'เตือนแล้วไม่ฟัง ก็ชั่งเหอะ ให้มานั่งอธิบายกันคนที่ไม่เชื่อเื่นี้ ก็คงเป็ไปได้ยาก' ชิงพลบนึกขึ้นด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ และสงสารนายตำรวจคนนี้อย่างมาก ที่เจอมนต์ดำของซากศพเจ็ดป่าช้าเข้าไป ถ้าดวงไม่แข็งจริง รับรองว่าอยู่ไม่เกิน 7 วัน ได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่ ๆ
หลังจากเหตุการณ์ที่น่าใผ่านพ้นไปแล้ว เบาะแสใหม่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อตำรวจได้ตรวจสอบบริเวณรอบพื้นที่ใกล้ ๆ จุดเกิดเหตุ พบหลุมที่เกิดจากการขุดอยู่ใต้ต้นไม้ ไม่ห่างจากบ่อปลามากเท่าไร พร้อมกับคราบเืสีแดงแห้ง ๆ ติดอยู่กับต้นไม้ จากการพิสูจน์เบื้องต้นเหมือนจะเป็เืจากศีรษะผู้ตาย เพราะมีเศษชิ้นเนื้อติดอยู่กับต้นไม้ ตำรวจได้สันนิษฐานว่าผู้ตาย อาจใช้หัวกระแทกต้นไม้เพื่อฆ่าตัวตายก่อน แต่ยังมีข้อสงสัยที่ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าผู้ตายฆ่าตัวตายจากการบิดคอตัวเองได้อย่างไร ซึ่งนั้นไม่ใช่การฆ่าตัวตายแบบปกติที่เคยเจอ
ส่วนหลุมที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากการขุดห่อผ้าสีแดงที่ฝั่งไว้ขึ้นมา ซึ่งทางตำรวจได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าผู้ตายเป็คนฝั่งสิ่งของเอาไว้เอง แต่ฝั่งไว้เพื่ออะไร?? ต้องสืบสวนและตรวจสอบจากวัตถุพยานเพื่อหาสาเหตุอีกที เมื่อตำรวจได้ตรวจสอบบริเวณรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญจนครบหมดแล้ว
ทางรองสารวัตรสาว ก็กำลังสอบถามพยานแวดล้อมที่อยู่บริเวณนั้นด้วยเหมือนกัน โดยเป็ครูกชมน คือคนแรกที่เจอศพ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็ศพของใคร ก็เกิดเป็ลมหมดสติไปก่อน ส่วนคนที่สองคือผู้อำนวยการนลินญา และคนที่สามคือ ครูจิตอาสาชิงพลบที่ตามเข้ามาช่วยอีกที
‘ในสามคนนี้ มีเพียงผู้อำนวยการนลินญาคนเดียวที่สนิทกับผู้ตาย เพราะทำงานร่วมกันมานับ 10 ปี แต่คนที่น่าสงสัยมากคือครูจิตอาสาชิงพลบ ที่ชอบทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ดูไม่น่าไว้วางใจเท่าไร’ ณัฏฐพรวิเคราะห์ข้อมูลขึ้นมาในใจ แต่รู้สึกไม่ถูกชะตากับครูจิตอาสาคนนี้ เพราะดูจากพฤติกรรมของเขานิ่งผิดปกติ แม้เห็นศพคนตายก็ไม่ใเลยสักนิด ทำตัวเหมือนเป็เื่ปกติที่ต้องเจอทุกวัน ตามสัญชาตญาณตำรวจบอกได้เลยว่า นายคนนี้ต้องรู้เื่อะไรเกี่ยวกับคดีมาอย่างแน่นอน ณัฏฐพรได้เรียกชิงพลบมาสอบถามเป็การส่วนตัว
“ขออนุญาตสอบถามนิดนึงคะ คุณมาทำงานที่นี่นานแค่ไหนแล้ว” ณัฏฐพรถามขึ้นด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน พร้อมใบหน้าที่ยิ้มจนมองเห็นลักยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้าง
?? “ก็ประมาณ 3 สัปดาห์ได้ แต่อีกไม่กี่วันก็ครบสัญญาแล้วครับ” ชิงพลบตอบด้วยหน้าตางุนงง ที่อยู่ดี ๆ ตำรวจสาวเข้ามาตีสนิท แต่ภูมิต้านทานผู้หญิง ของชิงพลบยังแข็งแรงดีอยู่ ไม่ยอมหลงเสน่ห์ของตำรวจสาวคนนี้ง่าย ๆ
“แล้วคุณรู้จัก ครูที่ตายบ้างมั้ยคะ”
“ไม่เลยครับ เคยเห็นแค่ชื่อตอนไปส่งแผนงาน แต่ยังไม่เคยพบตัวจริงเลยสักครั้ง”
“แล้วในโรงเรียนมีเื่แปลก ๆ อีกมั้ยคะ นอกจากพวกสัตว์ที่ตายในสวนเหมือนที่ผ่านมา”
