ไอเท็มขวดเสน่ห์นั้นมีผลมากขึ้นเมื่อรัฐภูมิ
แสดงความฉลาดและความกล้าออกมา
คนในห้องกำลังถูกผลของขวดเสน่ห์
สะกดเอาไว้ถึงผลของมันจะแค่ 5 นาที
แต่ความเป็สตาร์ที่ดึงดูดใจ
ก็ทำให้ผู้จัดการ ถูกสะกดและเริ่มคิดว่ารัฐภูมิ อาจจะเป็ตัวเลือกที่ดี
ผู้จัดการเริ่มขยับตัวและตั้งสมาธิกับรัฐภูมิ
รัฐภูมิหยิบฉวยโอกาสนี้เสนออะไรบางอย่าง:
"ผู้จัดการผมเตรียมเพลงมาด้วย ผมอยากให้คุณลองฟัง"
ผู้จัดการตอบรับโดยไม่รู้ตัว
ปรกติเขาไม่ชอบศิลปินที่มีความคิดมากเกินไป แต่เขาพูดขึ้นว่า
“ผมมีผลการฝึกอบรมทั้งหมดั้แ่คุณเข้าบริษัทจนถึงปัจจุบัน
ผมเชื่อว่าครูแมวจะให้ข้อมูลไม่ผิดพลาด"
เขาหยุดดื่มน้ำและพูดต่อว่า:
“ตำแหน่งต่างๆ ในแวดวงบันเทิงนั้นแตกต่างกันออกไป ปัจจุบัน, ผมในฐานะเป็ผู้สัมภาษณ์
ผมต้องตัดสินความสามารถของคุณในแง่ของการถามตอบ ส่วนความสามารถอื่นๆ
ผมเชื่อในผู้ตัดสินคนอื่น "
รัฐภูมิมองผู้จัดการด้วยสายตาอ้อนวอน
"ผมรู้ว่ามันเป็ไปได้ยากและการตัดสินแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนงาน
ผมแค่อยากให้ผู้จัดการได้ฟังเพลงที่ผมร้องด้วยตัวเองเท่าก่อนครับ"
ผู้จัดการเข้าใจสิ่งที่รัฐภูมิ้า
แต่เขาเชื่อเสมอว่าหน้าที่ของแต่ละคนไม่ควรถูกก้าวก่าย
แต่เขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาอยากฟังเด็กฝึกตรงหน้าของเขาร้องเพลง
นิภาที่ยืนอยู่ด้านข้างมาโดยตลอดก็รีบเสริมไปว่าฟังซักเพลงคงไม่เป็ไรมั้งค่ะ
เพราะผลของไอเท็มขวดเสน่ห์มีผลกับเธอด้วยเช่นกัน
เธอยืนดูการตอบที่แสนฉลาดของรัฐภูมิ
ท่าทางมั่นใจ และเหนืออื่นใดเธอคิดว่าเขาหล่อมาก ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเขาแค่หล่อ
แต่เมื่อเขาเริ่มตอบคำถามออร่าที่ไม่สามารถบอกได้ก็อยู่รอบตัวเขา ไม่ว่าจะยิ้ม
ขยับ ตัวหรือพูดคุย เขาดูน่าสนใจทั้งหมด
แน่นอนเธอรู้ว่า
ศิลปินที่มีความคิดมากเกินไปและชอบแทรกแซง
หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ดูแลมักเป็ที่มาของหายนะเสมอ
แต่ครั้งนี้เธอคิดว่ามันต่างออกไป
เธอเป็ผู้ช่วยผู้จัดการมาสี่ปีและรู้กฎที่ซ่อนอยู่ของวงการบันเทิง
คือมันไม่ได้มีแค่หน้าหน้าตา มันต้องมีความสามารถ และความฉลาดด้วย
แต่ความสามารถหรือหน้าตาถูกปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ แต่ความฉลาดทำไม่ได้
ชายคนนี้มีทั้ง IQ และ
EQ การปั้นเขาไม่น่าจะเสียหายอะไร
เพราะกฎที่สำคัญที่สุดของสายอาชีพนี้คือเป็เด็กของใครต่างหาก
รัฐภูมิยังดึงดันที่จะร้องเพลง: "นี้เป็เพลงที่ผมแต่งเอง
มันยังเป็แค่เพลงทดลองแต่ง ดังนั้นครูแมวและผู้ฝึกสอนคนอื่นๆ ยังไม่มีใครได้ฟัง
ผมอยากจะร้องเพลงให้ผู้จัดการฟังเป็คนแรก "
เมื่อผู้จัดการได้ยินว่าเป็เพลงแต่งเอง
ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ยังพยักหน้าให้น้อยรัฐภูมิเริ่มร้องเพลงได้
"นี่เป็ชื่อเพลงของขวัญ"
ผู้จัดการพูดขึ้นว่า
"แม้ว่าผมจะยังไม่ได้ยินเพลงของคุณ แต่ผมได้ยินว่าคุณไม่ได้เป็นักร้อง"
เขาคิดว่าถ้าการแต่งเพลงไม่ได้แย่จนเกิน
ก็ยังพอที่จะทนฟังได้ เขาคิดว่ารัฐภูมิยังเป็แค่เด็กฝึกหัด
ความสามารถของเขาคงไม่มาก
และเพลงของขวัญเป็ชื่อที่ดี
รัฐภูมิ เริ่มร้องเพลง
มีเื่ราวมากมาย ที่ไม่มีใครได้ฟัง
คำพูดนับร้อยพัน ที่้าเอื้อนเอ่ย
ไม่ว่าจะนานสักเท่าไร
ยังยืนยันคำเดิมเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน
....
