“ประตูบานแรกของหนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณเปิดออกปราณิญญากลายพันธุ์จึงตื่นขึ้นเป็ปราณิญญารุ่ยจิน ประตูบานที่สองสว่างขึ้นข้าจึงได้ปราณิญญาธาตุไฟ…” หลินโม่จ้องหนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณในร่างอย่างไม่ละสายตาจิตใจพลันแปรปรวนขึ้น
ตอนแรกสุดหลินโม่ยังไม่กล้ายืนยันทว่าตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่าประตูทั้งห้าบานของหนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณแบ่งแยกไปตามปราณิญญาทั้งห้าธาตุ
ประตูบานแรกเปิดไปแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับปราณิญญารุ่ยจิน ประตูบานที่สองไม่ได้เปิดออกแต่ส่องสว่างขึ้นแล้วและสอดคล้องกับปราณิญญาธาตุไฟประตูอีกสามบานที่เหลือยังมืดสนิทไร้แสงลักษณะภายนอกของประตูที่เหลือคล้ายกับธาตุทั้งสาม น้ำไม้ และดินที่สุด
“หากประตูทั้งสามบานที่เหลือส่องสว่างขึ้นมาล่ะก็เช่นนั้นข้าก็จะมีปราณิญญาถึงห้าธาตุในเวลาเดียวกันน่ะสิ?” อกของหลินโม่กระเพื่อมขึ้นอย่างรุนแรง ลมหายใจกระชั้นถี่ขึ้น
ผู้ฝึกปราณิญญาห้าธาตุ...
ซึ่งหาได้ยากที่สุดนับแต่อดีตกาลหลินโม่รู้เื่เกี่ยวกับบุคคลในประวัติศาสตร์ทุกคนผู้ที่ปราณิญญาเอาไว้มากที่สุดคือ จักรพรรดิไก้หลี ผู้มีปราณิญญากลายพันธุ์ทั้งหมดสี่ธาตุส่วนผู้ปราณิญญาห้าธาตุนั้น หลินโม่ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
สิ่งสำคัญคือประตูบานที่สองของหนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณที่ตรงกับปราณิญญาธาตุไฟเพียงส่องสว่างขึ้นมาเท่านั้น ยังไม่ได้เปิดออก หากเปิดมันล่ะก็นั่นจะต้องมีปราณิญญากลายพันธุ์ธาตุไฟอย่างแน่นอน—ปราณิญญาชื่อเหยียน
แม้แต่ปราณิญญาธาตุไฟหนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณยังกำเนิดออกมาได้เช่นนั้นก็ต้องกำเนิดปราณิญญาชื่อเหยียนได้อย่างแน่นอน
“หากประตูทั้งห้าเปิดผนึกทั้งหมดแล้วเช่นนั้นข้าก็จะมีปราณิญญาทั้งห้าธาตุไม่ใช่หรอกหรือ…” หลินโม่พยายามข่มความสั่นไหวในใจเอาไว้อย่างสุดกำลัง ปราณิญญากลายพันธุ์ห้าธาตุ นับั้แ่อดีตเคยมีคนมาก่อนหรือ?