“ก็ไม่นิครับ” ชิงพลบตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ว่าอยากจะให้ข้อมูลตำรวจเพื่อช่วยไขคดี แต่เกรงว่าตำรวจจะไม่เชื่อ และหาว่าตัวเขาบ้าด้วย เพราะยุคสมัยนี้มีเห็นแค่เพียงมายากล แต่กลับไร้เวทมนตร์คุณไสย ซึ่งเป็เื่ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ ทำให้เขาได้แต่ช่วย ในเื่ที่พอช่วยได้เท่านั้น
“เออ…คุณตำรวจครับ ผมรบกวนฝากข้อความ ไปบอกตำรวจผู้ชายที่แกะห่อผ้าอันนั้นหน่อยได้มั้ยครับ”
“หืม!! คุณอยากบอกอะไรกับสารวัตรหรอคะ” รองสารวัตรณัฏฐพรพูดขึ้นด้วยความกระตือรือร้น และอยากรู้อยากเห็น เพราะอาจเป็ข้อความสำคัญที่ช่วยให้เธอปิดคดีนี้ลงได้
“ภายใน 7 วันนี้ ถ้าคุณตำรวจรู้สึกร้อนผิดปกติจนอยากจะแก้ผ้าตลอดเวลา และได้ยินเสียงเรียกขานชื่อในตอนกลางคืนทุกวัน ให้รีบไปหาผู้นำศาสนาที่คุณนับถือ เพื่อขอน้ำมนต์หรือน้ำศักดิ์สิทธิ์มาดื่มกิน ชำระล้างร่างกายให้ครบ 7 วัน แล้วอาการทุกอย่างจะดีขึ้นเองครับ" หลังจากชิงพลบพูดจบก็เดินจากไปทันที ปล่อยให้รองสารวัตรสาว ยืนงงในคำพูดที่เป็ปริศนา ซึ่งเขาก็เลือกไม่อธิบายเพิ่มเติม เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งกับบ่วงกรรมนี้เท่าไร
หลังจากที่ได้สติณัฏฐพร ก็ต้องรีบไปสรุปคดีกับทางสารวัตรสืบสวน พร้อมเผยข้อความปริศนาจากชิงพลบ ที่ทำให้สารวัตรเองก็งุนงงมากเช่นกัน
'หรือไอ้หนุ่มคนนี้เป็พวกนักต้มตุ๋น แต่ดูไม่น่าใช่ เพราะจากข้อมูลก็เรียนจบมหาลัยดังมาเลยนะ' ตุลยากรขบคิดอย่างไม่เข้าใจ ในข้อความของชิงพลบว่า้าสื่อสารถึงเื่อะไร?? แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเื่นี้เท่าไรนัก
เมื่อโรงเรียนเกิดคดีใหญ่แบบนี้ขึ้น ทางผู้อำนวยการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงประกาศปิดโรงเรียนเพื่อทำความสะอาดเป็เวลา 5 วัน นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เพื่อให้ทางเ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็การช่วยปิดข่าวเื่การตายของครูในโรงเรียนได้เป็อย่างดี
จากประกาศนี้ก็ส่งผลให้เหล่าผู้ปกครองของนักเรียกเกิดความสงสัยเป็อย่างมาก จนมีข่าวซุบซิบจากโลกโซเชียลมาว่าโรงเรียนเอกระ มีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นบ่อยใน่นี้ ทั้งปลาที่เลี้ยงไว้ตายทั้งบ่อ นกที่อาศัยอยู่ในสวนตายหลายร้อยตัว และถึงขั้นมีคนตายอยู่ในโรงเรียน ทำให้ผู้ปกครองนักเรียนหลายคน เริ่มเข้ามาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเื่ข่าวจากโลกโซเชียลที่กำลังเป็กระแสสังคมอยู่ในตอนนี้
แสงไฟสลัวยามค่ำคืน ที่พอมองเห็นจากหน้าต่างบ้านพักของผู้อำนวยการโรงเรียนเอกระ เพื่อเปิดรับลมเย็นในตอนกลางคืน ถึงแม้อากาศข้างนอกจะหนาวจับใจ แต่บริเวณใบหน้าของนลินญา กับมีเม็ดเหงื่อไหลออกมาให้เห็นได้ชัด
‘ใคร?? ใครกันนะที่เป็คนปล่อยข่าว’ นลินญาพูดกับตัวเองด้วยความเป็กังวล เื่ข่าวที่กำลังเป็ดังอยู่ในตอนนี้ อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็เทียบไม่ได้กับความเสียใจของนลินญากับการเสียเพื่อนร่วมงาน ที่เปรียบเสมือนพี่น้องไปอย่างไม่มีวันกลับ และการตายก็เป็ปริศนา ถึงแม้ทางตำรวจให้เหตุผลว่าเกิดจากการฆ่าตัวตาย แต่นลินญาไม่เคยเชื่อเื่นี้เลย