ก้นเหวลึกสุดหยั่งถึง ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นมีาแลึกเหวอะหวะน่ากลัวเป็ที่สุด แขนด้านซ้ายของเขาขาดประเด็นไปที่ไหนก็ไม่ทราบได้ หน้าอกบวมช้ำไปหมดรวมถึงมีาแถูกแทงที่หัวใจอีกด้วย ศีรษะด้านซ้ายยุบลงไปจนน่ากลัวเห็นได้ชัดว่าตอนที่ตกลงมาศีรษะของเขากระทบกับแก่งหินหรือโขดหินสักที่หนึ่งถึงได้มีาแที่น่ากลัวเช่นนี้
ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นเรียกได้ว่าอนาถอย่างถึงที่สุดแล้วจริงๆ ร่างของเขาแน่นิ่งเขาตายสนิทจนไม่รู้ว่าจะตายยังไงได้อีก สำหรับเขานี่คงถือเป็จุดจบแล้วกระมัง มีอายุเพียงแค่สิบแปดปีแต่กลับต้องมาตายอย่างอนาถเช่นนี้เรียกได้ว่าชีวิตรันทดสุดๆ
"เป็์ประทานพร หรือโชคชะตาเล่นตลกกับข้ากันแน่ ออกตามหาผู้สืบทอดมาหลายยุคหลายสมัยหายังไงก็หาไม่พบ ่สุดท้ายของชีวิต์กลับส่งเขามาให้ข้าซะอย่างนั้น"
เสียงนี้ดังออกมาจากในสุดของความมืดมิดด้านล่างของผาเทียมเมฆ เสียงนั้นฟังดูเก่าแก่และโบราณฟังแล้วรู้สึกเยือกเย็นสงบนิ่ง ขณะเดียวกันก็ทรงพลังและน่าเกรงขาม
ทันใดนั้นก็มีหมอกแสงจางๆสว่างขึ้นใกล้กับร่างของไป๋ชิงอวิ๋น มิติอากาศสั่นะเือย่างรุนแรง ประหนึ่งว่ามีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกำลังจะปรากฏตัวขึ้น
แคว๊ก
เสียงมิติถูกฉีกทึ้งจนขาดสบั้นพร้อมกันนั้นก็ปรากฏร่างเงาโปร่งแสงขึ้นร่างหนึ่ง ร่างนั้นสวมชุดคลุมปิดบังใบหน้ามือขวาถือคฑา มองดูแล้วน่าจะเป็คฑาเวทมนตร์ มือซ้ายถือหนังสือหนาเตอะอยู่หนึ่งเล่มหน้าปกเขียนไว้ว่า คัมภีร์หมื่นสรรพสิ่ง
"อายุยังน้อยอยู่เลยแต่กลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้ ใต้หล้านี้ไม่มีที่แห่งใดปลอดภัยเลยจริงๆ สำหรับคนหนุ่มไร้พลัง กรงขังที่เรียกว่าจักรวาลนี้ก็ไม่ต่างไปจากขุมนรก"
ร่างเงาโปร่งแสงเอ่ยขึ้นอย่างสังเวชใจ พินิจดูร่างที่ไม่สมประกอบของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า เขาก็อดทอดถอนใจออกมาไม่ได้ ใต้หล้านี้ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือว่าจะผ่านไปแล้วกี่ยุคกี่สมัย สัจธรรมของสิ่งมีชีวิตก็ยังเป็กฎตายตัว เกิด แก่ เจ็บ ตาย ถือเป็เื่ธรรมชาติ
"ได้เจอกับร่างที่สามารถรองรับพลังเวทย์ได้ทั้งที ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเจอในสภาพเช่นนี้" ร่างเงาโปร่งแสงสายศีรษะไปมา "ช่วยไม่ได้คงต้องปลุกเขาให้ตื่นจากความตายเสียก่อน"
มือขวาของร่างเงาโปร่งแสงเริ่มเคลื่อนไหว ชี้นิ้วไปยังร่างของไป๋ชิงอวิ๋น
"ฟื้นฟู"
สิ้นเสียงของร่างเงาโปร่งแสงรอบด้านก็พลันเงียบสงบ บังเกิดแสงสีขาวบริสุทธิ์เข้าปกคลุมร่างกายของไป๋ชิงอวิ๋น ด้วยความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นร่างที่ไม่สมประกอบของไป๋ชิงอวิ๋นเริ่มฟื้นฟูกลับมาด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แขนที่กระเด็นขาดหายไปเริ่มมีเนื้องอกขึ้นมาใหม่ ผ่านขั้นตอนการก่อรูปเปลี่ยนร่างมือซ้ายที่ขาดหายก็กลับมามีสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิม ทรวงอกที่บอบช้ำจากการกระแทกโขดหินแง่หินและแก่งหินต่างๆ ก็ได้รับการฟื้นฟูรวมทั้งรอยแผลที่ถูกกระบี่แทงที่หัวใจนั่นด้วย ศีรษะที่ยุบก็เริ่มกลับมามีสภาพเหมือนเก่า
กาลเวลาผ่านไปเพียงพริบตาเดียวร่างกายของไป๋ชิงอวิ๋นก็กลับมามีสภาพครบสามสิบสองเฉกเช่นเดิม กระบวนการนี้เกิดขึ้นเร็วมาก อีกทั้งยังมหัศจรรย์อย่างถึงที่สุด ร่างเงาโปร่งแสงจ้องมองร่างของไป๋ชิงอวิ๋นอย่างใจเย็นและเฝ้ารอคอย แต่ผ่านไปหนึ่งอึดใจก็แล้ว สองอึดใจก็แล้ว ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นยังคงแน่นิ่งอยู่เช่นเดิม
