“นี่พวกเธอจะยืนเล่นเ้านั่นไปถึงเมื่อไร” เซนเดินหน้าตั้งไปพร้อม ๆ กับสองหนุ่มทิ้งพวกเธอไว้ตรงนั้น
“คราวนี้แน่ใจใช่ไหมว่าถูกทาง”
ไม่นานนักสาว ๆ ก็ตามมาทันพร้อมกับอุ้มเ้ากระต่ายนั่นมาด้วย หลังจากเดินวนอยู่สักพักพวกเขาก็เจอทางไปต่อ
“คราวนี้จะเจอตัวอะไรอีกชักจะตื่นเต้นแล้วสิ” เซนยกดาบขึ้นตั้งรับเตรียมพร้อมสำหรับต่อสู้ยิ้มสนุกฉีกกว้าง
“ว่าแต่นายยังบอกเื่ในบันทึกนั่นไม่หมดใช่ไหม?” เซนเอามือตบหลังซึฮากิเบา ๆ
“เื่ที่เหลือมันยังไม่จำเป็ที่จะต้องรู้ในเร็ว ๆ นี้หรอก หรือในอีกแง่มุมก็คือพวกนายยังทำมันไม่ได้” แววตาเ็าเหม่อมองทางข้างหน้าราวกับกำลังมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น
ชั้นที่ห้าสิบหกผ่านไปพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในนี้มาหลายวันจนลืมวันลืมเดือนไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครบเจ็ดวันหรือยัง ได้แต่ใช้ชีวิตโดยกินพวกซากมอนสเตอร์ไปวัน ๆ
“เซนก้มลง !” แซมยิงธนูผ่านหัวเซนไปโดนเปลือกแข็ง ๆ ของด้วงั์ตรงหน้าแต่ลูกธนูก็ทำได้แค่รอยขีดข่วน
“เดี๋ยวนะ !” แซมใตาโตเมื่อเห็นด้วงตัวนั่นกำลังรวบรวมมานาไว้ที่เขาของมัน
“ถอยเร็ว !” คานะเห็นท่าไม่ดีจึงะโส่งสัญญาณให้คนที่ยืนอยู่แนวหน้าแต่มันก็สายเกินไป ด้วงตัวนั่นยิงคลื่นมานาใส่พวกเขาแม้ซึฮากิจะมีไหวพริบสร้างโล่มานาได้ทันแต่มันก็ทนต่อพลังของมันไม่ได้และโดนคลื่นมานากระแทกไปชนกับผนังดันเจี้ยน
“คานะ แซม พวกเธอพาคนอื่น ๆ ถอยไปก่อน” ฟรานวิ่งเข้าใส่ด้วงตัวนั่นก่อนที่มันจะร่ายเวทใหม่หมุนตัวเหวี่ยงดาบตัดเขาของมันแต่ก็ยังตื้นเกินไป ดวงตัวนั่นถอยออกห่างสะบัดเขาป้องกันตัวแต่มันก็ยังช้าเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของฟราน
ยังไม่อยากใช้เวทมนตร์กับมันแค่ตัวเดียว ลองทำเหมือนตัดต้นไม้ก็แล้วกัน
ฟรานฟันซ้ำไปที่เดิมและเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ตัวของมันทำให้จับทางไม่ได้และวนกลับมาฟันที่เดิมอีกครั้งคอย ๆ ตัดมันเหมือนตัดต้นไม้ที่ต้องสลับเฉียงขึ้นเฉียงลงก่อนจะตัดอีกด้าน
