เออร์วินสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบจิตสงบใจถามลิลิธว่า
“ท่านพี่ครับคนที่รู้เื่ถ้ำใต้หน้าผานี่นอกจากท่านพี่แล้ว...”
ลิลิธยิ้มให้น้องชายของเธอแล้วพูดว่า
“ทั้งท่านพ่อและท่านแม่ไม่มีใครรู้เื่นี้หรอกเพราะนั่นเป็ความลับของเธอกับพี่ใช่มั้ยล่ะ”
เออร์วินตัวแข็งทื่อเขาพูดกับลิลิธว่า
“ใช่ครับนั่นเป็ความลับของผมกับท่านพี่ฮะฮะฮะ”
เออร์วินหัวเราะเจื่อน ๆ พลางเหลือบมองไปทางเรเวน พบว่าสาวใช้ส่วนตัวคนนี้ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นจึงรู้สึกโล่งอก แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมแต่ลางสังหรณ์บอกเขาว่า ถ้ายังอยากมีชีวิตยืนยาวห้ามให้พี่สาวคนนี้รู้เด็ดขาดว่าเขาบอกความลับของเขากับคนอื่นแทนที่จะเป็เธอ โดยเฉพาะคนที่เออร์วินรับรู้ได้ทันทีว่าพี่สาวมีอคติและไม่ชอบขี้หน้าอย่างรุนแรงอย่างเรเวน ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็แบบนั้น
ลิลิธกวาดสายตาไปทั่วห้องเธอพบว่าทุกคนในที่นี้ต่างล้วนเป็เช่นเดียวกับน้องชายเธอ คือเหล่าผู้ที่เกิดมาพร้อมข้อบกพร่องในพลังเวทย์เป็คนที่อยู่ฐานล่างสุดในทวีปอาร์เคนัส ลิลิธรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดที่หัวใจเธอมองน้องชายของเธอด้วยความรู้สึกผิด
‘งั้นเหรอเป็แบบนี้เองสินะ ที่แท้เธอก็รู้สึกแปลกแยกจากทุกคนในครอบครัวสินะ ขอโทษนะที่พี่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเธอในเื่นี้’
ลิลิธคิดเป็ตุเป็ตะว่าน้องชายแค่อยากมีเพื่อนที่เหมือนกับตนก่อนจะสวมกอดน้องชายเธอ
เออร์วินที่ถูกกอดมีสีหน้ามึนงงไม่เข้าใจในอารมณ์ของพี่สาว เธอกอดเขาพักหนึ่งก่อนจะคลายอ้อมกอดมาจับไหล่ของเออร์วินไว้พูดว่า
“เออร์วินเล่นกับเพื่อนให้สนุกนะไม่ต้องห่วงพี่จะบอกท่านพ่อกับท่านแม่เอง” แล้วลิลิธก็หันไปมองเรเวนด้วยสายตาที่เ็าผิดกับตอนที่เธอใช้มองเออร์วินลิบลับ พูดว่า “ดูแลเขาให้ดีถ้าเออร์วินเป็อะไรไปล่ะก็เธอไม่ตายดีแน่”
เรเวนที่มองไปทางอื่นมาโดยตลอดหันกลับมาสบตากับลิลิธอีกครั้งก่อนจะหันกลับไปมองทางอื่นคล้ายไม่เห็นลิลิธอยู่ในสายตา แล้วลิลิธก็หันไปมองพวกเจคที่ยืนมองสถานการณ์อย่างงง ๆ บอกกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ฝากดูแลเออร์วินด้วย”
พูดจบเธอก็หันไปบอกน้องชายอย่างอ่อนโยน
“ดูแลตัวเองให้ดีแล้วก็อย่ากลับช้านักล่ะ”
เออร์วินมองเธออย่างงง ๆ รับคำอย่างงง ๆ
“คะ ครับ”
