หลังจากที่โผบินมาแสนนาน ก็ต้องใกับภาพที่เห็น ผืนดินที่กำลังลอยอยู่เหนือผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ รอบด้านผืนดินมีโซ่อันมหึมาตรึงเอาไว้ แต่มองไม่เห็นที่สิ้นสุดของโซ่ ดูราวกับว่าผุดหายเข้ากับอากาศ พอแตะลงพื้นดินก็ััได้ถึงความบริสุทธิ์ของผืนดิน ผืนน้ำและอากาศเข้าด้วยกัน รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์ และหมอกหนาปิดกั้นทุกตารางก้าว มีการปลูกบ้านเอาไว้ใกล้ชิดกันดูแล้วน่าจะอบอุ่นไม่น้อย
“อึก”เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ชนเข้ากับอะไรสักอย่างที่ดูนุ่มนิ่ม
“โอ๊ะ ข้าผิดเองที่วิ่งเข้ามาชนท่าน ข้าขอประทานอภัยเ้าค่ะ” เด็กหญิงร่างเล็กย่อขาก้มหัว เพื่อเป็เชิงขออภัย อ้ายฉิงอดใจไม่ไหว นั่งลงมองเด็กน้อยผู้น่ารัก
“ไม่เป็ไรหรอก ว่าแต่เ้าละหนูน้อย เ้าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”
“ขะข้าไม่เป็ไรเพคะเพียงแต่ตอนนี้ข้ากำลังวิ่งหนีเพื่อนรุ่นราวเดียวกันเ้าคะ” เด็กน้อยพูดจาไพรเราะฉะฉานฟังแล้วสบายหู
“ว่าแต่เ้าชื่ออะไร แล้วทำไมต้องวิ่งหนีด้วยลเล่า”
“เอ่ออ..ข้าชื่อหวังเหมย ข้าเป็ลูกครึ่งปีศาจ เพื่อนข้าก็เลยไม่ชอบหน้าข้า บอกว่าข้านั้นไม่เหมือนคนในสำนักหยาง” หวังเหมยทำหน้าเศร้ามองมายังใบหน้าอ้ายฉิงที่ดูยิ้มแย้ม
“ข้าเองก็เป็ลูกครึ่งปีศาจเหมือนกัน ข้าชื่ออ้ายฉิง พ่อของข้าเป็ถึงาาปีศาจเชียวนะ เ้ากลัวข้าหรือเปล่าละ” อ้ายฉิงกางมือออกกว้าง ต้อนรับอ้อมกอดเล็กๆจากหวังเหมยตัวน้อยวัยแปดขวบ
“ทะท่านพี่มีปีกด้วยนี่เ้าคะ มะมัน ใหญ่มากด้วย” หวังเหมยเอื้อมมือคว้าปีกมาไว้ในอุ้งมือเล็ก ทำเอาอ้ายฉิงต้องกลั้นหัวเราะด้วยความจั๊กจี้เล็กน้อย “ท่านพี่าเ็ ที่ปีกท่านพี่มีเืไหลเต็มไปหมดเลย” หวังเหมยยื่นมือไปแตะหยดเืที่หยดตลอด “ทำไมข้าจับไม่โดนเืของท่านพี่กันละ” ทำหน้าใ ก้มมองที่พื้นก็ไม่พบคราบเืติดอยู่
“อันนี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเป็เช่นนี้ั้แ่หนแรก ที่ข้ากางปีกแล้วละ แต่มันก็สวยไปอีกแบบนะ ไม่แน่ข้าอาจจะเปลี่ยนปีกตามที่ข้าอยากได้ก็เป็ไปได้” อ้ายฉิงเพ่งเล็งสมาธิอีกครั้ง
“หยุดก่อนอ้ายฉิง ฝืนทำแบบนี้มีหวังเ้าได้รับาเ็แน่” เยี่ยยิ่งเดินเข้ามาแตะปีก และปีกก็หายไปภายในพริบตา
