ครึ่งเดือนต่อมา
ในขณะที่หนานิกำลังฝึกฝนอยู่ จู่ๆเหรินจ้าวก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ นายท่านดูเหมือนว่าจะมีผู้ตรวจการระดับทองจากสำนักผู้ตรวจการแห่งแคว้นฉินโจวมาที่เมืองและเห็นว่าคุณหนูหนานหลินมีศักยภาพสูง นางจึง้าให้คุณหนูหนานหลินไปเป็ศิษย์ของนาง
จากที่ข้าให้คนไปสืบมาผู้ตรวจการคนนั้นมีนามว่า ปิงมู่หลิง นางมีความแข็งแกร่งระดับปรมาจารยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ส่วนสำนักผู้ตรวจการก็เป็หน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อราชสำนักและองค์จักรพรรดิโดยตรง โดยคนที่จะเป็ผู้ตรวจการได้จะต้องมีพลังยุทธ์ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขึ้นไป ”
สำนักผู้ตรวจการมีหน้าที่ในการตรวจสอบและจับกุมขุนนางที่ทุจริตหรือตระกูลต่างๆที่คิดที่จะฏต่อราชวงศ์เหยียน พวกเขาสามารถจับกุมหรือสังหารขุนนางเ่าั้ได้โดยตรง ถ้าหากพวกเขาตรวจสอบแล้วว่ามีความผิดจริง
ซึ่งหน่วยงานนี้เป็หน่วยงานที่ทรงพลังอย่างยิ่งเพราะผู้บัญชาการสำนักตรวจการก็คืออ๋องเหยียนลั่ว พี่ชายขององค์จักรพรรดิและเขาก็ยังเป็ราชันยุทธ์ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของอาณาจักรต้าเหยียนอีกด้วย
หนานิหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ ดูเหมือนว่าเ้าพวกนั้นจะมีสายตาที่ดีจริงๆ แต่การที่พี่จะไปหรือไม่ไปมันก็ขึ้นอยู่กับนางไม่มีใครสามารถบังคับนางได้ แล้วพี่สาวข้าตกลงหรือไม่? ”
เนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมา หนานิได้มอบทรัพยากรจำนวนมากให้กับหนานอวี้และหนานหลิน ทำให้พร์ของทั้งสองสูงขึ้นมาก ในอดีตเครื่องวัดพร์ของทั้งสองอยู่ในระดับสีเขียวฟ้า ปัจจุบันพร์ของทั้งสองอยู่ในระดับฟ้าม่วงแล้ว ไม่สิต้องบอกว่าเกือบจะเป็สีม่วงทั้งหมดแล้วด้วย
เวลานี้ตระกูลหนานเองก็แข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมแล้วเหมือนกัน ทุกๆอย่างกำลังพัฒนาไปได้ด้วยดี
อย่างเช่นหนานหยุนเฟยผู้นำตระกูลหนานที่ปัจจุบันเป็ถึงอาจารย์ยุทธ์ขั้นต้นและในตระกูลก็มีระดับยอดยุทธ์มากกว่าห้าสิบคนแล้ว
ส่วนหนานอวี้และหนานหลิน ทั้งสองก็เข้าสู่ระดับยอดยุทธ์ได้สำเร็จ ซึ่งทั้งสองก็อยู่ในระดับยอดยุทธ์ขั้นปลายอีกด้วย ด้วยอายุของทั้งสองเชื่อได้ว่าอีกไม่นานทั้งสองจะต้องไปถึงระดับอาจารย์ยุทธ์ก่อนยี่สิบปีอย่างแน่นอน
ระดับอาจารย์ยุทธ์วัยยี่สิบปี ทั่วทั้งเขตเหอหนานถือได้ว่าเป็อัจฉริยะ พวกเขาถือได้ว่าเป็เสาหลักในอนาคตของกองกำลังใหญ่ต่างๆได้เลย
