ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 16 : ขั้วอำนาจภายในเซี่ยงไฮ้

    ขั้วอำนาจภายในเซี่ยงไฮ้
    ในเวลานี้หลินเฉินกำลังยืนทบทวนความทรงจำที่เขาได้มาจากหยันหู่
    อย่างแรกคือตัวตนของหยันหู่ หยันหู่เป็นหนึ่งในสามหัวหน้าใหญ่ของแก๊งอสรพิษดำ
    แก๊งอสรพิษดำที่เป็นหนึ่งในสี่แก๊งใหญ่ที่ปกครองโลกใต้ดินของเซี่ยงไฮ้อยู่
    แก๊งใหญ่ทั้งสี่ประกอบด้วยแก๊งอสรพิษดำแห่งทิศตะวันออก แก๊งเหยี่ยวแดงแห่งทิศตะวันตก แก๊งมังกรขาวแห่งทิศเหนือและแก๊งเสือครามของทิศใต้
    นอกจากนี้หยันหู่ก็ไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าสามของแก๊งอสรพิษดำเท่านั้น ยังเป็นผู้ฝึกตนด้วย เป็นผู้ฝึกตนระดับรับรู้กำลังขั้นปลาย
    พูดถึงเรื่องผู้ฝึกตนของประเทศจีนแล้ว มันก็มีพื้นฐานฝึกตนแตกต่างจากโลกอมตะอย่างมาก แต่ระดับพื้นฐานฝึกตนก็มีเก้าระดับเท่ากัน และมีสามขั้นย่อย ขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นปลายเหมือนกัน
    พื้นฐานฝึกตนเก้าระดับของโลกอมตะคือ กำเนิดปราณ ก่อรากฐาน ย่ำปฐพี ทะยานนภา จุติสวรรค์ หลุดพ้นดารา เข้าสู่เทวะ สัมผัสอมตะ และสุดท้ายซึ่งเป็นระดับสูงสุด ระดับนิรันดร์กาล
    ส่วนพื้นฐานฝึกตนเก้าระดับของโลกปัจจุบันคือ รับรู้กำลัง สะสมพลัง ปลดปล่อย ท่องนภา เทพสวรรค์ ราชาดวงดาว จักรพรรดิเทวะ ราชันย์อมตะและนิรันดร์
    แค่เพียงเทียบชื่อของระดับพื้นฐานฝึกตนจากทั้งสองโลก ก็สามารถรู้ได้อย่างง่ายดายว่ามันแตกต่างกัน
    และที่แตกต่างกันไปกว่านั้นก็คือระดับพื้นฐานฝึกตนแรกสุดของโลกอมตะ สามารถใช้พลังปราณได้ในทันที แต่ของโลกปัจจุบัน ระดับพื้นฐานฝึกตนที่สามารถใช้พลังปราณได้คือระดับปลดปล่อยขึ้นไป
    ส่วนระดับรับรู้กำลังและระดับสะสมพลังนั้น เพียงช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งมากกว่าคนธรรมดาเท่านั้น
    จากจุดนี้ ล้วนแล้วแต่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าพื้นฐานฝึกตนของโลกอมตะ แข็งแกร่งกว่าโลกปัจจุบันมาก
    ยกตัวอย่างก็คือผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปราณมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับปลดปล่อย ส่วนผู้ฝึกตนระดับก่อรากฐาน ก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับท่องนภา
    ในความทรงจำของหยันหู่ นอกจากข้อมูลสี่แก๊งใหญ่และระดับพื้นฐานฝึกตนในโลกปัจจุบันแล้ว ยังมีข้อมูลของห้าตระกูลใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ด้วย
    ห้าตระกูลใหญ่เปรียบดั่งยักษ์ใหญ่ที่ปกครองเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วยตระกูลฉู่ ตระกูลหวาง ตระกูลเต้า ตระกูลเทียนและตระกูลเซี่ยง ข้อมูลทั้งหมดนี้มีประโยชน์ต่อหลินเฉินมาก
    ถ้าจะมีใครบอกว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อหลินเฉิน คนผู้นั้นคงเป็นคนโง่โดยไม่ต้องสงสัย
    “เป็นขั้วอำนาจที่เหมาะสมทีเดียว” หลินเฉินอดพูดออกมาไม่ได้ โลกใต้ดินมีสี่แก๊งใหญ่ ส่วนโลกบนดินมีห้าตระกูลใหญ่
    เมื่อทบทวนความทรงจำของหยันหู่แล้วเสร็จ หลินเฉินก็ใช้ยันต์ล่องหนและออกจากโรงแรมเฟิงหวงอย่างไร้ร่องรอย ต่อให้ตำรวจมาสืบสวนเรื่องนี้ ก็ไม่มีใครสามารถตามรอยของเขาได้
    .........................................................