ตลอดเวลาที่เธอค่อย ๆ ตัดเขาของมันก็จะมีเสียงร้องโหยหวนหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ััได้ถึงสิ่งมีชีวิตอีกหลายตัวกำลังตรงเข้ามาหาเธอ
“ไม่มีทางเลือกแล้วฉันต้องใช้มัน [เสริมกำลังระดับสาม]” หลังจากฟรานร่ายเวทเสร็จก็มีออร่ามานาจำนวนมากกระจายไปทั่วตัว พลังมานาที่ห่อหุ้มร่างกายราวกับเป็เกราะป้องกันและยังเสริมสมรรถภาพให้ทุกด้าน
“ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง [เส้นทางเปล่าเปลี่ยว]” ด้วยเวทตรวจจับทำให้เธอรู้ตำแหน่งของมอนสเตอร์ หลังจากคาดเดาการเคลื่อนไหวได้เธอก็จับดาบอยู่ในท่าเตรียมเหยียดเท้าหลังออกไปหนึ่งก้าว
ถึงจะเป็เวทมนตร์ใหม่แต่ก็ดันเข้าใจวิธีใช้ได้เพียงแค่พูดชื่อออกมา
เธอพุ่งตัวเป็เส้นตรงไปพร้อม ๆ กับดาบคาตานะที่ฟาดฟันทุกสิ่งที่อยู่ในเส้นทาง เพียงพริบตาเดียวกองทัพด้วงพวกนั้นก็โดนตัดขาจำกัดการเคลื่อนไหวไปเสียแล้ว
“ลงดาบรูปแบบที่สอง [สับสน]” ฟรานพลิกดาบกลับมาด้านหน้าย่อตัวลงต่ำเล็กน้อย
ถึงจะใช้มานาเยอะแต่ก็มีพลังทำลายสูงมาก
การเคลื่อนไหวเป็สลับฟันใช้ดาบเหวี่ยงไปตามแรงส่งของร่างกายตัดผ่านเปลือกแข็ง ๆ พวกนั้นได้ในครั้งเดียวแต่ก็แลกมากับการใช้พลังงานทั้งมานาและแรงกายที่มากจนเกือบยืนไม่อยู่
หลังจากกำจัดด้วงทั้งหมดเธอก็กลับไปหาเพื่อน ๆ ที่พักฟื้นอยู่
“กิจัง…” ระหว่างที่เธอกำลังเดินทักทายพรรคพวกจู่ ๆ ก็ขาสั่นไม่มีแรงยืนและล้มพับลงไป
“เธอฝืนตัวเองเกินไปแล้ว” คานะประคองร่างของฟรานไว้พร้อม ๆ กับใช้เวทมนตร์รักษาแต่ฟรานก็ยังพยายามลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง
“ฉันไม่เป็ไร เธอไปดูคนอื่นก่อนเถอะ” ฟรานยังคงเดินเข้าไปหาซึฮากิแม้จะยืนแทบไม่ไหวแล้ว
“เอาเถอะน่าเดี๋ยวฉันประคองให้” คานะขมวดคิ้วโกรธที่ฟรานไม่ฟังแต่ลึก ๆ ภายในใจก็ดีใจที่เธอไม่เป็อะไร
“พวกเขาเป็ยังไงบ้าง?”
“อาการค่อนข้างน่าเป็ห่วงมากเลยครับ ภายนอกแค่ถลอกเล็กน้อยแต่ภายในผมไม่สามารถช่วยได้ต้องมีเครื่องมือ” ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหม่นหมองของแซมคอยเฝ้ามองอาการของพวกนาริ
ซึฮากิลุกพรวดพราดทำฟรานใ
“กิจัง !”
“เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรนะ คลื่นมานาพวกนั้นน่าจะทำให้มึนหัวและหมดสติเท่านั้น”
“แน่ใจนะ” แซมถามกลับทันที
“ค่อนข้างแน่ใจ ตอนนี้ให้เฝ้าระวังไว้ก่อนรอจนกว่าจะฟื้น”
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงที่รอคนอื่นให้ฟื้น ฟรานก็ััถึงสิ่งมีชีวิตได้อีกและมันกำลังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
“มอนสเตอร์กำลังมาแล้วหนีกันเร็ว !” พวกเขาพากันหนีหัวซุกหัวซุนแต่ฟรานก็ดันก้าวขาได้ยากลำบากเพราะไม่มีแรงถึงจะซึฮากิมาช่วยพยุงก็ยังช้าเกินไป
ขืนเป็แบบนี้หนีไม่ทันแน่ ฟรานกัดฟันคิดหาทางออกจนหัวแทบจะะเิ
“ไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันถ่วงเวลาไว้ให้” ฟรานผลักซึฮากิออกจากอ้อมแขนและชักดาบขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉันวางกับดักไว้แล้วพวกมันตามมาไม่ทันหรอก” ซึฮากิดึงแขนฟรานที่หยุดยืนนิ่งและลากไปด้วย
“แน่ใจนะว่ามันจะตามไม่ทัน” ฟรานเดินตีคู่มากับซึฮากิช่วยประคองกันและกันไม่นานนักก็มีแรงสั่นะเืเหมือนกับะเิมาจากด้านหลัง
จริงด้วยมันหยุดตามมาแล้ว ด้วยเวลาเพียงแค่นี้ใช้กับดักอะไรกันแน่นะ เมื่อเดินขึ้นไปได้หลายชั้นก็วางใจลงได้ครึ่งหนึ่งแล้วนั่งพักผ่อน ตอนแรกพวกเธอทิ้งเ้าปุยไว้ที่ชั้นนี้ด้วยแต่ตอนนี้มันกลับหายไปแล้ว
หลังจากพักได้เพียงพอพวกเขาก็เดินต่อไปถึงชั้นที่มีแอ่งน้ำซึ่งมันไกลพอให้นั่งสบายใจได้
“เราปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” นาริกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง
“อืม ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ” คานะคานะคอยดูอาการของนาริอย่างใกล้ชิดเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือได้ทัน
“ฉันยังไม่ตายเหรอเนี่ย?” เซนนั่งเหม่อลอยพูดกับตัวเองเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่ารอดแล้ว
“ครับ พวกเรารอดแล้ว” แซมถอดแว่นเช็ดคราบดินพร้อม ๆ กับกระตุกยิ้มอ่อนดีใจที่ตัวเองยังรอดมาได้เช่นกัน
บรรยากาศเงียบจนตึงเครียดไม่รู้ว่าศัตรูจะมาจากทางไหน จากการต่อสู้เพื่อเพิ่มพูนความสามารถกลายเป็เพื่อความอยู่รอดแทน ความสนุกสนานที่เคยมีค่อย ๆ มลายหายไป