“ คุณหนูหลินตอนนี้ขอคิดอยู่ขอรับ เนื่องจากนางเองก็ไม่อยากที่จะห่างจากตระกูลหนาน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็มีความคิดที่จะไปยังสำนักผู้ตรวจการเพราะเมื่อนางแข็งแกร่งขึ้น ตระกูลหนานก็จะปลอดภัยมากขึ้น ” เหรินจ้าวตอบ
“ เข้าใจแล้ว ” หนานิพยักหน้ารับ
เนื่องจากหนานเฟยหยุนบอกกับทุกๆคนในตระกูลว่าทรัพยากรที่พวกเขาได้มานั้นมาจากหนานิ ซึ่งหนานิรับยอดฝีมือท่านหนึ่งเป็อาจารย์ ส่วนหม่าซีเยว่ที่เป็ผู้สอนก็เป็ยอดฝีมือที่ติดตามอาจารย์ของหนานิ นางอยู่ที่นี้ก็เพราะ้าฝึกฝนหนานิโดยเฉพาะและตระกูลหนานก็ได้รับอานิสงค์ไปด้วย
ทุกคนในตระกูลหนานรู้แค่ว่าหม่าซีเยว่นั้นแข็งแกร่งแต่ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งมากน้อยขนาดไหน แต่ทุกคนรู้ดีว่าอย่างน้อยๆความแข็งแกร่งของหม่าซีเยว่ก็อยู่เหนือกว่าระดับปรมาจารย์ยุทธ์อย่างแน่นอน
เพราะเหรินจ้าวที่เป็ผู้ฝึกสอนให้กับตระกูลหนานก็ยังเป็ปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นต้น แต่เขาก็บอกด้วยตัวเองว่าหม่าซีเยว่นั้นเหนือกว่าระดับปรมาจารย์ยุทธ์มาก
หนานหลินเองก็ได้รับการฝึกฝนจากหม่าซีเยว่ด้วยเหมือนกัน แต่สำหรับนางการที่นางสามารถเืเดินเส้นทางได้เองนั้นคือสิ่งที่นาง้ามากกว่า
“ แล้วตอนนี้ผู้ตรวจการคนนั้นอยู่ที่ไหน? ” หนานิถามขึ้น
“ ตอนนี้พักอยู่ที่เมืองฮุ่ยขอรับ นางมักจะไปหาหนานหลินและพูดคุยกันเป็ประจำ ข้าน้อยคิดว่าอีกไม่นานข่าวที่ผู้ตรวจการสนใจหนานหลินจะต้องกระจายไปทั่วทั้งเมืองฮุ่ยอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นอำนาจองตระกูลหนานก็จะเพิ่มมากขึ้นขอรับ ” เหรินจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
หนานิกุมคาง อำนาจตระกูลหนานย่อมสูงขึ้นอย่างแน่นอนเพราะสำนักผู้ตรวจการถือว่าเป็กองกำลังใหญ่ พวกเขาสามารถลงโทษเ้าหน้าที่หรือขุนนางได้โดยตรง การที่คนในตระกูลสามารถเข้าร่วมกับสำนักผู้ตรวจการได้ถือว่าสุสานของบรรพบุรุษของพวกเขามีควันสีเขียวลอยออกมาแน่ๆ
“ เอาล่ะเื่นั้นปล่อยให้พี่สาวตัดสินใจเอาเอง ” หนานิกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะสำหรับเขาต่อให้พี่สาวไปอยู่ที่ไหนเขาก็สามารถไปหาได้ตลอดเวลา
ไม่นานนักข่าวที่ปิงมู่หลิงซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการระดับทองของสำนักผู้ตรวจการสนใจหนานหลินซึ่งเป็น้องสาวของหนานอวี้ ทำให้หนานหลินกลายเป็จุดสนใจของกองกำลังภายในเมืองฮุ่ยและเมืองอื่นๆทันที
ปิงมู่หลิงเป็ผู้ตรวจการระดับทองของสำนักผู้ตรวจการ ความแข็งแกร่งของนางอยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ด้วยความที่นางอายุเพียงแค่สี่สิบปี ทำให้นางมีโอกาสที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ในอนาคตอย่างแน่นอน
