การระเบิดที่เกิดจากมิคาเอลในครั้งนั้นทำให้ที่ตั้งของวังแห่งแสงและเมืองที่อยู่ในบริเวณรอบๆหายไปในพริบตาเหตุการณ์ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นหายนะเลยก็ว่าได้เพราะเมื่อข่าวนี้ถูกแพร่กระจายออกไปได้ไม่นานกลุ่มคนที่มีอำนาจเริ่มที่จะก่อสงครามต่างๆเพื่อขยายอำนาจทันทีเพราะไม่มีคนที่คอยควบคุมหรือกดดันนั่นทำให้เกิดปัญหามากมาย กลุ่มโจรเองก็เพิ่มจำนวนและขนาดมากขึ้นเรื่อยๆจนมีขุมกำลังเท่ากับเมืองเมืองหนึ่งเลยทีเดียว ขณะนี้พูดได้ว่าทุกคนได้เข้าสู่ยุคแห่งความปั่นป่วนแล้วส่วนเซฟิรอสหลังจากการระเบิดนางก็ได้เดินทางไปทั่วพร้อมกับปล่อยข่าวลวงที่ว่ามิคาเอลได้เสียสละตนเองเพื่อป้องกันบางสิ่งที่ออกมาจากรอยแยกมิติทำให้เกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นหากนางพูดความจริงที่เกิดขึ้นออกไปด้วยพลังที่ลดลงมาของนาง นางอาจจะถูกตามฆ่าจากหลายฝ่ายจากนั้นตัวนางใช้พลังที่เหลือในการตามหาคนที่สามารถนำเพลิงทมิฬออกจากตัวนางได้แต่ก็ต้องผิดหวังแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ถอดใจและได้ก่อตั้งสำนักของตัวเองขึ้นมาและกระจายคนไปทั่วโลกเพื่อหาคนหรือสิ่งของที่ช่วยนางได้และเรื่องนี้ก็ผ่านพ้นมานานเกือบ10ปีแล้วและในขณะเดียวกันในเมืองจุดเริ่มต้นซึ่งเป็นเมืองที่ไม่เล็กไม่และใหญ่มาก แต่กลับมีคนอยู่หนาแน่นที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองที่มิคาเอลได้ทิ้งมรดกไว้ก่อนที่จะไปตั้งที่อยู่ที่เป็นหลักแหล่งนั่นคือวังแห่งแสงและภายในเมืองจุดเริ่มต้นมีอยู่หลายตระกูลด้วยกันแต่จะมีตระกูลใหญ่อยู่เพียง3ตระกูลเท่านั้น
''ลุกขึ้นแล้วไปเช็ดพื้นต่อซะเจ้าคนไร้ความสามารถ''เสียงของหัวหน้าตระกูลเบลดังขึ้นขณะที่ใช้เท้าเตะไปที่เด็กตัวเล็กๆผอมแห้งคนหนึ่งและเด็กคนนี้ในตอนแรกไม่ควรจะมาตกอยู่ในสภาพนี้แต่เพราะเดิมทีเด็กคนนี้มีสายเลือดของคนในตระกูลแต่ด้วยเกิดมาก็ทำให้พ่อและแม่ต้องตายโดยไร้สาเหตุจึงทำให้ไม่มีใครคอยดูแลคนในตระกูลเองกลับพากันถอยห่างไปหมดพูดได้ว่าเด็กคนนี้ไม่มีความสัมพันธ์กับคนในตระกูลเลยแม้แต่นิดเดียวและตอนนี้เด็กคนนี้อีกเพียง3วันก็อายุครบ10ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถปลุกประตูพรสวรรค์ออกมาได้นั่นจึงทำให้เด็กคนนี้ถูกทารุณและถูกสั่งให้เป็นเพียงคนรับใช้ในตระกูลเบลไปตลอดชีวิตและถ้าหากเด็กคนไหนไม่สามารถปลุกประตูสวรรค์ได้ก่อนอายุ10ปีเด็กคนนั้นจะถูกตราหน้าว่าเป็นขยะถึงจะฝึกไปก็ไร้ค่าและเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ
''ข้าไม่ใช่คนไร้ความสามารถ ซักวันหนึ่งข้าจะยืนอยู่เหนือคนทั้งหมดนั่นรวมถึงตัวของเจ้าด้วย''เด็กคนนั้นพูดออกมาด้วยแววตาแน่วแน่และพูดออกมาโดยไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธมากกว่าเดิมปัง! หัวหน้าตระกูลเบลเตะซ้ำไปอีก1ครั้งจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด
''ไร้สาระถึงเจ้าจะชื่อมิคาเอลแล้วยังไง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นท่านคนนั้นรึยังไงกัน ไสหัวออกไปได้แล้ว''มิคาเอลไม่มีทางเลือกได้แต่กัดฟันและเดินออกไปเพื่อไปเช็ดพื้นในห้องอื่นๆต่อแต่ภายในจิตใจของเด็กที่ชื่อมิคาเอลคนนี้กลับมีดวงวิญญาณอีกดวงอยู่ และตอนนี้ดวงวิญญาณดวงนั้นกำลังโมโหอย่างมาก'ไอ้บัดซบ รอก่อนอีกแค่3วันเท่านั้น ข้าจะออกไปทวงทุกอย่างคืนกลับมาและบดขยี้ทุกอย่างที่ข้าไม่ชอบทิ้ง'ใช่ดวงวิญญาณดวงนี้คือดวงวิญญาณของมิคาเอลเมื่อ10ปีก่อนและเด็กที่ชื่อมิคาเอลคนนี้คือร่างเกิดใหม่นี่คือความสามารถของประตูพรสวรรค์ประตูที่6ของมิคาเอลเพียงแค่ต้องรอให้ร่างเกิดใหม่อายุครบ10ปีก่อนจากนั้นดวงวิญญาณทั้ง2จึงจะหลอมรวมกัน เมื่อนั้นมิคาเอลทั้ง2จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อยหากร่างเกิดใหม่ถูกฆ่าตายก่อนอายุ10ปีทุกอย่างก็จะจบ
''ข้ากลับมาแล้ว''มิคาเอลในร่างเด็กพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในกระท่อมเก่าๆซ่อมซ่อแต่แล้วมิคาเอลก็ต้องกำมือแน่นเพราะด้านในกระท่อมกลับมีเด็กผู้หญิงอายุเท่าๆกับมิคาเอลนั่งรออยู่2คน
''มิคาเอลเจ้ากลับมาแล้ว เฟรย์ญ่ามีเรื่องจะพูดกับเจ้าเพราะงั้นข้าออกไปก่อนนะ''เด็กหญิงที่ใส่ชุดราวขอทานพูดขึ้นและเดินออกไปจากกระท่อม มิคาเอลมองไปที่หญิงอีกคนที่เหลือและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก
''มีเรื่องอะไรกับข้าก็รีบพูดมา''มิคาเอลไม่ชอบคนตรงหน้านักเพราะเมื่อก่อนกลุ่มของมิคาเอลมีทั้งหมด4คนโดยเพื่อนคนแรกที่เป็นผู้หญิงได้ถูกนักรบที่มีระดับสูงพาไปเรียนที่ทวีปหลักคือทวีปแห่งแสงและคนที่2คือเฟรย์ญ่า แต่เมื่อ3ปีก่อนเฟรย์ญ่าเกิดปลุกประตูพรสวรรค์ได้นั่นทำให้นางไปเข้ากับ1ใน3ตระกูลใหญ่ของเมืองจากนั้นมานิสัยนางก็เปลี่ยนไปจนไม่มีทางเยียวยา