“ท่านพี่เยี่ยยิ่ง ขอข้าไปกับพวกท่านด้วยจะได้ไหมเ้าคะ” หวังเหมยทำน่าตาออดอ้อน แสดงสีหน้าน่ารักหวังให้เยี่ยยิ่งใจอ่อนยอมให้ได้อยู่ใกล้ชิด
“เช่นไรเ้าไม่ไปอยู่กับเพื่อนและพ่อแม่เ้าละห๊ะ จะตามพวกข้าก็มีแต่จะสร้างปัญหาให้ เห็นข้างดงามเช่นนี้ แต่ข้าก็ไม่ได้ใจดีเยี่ยงหน้าตาข้าหรอกนะ แถมอากาศที่นี่ก็เย็นด้วยเ้ารีบกลับไปนั่งผิงไปที่บ้านเ้าเถอะ”
“แต่ข้าไม่มีแม่ ไม่มีพ่อ และไม่มีเพื่อน ข้าถูกคนอื่นๆเกลียดเพียงเพราะข้าเป็ลูกปีศาจ” อ้ายฉิงลุกขึ้นอุ้มหวังเหมยเดินนำหน้าโดยไม่คิดสนใจเยี่ยยิ่งเลยแม้แต่น้อย
“นี่เ้า อ้าย อ้ายฉิง เ้ามีสิทธิ์เป็หลานข้า เ้าต้องฟังสิ่งที่ข้าพูด อ้ายฉิงงงงง” เยี่ยยิ่งะโเรียกดังลั่น มองไปทางที่มีเด็กหลายคนกำลังถือก้อนหิน เดินตามอ้ายฉิงไป
“หนอยยยย เ้าหวังเหมย เ้าลูกปีศาจ ไปร้องขอให้ผู้ใหญ่ช่วย แค่นี้ก็ทำเป็กลัวซะแล้ว ถ้าพรุ่งนี้เจอเ้าที่ไหน อย่าหวังว่าจะรอดพ้น จากพวกข้าได้” กลุ่มเด็กน้อยกำลังพูดต่อว่าหวังเหมยที่ถูกอ้ายฉิงอุ้มไป
“ระหรือว่า เ้าเห็นเด็กพวกนั้น ก็เลยช่วยเ้าเด็กนั่น นี่ข้าไม่รู้เลยว่า ตอนเ้าเป็เด็กเ้าต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง ผิดที่ข้าเอง ที่เห็นแก่ตัวไม่ยอมตามไปดูแลเ้า โถ่” เยี่ยยิ่งรู้สึกผิดเล็กน้อย จึงเดินเข้าไปหาเด็กกลุ่มนั้น “นี่พวกเ้า ทำไมต้องเที่ยวทำร้ายคนอื่นด้วยห๊ะ วันๆไม่มีอะไรทำหรือไง ไม่แปลกเลยที่เด็กรุ่นหลังถึงได้โง่เขลาเื่วิชานัก เพราะมีคนแบบพวกเ้านี่เอง เชอะ อยู่ไปก็หนักผืนดิน จะข้าฆ่าพวกเ้าทิ้งเลยดีไหม” เยี่ยยิ่งกางกรงเล็บขู่ให้พวกเด็กๆกลัว
“ไม่ใช่นะท่านพี่หญิง พวกข้าก็กำลังตามล่าปีศาจอยู่ ก็นางหวังเหมยนั่นไงละเ้าคะที่เป็ปีศาจ พวกข้าไล่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตายเสียที” คนในกลุ่มนั้นพูดขึ้นมา โดยไม่คิดกลัวคำขู่ที่เยี่ยยิ่งพูดไปก่อนหน้านี้เลย
“พวกเ้า” ตวัดเสียง “รู้ไหมว่าปีศาจก็มีหัวใจ มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป ทำไมต้องไล่ตามเพื่อหวังจะทำร้ายกันด้วย ในเมื่อฝ่ายนั้นไม่ได้คิดจะทำร้ายพวกเ้าก่อน คนที่เป็ปีศาจน่าจะเป็พวกเ้าเสียมากกว่า ถ้าเป็เช่นนี้จะให้ข้าฆ่าทิ้งเลยดีไหม” เหล่าเด็กน้อยรู้สึกกลัวจนตัวสั่น แต่วิ่งหนีไม่ได้ เนื่องมาจากที่เยี่ยยิ่งได้ใช้พลังควบคุมไว้ที่ขา หากเป็คนมีวิชาคงดิ้นหลุดไปนานแล้ว แต่นี่เป็เด็กที่ยังไม่มีวิชาจึงใช้ได้ผล