สำหรับการที่จะเข้าร่วมกับสำนักผู้ตรวจการได้มีอยู่สองวิธีได้แก่การผ่านการคัดเลือกและการกลายเป็ศิษย์ของผู้ตรวจการคนใดคนหนึ่ง
สำนักผู้ตรวจการถูกแบ่งออกเป็สี่ระดับด้วยกันได้แก่ระดับทองแดง ระดับเงิน ระดับทอง ระดับม่วง
ระดับทองแดงคือผู้ตรวจการฝึกหัด ถ้าหากพวกเขาทำภารกิจได้เรื่อยๆก็จะกลายเป็ผู้ตรวจการระดับเงิน
ผู้ตรวจการระดับเงินจะต้องมีความแข็งแกร่งระดับอาจารย์ยุทธ์ พวกเขาคือกำลังสำคัญของสำนักผู้ตรวจการ เพราะพวกเขามักจะถูกส่งไปสืบข่าวต่างๆที่สำนักผู้ตรวจการได้รับคำสั่งมา
ผู้ตรวจการระดับทองจะต้องมีความแข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ยุทธ์หรือบรรพจารย์ยุทธ์ เขาคือเสาหักของสำนักผู้ตรวจการ พวกเขามีหน้าที่ในการจับกุมหรือสังหารขุนนางหรือเ้าหน้าที่ที่ถูกระบุแล้วว่าเป็คนผิดจริงๆ
ผู้จัดการระดับม่วงจะต้องมีความแข็งแกร่งระดับปราชญ์ยุทธ์ พวกเขาคือหัวหน้าหน่วยของผู้ตรวจการระดับทอง พวกเขาคือคนออกคำสั่งให้ผู้ตรวจการระดับทอง
สำหรับข่าวนี้ทำให้หนานเฟยหยุนและซวี่ลั่วมุ่งหน้าไปยังสถาบันฮวงเทียนเพื่อพูดคุยกับหนานหลินโดยเฉพาะ
ไม่นานนักหนานหลินก็ตกลงที่จะไปยังสำนักผู้ตรวจการโดยเป็ศิษย์ของปิงมู่หลิง ซึ่งนี้คือการตัดสินใจของหนานหลินเอง
เมื่อหนานหลินตกลงเป็ศิษย์ของปิงมู่หลิงผู้ตรวจการระดับทองของสำนักผู้ตรวจการ ตระกูลหนานจึงจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่
เ้าเมืองเย่เจียงและเ้าเมืองที่อยู่รอบๆ แม้กระทั้งสำนักร้อยบุปผา รวมไปถึงตระกูลน้อยใหญ่ต่างก็มุ่งหน้ามาที่ตระกูลหนานเพื่อแสดงความยินดี
หนานิไม่ได้เข้าร่วมงานฉลอง เพราะเขาฝึกฝนอยู่ที่ด้านหลังตระกูลหนาน เนื่องจากหนานิตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับสถาบันฉินเยี่ย
สถาบันฉินเยี่ยคือสถาบันอันดับหนึ่งของแคว้นฉินโจวซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของฉินอ๋องเหยียนเฉิน การที่จะเข้าร่วมกับสถาบันฉินเยี่ยได้จะต้องเป็รุ่นเยาว์ที่มีพร์มากเพราะสถาบันนี้รวบรวมรุ่นเยาว์ทั่วทั้งแคว้นฉินโจวเอาไว้
หลายวันต่อมา
หนานิและครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเพราะอีกไม่นานหนานหลินก็จะติดตามมู่ปิงหลิงไปยังสำนักผู้ตรวจการที่ตั้งอยู่ที่เมืองต้าฉินแล้ว
เมืองต้าฉินคือเมืองหลวงของแคว้นฉินโจว ซึ่งเป็ที่อยู่อาศัยของฉินอ๋องเหยียนเฉินและยังเป็ที่ตั้งของสถาบันฉินเยี่ยอีกด้วย
“ น้องเล็กเ้าจะต้องผ่านการทดสอบที่สถาบันฉินเยี่ยให้ได้นะ พี่สาวจะรอเ้าอยู่นั้น ” หนานหลินกล่าวพร้อมกับสวมกอดหนานิด้วยความรักและเอ็นดู
“ ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะต้องผ่านการทดสอบอย่างแน่นอน ท่านก็รู้ว่าข้าน่ะอัจฉริยะขนาดไหน ” หนานิหัวเราะเบาๆและยิ้มอย่างมั่นใจ
หนานหลินยิ้มเพราะนางรู้มาจากพ่อว่าหนานิมีพร์ระดับทองม่วง ซึ่งถือว่าเป็พร์ที่สูงมากเมื่อเทียบกับนาง ซึ่งพร์นี้สามารถเข้าร่วมกับสถาบันฉินเยี่ยได้แน่นอน
หนานิหันไปมองหนานอวี้และถามขึ้นว่า “ พี่หนานอวี้ท่านไม่คิดที่จะเข้าร่วมกับสำนักผู้ตรวจการบ้างหรือ ข้าเชื่อว่าด้วยพร์ของท่านน่าจะเข้าร่วมกับสำนักผู้ตรวจการได้อย่างไม่มีปัญหา ”
พร์ของหนานอวี้เองก็ถูกยกระดับขึ้นมาเหมือนกัน แต่ด้วยอายุที่มากทำให้เขาถูกมองว่าไม่ได้อัจฉริยะเท่ากับน้องสาวของเขา
หนานอวี้ส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ไม่หรอกข้าอยากที่จะอยู่ที่สถาบันฮวงเทียนมากกว่า ”
“ น้องเล็กไม่ต้องพูดมากหรอก พี่ใหญ่อยากจะอยู่กับพี่สาวจ้าวเซียนน่ะ ” หนานหลินกล่าวเสริมพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
หนานอวี้เองก็ยิ้มรับเท่านั้น เพราะสิ่งที่หนานหลินกล่าวมานั้นคือความจริง เขาคิดที่จะอยู่กับจ้าวเซียนที่เมืองฮุ่ยและเขาก็จะพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อให้ตระกูลจ้าวยอมรับเขา ไม่ใช่เพราะเขาคือคนที่ท่านหยางผิงยอมรับ เขา้าให้ตระกูลจ้าวยอมรับตัวตนของเขาหนานอวี้!
หลังจากที่หนานหลินอยู่กับครอบครัวได้ห้าวัน นางก็ได้ติดตามอาจารย์ปิงมู่หลิงไปยังเมืองต้าฉิน ด้วยการใช้สัตว์อสูรอย่างวิหควายุทมิฬ ซึ่งเป็สัตว์อสูรระดับสูงเทียบเท่ากับระดับอาจารย์ยุทธ์ของมนุษย์
เมื่อหนานหลินเดินทางไปแล้ว หนานิจึงได้แอบส่งหม่าซีเยวติดตามหนานหลินไปด้วยเผื่อปกป้องหนานหลินโดยเฉพาะ
เนื่องจากเมืองต้าฉินนับว่าเป็เมืองหลวงของแคว้นฉินโจวยอดฝีมือมีจึงอยู่เป็จำนวนมาก แม้กระทั้งระดับราชันยุทธ์ก็ยังมี ทำให้หนานิไม่กล้าที่จะส่งคนอื่นไปคุ้มกันพี่สาวของเขา
หยางผิงที่อยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์แล้ว แต่เขามีหน้าที่ต้องคอยดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรอยู่จึงไม่สามารถไปไหนได้
ส่วนผู้คุ้มกันคนอื่นๆ พวกเขาก็ยังอ่อนแอเกินไปที่จะไปปกป้องหนานหลิน เพราะฉะนั้นจึงมีเพียงแค่หม่าซีเยว่เพียงคนเดียวที่แข็งแกร่งพอ ทำให้มีเพียงการส่งหม่าซีเยว่ที่เป็ผู้คุ้มกันของหนานิติดตามไปด้วยเท่านั้น
สำหรับไป๋จวินและเฮยจวิน ทั้งสองคนมีหน้าที่ฝึกฝนกองกำลังลับอยู่ ทั้งสองจึงไม่สามารถไปปกป้องหนานหลินได้
แต่ทว่าหนานิก็ได้บอกให้ไป๋จวินและเฮยจวินให้สลับกันมาฝึกสอนคนของตระกูลหนานเป็บางครั้ง
ถึงอย่างไรไป๋จวินและเฮยจวินก็มีความแข็งแกร่งและมีทักษะดาบและกระบี่ที่ยอดเยี่ยม เพราะฉะนั้นการได้ทั้งสองมาฝึกสอนก็นับว่าเป็เื่ที่ดีสำหรับตระกูลหนาน