ลิลิธพยักหน้าให้เขาอย่างพึงพอใจก่อนจะหันหลังให้น้องชายเธอเดินกลับไปยังตำแหน่งที่เธอโผล่มา ก่อนจะเหลียวมามองเออร์วินยิ้มให้เขาแล้วย้ำอีกรอบด้วยความเป็ห่วง
“พี่กลับก่อนนะดูแลตัวเองดี ๆ แล้วก็อย่ากลับช้า”
ตามจริงเธอยังอยากอยู่ที่นี่ต่อเพื่อให้มั่นใจว่าน้องชายของเธอจะไม่ถูกคนพวกนี้รังแกหรือเอารัดเอาเปรียบ เพราะว่าน้องชายของเธอนั้นอ่อนต่อโลกทั้งยังไร้เดียงสา แต่เธอไม่อยากทำลายความรู้สึกของน้องชายที่อยากมีเพื่อนที่เป็คนประเภทเดียวกัน ดังนั้นเธอตัดสินใจว่าจะคอยสังเกตอยู่ห่าง ๆ หากเห็นว่าคนพวกนั้นใช้ความอ่อนต่อโลกของน้องชายเพื่อเอารัดเอาเปรียบเขาล่ะก็เธอจะจัดการให้คนพวกนี้กลายเป็ขี้เถ้าภายในเวลาไม่กี่อึดใจ
ลิลิธยืนอยู่ตรงนั้นไม่ถึงอึดใจกระแสไฟฟ้าก็ห่อหุ้มตัวเธอก่อนที่ร่างของเธอจะหายไปจากตรงนั้น ทิ้งความตกตะลึงและความใให้กับเหล่าคนในแก๊งของเจค
เออร์วินยืนมองอยู่อย่างนั้นก็ได้ยินเสียงเรเวนพูดลอย ๆ ว่า
“เธอนี่เก็บความลับเก่งจังเลยนะ”
เออร์วินทำเป็หูทวนลม เรเวนก็ถามเขาอีกว่า
“เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าพวกขุนนางที่ถูกเธอข่มขู่ให้สร้างโรงเรียนกับโรงพยาบาลให้กับพวกสามัญชนจะเอาเื่ของเธอไปคุยกับพ่อเธอ”
พวกเจคที่ยังไม่หายกดดันกับการมาเยือนของลิลิธกลับเพิ่มความมึนงงขึ้นมาเมื่อได้ยินในสิ่งที่เรเวนถามเออร์วิน
‘อะไรนะ สร้างโรงเรียนกับโรงพยาบาลให้กับสามัญชน? ใครมันบ้าทำเื่เสียสติแบบนี้กัน แล้วสามัญชนที่ไหนจะมีปัญญาจ่ายค่าเล่าเรียนและค่ารักษา’
เจคเพียงแค่คิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป กับเื่นี้อันนาเองก็เห็นไม่ต่างกันส่วนเนียนั้นั้แ่ลิลิธมาจนลิลิธกลับเธอก็เอาแต่ต่อสู้กับสเต๊กในจานเท่านั้น กับคนที่มานี้หลังจากที่เดาได้ว่าเด็กคนที่เล่นงานพวกตนซะน่วมเป็เ้าชายที่ใครต่อใครพากันเรียกว่าเป็ขยะ เขาก็พอเดาได้ทันทีว่าผู้หญิงที่เรียกตนเองว่าพี่กับเ้าชายเป็ใคร เ้าหญิงลิลิธแห่งไพร์ล็อกผู้เพียบพร้อมทั้งความงดงามและความเป็อัจฉริยะโดยเฉพาะเวทย์สายฟ้า
เออร์วินยิ้มให้เรเวนพูดว่า
“พวกเขาจะไม่คุยเื่ของผมกับท่านพ่อหรอกครับ เพราะมันเกี่ยวพันกับเื่ที่ไม่อาจให้ใครรู้ของพวกเขา ถ้าพวกเขาคุยเื่นี้ก็ไม่ต่างกับการประจานความผิดตัวเองต่อหน้าาาซึ่งเป็การกระทำที่โง่มากครับ”
เรเวนที่ได้ฟังคำตอบก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเออร์วินจึงชวนทุกคนให้มาทานสเต๊กกันต่อ ส่วนเจคนั้นยังคงรู้สึกกดดันจากการปรากฏตัวของเ้าหญิงลิลิธไม่หาย