แม้หลินโม่จะไม่รู้แต่ก็แน่ใจชัดว่าการคงอยู่ของหนังสือศักดิ์สิทธิ์นี้ จะนำพาการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมาแก่เขา หนทางแห่งการฝึกตนในวันหน้าจะสามารถบรรลุได้ถึงขั้นไหนนั้นเขาก็บอกไม่ได้เช่นกัน
“อย่าเพิ่งดีใจไปก่อนประตูอีกสามบานที่เหลือจะส่องสว่างและเปิดออกได้อย่างไรนั้นยังเป็ปัญหาที่ต้องหาทางแก้ต่อไปสินะ”
ความตื่นเต้นในใจค่อยๆกลับมาสงบลง การเปิดออกของประตูบานแรกนั้น คือที่ห้องพลังปราณ แต่การเปิดออกของประตูบานที่สอง กลับอยู่ที่หน้าผาของโบราณสถาน ทว่าตอนที่ประตูทองสำฤทธิ์โบราณนั่นลุกไหม้ขึ้น มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นหนานิอู่ที่อยู่ด้วยกันกลับไม่สังเกตเห็น
ไตร่ตรองไปได้ครู่หนึ่งหลินโม่ก็ยังจับต้นชนปลายใดๆ ไม่ถูก
“ไว้ค่อยๆคิดวันหลังก็แล้วกันอย่างไรตอนนี้จัดการเื่โลหิตอสูรั์ให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
หลินโม่หยุดไตร่ตรองตอนนี้เขาก็ถือได้ว่าเป็ผู้ฝึกปราณิญญาธาตุคู่แล้วแม้ว่าการบำเพ็ญจะยังไม่เลื่อนขั้น แต่หลังจากปราณิญญาธาตุไฟปรากฏร่างกายและจิตใจของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย
ปราดตามองทางผ่านฝั่งขวาแล้วหลินโม่จึงเดินเข้าไป ขณะที่ัักับพายุนั้นราวกับว่าร่างกายโปร่งใสขึ้นอย่างไรอย่างนั้น แรงดึงดูดบางอย่างพรั่งพรูออกมากว่าหลินโม่จะตอบสนองกลับก็ปรากฏตัวอยู่ปลายอีกฝั่งของทางผ่านแล้ว
ทะเลทรายกว้างขวางดูเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุด ทุกหนแห่งล้วนเป็ทรายเหลือง เนินทรายซ้อนกันเป็ชั้นๆ อุณหภูมิของที่นี่ร้อนสูง เท้าที่เหยียบอยู่บนพื้นของหลินโม่ ราวกับกำลังเหยียบอยู่บนถ่านร้อนก็ไม่ปาน
ฟุบ!
ตามมาด้วยเสียงหวีดแหลมทะลวงอากาศตามมาอย่างกระชั้นชิดหลินโม่สีหน้าพลันเปลี่ยนไปแล้วรีบก้มตัวหลบ เห็นเพียงลักษณะท่าทางที่กำลังชอนไชทะลุลงสู่เนินทราย พริบตาก็ไม่เห็นแม้แต่ร่องรอย
ฟุบ!
มีเสียงทะลวงอากาศอีกครั้ง หลินโม่ได้เห็นอย่างชัดเจนมันคือเส้นกระแสทรายเส้นหนึ่ง ทว่าทั้งเส้นนั้นแหลมคมที่สุดราวกับใบมีแหลมก็ไม่ปานเมื่อเลี่ยงหลีกหนีอีกครั้ง ชั่วพริบตาที่กำลังหลบเสียงเล็กแหลมก็ดังขึ้นที่ข้างหู ไม่รีรอให้หลินโม่ได้โต้กลับพลันขาซ้ายของหลินโม่ก็แผ่กระจายความเ็ปขึ้น น่องเล็กถูกเจาะพรุน เืสดหยดลงไม่ขาดสาย
แย่แล้ว!
หลินโม่ขบฟันแน่น เมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกถึงเงาเลือนรางบางอย่างบนเนินทรายนั่นคือหัวที่คล้ายกับัคะนองน้ำที่ค่อยๆ ซ่อนตัวบนเนินทรายราวกับกำลังดำน้ำอยู่อย่างไรอยู่อย่างนั้น
เพชฌฆาตทะเลทราย...
