เสวียนฮวาลืมตาตื่นมาในห้องเดิมอีกครั้ง ความเ็ปแทรกเข้ามาในร่างกายแขนและขาชาไปหมด พิษของฉงฉีกำลังโลดแล่นอยู่ในร่างกายของนาง ความหนาวเหน็บเริ่มก่อตัวขึ้น ไม่ว่านางจะพยายามดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีผล ตอนนี้น้ำตาของความหวาดกลัวเริ่มไหลอาบแก้ม
ณ ป่าท้อที่เก็บพลังเซียนเอาไว้ ซวี่เฟิ่งกำลังตามหาของบางอย่างอยู่อย่างร้อนใจ เขากางปีกวิหคอัคคีบินทะยานขึ้นสู่นภา บินวนรอบป่าท้อ เขาสะดุดตากับบางอย่างจึงลงไปดู แสงสีทองสาดส่องเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง เขาตามแสงนั้นเข้าไปอย่างไม่ลังเล จนไดเพลกับ ลูกท้อพลังเซียน เขายิ้มออกมาก่อนจะใช้พลังเด็ดลูกท้อใส่พานแก้วไว้ แล้วบินกลับตำหนักทันที
“ ท่านเซียน…ลุกขึ้นมากินยาก่อนเถอะเ้าค่ะ “
เสียงเล็กๆดังขึ้นในหูของเสวียนฮวา นางค่อยๆลืมตาขึ้นทีละน้อย
“เ้าเป็ใคร…” นางพูดอย่างแ่เบา ตอนนี้แม้แต่แรงพูดนางยังไม่มีเลย
“ข้าคือเสี่ยวจู เป็ผู้ช่วยหมอหลวง ท่านโดนพิษของฉงฉีเข้า หมดสติไปหลายชั่วยามแล้ว” เสวียนฮวายังไม่วางใจ เสี่ยวจูจึงชูป้ายคำสั่งองค์รัชทายาทขึ้นมา เสวียนฮวาเห็นดังนั้นจึงยอมกินยาแต่โดยดี
ณ ตำหนักเพิ่งหวง ห้องของซวี่เฟิ่ง บนโต๊ะไม้ธรรมดาๆอันหนึ่งกลับมีซองจดหมายสีชมพูวางกองเป็ูเาอยู่
“ถ้าท่านเทพอัคคียังเป็ที่หมายปองของเทพธิดาทั้งหลายอยู่ ข้าคงหาภรรยาได้ยากแล้ว” เสียงตัดพ้อของ จิ่งรุ่ย เทพรับใช้ข้างกายของเทพอัคคี
“ ถ้าเ้าอยากได้ ก็เอาไปสิ “เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
“ ท่านเทพอัคคี “
“ ข้าเองก็ไม่ได้อยากได้อยู่แล้ว เ้าลองอ่านดู หากปรารถนาเทพธิดาองค์ใด ข้าจะไปสู่ขอให้ “
เขาพูดพร้อมกับอมยิ้ม
“งั้นข้าก็ยิ่งต้องเลือกสักสามสี่ซอง ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านไม่สนใจเทพธิดาองค์ไหนอยู่แล้ว ในตำหนักท่านก็มีเซียนน้อยหน้าตางดงามอยู่แล้ว” จิ่งรุ่ยพูดพร้อมกับแกะซองสีชมพู
“ เ้ารู้ได้ยังไงว่าตำหนักข้ามีเซียนอยู่ “ เขาเลิกคิ้วสงสัย
“ตอนนี้ทั้งแดน์ต่างพากันลือไปต่างๆนาๆ บ้างก็ว่านางเป็ผู้หญิงของพระองค์ บ้างก็ว่าเป็คู่หมั้น ทำเอาองค์หญิงจิ่งเจาเืขึ้นหน้าเชียวพ่ะย่ะค่ะ “ เขาพูดพร้อมกับทำท่าทางสยอง
“ ว่าแล้วข้าก็ไปดูสักหน่อยดีกว่า “เขาพูดพร้อมกับหายตัวออกไป
“ ไปดูเซียนน้อยหรือองค์หญิงจิ่งเจาล่ะพ่ะย่ะค่ะ “
จิ่งรุ่ยะโตามหลังอย่างชอบใจ
ณ ห้องของเสวียนฮวา
“ เ้าเป็ยังไงบ้าง..” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนางจึงลืมตาขึ้น
“ เซียนน้อย?” นางดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ซวี่เฟิ่งจึงช่วยประคองนาง
“ข้าดีขึ้นมากแล้ว ข้าติดหนี้ชีวิตเ้าครั้งที่สองแล้ว หากมีโอกาสข้าจะตอบแทนเ้าอย่างแน่นอน (เซียนน้อยอย่างเ้าคิดจะตอบแทนข้าอย่างไรกัน) เขาคิดแล้วก็กระตุกยิ้มขึ้นมา
“ เ้ายิ้มอะไร?” นางขมวดคิ้ว “ ข้าก็ตลกเ้าน่ะสิแรงพูดยังไม่มีเลย คิดจะตอบแทนข้าเสียแล้ว
“ รอให้ข้าฟื้นพลังก่อนเถอะ “นางทำหน้างอนๆ
“เอาล่ะ ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว หากเ้าหายดีเมื่อไหร่ข้าจะให้คนไปส่งเ้าที่ภพเซียน” เขาพูดแล้วหายตัวไป
หลายวันต่อมาเสวียนฮวารักษาตัวอยู่ที่ตำหนักเฟิ่งหวง พวกเทพธิดาต่างพากันลือไปต่างๆนาๆ ว่าองค์รัชทายาทจะแต่งตั้งพระชายา เมื่อเื่นี้ถึงหูขององค์หญิงจิ่งเจา นางก็รีบบึ่งมาที่ตำหนักเฟิ่งหวงทันที นางเข้าไปในสวนโดยไม่ได้รับอนุญาต ในขณะเดียวกันเสวียนฮวาที่พึ่งดีขึ้นกำลังเดินเล่นในสวนพอดี เมื่อจิ่งเจาเห็นเซียนน้อยหน้าตางดงามอยู่ในสวนดอกไม้ที่ซวี่เฟิ่งหวงนักหวงหนาไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้ นางจึงโกรธจนแทบบ้า ปรี่เข้าไปหาเื่เสวียนฮวาทันที
“เ้า! บังอาจเข้ามาในเขตหวงห้ามของตำหนักเฟิ่งหวง” นางพูดอย่างเกรี้ยวกราด เสวียนฮวาทำคิ้วขมวดอย่างมึนงง
“ แล้วเ้าเป็ใคร ถึงเข้ามาได้” นางถามกลับเมื่อจู่ๆก็มีเทพธิดาที่ไหนไม่รู้โผล่มาด่านางกราดๆ
“ข้าหรอ ข้าก็เป็คู่หมั้นของซวี่เฟิ่งไงล่ะ”นางตอบ
“ซวี่เฟิ่ง?” เสวียนฮวาย้ำชื่ออย่างงุนงง
“องค์หญิงจิ่งเจา” เสียงบุคคลที่สามดังขึ้น
“ซวี่เฟิ่ง ข้ากำลังสั่งสอนเซียนตนนี้อยู่ นางเข้ามาในสวนดอกหวงห้ามของเ้า” นางชิงฟ้องก่อนที่เสวียนฮวาจะทันอ้าปากด้วยซ้ำ
(เซียนน้อย..ที่แท้เ้าชื่อซวี่เฟิ่ง ไม่ยักรู้ว่าเ้ามีคู่หมั้นแล้ว) เสวียนฮวาคิดแล้วพยักหน้ารับรู้
“ข้าจำได้ว่าห้ามทุกคนเข้ามาในนี้ แม้แต่องค์หญิง “ เขาเน้นประโยคหลัง
“ แต่..นาง”จิ่งเจาโก่งคอชี้มาทางเสวียนฮวา
“อีกอย่างข้าจำได้ว่า ข้าไม่เคยหมั้นหมายกับใคร” เขาพูดพร้อมกับมองหน้าเสวียนฮวา จิ่งเจาเห็นดังนั้นก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
“ ซวี่เฟิ่ง! “ นางกระแทกเสียง
“ โปรดสำรวมด้วย หรือพระองค์ลืมไปแล้วว่าข้าเป็ใคร “ เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและเ็า จิ่งเจาจึงกระทืบเท้าหายตัวไป
“อูววว มีเทพธิดาตามหึงหวงถึงตำหนัก เ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ” นางพูดปนหัวเราะ
“หัวน้อยๆของเ้าคิดไปถึงไหนน่ะ “ เขาดีดหน้าผากนางด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ อ้า! ข้าเจ็บนะ”