ภายในห้องนอนที่เงียบสงบอึมครึมและวังเวงเตียงนอนหรูหราแบบที่เชื้อพระวงศ์ใช้กันยังคงดูเรียบร้อย หน้าต่างทุกบานถูกเปิดออกทำให้มีลมเย็นโชยมาจากภายนอก หลังฉากกั้นสาวใช้สวมแว่นตาคนหนึ่งกำลังเตรียมน้ำในอ่างไม้ใบใหญ่ สาวใช้คนนี้มีใบหน้าที่งดงามแต่เมื่อรวมกับแว่นแล้วให้ความรู้สึกที่จริงจัง ผมสีทองเป็ประกายหุ่นเพรียวบางอกตูมตั้ง
กระแสไฟฟ้าปรากฏขึ้นที่กลางห้องก่อนจะปรากฏเป็ร่างของเ้าหญิงลิลิธ สาวใช้คนนั้นอ้อมฉากกั้นทำการโค้งร่างกายกล่าวว่า
“อรุณสวัสดิ์เพคะเ้าหญิงลิลิธ”
ลิลิธพยักหน้าให้เธอสาวใช้คนนี้มีชื่อว่าเกรซเป็สาวใช้ส่วนตัวของเ้าหญิงลิลิธ เดิมทีลิลิธ้าเอาแบบน้องชายเธอคือการปฏิเสธที่จะมีสาวใช้ส่วนตัว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ลิลิธไม่สามารถปฏิเสธเกรซในการเป็สาวใช้ส่วนตัวได้ เกรซกล่าวว่า
“น้ำพร้อมแล้วเพคะเ้าหญิงลิลิธ”
ลิลิธพยักหน้าก่อนจะถอดชุดนอนออกแล้วปีนลงถังไม้เพื่ออาบน้ำโดยมีเกรซคอยทำการปรนนิบัติ ขณะที่อาบน้ำลิลิธก็พูดขึ้นว่า
“นี่เกรซเหมือนเออร์วินจะมีเพื่อนแล้วล่ะ”
เกรซยิ้มออกมากล่าวว่า
“เป็เื่ดีเพคะ” เช่นเดียวกับเหล่าสาวใช้หรือคนรับใช้ทุกคนในปราสาท กับเ้าชายคนนี้เกรซเองก็มีความรู้สึกที่ดีด้วย แม้ว่าเดิมทีเธอเองจะรู้สึกดูแคลนเ้าชายที่เกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์อันน้อยนิด แต่เมื่อนานวันเข้าเธอกลับรู้สึกเอ็นดูเ้าชายน้อยที่มักยิ้มแย้มแจ่มใสเสมออย่างช่วยไม่ได้
“เป็พวกคนที่อาศัยอยู่ในสลัมน่ะ”
ลิลิธพูดออกมาเหมือนไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร แต่เกรซที่ได้ยินถึงกับหรี่ตาลงทันที
“เ้าหญิงเพคะ...”
“ฉันรู้ว่าเธอจะพูดอะไรเกรซไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก ฉันไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับเออร์วินแน่นอน” ลิลิธเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถามว่า “แล้วเื่ผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
เกรซใช้ฝ่ามือถูหลังให้ลิลิธพลางตอบว่า
“จากที่เ้าหญิงเล่าให้ฟังผู้หญิงคนนั้นใช้เวทย์ประจำตระกูลที่สามารถเคลื่อนย้ายผ่านเงาได้ ความเป็ไปได้เดียวที่บ่าวคิดออกคือเธอน่าจะมาจากตระกูลแบล็กวิงเพคะ”
“ตระกูลแบล็กวิง?”
“เป็ตระกูลที่ขึ้นชื่อการลอบสังหารเป็อย่างมากเพคะ แต่ปัญหากลับอยู่ที่ตระกูลนี้ควรจะอยู่ไกลจากที่นี่มากบ่าวจึงไม่มั่นใจในเื่นี้สักเท่าไหร่เพคะ”
“ตระกูลที่ขึ้นชื่อเื่การลอบสังหาร?”