หลายวันต่อมา
หนานิกำลังนั่งเล่นอยู่ที่ห้องพักของตัวเอง โดยที่ด้านหน้าของเขามีการ์ดตัวละครสีทองแดงลอยอยู่ด้านหน้า
[ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ ไห่เฉียนแห่งสำนักทวนราตรี ตัวละครระดับทองแดง ความแข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]
[ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ]
หนานิถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ ดูเหมือนว่าดวงเดือนนี้ของข้าจะไม่ดีเอาเสียเลย ” หนานิอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา แม้ว่าระดับปรมาจารย์ยุทธ์จะดีแต่ก็แค่ระดับทองแดงเท่านั้น ไม่สามารถเทียบกับเงินหรือระดับทองได้เลย แต่ในเบื้องต้นถือว่าใช้งานได้ อีกอย่างด้วยระดับปรมาจารย์ยุทธ์เขาสามารถให้ไห่เฉียนร่วมมือกับเหรินจ้าวในการดูแลหมู่บ้านหยุนฉางได้อีกด้วย
“ ช่างเถอะอย่างน้อยก็มีคนเพิ่ม ” หนานิส่ายหน้าเบาๆก่อนที่เขาจะเรียกไห่เฉียนออกมา
“ ไห่เฉียนคาระวะนายท่าน ” ไห่เฉียนกล่าวด้วยความเคารพ
หนาหนมิงพยักหน้ารับก่อนที่จะเรียกเหรินจ้าวมา
“ จากนี้ไปไห่เฉียนจะเป็ผู้ช่วยของเ้า ” หนานิกล่าว
เนื่องจากตอนนี้เหรินจ้าวเป็อาจารย์ฝึกสอนของตระกูลหนานและยังเป็อาจารย์สอนวิชาดาบให้กับคนของตระกูลหนานอีกด้วย ถ้าหากได้ไห่เฉียนที่ถนัดวิชาทวนด้วยก็ยิ่งทำให้ตระกูลหนานแข็งแกร่งขึ้นมาก
แม้ว่าตอนนี้เหรินจ้าวจะมีความแข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นปลาย ยังอ่อนแอกว่าไห่เฉียน แต่ด้วยการที่เหรินจ้าวเข้าใจเื่ราวต่างๆได้มากกว่าทำให้เขาเป็หัวหน้าของไห่เฉียนได้
“ ขอรับนายท่าน ” เหรินจ้าวกล่าวจบเขาก็พาไห่เฉียนไปทำความเข้าใจที่นี้ก่อน
หลังจากที่เหรินจ้าวและไห่เฉียนจากไป หนานิก็มองไปยังท้องฟ้าสีครามที่อยู่นอกหน้าต่างด้วยแววตาหลากหลาย
“ ช่างเป็่เวลาที่สงบสุขจริงๆ อยากให้มันเป็แบบนี้ตลอดไปเลยแหะ ” หนานิยิ้มจางๆจากนั้นเขาก็คิดที่จะไปเดินเล่นทีู่เามู่อวิ๋น
ใน่เวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ูเามู่อวิ๋นได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดมานานแล้ว ซึ่งบนูเามีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือสัตว์อสูรระดับสามหรือเทียบเท่ากับระดับอาจารย์ยุทธ์ของมนุษย์
เพราะแบบนี้หนานิจึงสามารถเข้าออกูเามู่อวิ๋นได้อย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งรอบๆหมู่บ้านหยุนฉางได้ถูกเฮยจวินขับไล่สัตว์อสูรระดับสองหรือสามไปยังใจกลางูเาแล้วด้วย เพราะแบบนี้ทำให้หมู่บ้านที่อยู่รอบๆูเามู่อวิ๋นพบเจอกับสัตว์อสูรระดับสองหรือสามได้น้อยมาก