ทุกคนต้องมาลำบากเพราะฉันประมาทเกินไป ถ้าใช้เวทมนตร์พวกนั้นั้แ่แรกก็คงไม่าเ็กันขนาดนี้ ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังหลับใหลเหลือฟรานที่นอนคิดวนไปมาอยู่ในหัวไม่หยุด
ใน่เวลาที่ทุกคนหมดแรงไม่อาจมีใครเฝ้ายามได้ฟรานกลับััได้ถึงสิ่งมีชีวิตอีกครั้งและมันกำลังเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน
“ทุกคน !” ฟรานชักดาบเตรียมสู้และพยายามะโเรียกทุกคนแต่มันก็สายเกินไป เมื่อเธอได้เห็นมอนสเตอร์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนยืนอยู่ข้าง ๆ ที่แซมนอนอยู่
“ไม่นะ !” เสียงสั่น ๆ ของฟรานที่กำลังเข้าจู่โจมมอนสเตอร์ตัวสูงใหญ่ลักษณะเหมือนมิโนทอร์
เสียงะโของฟรานทำให้ทุกคนสะดุ้งตื่นทันทีแต่มันก็ไม่ทันการเสียแล้ว เ้ามอนสเตอร์นั่นใช้กระบองของมันฟาดไปที่หัวของแซมขณะที่เขากำลังลืมตาพอดี ภาพเดียวที่ได้เห็นคือกระบองขนาดใหญ่กำลังพุ่งตรงเข้ามาที่หน้าของเขา
่เวลาสุดท้ายแซมใช้มีดที่วางอยู่ข้างตัวร่ายเวทมนตร์สุดท้ายไว้กับเพื่อน ๆ ของเขา
ขอโทษนะทุกคน ผมคงช่วยได้แค่นี้
เสียงกระแทกดังลั่นสั่นสะท้านไปถึงหัวสมองของทุกคนที่ได้เห็นเืกระจัดกระจายไปทั่วเหลือไว้เพียงร่างอันแน่นิ่งของแซม
“ออกไปให้ห่างเลยนะ !” นาริออกหมัดที่ห่อหุ้มด้วยเวทมนตร์ชกไปที่แขนและขาของมันย้ำ ๆ
“ออกไป ! ออกไปเดี๋ยวนี้” เสียงสั่นสะอื้นะโออกมาจากสุดลำคอเท่าที่จะทำได้ขณะที่กำลังรัวหมัดมันก็ฟาดกระบองสวนกลับทำให้เวทมนตร์ที่ห่อหุ้มถุงมือไว้แตกทันที
บัดซบเอ๊ย มันง้างแขนและเหวี่ยงกระบองฟาดมาอีกครั้ง สายตาอันแข็งกร้าวจ้องมองตาไม่กะพริบและปล่อยหมัดที่อัดมานาทั้งหมดปะทะกันอย่างดุเดือดเป็การตอกย้ำเพื่อน ๆ ให้รับรู้ว่าเธอกำลังใช้แรงเฮือกสุดท้าย
“แข็งใจไว้นาริ” ซึฮากิและฟรานอ้อมเข้าด้านหลังและจ้วงแทงคอและหัวของมันพร้อมกันแต่ไม่รู้ทำไมมันถึงหันกลับมามองและขยับตัวหนีได้ทัน
ออร่ามานาของนาริหมดลงหลังจากฝืนทนมานานเป็เวลาเดียวกับที่มันเหวี่ยงกระบอกซ้ำมาอีกครั้ง เธอไม่มีทางเลือกต้องตั้งการ์ดป้องกันแต่ทั้งมือและแขนก็แปลกเละไม่เหลือชิ้นดี
เสียงกรีดร้องโหยหวนเ็ปจนอยากตายเสียยังดีกว่า คานะกัดฟันตั้งสติและเล็งยิงลูกศรเวทมนตร์สีครามไปยังดวงตาของมันปักเข้าเป้าเต็ม ๆ
“ไอ้เวรเอ๊ย !” นาริเสียทั้งมานาและเืไปมากจนทรุดตัวลงพื้นทั้งอย่างนั้นได้แต่มองดูแขนเละ ๆ ของตัวเอง