ลิลิธทวนคำพร้อมกับหรี่ตาตั้งใจว่าจากนี้เธอจะคอยระวังผู้หญิงคนนี้ให้มากกว่าเดิม เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เข้าหาน้องชายเธอด้วยจุดประสงค์อะไร แต่คิดว่าไม่น่าใช่เื่ดีแน่
หลังจากทานสเต๊กเสร็จแล้วเออร์วินกับเรเวนก็มานั่งคู่กันที่หน้าบ้านของเจค เออร์วินอมอมยิ้มพร้อมกับมองดูเหล่าลูกน้องของเจคที่บ้างนั่งอยู่เฉย ๆ บ้างก็จับเข่าคุยอะไรบางอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะมีสีหน้าหวาดระแวงเพราะไม่รู้ว่าเออร์วินจะสั่งให้เขาทำอะไรต่อไป เพราะตอนนี้เด็กชายเพียงแค่สั่งให้พวกเขารออยู่เฉย ๆ เรเวนพูดขึ้นว่า
“จนตอนนี้ฉันยังไม่เห็นว่าที่เธอทำจะมีประโยชน์อะไร เปลี่ยนคนพวกนี้ให้กลายเป็ทหารของเธอฉันก็ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรได้”
เออร์วินดึงอมยิ้มออกจากปากบอกว่า
“ทุกอย่างต้องใช้เวลาครับ”
เรเวนไม่พูดอะไรอีกเพราะถึงยังไงเธอก็ตัดสินใจจะอยู่กับอีกฝ่ายแค่ชั่วคราวจนกว่าจะเจอพันธมิตรใหม่ที่ดีกว่าเท่านั้น เออร์วินคิดจะทำอะไรเธอก็คร้านจะใส่ใจ เรเวนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เธอยังจำความรู้สึกกดดันและความรู้สึกเสียวสันหลังเมื่อคืนได้ดีจึงถามว่า
“เธอคิดว่าราชินีเอลิเซียเป็ยังไง”
เออร์วินมองหน้าเรเวนอย่างสงสัย เรเวนจึงรีบกลบเกลื่อนว่า
“ฉันก็แค่รู้สึกว่าท่านเป็ราชินีที่แปลกดีน่ะ”
เธอไม่คิดจะเล่าเื่เมื่อคืนให้เออร์วินฟัง เออร์วินยิ้มให้เธอก่อนจะตอบว่า
“ใช่ไหมล่ะครับท่านแม่เป็คนที่แปลกใช่ไหมครับ ท่านทั้งอ่อนโยนใจดีไม่ค่อยคิดอะไรเยอะทั้งยังเป็คนไม่อยู่สุขอีกต่างหาก”
เรเวนพยักหน้าเห็นด้วยแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอไม่รู้ว่าถ้าเธอเล่าเื่เมื่อคืนเออร์วินจะมีปฏิกิริยายังไง จะเชื่อเธอสงสัยหรือมองว่าเธอโกหกแต่ไม่ว่าจะอย่างไหนเรเวนก็ตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับเื่นี้ ตั้งใจว่าจากนี้ไปจะคอยรักษาระยะห่างกับราชินีเอลิเซียและคอยระวังเธอไว้ก็พอ
“พี่สาวอยากรู้มั้ยครับว่าผมจะยกระดับความแข็งแกร่งของพี่สาวได้ยังไง”
เออร์วินถามขึ้น เรเวนไม่ตอบคำแต่เธอกลับจ้องหน้าเขาเขม็ง