    เช้าวันใหม่ได้มาถึง วันนี้มีข่าวใหญ่ถูกเผยแพร่ออกมาโดยสำนักข่าวใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ ที่โรงแรมระดับสามดาวในเขตตงฝูอย่างโรงแรมเฟิงหวง มีคนตายอย่างเป็นปริศนาหกคน
    โดยสี่คนแรกคล้ายถูกดูดวิญญาณออกจากร่าง ส่วนอีกสองคนหัวใจล้มเหลว
    เมื่อหมอผู้เชี่ยวชาญผ่าชันสูตรศพก็ต้องตกใจจนขวัญกระเจิง เพราะศพทั้งสองที่คาดว่าหัวใจล้มเหลวนั้น หัวใจภายในร่างกลับถูกทำลายเป็นเศษเนื้อบดน่าสะอิดสะเอียน น่าหวาดกลัวและน่าขนลุกมาก!
    และที่น่าตกใจไปกว่านั้นทั้งหกคนที่ตาย ค่อนข้างมีชื่อเสียงในโลกใต้ดินของเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะหยันหู่ หัวหน้าคนที่สามของแก๊งอสูรพิษดำ
    เพื่อสืบหาคดีการตายปริศนาครั้งนี้ หน่วยพิเศษสืบคดีการตายเหนือธรรมชาติของกรมตำรวจนครบาลเซี่ยงไฮ้ถึงกับออกโรงด้วยตัวเอง
    ฝั่งตะวันออกของเซี่ยงไฮ้ทิศตะวันออก ภายในคฤหาสน์ที่หรูหรา ชายวัยกลางคนผู้มีแผลเป็นตัดผ่านคิ้ว กำลังนั่งอยู่ที่โซฟาภายในห้องรับแขกด้วยสีหน้าดำมืด เขามีชื่อว่าเฮยเฉอ เป็นหัวหน้าแก๊งอสรพิษดำ
    สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าของเขาดำมืด คงไม่ต้องคาดเดา มันย่อมเกี่ยวข้องกับการตายของหยันหู่อยู่แล้ว ส่วนการตายของคนอื่นๆ เขาไม่ได้ให้ความสนใจ ตายไปก็ตายไป
    แต่หยันหู่ไม่ใช่ หยันหู่เป็นน้องชายร่วมสาบานของเขา เป็นหัวหน้าคนที่สามของแก๊งอสรพิษดำ
    หยันหู่มาตายไปแบบนี้ มันก็เท่ากับว่าแก๊งอสรพิษดำอ่อนแอลง แม้จะอ่อนแอลงไม่มาก แต่ว่าอ่อนแอลงก็คืออ่อนแอลงอยู่ดี ไม่อาจปฏิเสธความเป็นจริงข้อนี้ไปได้
    “เรื่องการตายของหยันหู่ พวกเราจะปล่อยผ่านไปแบบนี้เหรอพี่ใหญ่?”