“ตายสักทีสิวะ” ไม่ว่าเซน ซึฮากิ ฟรานหรือคานะทำอะไรมันก็หาสนใจไม่แต่กลับย่อตัวลงตรงหน้านาริ
เ้าปีศาจนั่นอ้าปากกัดเข้าไปที่หัวของเธอทั้งเป็และกระชากจนหัวขาดครึ่งเห็นลิ้นไก่ได้จากด้านนอกต่อหน้าต่อตาเพื่อน ๆ ที่พยายามโจมตีฟาดฟันใส่อย่างต่อเนื่อง
คานะร้องลั่นด้วยความโกรธแค้นยิงลูกศรเวทมนตร์ใส่ไม่ยั้งขณะที่พวกเซนก็กำลังฟาดฟันไปที่ขา แขน ลำตัวของมันขาดสติจนไม่ได้เล็งจุดตายอย่างที่ซึฮากิพยายามทำอยู่
ทำยังไงดี ทำยังไงดี ทำยังไงดี ทำยังไงดี ชั่วขณะที่ฟรานยืนตัวสั่นเหม่อคิดหาวิธี ซึฮากิก็รอดพ้นสายตาเ้ามอนสเตอร์เข้าไปพาร่างไร้ิญญาของนาริออกมา
ซึฮากิวิ่งอ้อมตัวปีศาจไปอุ้มแซมออกมาเพื่อหวังว่าจะยังมีชีวิตอยู่แต่ก็สายไปเช่นกันหัวของแซมถูกทุบจนเละติดกับพื้น
“หนีเร็ว !” ซึฮากิะโบอกทุกคนขณะที่ไม่มีใครสนใจเอาแต่โจมตีใส่เ้าปีศาจนั่นไม่ยั้งมือแม้ดาบของเซนจะเกือบพลาดไปโดนฟรานในหลาย ๆ ครั้งก็ตาม
ซึฮากิเก็บมีดสั้นที่เป็อาวุธสำรองของแซมและนาริไปด้วยก่อนจะตัดสินใจลากตัวเซนและฟรานออกมาจากระยะหวังผลของมัน
“ตั้งสติไว้ทุกคน” ซึฮากิพาพวกเขาวิ่งหนีขึ้นไปชั้นบน
“แซม...นาริ” คานะพึมพำออกมาทั้งน้ำตาในขณะที่วิ่งหนีสุดชีวิต
“หา !” ซึฮากิอุทานขึ้นมาทันทีเมื่อทางออกไปชั้นต่อไปถูกกำแพงหินปิดไว้ เมื่อหันไปมองข้างหลังก็เห็นเ้าปีศาจนั่นกำลังวิ่งตามมาติด ๆ
“เซนพังกำแพงหินนั่น ที่เหลือช่วยกันถ่วงเวลามันไว้” ซึฮากิสั่งการแทนฟรานที่ยังช็อกคุมสติไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
“เล็ง่ข้อต่อไม่ก็ตาอีกข้างของมัน” ซึฮากิและฟรานวิ่งเข้าใส่ปีศาจนั่นแต่มันกลับฝ่าพวกเขาไปยังแนวหลังทันที
เสียงกรีดร้องของคานะส่งผลให้เซนเข้ามาช่วยแทนที่จะทำลายแพงหินต่อ
เ้าปีศาจเหวี่ยงกระบองเข้าฟาดใส่เช่นเดียวกับเซนที่ใช้ดาบั์รับไว้แต่สำหรับมันก็เหมือนเอาเด็กตัวน้อยมางัดข้อแข็งกันไม่มีทางที่แรงจะสู้ไหว การปะทะกันแค่ไม่กี่ครั้งมันก็ทำให้เซนหมดแรงและครั้งสุดท้ายกระบองอันหนักอึ้งก็ได้กระแทกร่างของเซนไปพร้อม ๆ กับคานะที่อยู่ด้านหลังชนกับกำแพงหิน
“[ยั่วยุ]” ขณะที่ปีศาจกำลังจะเดินไปฟาดซ้ำก็มีซึฮากิใช้เวทมนตร์ล่อมันออกมา
“มีแต่ต้องสู้เท่านั้น ฟราน !” ซึฮากิเรียกฟรานเสียงดังเพื่อปลุกให้ตื่นตัว
“อืม” ฟรานปาดน้ำตากัดฟันสู้