ในโลกเก่าของรัฐภูมิเขา
มีคนชอบเพลงนี้มาก มันเป็เพลงของ "Musketeers" แต่ก็มีหลายคนได้ฟังในเวอร์ชั่นของทอมที่
Cover เพลงนี้เอาไว้ เพลงนี้มียอดวิวมากถึง 45
ล้านวิว และที่สำคัญเขาสามารถร้องเพลงนี้ได้ ถึงจะไม่ดีก็เถอะ
"เพลงของขวัญ " เป็เพลงที่ไพเราะ
และไม่ใช่เพลงที่เข้าใจยาก ไม่มีการเรียบเรียงภาษาที่ซับซ้อน
เนื้อเพลงเรียบง่ายและตรงไปตรงมา
แต่จับใจคนเนื้อเพลงที่แสดงความรักและการได้รับความรักได้เป็อย่างดี
เพลงนี้เหมาะกับเวลานี้
เพลงนี้ใช้กีตาร์ง่ายๆ
และฮัมเพลงเอาก็ได้ แต่ถ้าจะเล่นให้ดีคุณจ้องเขาถึงอารมณ์เพลงด้วย
ในสมัยที่เขาเรียนมหาลัย เวลามีงานเลี้ยงเขามีกจะร้องเพลงนี้เป็หลัก เพราะเขาร้องเพลงนี้จนชิน
ต่อหน้าเพื่อนและอาจารย์ในมหาลัย
ผู้จัดการได้รับฟังบทเพลงของเขาแล้ว
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ: "ไม่เลวนะ, จบแล้วใช่ไหม"
ั้แ่เข้ามาในประตูจนถึงตอนนี้เด็กฝึกหัดคนนี้ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตัวเขาหลายครั้ง
เขามีความสามารถมากกว่าที่ทีมประเมินของบริษัทเขียนรายงานมา
มีอยู่่เวลาหนึ่งเด็กคนนี้ดูเหมือนจะเจิดจรัสขึ้นมา แต่ก็ไม่นาน
ความสามารถในการร้องเพลงของเขายังไม่ดีพอ
แต่เนื้อเพลงที่เขาร้องไม่นับว่าแย่จนเกินไป
ผู้จัดการขมวดคิ้วเล็กน้อย
และเขาเริ่มเขียนชื่อของรัฐภูมิลงในสมุดบันทึกของเขา ก่อนที่จะกล่าวถามอีกครั้ง
"เพลงนี้ไม่เลว, ชื่อเพลงอะไร"
รัฐภูมิมองไปที่การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าของ
ผู้จัดการและมีความอึดอัดอยู่ในใจ
ความสามารถของไอเท็มขวดเสน่ห์หมดลงก่อนที่เขาจะได้เริ่มร้องเพลง
เขากังวลว่าน้ำเสียงที่เขาร้องจะไม่โดนใจผู้จัดการ
แต่อันที่จริงหลังจากฟังเพลงนี้แล้วผู้จัดการ
เปลี่ยนลำดับเขาขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ทันที
เขารู้ว่าเพลงนี้ฮิตในโลกของเขา
แต่ที่โลกนี้เพลงที่คนฟังกันส่วนใหญ่กลับเป็คนละแนวดัน
เพลงที่นี่เหมือนยังอยู่ต้นยุค 90 เท่านั้นเอง
แต่กลับมีไอเดียสร้างไอดอลแล้ว
รัฐภูมิยิ้มพร้อมกับพูดออกไปว่า:
"เพลงของขวัญ "
ผู้จัดการเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะถามเขา
"คุณวางแผนสำหรับอนาคตอย่างไร"
รัฐภูมิขมวดคิ้วและครุ่นคิดอยู่สองสามวินาที:
"ตอนนี้ผมเป็นักเรียนฝึกหัดมาสองปี
ผมหวังว่าจะใช้โอกาสนี้ในการเดบิวต์เข้ากลุ่มและจากนั้นก็มีผลงานบางอย่างให้บริษัทและแฟน
ๆ พึงพอใจ"
ผู้จัดการอมยิ้มเล็กน้อยและกล่าวกับเขา
"การสัมภาษณ์วันนี้จบลงแล้ว
ดังเชิญกลับไปก่อนและเปิดโทรศัพท์ไว้เพื่อให้แน่ใจว่ามีข่าวที่สามารถแจ้งให้คุณทราบได้
ในครั้งแรก”
เมื่อรัฐภูมิและนิภาเดินออกไป