สีหน้าของหลินโม่ย่ำแย่ผิดปกติคาดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเข้าสู่อาณาจักรเร้นลับ ก็ต้องเจอกับลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายที่ยากจะจัดการเข้าเสียแล้ว
เพชฌฆาตทะเลทรายคืออสูรธาตุทองระดับสูงที่มักซ่อนตัวอยู่ในเนินทรายภายใต้สภาพแวดล้อมของเนินทราย ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับอสูรระดับสูงที่แข็งแกร่งที่สุดผู้ฝึกตนก็ไม่ยอมเผชิญกับเพชฌฆาตทะเลทรายเด็ดขาดอสูรชนิดนี้ชอบซ่อนตัวซุ่มโจมตีอยู่ในเนินทรายเป็ที่สุดผู้ฝึกตนสิบคนที่บำเพ็ญในระดับเดียวกันเมื่อเจอเข้ากับเพชฌฆาตทะเลทรายมีถึงแปดคนที่ยากจะหนีเอาชีวิตรอดไปได้
ลูกของอสูรระดับสูง พลังที่น้อยที่สุดล้วนเทียบเท่ากับระดับฝึกตนขั้นที่แปดขึ้นไป
หลินโม่รีบย่อกายลงจัดการกับาแทว่าในตอนที่ขยับกาย เสียงร้องหวีดแหลมก็ดังขึ้น เขาจึงรีบเอียงกายหลบ แม้ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงแล้วแต่เสื้อตรงหน้าอกกลับถูกบาดขาดสะบั้น ทิ้งร่องรอยาแเอาไว้
หลินโม่จึงไม่กล้าบุ่มบ่ามแล้วนับประสาอะไรกับการวิ่งกลับไปทางนั้น หากเขาทำแบบนั้นล่ะก็จะยิ่งตายเร็วยิ่งขึ้น
ฟุบ!
เสียงหวีดแหลมทะลวงอากาศดังขึ้นอีกครั้งมันตรงเข้าสู่บริเวณอกของหลินโม่เต็มๆ
หลินโม่กัดฟันแน่น มีแต่ต้องสู้เท่านั้น เขาค่อยๆ ก้มกายต่ำลง เผลอปล่อยให้คมมีดทรายกระแทกเข้าใส่ตัวตรงซี่โครงข้อที่สองได้ยินเพียงเสียงกร็อบดังขึ้น ซี่โครงถูกโจมตีจนหักความเ็ปมหาศาลถาโถมใส่หลินโม่จนแทบสิ้นสติ ทว่าเขายังคงกัดฟันรับความเ็ปเจียนตายเอาไว้พลางมุ่งตรงไปข้างหน้า
ผ่านไปเนิ่นนานเนินทรายก็กระตุกขึ้น อสูรเพชฌฆาตทะเลทรายคลานออกมา รูปร่างของมันคล้ายกับลูกวัวส่วนหลังมีหางคล้ายงู แขนขาขนาดใหญ่ทั้งสี่นั้นแข็งแรง
ลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายค่อยๆโผล่ขึ้นแล้วคายแกนในปากออกมา
ในที่สุดแกก็ออกมา...
่เวลาที่ลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายอยู่ห่างไปเพียงสามก้าวสองมือของหลินโม่ทุบลงบนพื้นด้วยความรวดเร็วและรุนแรงโถมตัวเข้าโจมตีลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทราย แขนซ้ายโอบรัดคอของมันเอาไว้แล้วฉวยโอกาสขึ้นขี่
หลินโม่ยกกำปั้นซ้ายขึ้นแล้วทุบลงบนเบ้าตาของลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายอย่างรุนแรง
เบ้าตาที่ถูกทุบนั้นฉีกกระจายลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายตะเกียกตะกายอย่างสุดชีวิตอวัยวะแขนขาทั้งสี่กำลังดิ้นรนขุดทรายอย่างบ้าคลั่ง
“ยังคิดจะหนีอีกหรือ?”