''หึ ข้ามาที่นี่เพราะมีเรื่องอยากจะพูด เรื่องแรกต่อจากนี้ห้ามพูดคุยกับข้าเมื่อเจอหน้าข้าเจ้าต้องหลบไปเรื่องต่อไปคือข้านำเงินมาให้ถือเป็นการทดแทนบุญคุณเมื่อก่อน พอดีข้าไม่อยากติดค้างพวกขยะอ้อแล้วก็เจ้ากับเจนน่าก็ดูเข้ากันดีและดูเหมือนนางจะแอบชอบเจ้าด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไปบอกรักนางสิขยะ2ชิ้นก็ควรจะจับคู่กันอยู่แล้ว''พูดจบเฟรย์ญ่าก็โยนถุงเงินไปที่เท้าของมิคาเอลแล้วจากไปอย่างรวดเร็วมิคาเอลไม่ได้แสดงอาการอะไรก่อนจะก้มลงไปหยิบถุงเงินขึ้นมาและฉีกที่มุมปากด้วยความคับแค้น
''เจ้าอย่าไปฟังสิ่งที่เฟรย์ญ่าพูดเลยมิคาเอล''เจนน่าเดินเข้ามาจับมือมิคาเอลอย่านุ่มนวลและก้มหน้าลงนางได้ยินสิ่งที่ทั้ง2คุยกันทั้งหมดและเรื่องที่เฟรย์ญ่าพูดก็เป็นความจริงเจนน่าแอบชอบมิคาเอลมานานแล้วเพียงแต่ไม่กล้าที่จะบอกเท่านั้นและตอนนี้ความจริงนั้นถูดเปิดเผยออกมาเจนน่าจึงทำได้เพียงก้มหน้าลง
''ช่างมันเถอะเงินนี่ซักวันข้าจะเอาไปคืนนางเอง ไปเถอะเราไปหาอะไรกินกันดีกว่า''มิคาเอลพูดและโยนถุงเงินไว้แถวๆนั้นโดยไม่สนใจ และจูงมือเจนน่าไปที่โต๊ะเก่าๆตัวหนึ่งซึ่งบนนั้นมีเพียงผลไม้ที่ใกล้จะเน่าแล้วอยู่1ผล
''เจนน่าเจ้ากินผลไม้นี่ไปเถอะข้ายังไม่หิว''มิคาเอลยื่นผลไม้ให้เจนน่าอย่างรวดเร็วโดยไม่สนความหิวเพราะตัวเองไม่สามารถทนเห็นเจนน่าทนหิวและลำบากได้ เดิมทีมิคาเอลก็ชอบเจนน่าอยู่เหมือนกันแต่เพราะตัวเองยังแทบเอาตัวไม่รอดจึงไม่อยากให้เจนน่ามาทนลำบากด้วย
''ไม่เป็นไรเราแบ่งครึ่งกันก็ได้ อย่างน้อยเจ้าก็ควรกินอะไรบ้าง''เจนน่านำผลไม้มาแบ่งครึ่งและยื่นให้มิคาเอล มิคาเอลก็รับไว้เพราะพูดอะไรไปเจนน่าก็คงไม่ยอมรับฟังอยู่ดีหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ทำเรื่องต่างๆและเข้านอนอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมตัวรับเรื่องต่างๆในวันพรุ่งนี้
เช้าวันถัดมาทั้งคู่ก็แยกกันไปตามปกติโดยมิคาเอลไปทำงานต่างๆในตระกูลส่วนเจนน่าไปทำงานในครัวขณะที่ทั้งคู่ต่างทำงานของตัวเองไปแต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมิคาเอลได้ยินเสียงร้องของเจนน่าให้ช่วย มิคาเอลรีบทิ้งงานที่ทำอยู่และวิ่งไปที่ห้องครัวทันทีและภาพที่เห็นคือลูกของหัวหน้าตระกูลกำลังพยายามลากเจนน่าออกไปจากห้องครัว
''เลิกขัดขืนเถอะเจนน่า ถ้าเจ้ายอมเป็นของข้าเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสบาย''ลูกชายของหัวหน้าตระกูลเบลคนนี้มักเป็นคนที่ทุกคนไม่อยากจะเข้าใกล้เพราะเป็นพวกบ้ากาม ติดเหล้า บ้าการพนัน นิสัยเองก็จัดว่าโหดร้ายมิคาเอลที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ไม่ได้ร้อนรนกลับกันมิคาเอลค่อยๆเดินไปหยิบมีดที่วางอยู่แถวๆนั้นแล้วค่อยๆเดินเข้าไปที่ด้านหลังของชายคนนั้น ฉึก! มิคาเอลแทงมีดเข้าไปที่หลังของชายคนนั้นจนสุดมีด