ร่างเงาโปร่งแสงขมวดคิ้วเข้าหากันจ้องมองพินิจดูร่างของไป๋ชิงอวิ๋นอย่างละเอียด หัวคิ้วของเขาไม่ได้คลายลงเลยสมองครุ่นคิดไปถึงความเป็ไปได้ต่างๆ
"หรือว่าจะต้องใช้เพลิงเทพหงสานิรวาณจริงๆ เหมือนว่าิญญาของเขาจะกลับมาไม่สมบูรณ์ แต่จะเป็ไปได้ยังไง? ก็ในเมื่อเขาเพิ่งจะเสียชีวิตไปเมื่อสักครู่นี้เอง ก่อนที่เราจะมาถึงร่างกายของเขายังไม่ทันจะเย็นด้วยซ้ำ"
ร่างเงาโปร่งแสงคิดไม่ตก แต่ก็ช่วยไม่ได้กรณีแบบนี้ถือว่าเป็ครั้งแรกสำหรับเขามันย่อมทำใจเชื่อได้ยากอยู่แล้ว เวลาไหลผ่านแต่ไป๋ชิงอวิ๋นก็ยังคงไม่ได้สติกลับมา ร่างเงาโปร่งแสงเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้น เขาลังเลใจไม่กล้าตัดสินใจให้เด็ดขาดเพราะร่างของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าร่างนี้อ่อนแอไม่ต่างอะไรกับกระดาษทิชชู่เปียก
หากใช้เพลิงเทพหงสานิรวาณจริงๆแทนที่เขาจะได้ฟื้นคืนชีวิตกลับมา ก็คงจะโดนเปลวเพลิงนี้แผดเผาและตรงดิ่งกลับสู่ยมโลกอีกครั้งเป็แน่ ในระหว่างที่ลังเลสองจิตสองใจอยู่นั้นร่างของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าก็เริ่มขยับ จากนั้นก็เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ
ดวงตาใสแจ๋วของเด็กหนุ่มสบสายตากับร่างเงาโปร่งแสงเข้าอย่างพอดิบพอดี เด็กหนุ่มเผยสีหน้าตื่นตะลึงออกมา ขณะเดียวกันปลายนิ้วชี้ของร่างโปร่งแสงเปลวเพลิงสีแดงฉานก็ดับวูบไป
เด็กหนุ่มพินิจดูร่างเงาโปร่งแสงเบื้องหน้าขณะเดียวกันความรู้สึกของเขาก็เริ่มกลับมา เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแล้วลูบคลำหน้าอกของตัวเองว่ายังมีาแอยู่หรือไม่ ผ่านไปไม่นานสีหน้าของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนไป ดวงตาฉายแววแห่งความเ็ปออกมา เขากัดริมฝีปากแน่นแต่ก็ทนความเ็ปนี้ไม่ไหว
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกุมศีรษะเข่าสองข้างงอลงทรุดตัวลงนั่งอยู่กับพื้น อาการปวดหัวเฉียบพลันอย่างรุนแรงนี้ตลอดชีวิตของเด็กหนุ่มไม่เคยเจอมาก่อน หลังจากความเ็ปที่ทวีถาโถมเข้ามาก็ยังมีความทรงจำั้แ่เด็กของไป๋ชิงอวิ๋นไหลเข้ามาในสมองของเขาอีกด้วย ไม่สิบอกแบบนี้ก็ไม่ถูก ในกรณีนี้คงพูดได้ว่าคนความจำเสื่อมได้ความทรงจำของตัวเองกลับคืนมาจะดีกว่า
เด็กหนุ่มพยายามข่มกลั้นความเ็ปที่ปะเดปะดังเข้ามา เขาอดทนต่อความเ็ปนั้นอย่างสุดชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเสียงแห่งความเ็ปดังลอดออกมาจากริมฝีปากของเขาอยู่ดี
ร่างเงาโปร่งแสงพินิจดูร่างของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยอาการตกตะลึง เขาตกตะลึงเข้าแล้วจริงๆเหตุการณ์เบื้องหน้าถือว่าเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อเป็อย่างมาก เขามองเห็นกาลเวลาทับซ้อนและิญญาของคนสองคนกำลังประสานกัน เหตุการณ์เช่นนี้หากเกิดขึ้นกับบุคคลที่มีพลังแข็งแกร่งเขาจะไม่รู้สึกใเลยแม้แต่น้อย
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้และกลิ่นอายิญญาที่เขาััได้ มันชัดเจนมากเลยว่าิญญาสองดวงที่กำลังหลอมประสานกันล้วนแล้วแต่เป็ดวงิญญาที่อ่อนแอทั้งคู่ ิญญาสองดวงนี้ยังไม่เคยฝึกฝนวิชาลมปราณและวิชาิญญาใดๆเลย การเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นหากไม่ใช่ปาฏิหาริย์ นี่ก็คือโชคชะตา หรือไม่ก็์กำหนดไว้แล้วกระมัง