    ภายในห้องรับแขก ยังมีชายวัยกลางคนร่างเล็กอยู่อีกคน เขาเป็นหัวหน้าคนที่สองของแก๊งอสูรพิษดำ ชื่อว่าเม้าโฉ่ว
    เฮยเฉอมองไปที่เม้าโฉ่ว “จะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร น้องสามตายไปทั้งคน”
    “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี การตายของน้องสามไม่ได้ง่ายดายอย่างที่พวกเราคิด” เม้าโฉ่วขมวดคิ้วแน่น เขาได้ดูข่าวแล้ว การตายของพวกหยันหู่ ไม่ธรรมดาเลยสักนิด
    ใบหน้าของเฮยเฉอพลันเคร่งเครียด “เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกตนแน่ ตามการคาดเดาของฉัน ผู้ที่ลงมือ น่าจะเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภา!”
    “อะไรนะ? ผู้ฝึกตนระดับท่องนภา!” เม้าโฉ่วตกใจจนใบหน้าเปลี่ยนสี
    “ถูกต้อง” เฮยเฉอพยักหน้า เขาคิดไปในทางอื่นไม่ได้จริงๆ “ต้องเป็นการลงมือของผู้ฝึกตนระดับท่องนภาแน่”
    “ถะ...ถ้าเป็นการลงมือของผู้ฝึกตนระดับท่องนภาจริง พวกเราจะทำยังไงกันดีพี่ใหญ่ ถ้าเกิดว่าเป้าหมายของมันไม่ใช่เพียงแค่น้องสาม แต่เป็นพวกเราแก๊งอสรพิษดำทั้งหมด!” เม้าโฉ่วถามเสียงสั่น ใบหน้าเผยความหวาดกลัวออกมา
    เขาเองก็เป็นผู้ฝึกตนเหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นเพียงระดับสะสมพลังขั้นปลาย แต่เขาก็รู้จักความน่าหวาดกลัวมาจากตำนานของผู้ฝึกตนระดับท่องนภาดี
    “ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวล ฉันจะขอร้องให้ปรมาจารย์ฮุ่ยออกหน้าจัดการเรื่องนี้เอง แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะมากก็ตาม” เฮยเฉอพูด น้ำเสียงของเขาผ่อนคลาย เมื่อพูดถึง ‘ปรมาจารย์ฮุ่ย’
    ปรมาจารย์ฮุ่ยที่เขาพูดถึง ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ของโลกผู้ฝึกตนประเทศจีน เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับท่องนภา!
    “ปรมาจารย์ฮุ่ย!” ได้ฟังว่าเฮยเฉอจะขอให้ปรมาจารย์ฮุ่ยออกหน้า เม้าโฉ่วก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ความหวาดกลัวของเขาเริ่มลดน้อยลง “ถ้าปรมาจารย์ฮุ่ยออกหน้าให้จริง ผมก็สบายใจ”
    เฮยเฉอมองเม้าโฉ่วอย่างจริงจัง ก่อนออกคำสั่ง “น้องสอง แกไปควบคุมคนในแก๊งของเราให้ดี สั่งพวกมันให้ทำตัวเงียบๆ เอาไว้ก่อน พอปรมาจารย์ฮุ่ยจัดการเรื่องนี้เสร็จ ค่อยว่ากันอีกที”
    “ผมจะรีบจัดการในทันที” เม้าโฉ่วไม่กล้ารอช้า เขารีบทำตามคำสั่งของเฮยเฉออย่างรวดเร็ว ลุกจากทโซฟา รีบสาวเท้าออกจากห้องไป
    “ไม่รู้ว่าน้องสามเป็นคนไปยั่วยุผู้ฝึกตนระดับท่องนภา หรือว่าเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาเพ้งเล็งแก๊งอสรพิษดำของพวกเรา” หลังเม้าโฉ่วออกไปแล้ว เฮยเฉอก็พึมพำกับตัวเอง ใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนัก เพื่อหาคำตอบ
    จบบทที่ 16