“ระวังให้ดี...” แม้จะตัวใหญ่โตแต่มันกลับเคลื่อนไหวได้ว่องไวอย่างกับหมาป่าถ้ำเพียงครู่เดียวมันก็เข้ามาใกล้แล้ว
“แยกเป็สองทาง” ซึฮากิเอาโล่ออกมาป้องกันได้ทันแต่แรงกระแทกอันมหาศาลจากการฟาดกระบองส่งผลให้โล่แตกทันทีและยังกระแทกซึฮากิให้ลอยออกไปด้วย
“[เสริมกำลังระดับสาม]” ฟรานกระดกขวดมานาสำรองและใช้เวทเสริมกำลังอีกครั้ง
“[เสริมกำลังระดับสอง]” ซึฮากิตั้งหลักลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งคอยหาจังหวะที่มันลดการป้องกันลง
“ลงดาบรูปแบบที่สอง [สับสน]” ฟรานพุ่งเข้าเฉือนขาขวาของมันและะโพุ่งตัวไปทางซ้าย ฟันไปที่คอหนา ๆ ของมัน ม้วนตัวกลับอีกครั้งแทงไปที่แผ่นหลังพยายามเคลื่อนไปมาไม่ให้มันจับทางได้
ในวินาทีที่มันกำลังจะฟาดกระบองเล็งไปที่ฟราน ซึฮากิก็อ้อมไปอีกด้านยิงะุลมใส่หัวและคอของมันค่อย ๆ เจาะหนังหนา ๆ นั่นเข้าไป
ฟรานหลบกระบองนั่นได้เป็เวลาเดียวกับที่มันเหวี่ยงกลับไปด้านหลังเพื่อฟาดใส่ซึฮากิ ฟรานไม่รอช้ากระโจนเข้าใส่ะโไต่จากขาขึ้นไปถึงใบหน้าและแทงเข้าที่เบ้าตาอีกข้างได้พอดีต่อให้หนังจะหนาเพียงไหนแต่ตาก็ยังเป็จุดที่อ่อนแออยู่ดี
“เราจะจัดการมันได้ยังไง?” ฟรานและซึฮากิถอยห่างออกมาตั้งหลักเมื่อได้เห็นเ้าปีศาจเ็ปอาละวาดฟาดไปรอบ ๆ ไม่ยั้ง
“เธอไม่ต้องสนใจอย่างอื่น ทำเหมือนที่เคยทำเดี๋ยวฉันจะหาช่องว่างเล่นงานมันเอง”
ฟรานเห็นมานาที่น้อยนิดจึงเลิกใช้เวทเสริมกำลังและพึ่งพาความสามารถของตัวเองล้วน ๆ ไม่ว่าจะหลบกระบองเพราะปะทะตรง ๆ ยังไงก็แพ้ ดาบคาตานะฟาดฟันเฉือนร่างหนา ๆ ทีละเล็กทีละน้อยและด้วยความที่มันเสียตาทั้งสองไปแล้วจึงได้แต่ฟาดกระบองตามสัญชาตญาณเท่านั้น
ซึฮากิใช้เสริมกำลังเสริมขาทั้งสองข้างและะโขึ้นเกาะหลังคอหวังจะใช้แรงอัดอากาศะเิสมอง เขาใช้มีดสั้นแทงเข้าไปในหูแต่ไม่ทันได้ร่ายก็โดนมันจับเหวี่ยงทิ้งเสียก่อน
ฟรานไม่รอช้าใช้จังหวะที่มันกำลังสนใจซึฮากิพุ่งเข้าจู่โจม “ลงดาบรูปแบบที่สาม [ทะลวงโลกันตร์]” ดาบสีชาดที่เหมือนกำลังจะโดนหลวมพุ่งแทงหน้าอกซ้ายของเ้าปีศาจซ้ำ ๆ หลายครั้งหวังจะทะลวงไปถึงหัวใจของมัน
ซึฮากิวิ่งกลับมาอีกครั้งขณะที่มันหันไปสนใจฟรานเขาะโขึ้นเกาะคอมันหวังจะใช้แรงดันอากาศะเิสมองของมันเสีย
“[แรง…” ก่อนที่จะร่ายเวทเสร็จเ้าปีศาจะโโดยเอาด้านที่ซึฮากิเกาะกระแทกเข้ากับกำแพงเต็ม ๆ จนเสริมกำลังไม่อาจต้านทานได้ แรงกระแทกที่รุนแรงถึงขนาดทำให้เกิดแรงสั่นะเืมันทำให้ซึฮากิหมดสติคาที่ทันที