“ถ้าเื่เวทย์มนต์ผมคงช่วยเหลือพี่สาวอะไรไม่ได้มาก แต่ถ้าเื่ศักยภาพโดยรวมล่ะก็อันนี้ผมช่วยได้แน่นอนครับ เพียงแต่ว่าพี่สาวจะทนมันได้หรือเปล่านี่อีกเื่”
“ไม่มีอะไรที่ฉันทนมันไม่ได้ จนกว่าฉันจะได้แก้แค้นไม่ว่าอะไรฉันล้วนทนได้ทั้งนั้น”
เออร์วินส่ายหน้าบอกว่า
“สิ่งที่ผมจะให้พี่สาวฝึกนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีมาั้แ่กำเนิดอย่างเวทย์มนต์หรอกนะครับ แต่มันเป็สิ่งที่พี่สาวต้องใช้ความอดทนและความจริงจังกว่าจะได้มันมา”
เรเวนจ้องหน้าเออร์วินรอว่าเขาจะพูดอะไรต่อ
“จากที่ผมคอยสังเกตการต่อสู้ของพี่สาวกับพวกของเจคเมื่อวานนี้ ผมคงต้องบอกพี่สาวตามตรงเลยครับว่าไม่ได้เื่”
เรเวนหรี่ตาในใจเธอรู้สึกไม่พอใจที่เขาพูดอย่างนั้นแต่ยังรอดูว่าเขาจะพูดอะไรอีก
“ความเร็วในการตอบสนองย่ำแย่ พื้นฐานร่างกายก็เรียกได้ว่าดีกว่าคนทั่วไปนิดหนึ่ง รูปแบบการเคลื่อนไหวทั้งอ่านง่ายไร้ซึ่งความเฉียบคม สรุปโดยรวมคือห่วยแตกครับ เพราะหากไร้ซึ่งเวทย์เคลื่อนย้ายผ่านเงาแล้วพี่สาวก็ไม่มีอะไรเลย ดังนั้นพี่สาวต้องฝึกอีกเยอะครับ”
“แล้วมันยังไงล่ะเพราะถึงเธอจะบอกว่าห่วยแตกอะไรยังไงฉันก็ไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาอะไรนี่ เพราะถึงยังไงโลกนี้ก็ตัดสินทุกอย่างด้วยเวทย์มนต์อยู่แล้ว”
เออร์วินถอนหายใจพูดว่า
“ถ้าอย่างนั้นลองพิสูจน์กันไหมครับว่าเวทย์มนต์ที่พี่สาวภูมิใจนั้นเป็ยังไง”
“พิสูจน์?”
“ครับ ถ้าพี่สาวไม่กลัวขายหน้าต่อหน้าคนเหล่านี้นะครับ”
“กับใคร? เธอเหรอ?”
เรเวนพูดอย่างยิ้มเยาะเออร์วินส่ายหน้า
“ถึงผมจะชนะพี่สาวได้ก็จริงแต่ขืนผมทำแบบนั้นพี่สาวก็ไม่เหลือที่ยืนน่ะสิครับ”
หน้าของเรเวนกระตุกที่ได้ยินเออร์วินกล่าวเช่นนั้น แต่เออร์วินยังคงพูดต่อ
“ที่พี่สาวต้องสู้ด้วยคือเ้านี่ครับ” เออร์วินล้วงถุงมิติเทียมออกมาพบว่าเป็หุ่นไม้ตัวหนึ่ง ตัวหุ่นสูงประมาณ 165 ซม. ตรงศีรษะล้านไม่มีรายละเอียดนอกจากแผ่นแก้วรูปวงกลมตรงบริเวณใบหน้า ตรงหน้าอกมีช่องสองช่องช่องหนึ่งเป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอีกช่องเป็รูปวงกลม ทั่วตัวหุ่นไม้มีร่องรอยการขีดเขียนอยู่ทั่วตัวไปหมด ทันทีที่หุ่นไม้ตัวนี้ปรากฏออกมาก็ดึงดูดสายตาคนในบริเวณนั้นทันที
“นี่คือ?”
