ปลาไหลลายเสือ [ บุรามฉัตร ]

    บทที่ 2 [ 1 ]

    ตอนที่ 2

     

                โลกทั้งโลกมันช่างดูมืดมิดบรรณรสวิ่งออกมาจากสถานบันเทิงแห่งนั้น มองไปรอบข้างก็ไม่เห็นใครสักคนที่รู้จักเธอเหมือนคนแปลกแยกในสายตาของผู้คน หลายคนมองเธอเพราะการแต่งตัวเชยแหลกบางคนก็มองเธอที่วิ่งออกมาพร้อมเสียงกรีดร้องแต่ทุกสายตาไม่มีใครคิดจะเข้ามายุ่งกับเธอ คนเ๮๣่า๲ั้๲คงคิดว่าเธอ ‘บ้า’

                    เธอกวาดตามองไปรอบๆก็พอรู้ว่าคงมีแต่คนสมเพช

                    เกิดมาในชีวิตนี้ ก็ไม่เคยทำตัวน่าอายอย่างนี้มาก่อนกับแค่ผู้ชายคนเดียว ทำไมตัวเองต้องฟูมฟายไร้สติอย่างนี้ ก็ไม่เข้าใจ

                    แต่คงเพราะอาการเมาที่มากกว่าความอายบรรณรสจึงวิ่งไม่หยุด เลาะไปตามริมบาทวิถี แต่โชคก็ไม่เข้าข้างเธออีกครั้งเมื่อร้องเท้าส้นเข็มที่คนใส่ไม่ถนัด เกิดประท้วงเธอด้วยการหักเอาขณะวิ่งเสียดื้อๆปลายเล็กแหลมของรองเท้าหลุดเข้าไปคาอยู่ในร่องปูน หักลำทันที

                    หญิงสาวล้มลงหน้าคะมำ ขาเรียวครูดกับพื้นปูนจนเป็๲รอยถลอกมีเ๣ื๵๪ออกซิบๆข้อศอกที่ยันกับพื้นก่อนหัวจะกระแทก ก็ถูกลากไปตามพื้นจนเป็๲แผลสดแผลตามร่างยังไม่เจ็บแสบ เท่ากับแผลที่อยู่ในใจสักนิดเดียว

                    ซ้ำร้าย...กระโปรงที่ใส่อยู่ทั้งแคบและลีบแม้จะผ่ากลางหลัง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมสภาพให้คงเดิมเมื่อเสียงแควกดังขึ้นในตอนที่ล้ม พร้อมกับกระโปรงตัวเก่งเป็๞รอยขาดจนสูงขึ้นเผยให้เห็นถึงขาอ่อนที่หวงแหนมานานนับยี่สิบกว่าปี

                    ทั้งอายทั้งเจ็บ...มองไปรอบกายก็ยังแอบหัวเราะตัวเองพร้อมกับร้องไห้ที่ไม่มีใครได้เห็นภาพอันน่าสมเพชเวทนาของเธอ ดูไปช่างเหมือนกับเธอนั้นเป็๲คนบ้าบอเพราะพิษรัก

                    เธอถอดรองเท้าข้างที่ชำรุดทิ้งเขวี้ยงมันไปยังเชิงสะพานด้านหน้า ส่วนอีกข้างก็ถอดออกแล้วทุบกับพื้นอย่างที่อยากระบายความแค้น

                    “ทำไม...ทำไมมันซวยอย่างนี้”

                    บรรณรสก้มหน้ามองพื้นนั่งขาอ่อนเป็๞ ‘ขาเป็ด’ หมดแรงน้ำตาที่ไหลมันทะลักออกมาจากความน้อยเนื้อต่ำใจ ผสมกับความเมาเหมือนยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งเมาขึ้นไม่รู้ตัว

                    ทันใดนั้นรถยนต์ยุโรปคันหรูสีขาวก็แล่นเข้ามาจอดเทียบอยู่ข้างถนนด้านหน้าเธอ ผู้ชายคนขับเดินลงมาจากรถในอาการเมาไม่แพ้กัน แต่ก็ไม่ขนาดหัวทิ่มเท่าเธอ

                    ระกากลลงนั่งยองๆข้างหญิงสาวพร้อมเอ่ยขึ้น “เป็๞ยังไงบ้างครับคุณ...ไหวไหมครับ”

                    บรรณรสไม่ทันเงยหน้าขึ้นมองจึงไม่อาจรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังทอดถอนใจอย่างหนัก นั่นอาจเป็๲เพราะเขาคงจำเธอได้ลางๆแต่หากสภาพของเธอตอนนี้ คงเป็๲แค่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีสภาพอันน่าสมเพชเวทนาอย่างดีเขาก็คงทำได้แค่เห็นใจ

                    “มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

                    หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียงของชายหนุ่ม...ด้วยฤทธิ์เหล้าที่ตกค้างก็สั่งการให้สมองบันทึกภาพชายตรงหน้าเป็๲ผู้ชายคนที่ทิ้งเธอไปทันที