ั้แ่ถูกคมมีดทรายกระหน่ำโจมตีจนทั้งร่างเต็มไปด้วยาแในใจของหลินโม่ก็อัดอั้นไปด้วยกองเพลิง โอกาสเช่นนี้จะพลาดได้อย่างไร แขนซ้ายที่แทบสิ้นแรงออกแรงเหวี่ยงหมัดแขนขวาก็กระหน่ำทุบลงบนศีรษะของของลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายก็ตะเกียกตะกายขุดทรายลงไปอย่างสุดชีวิตหลินโม่ตาแดงก่ำขึ้นด้วยความโกรธแค้น จะสนใจเื่เช่นนี้ไปทำไมอีกว่าแล้วจึงกระหน่ำทุบต่อไป...
ตามมาด้วยเม็ดทรายที่เคลื่อนไหลลงครู่เดียวเนินทรายก็กลับมานิ่งคงที่อีกครั้ง
ยามนี้ ราวกับกระสอบสายโค้งงอกองอยู่บนพื้น กระสอบทรายแตกนั้นกระจายชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเืแห้งเกรอะกรังไปทั่วร่างโผล่หัวขึ้นมาจากซากกระสอบทรายนั้น
“อึดอัดชะมัดอีกนิดก็ถูกกลบไว้ให้ขาดอากาศตายใต้เนินทรายแล้ว” หลินโม่สูดอากาศเข้าปอด หากลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทรายยังขุดลึกลงไปอีกล่ะก็เขากลัวว่าจะถูกฝังเอาไว้ใต้เนินทรายเหล่านี้น่ะสิ
แม้ว่าจะเ็ปเจียนตายไปทั่วร่างทว่าหลินโม่กลับเผยยิ้มออกมา พลางค่อยๆ กางฝ่ามือออกจึงได้เห็นผลึกเรียวแหลมที่กำลังส่องประกายอยู่บนฝ่ามือ—โลหิติญญาลูกอสูรเพชฌฆาตทะเลทราย
ครั้นลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งหลินโม่จึงตัดสินใจทิ้งความคิดในการสำรวจเนินทรายไป
ลูกอสูรระดับสูงเพียงหนึ่งตัวเกือบทำให้หลินโม่ต้องทิ้งชีวิตลงไปแล้ว หากเจออสูรั์ขึ้นมาล่ะก็ ไม่ใช่ต้องตายสถานเดียวหรอกหรือ อีกทั้งหลินโม่ได้รับาเ็ หมดทางจะไปต่อได้แล้ว
ในขณะที่หลินโม่กำลังเตรียมปีนขึ้นออกจากเนินทรายพลันเนินทรายอันเงียบสงัดก็ส่งเสียงเหยียบทรายซอกแซกอย่างแ่าดังขึ้นรอบด้าน
เมื่อเห็นเนินทรายสูงรอบตัวนูนขึ้นฝูงอสูรมหาศาลเกินกว่าจะนับได้กำลังมุ่งมายังทิศทางที่หลินโม่อยู่อย่างรวดเร็วความเร็วของพวกมันนั้นเร็วถึงขีดสุด
สีหน้าของหลินโม่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงโลหิตอสูรนั้นมีประโยชน์ต่อผู้ฝึกตนเป็อย่างมาก ขณะเดียวกันก็มีพลังดึงดูดอันรุนแรงต่ออสูรตนอื่นเช่นเดียวกันเป็เพราะอสูรก็สามารถกลืนกินโลหิตของอสูรตัวอื่นเพื่อเติบโตได้เช่นกัน
หลินโม่ปราดตามองทางออกแล้วเทียบระยะห่างอยู่ครู่หนึ่งตอนนี้การจะปีนออกแล้ววิ่งไปยังทางออกตรงนั้นได้สายเกินไปแล้ว
ยามนี้ หลินโม่เหลือเพียงสองทางเลือก
หนึ่งทิ้งโลหิตอสูรในกำมือไป
และสอง สู้สุดชีวิตทว่าหากต้องเผชิญกับลูกอสูรมากมายขนาดนี้หรือสุดท้ายแล้วหลินโม่จะเก็บโลหิตอสูรเอาไว้ไม่ได้