“สิ่งประดิษฐ์ของผมครับ”
เออร์วินตอบอย่างไม่เต็มใจนัก นี่คือผลผลิตจากการมุมานะศึกษาในเื่เวทย์มนต์ของเขา เดิมทีเขาตั้งใจจะสร้างหุ่นที่เป็เหมือนผู้พิทักษ์ที่มีความสามารถหลากหลายอย่าง แต่เมื่อเขาร่างแบบเสร็จขณะกำลังลงมือสร้างกลับเจอปัญหาก็คือเงินทุน ด้วยความที่ตอนนั้นเขายังไม่มีเงินที่มากพอทำให้ลดเกรดและสเปกลงมาเรื่อย ๆ จากเดิมที่ตั้งใจจะใช้มิธริล ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ จนเหลือแค่หุ่นไม้ ศักยภาพที่วาดฝันไว้สวยหรูก็ลดลงเป็แค่หุ่นไม้โง่ ๆ ที่ทำได้แค่เคลื่อนไหวตามข้อมูลที่บรรจุไว้ในลูกแก้วความทรงจำที่ใส่ไว้ที่หน้าอกเท่านั้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเออร์วินมักใช้เ้านี่ในการฝึกการต่อสู้จริงซึ่งก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะมันไม่สามารถเคลื่อนไหวแบบผสมกันระหว่างศิลปะการต่อสู้ที่ต่างกันสองชนิดขึ้นไปได้
เออร์วินหยิบของอีกสองสิ่งออกมาจากถุงมิติเทียมเป็แท่งคริสตัลขนาดเท่าขวดโรลออนในโลกเก่า กับลูกกลมขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ เรเวนมองแล้วก็พูดขึ้นมาว่า
“คริสตัลเวทย์มนต์ระดับต่ำ? ลูกแก้วความทรงจำระดับต่ำ”
คริสตัลเวทย์หรือเรียกอีกอย่างว่าผลึกมานาเกิดจากการที่มานาในอากาศทำการควบแน่นจนตกผลึก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายใช้จ่ายมานาให้อุปกรณ์เวทย์มนต์บางชนิด หรือใช้จ่ายมานาให้วงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ที่้าความเสถียร ซึ่งคริสตัลเวทย์มนต์หรือผลึกเวทย์มนต์นี้มีทั้งคุณสมบัติที่เป็กลางหรือที่เป็แบบธาตุต่าง ๆ ซึ่งระดับของมันก็จะมีหลายระดับไล่ั้แ่ต่ำไปถึงสูง ยิ่งมีระดับที่สูงมานาก็ยิ่งบริสุทธิ์และมีปริมาณที่เยอะ
ลูกแก้วความทรงจำเป็ลูกแก้วที่มีคุณสมบัติในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ข้อความ หรือรูปภาพ บางคนใช้เก็บรูปภาพเป็รูปคนรักหรือคนในครอบครัว บางคนก็ใช้ในการบันทึกคาถาเวทย์มนต์ต่าง ๆ ระดับของลูกแก้วบ่งบอกถึงปริมาณข้อมูลที่บันทึกระดับยิ่งสูงยิ่งบันทึกข้อมูลได้มาก จนถึงขั้นสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้เลยเพียงแต่ไม่มีเสียงเท่านั้น
ปัจจุบันลูกแก้วความทรงจำจัดเป็สินค้าที่ฟุ่มเฟือยแม้จะเป็ระดับต่ำก็ตาม เพราะหากคุณ้าเก็บรูปของคนสำคัญก็มีวิธีอีกมากที่ต้นทุนถูกกว่า หรือการบันทึกคาถาก็สามารถทำได้โดยการบันทึกลงกระดาษที่มีความทนทานเป็พิเศษทั้งยังราคาจับต้องได้มากกว่า การที่เออร์วินซึ่งเป็เ้าชายของเมืองเล็ก ๆ กลับมีลูกแก้วความทรงจำเธอจึงอดแปลกใจไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเธอคิดว่าอีกฝ่ายไม่สามารถหาซื้อมาได้แต่เป็เพราะเธอสงสัยว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เออร์วินต้องใช้ลูกแก้วความทรงจำในการเก็บ
เออร์วินมองเรเวนแล้วถามเธอว่า
“พี่สาวไม่กลัวที่จะต้องอับอายต่อหน้าคนพวกนี้สินะครับ”
เรเวนมองเออร์วินก่อนจะพูดว่า
“ถ้าไอ้หุ่นไม้นั่นของเธอทำได้ล่ะก็นะ”
เมื่อได้ยินที่เรเวนพูดเออร์วินก็พยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นแล้วลากหุ่นไม้ผ่านแปลงดอกไม้หน้าบ้านไปตรงพื้นที่กว้างที่เมื่อวานเออร์วินกับพวกเจคสู้กัน