                    แล้วความเคียดแค้นเจ็บใจก็สิงสู่เข้าแทนที่...แรงมหาศาลที่มีเหลืออยู่รวบรวมส่งพลังไปยังลำแขนส่งผ่านไปยังปลายนิ้ว ก่อนจะวาดมือออกกว้างแล้วเสียงฉาดที่ปลายนิ้วกระทบเข้ากับแก้มเขาเต็มรัก...ระกากลหน้าเกือบหันแต่ก็ไม่วายกระพุ้งแก้มกระเพื่อม

                    “อะไรวะ”คนถูกตบเดือดดาลขึ้นทันที อุตส่าห์หวังดีแต่จู่ๆก็โดนฝ่ามือตบอรหันต์โดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

                    แต่ยังไม่ทันที่เขาจะโต้กลับหญิงสาวก็คว้าคอเสื้อขึ้นมาพร้อมกับกระชากอย่างแรงจนชายหนุ่มที่นั่งเท้าไม่ติดดินข้างหนึ่ง ตัวเอียงแล้วหงายตึงไปพร้อมกับคนกระชาก

                    “ไอ้คนเลว...ไอ้คนชั่วไอ้ผู้ชายเฮงซวย...ทำไม...ทำไมต้องทำกับฉันแบบนั้น”

                    บรรณรสปล่อยมือจากคอเสื้อเขาแต่ก็ยังนอนเอียงข้างกับพื้นถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายในเขตก่อสร้าง...เธอเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดจาไม่รู้เ๹ื่๪๫

                    แต่คนหวังดีกลับหมดความอดทน...เมื่อจู่ๆความหวังดีก็ถูกผู้หญิงเชยบันลือโลกคนนี้ทำร้ายเข้าอย่างจัง เขาจึงลุกขึ้นยืน ปัดเศษทรายที่ติดอยู่ตามกางเกงออกแล้วก็มองหน้าเธอคนนั้นอย่างเหลืออด...กัดฟันแน่นกรอดจนเป็๲สันนูน

                    ผู้หญิงหนอผู้หญิง...รู้อย่างนี้ไม่ลงมาดูหรอก

                    แล้วระกากลก็ไม่สนใจเธอ กลับขึ้นไปนั่งอยู่บนรถของตัวเองผ่อนลมหายใจยาว เพื่อให้อารมณ์กลับมาอยู่ในระดับปกติ เขานั่งนิ่งอยู่ที่เบาะคนขับร่วมสิบนาทีจึงสตาร์ทรถยนต์ออกไป

                    แต่ก็ไม่วายแอบมองทางกระจกข้างยังคงเห็นเธอนอนราบอยู่กับพื้นถนนหมดสภาพ คิดแล้วก็อดสู จะใจดำทิ้งเธอลงคอได้อย่างไรคิดซะว่าเป็๞เพื่อนมนุษย์คนหนึ่งละกัน

                    เดี๋ยวพอหายเมามีสติ ค่อยขับรถไปส่งเธอกลับบ้านชายหนุ่มจึงตัดสินใจถอยรถกลับมาจอดที่เดิม ก่อนจะรีบลงไปหิ้วปีกคนเมาจนหมดสติที่อยู่กับพื้นเปิดประตูรถด้านหน้า แล้ววางเธอลงบนเบาะอย่างทุลักทุเล

                    เขาปาดเหงื่อที่ผุดอยู่บนหน้าผาก “คนอะไรวะตัวหนักฉิบหาย”

                    หนุ่มหน้าตี๋หันไปมองรอบด้านก็เห็นว่าหนทางรอบตัวนั้นมืดสนิท...ไม่มีคนอยู่แถวนั้นเลย นึกแล้วก็คิดเตลิดว่าหากปล่อยเธอไว้อาจจะโชคร้ายกว่าที่เป็๲อยู่ก็ได้

                    แต่ก็ไม่มีใครรู้...ความโชคร้ายของเธอยังไม่หมดสำหรับคืนนี้

                    ระกากลขับรถออกไปแล้ว หากปรากฏเงาดำซึ่งยืนอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลนักกำลังโทรศัพท์ถึงใครบางคน รายงานสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าให้คนทางปลายสายรับรู้

                    “นายครับ...มีคนพาคุณหนูโบขึ้นรถเก๋งไปแล้วครับนาย”

                    “เอ็งตามไปอย่าให้คลาดสายตา...แล้วไอ้โย...เอ๊ย...นังโยมันไปไหน...คนของเอ็งตามมันไปรึเปล่าวะ”

                    “ตามไปครับ”

                    คนรายงานรีบวางสายก่อนจะขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ไม่ห่างกันแล้วห้อรถบึ่งตามรถยนต์ของระกากล ชนิดประกบติดไม่ให้คลาดสายตา

    .........................................