หลังจากได้สติกลับมาร่างเงาโปร่งแสงก็ถอยหลังไปสองก้าว จากนั้นก็ยืนรอด้วยความใจเย็น กับสถานการณ์ที่พิลึกพิลั่นเช่นนี้ เขาไม่กล้ายื่นมือเข้าแทรกแซงใดๆทั้งสิ้น เพราะหากทำซี้ซั้วอาจทำให้ิญญาที่อ่อนแอสองดวงนี้แหลกสลายไปเลยก็ได้
เด็กหนุ่มที่รู้สึกปวดหัวอย่างหนักตอนนี้สีหน้าของเขาพะอืดพะอมเป็อย่างมาก เพราะเขาได้รับความทรงจำของไป๋ชิงอวิ๋นมาแล้วอย่างครบถ้วน และความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดนั้นก็คือความทรงจำก่อนที่เขาจะตาย อารมณ์ทั้งหมดความรู้สึกทั้งหมดฉายชัดอยู่ในความรู้สึกและดวงตา ตอนนี้เด็กหนุ่มมีหลากหลายอารมณ์จนยากจะควบคุม
มีทั้งความรู้สึกดีใจ โกรธแค้น เกลียดชัง โล่งใจ อารมณ์ทั้งหลายเหล่านี้ผสมปนเปกันไปจนทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน เด็กหนุ่มเริ่มรวบรวมสติแล้วคิดถึงเื่ของตัวเอง เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเข้าไปห้ามชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังทะเลาะกัน จากนั้นก็มีปากเสียงกันขึ้นเขาถูกยิงด้วยปืนสั้นถึงหกนัด ะุหกเม็ดฝังแน่นเข้าที่กลางอก
เขามั่นใจได้ว่าตัวเองน่าจะตายไปแล้ว แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ อีกทั้งยังมีความทรงจำของคนที่ชื่อไป๋ชิงอวิ๋นไหลเข้ามาในหัวของเขาอีก เื่นี้ทำให้เด็กหนุ่มสับสนเป็อย่างยิ่ง เขาอยากจะคิดให้ลึกซึ้งกว่านี้แต่หัวที่ปวดก็ไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย
เด็กหนุ่มทำได้เพียงแค่รวบรวมสติให้อยู่กับตัวเอง จากนั้นเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเงยหน้าขึ้นทั้งที่มือยังกุมศีรษะอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างเงาโปร่งแสงร่างหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีม่วงครามคล้ายกับชุดของจอมเวทย์ อีกทั้งมือขวายังถือคฑามือซ้ายถือหนังสือเล่มสีเขียวหนาเตอะเอาไว้ ร่างเงาโปร่งแสงนั้นก็จ้องมาที่เด็กหนุ่มอยู่เช่นกัน
แววตาของเด็กหนุ่มเริ่มเป็ประกายขึ้นมาในหัวของเขาเริ่มมีความคิดที่โคตรจะแฟนตาซีเกิดขึ้น
"หรือว่าเราจะได้เกิดใหม่ในต่างโลก...." ริมฝีปากของเด็กหนุ่มเผยอขึ้นเขาพูดงึมงำกับตัวเอง
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะแ่เบาแต่ก็ไม่อาจหลุดรอดจากััของร่างเงาโปร่งแสงเบื้องหน้าไปได้ ร่างเงาโปร่งแสงได้ยินก็อึ้งงันไป ในหัวคิดถึงความเป็ไปได้ต่างๆมากมาย
เขาเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา "เมื่อครู่เ้าบอกว่าเกิดใหม่ในต่างโลกหรือ?"
เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งตะลึงไป เขาอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องกลืนคำพูดเ่าั้ลงไปในลำคอ เขาไม่รู้จะอธิบายกับเื่เหล่านี้ยังไงเพราะเื่ที่เกิดขึ้นมันโคตรจะแฟนตาซีมากจนเกินไป มากเกินไปเลยจริงๆ
โฮก~~~
ขณะนั้นเองในป่าที่มีแต่ความมืดมิดห่างออกไปเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของสัตว์ดุร้ายก็ย่างกรายเข้ามา เหมือนว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่ใหญ่โตเกิดขึ้น สัตว์ดุร้ายเริ่มเข่นฆ่ากันและมีบางส่วนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่
ร่างเงาโปร่งแสงเมื่อเห็นดังนั้นก็เคาะคฑาลงที่พื้นเล็กน้อย มิติรอบด้านสั่นะเืขึ้นมาจากนั้นร่างเงาโปร่งและเด็กหนุ่มก็หายวับไปจากพื้นที่ตรงนั้นทันที