''อ๊ากก ใครวะที่กล้าทำแบบนี้''มันตะโกนออกมาด้วยความโมโหตั้งแต่เล็กจนโตตัวมันไม่เคยโดนแม้แต่พ่อตีแต่ตอนนี้มันกลับถูกใครบางคนแอบแทงมันจากด้านหลัง
''ข้าเอง เจ้ามันก็มีดีแค่ใช้อำนาจของพ่อและตระกูลของเจ้านั่นแหละ''มิคาเอลรีบเข้าไปดึงตัวเจนน่าออกมาและวิ่งออกไปทางด้านหลังครัวทันที ตลอดหลายปีมานี้มิคาเอลได้ขุดทางหนีเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินโดยทางหนีนี้จะเชื่อมเข้ากับป่าหลังที่ตั้งตระกูล เดิมทีอีกไม่กี่วันมิคาเอลก็คิดจะจากไปอยู่แล้วแต่เพราะมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นซะก่อนนั่นจึงช่วยไม่ได้
''เจ้าคิดจะหนีไปได้ง่ายๆ ไม่มีทาง''ลูกชายของหัวหน้าตระกูลเบลดึงมีดที่ปักอยู่ออกมาก่อนจะอัดพลัง1ชั้นบรรยากาศและปาใส่มิคาเอลที่กำลังหลบหนีอยู่ แต่ด้วยระยะห่างที่มากเกินไปพลังที่อัดลงไปในมีดกลับหมดลงก่อน มีดที่พุ่งออกไปจึงเหมือนกับการปามีดของคนธรรมดาเท่านั้นแต่มิคาเอลก็ไม่ได้มีตาหลังนั่นจึงไม่สามารถหลบได้ มีดได้พุ่งเข้าไปเสียบที่บริเวณหัวไหล่ด้านขวาเจนน่าเห็นแบบนั้นก็คิดจะหันหลังกลับไปแล้วยอมลูกชายหัวหน้าตระกูลเบลและขอให้ยกโทษให้มิคาเอลแต่เจนน่ากลับถูกมิคาเอลดึงตัวไว้ก่อน
''อย่าไปขอร้องมัน วิ่งต่อไปข้าเชื่อว่าเราต้องรอด ไป''ทั่งคู่ยังคงวิ่งต่อไป ส่วนลูกชายของหัวหน้าตระกูลไม่ได้ไล่ตามมาแต่กลับวิ่งหันหลังเพื่อไปฟ้องคนในตระกูลและสั่งให้ออกตามล่าแทนมิคาเอลและเจนน่าวิ่งหนีจนในที่สุดก็เข้ามาอยู่ในป่า เจนน่าที่ตอนนี้ประคองมิคาเอลอยู่ได้เดินลึกไปเรื่อยๆและได้หันไปมองรอบๆจนเจอถ้ำขนาดเล็ก เจนน่าพามิคาเอลเข้าไปหลบและหาของมาบังด้านหน้าถ้ำเอาไว้ก่อนจะกลับเข้าไปในถ้ำเพื่อดูอาการของมิคาเอล
''มิคาเอลเจ้าจะต้องไม่เป็นอะไรข้าจะช่วยเจ้าเอง ตอนนี้รอข้าอยู่ที่นี่และกดแผลเอาไว้ข้าพอรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้างข้าจะออกไปหามันมาให้เจ้า''มิคาเอลได้ยินที่เจนน่าพูดแต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะมืดลงในทันทีส่วนดวงวิญญาณของมิคาเอลอีกคนที่เฝ้าอยู่มันถึงกับหน้าเสียเพราะเลือดได้ไหลออกมาจากบาดแผลมากหากเป็นแบบนี้ร่างเกิดใหม่ของมันคงได้ตายเพราะเสียเลือดเยอะเกินไปแน่และแน่นอนมันเองก็ต้องสลายไปตลอดกาล ตอนนี้ความหวังทั้งหมดอยู่ที่เจนน่าคนเดียวเท่านั้น