้นนั่งรู้สึกง่วงยิ่งนัก
“จี๊ดจี๊ด~” เตียวสู่เริ่มกระสับกระส่ายมันเดินวนไปวนมาอยู่ที่เดิม
เย่ชิงชิงไม่เข้าใจจึงเอื้อมมือไปลูบขนของมัน แต่กลับพบว่าหลังลูบ มือของนางเหนียวเหนอะหนะ
“นี่อะไรกัน?” ด้วยความสงสัยนางลุกขึ้นจุดตะเกียงน้ำมัน ตอนแรกคิดว่าเป็นคราบเปื้อนสิ่งสกปรกแต่กลับกลายเป็นคราบเลือด!
เชิงอรรถ
[*]เทพธิดาฉางเอ๋อ (嫦娥) เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ตามตำนานจีน