ผู้จัดการมองไปที่แผ่นหลังของรัฐภูมิ ด้วยความคิดที่ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อรัฐภูมิออกมาจากประตูสำนักงานเขาก็ถอนหายใจ
เขารู้ว่าคำตอบสุดท้ายของการวางแผนอนาคต
โดยทั่วไปแล้วเขาน่าจะไม่สามารถสร้างความประทับใจหรือความพึงพอใจให้ผู้จัดการ
เขายิ่งเสียความมั่นใจเมื่อไอเท็มขวดเสน่ห์หมดลงก่อนเวลา
เวลาก็เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในวันนี้เขายังคงไปซ้อมเต้นและร้องเพลงตามปรกติ
เขาต้องรีบพัฒนาร่างกายและความสามารถให้เร็วที่สุดถ้าหวังว่าจะติดหนึ่งในเก้าคน
การแข่งขันในบริษัทตอนนี้พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว
เขาเดินออกจากบริษัท
และมองไปที่สภาพอากาศเบื้องหน้า ขณะนี้ยังอยู่ใน่กลางฤดูร้อน
เวลาบ่ายสองโมงครึ่งสภาพอากาศในกรุงเทพร้อนไม่ต่างกับตอนเที่ยงวัน
แม้ว่าจะมีต้นไม้จะร่มรื่นให้เห็นเป็ระยะๆ
แต่ก็ยังััได้ถึงไอร้อนที่พัดมาจากถนนสายหลักด้านนอก
เขาใช้เวลาเดินจากบริษัทไปยังหอพักประมาณ
20 นาที ไม่มีรถเมล์และแท็กซี่ราคาเริ่มต้นคือ
35 บาท
และถ้านั่งใกล้แค่นี้เขาก็ไม่รับอีกต่างหาก
ส่วนรถมอเตอร์ไซค์คิวก็ต้องแย่งชิงกับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเช่นกัน
หลังจากคิดได้เขาจึงตัดสินใจเดินกลับบ้านและออกกำลังกายอย่างสบายใจ
ขณะที่เดินอยู่บนท้องถนนเขาได้รับโทรศัพท์จากนิภา
“มีข่าวดีรู้ไหม”
"ผมไม่รู้, ข่าวดีอะไร"
รัฐภูมิรับโทรศัพท์และสงสัยเื่ต่างๆ
เสียงร่าเริงของนิภาในโทรศัพท์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด:
"ผู้จัดการไม่ให้ฉันบอกคุณล่วงหน้าเพียงแต่ให้คุณมาที่ บริษัท ตอน 10
โมงเช้าของวันศุกร์ ใช่, อย่าบอกใครนะว่า
คุณทราบข่าวดีแล้วหลังจากที่คุณมา นอกจากนี้ฉันเพิ่งเพิ่ม Line ของคุณให้เป็เพื่อนกับฉัน
" จากนั้นเธอก็วางสายไป พร้อมทิ้งความสงสัยให้เขาเต็มไปหมด
รัฐภูมิเกาหัวของตัวเองและพูดกับตัวเองว่า
"ข่าวดีอะไรกันนะ? "
แม้ว่าผมอยากจะรู้จริงๆ
แต่เนื่องจากผมได้ถามไปแล้วนิภาก็ยังไม่ได้ให้คำตอบอะไรกับเขา
ปรกติการคุยกับผู้หญิงเขาก็ไม่ค่อยรู้เื่อยู่แล้วการคิดตามสิ่งที่ผู้หญิงคิดนั้นเป็ไปไม่ได้เลย
แต่เขาเชื่อว่าเธอต้องมีเหตุผล
ผู้จัดการที่ฉลาดและมีความสามารถจะเลือกผู้ช่วยที่ไร้ความสามารถมาทำไม
***
เท็นกับพูมือกีตาร์ช่วยกันแต่งเนื้อร้องและทำนอง
พวกเขาแต่งเพลงนี้เพื่อให้เป็ของขวัญในงานแต่งงานของพี่ชาย
ซึ่งเนื้อหาของเพลงจะเป็เื่ราวความรักที่ข้ามผ่านบททดสอบของวัน เวลา
จนเชื่อมต่อกลายเป็ความผูกพัน ที่จะไม่มีสิ่งใดสามารถแยก 2
เราได้ตลอดไป ซึ่งผมเชื่อว่าเพลงนี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกเต็มอิ่มไปด้วยความรัก
ไม่เฉพาะความรักแบบหนุ่ม–สาว
แต่คือความรักทุกความรักที่เรามอบให้แก่กันบนโลกใบนี้