“คะคือ พวกข้าก็ทำตามสัญชาตญาณ ทะที่ต้องเข่นฆ่าเหล่าปีศาจ ก็เท่านั้นเอง ท่านพี่หญิงปล่อยพวกข้าไปเถิด”
“ถ้าพวกเ้ายังคิดที่จะทำร้าย นางเด็กคนนั่นอีกละก็ ข้าจะฆ่าพวกเ้าทิ้งซะ เข้าใจไหม”
“ขะใจเ้าค่ะ”เหล่าเด็กน้อยพูดขึ้นพร้อมเพรียงกันเป็เสียงเดียว เยี่ยยิ่งจึงคลายพลังออก มองเหล่าเด็กน้อยที่วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง หันเดินไปทางที่อ้ายฉิงอุ้มเด็กน้อยเดินไป
“พวกเ้าน่ะมานั่งมองอะไร ที่ขอบผืนดินกันห๊ะ ยิ่งไม่เก่งวิชาเดี๋ยวก็ตกลงไปยังโลกมนุษย์หลอก” เรียกหาสองคนที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน
“ข้ากำลังฟังเื่ราวของท่านอ้ายฉิงอยู่เ้าค่ะ ข้าเพิ่งได้รู้เื่ราวอันมหัศจรรย์ ของดินแดน มนุษย์ที่อยู่เบื้องล่างด้วยละเ้าค่ะ” หวังเหมยพูดด้วยใบหน้าเปลื้อนยิ้มอย่างมีความสุข อ้ายฉิงก็หันไปมองด้วยรอยยิ้มด้วยเช่นกัน “ท่านเองก็มาฟังด้วยกันสิเ้าคะ” เยี่ยยิ่งเดินไปตามคำชวนของทั้งสอง
“ข้าอยากฟังสิ่งที่เ้าพบเจอในโลกมนุษย์ ั้แ่ที่เ้ารู้ความ ข้ามันไม่ดีที่ไม่เคยอยู่คุ้มครองหลานอย่างเ้า จนต้องเสียยายและแม่ของเ้า ข้าขอโทษเ้าด้วย” เยี่ยยิ่งพูดอย่างสำนึกผิด อ้ายฉิงจึงไปแตะที่แผ่นหลังอย่างให้อภัย
“เื่นี้ก็ผ่านไปแล้ว จะให้กลับไปแก้ไขคงจะไม่ทัน ในเวลานี้จะมานั่งเสียใจ กับอดีตไม่ได้หรอก แต่จะให้ข้าเล่าเื่อดีต ข้าก็ทำได้อยู่แล้วละ” ทุกคนยิ้มกันอย่างมีความสุข
“เื่ราวก็มีอยู่ว่า ข้าน่ะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง กับท่านแม่และท่านยาย แต่ไม่ค่อยมีความสุขมากนักเพราะ…”
……………………………………………………….
จบไปอีกตอนแล้วน้าาาาา ????
รู้สึกว่าแทบไม่มีคนเข้ามาอ่านเลย
[น้อยในอยู่น้าาาาา]
ซูซี่ : ใช่แล้ว เหมี๊ยววว
เ้านาย : งั้น...ของางมือแล้วกันนะ !
ซู่ซี่ : ไม่ได้นะ เหมี๊ยวววว!!!!!!!!! คนอ่านรออยู่นะ
เ้านาย : ก็ไม่มีคนอ่านยังไงล่ะ ไม่มีกำลังใจเขียนต่อเลย
[รอลุ้นแล้วกันนะคะ ว่าจะมาลงนิยายตอนใหม่อยู่ไหม]
บุ๊ยบุยยยยยยย
????????????????????????????????????????????????????????????????????????