“กิ !” ฟรานวาดดาบจากด้านหลังฟันเข้าที่ข้อเท้าเป็การดึงความสนใจและขณะที่ร่างของซึฮากิกำลังร่วงลงพื้นเธอก็พุ่งรับได้ทัน
ฟรานวิ่งหนีออกมาทิ้งระยะห่าง “กิจัง” ฟรานเขย่าตัวซึฮากิเบา ๆ ก่อนที่เ้าปีศาจจะร้องคำรามดังไปทั่วทั้งชั้น เธอวางซึฮากิไว้ในจุดที่ปลอดภัยก่อนจะกลับมาหาปีศาจ
“แกนะแก !” เสียงะโแห่งความโกรธจนแทบคุมสติไม่ได้เข้าต่อสู้กับปีศาจร่างั์ะโขึ้นไปเอามีดของซึฮากิที่ปักคาหูของมันไว้
เธอวิ่งหนีไปอีกทางซึ่งเป็ทางลงไปอีกชั้นคอยฟาดฟันตอดเล็กตอดน้อยเพื่อล่อมันลงไปชั้นที่ไม่มีใครอยู่ เมื่อลงมาถึงชั้นที่เป็ห้องโถงหนาวจัดฟรานหยุดอยู่ที่กลางห้องโถงนั้นเผชิญกับปีศาจโดยไม่มีความกลัว
“ทุกคน...ฉันจะแก้แค้นให้เอง” ภาพจำอันโหดร้ายได้ผุดขึ้นมาอีกครั้งเธอจึงใช้มันเป็แรงผลักดันให้ลุกขึ้นสู้ น้ำตาค่อย ๆ ไหลหยดลงบนแก้มแต่ก็ยังกัดฟันวิ่งเข้าใส่
ต้องมากกว่านี้
“[เสริมกำลังระดับสี่]” ฟรานร่ายเวทเสริมกำลังเพิ่มไปอีกหนึ่งขั้น เธอรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่แตกต่างอย่างชัดเจนแต่มันกลับดึงมานาออกไปอย่างมหาศาล
“ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง [เส้นทางเปล่าเปลี่ยว]” ฟรานพุ่งแทงข้อเท้าที่ที่สร้างาแไว้ตัดเส้นเอ็นของมันลงได้สำเร็จ จังหวะเดียวกันมันก็ฟาดกระบองลงมาทำให้ฟรานต้องะโถอยออกมาเห็นท่าทางอ่อนแอของมันที่ไม่อาจเคลื่อนไหวตามใจที่้า ดวงตาที่ใช้การไม่ได้และขาหนึ่งข้างที่ไม่อาจค้ำตัวเองได้ฟรานเห็นโอกาสที่จะจัดการมัน
ต้องรีบทำอะไรสักอย่างก่อนที่มานาจะหมดเพราะถ้ามันหมดเมื่อไรเราก็จะขยับตัวไม่ได้แน่ ฟรานวิ่งไปรอบ ๆ ตัวของมันเพื่อจุดที่สามารถสร้างความเสียหายได้มากที่สุด
ฟรานค่อย ๆ ก้าวเดินเพื่อไม่ให้มันรู้ตัวหวังฟันคอของมันที่มีรอยแผลจากที่ซึฮากิทำไว้แล้ว แต่ไม่นานมันก็ชินกับการมองไม่เห็นจึงอาศัยหูฟังเพื่อระบุตำแหน่ง มันเหวี่ยงกระบองฟาดกลับหลังโดนฟรานเต็ม ๆ เธอกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงและใน่เวลานั้นก็มีแสงสีขาวสว่างออกมาจากตัวและสลายหายไปเหมือนกับคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ราวกับเป็เกราะป้องกันไม่ให้าเ็มาก
“แสงแบบนี้มัน เวทมนตร์เสริมเกราะของแซมนี่...”
ฟรานยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทุกคนที่เหลือรอดมีเกราะแสงออกมารับความเสียหายแทนนั่นคือเวทมนตร์สุดท้ายที่แซมใช้ก่อนตาย
“ลงดาบรูปแบบที่สี่ [ลมกรด]” ออร่ามานาที่เสริมพลังให้เธอเปลี่ยนเป็สีแดงชาดดั่งเปลวเพลิงที่กำลังถูกลมพัดวนรอบตัวเหมือนเธอคือศูนย์กลางของพายุหมุนนั่น ดาบที่เหมือนไม่มีอะไรกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาล
เ้าปีศาจยิ้มฉีกกว้างจนเห็นฟันรอให้เธอเข้าไปหา เมื่อถึงระยะฟรานก็ชิงโจมตีก่อนด้วยการฟันเป็แนวเฉียงสองครั้งอย่างรวดเร็ว มันสวนกลับด้วยการฟาดในแนวนอนแต่ฟรานก็เบี่ยงตัวหลบเพียงนิดเดียวและฟันไปที่แขนของมันทันทีจนแขนขาดครึ่งหนึ่ง
เ้าปีศาจนั่นร้องครวญครางด้วยความเ็ปพยายามจะใช้ปากกัดแทนแต่ก็ช้าไป ฟรานวิ่งไปอยู่อีกด้านแทงแผ่นหลังทะลุออกมายันหน้าท้องมันรีบหันหลังใช้อีกมือสะบัดใส่ แต่ฟรานก็วิ่งไปด้านหน้าแทนขณะที่มันกำลังมึนงงเธอก็ฟันไปที่ข้อต่อหัวเข่าตัดเอ็นให้ขาดในดาบเดียวทำให้มันล้มลง
ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่มันก็ยังพยายามคลานเข้าหาด้วยมือที่เหลือข้างเดียว ฟรานง้างดาบขึ้นสุดแขนเตรียมฟันคอปลิดชีพของมัน แต่แล้วเสริมกำลังก็หายไปเพราะมานาหมดทำให้เธอขาสั่นเทาจนไม่มีแรงยืน ได้แต่พยายามคลานหนีออกมาแต่ก็ไม่ทันการเพราะมันจับเธอไว้แน่นก่อนที่จะโยนอัดกำแพง
บ้าที่สุด สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้เลย จะะโฟันคอตอนแรกก็ยากเพราะตอนลอยอยู่กลางอากาศมันเป็เป้านิ่ง พอทำให้มันล้มนอนได้แล้วเราก็ทันพลาดมานาหมดอีก ฟรานมองไปหาปีศาจนั่นที่กำลังคลานเข้ามาเรื่อย ๆ เธอเริ่มรู้สึกกลัวจนน้ำตาไหลใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานออกมาให้ห่างที่สุด
กิจัง ทุกคน เธอหันไปเห็นมีดสั้นของซึฮากิวินาทีนั้นมีเพียงแค่หนทางเดียวเท่านั้นเธอคลานไปหยิบมีดนั่นมองดูมานาที่มีไม่ถึงสิบ
ถึงจะรู้ว่าเปล่าประโยชน์แต่ฉันก็จะสู้จนลมหายใจสุดท้ายแม้เธอจะหยิบมีดนั่นมาได้แต่ก็ไม่รู้วิธีที่จะฆ่ามันสักวิธีเลย
มานาก็เหลือไม่พอที่จะใช้สักสกิล มันคว้าตัวเธอขึ้นมาค่อย ๆ ยกขึ้นเหนือหัวและออกแรงบีบ ร่างกายกำลังจะถูกบีบจนเละแต่เธอก็ใช้มีดสั้นนั่นจิ้มแทงไปที่มืออย่างต่อเนื่องไม่ยอมหยุด
น่าสนุกจริง ๆ
นั่นเธออีกแล้วเหรอ เสียงบางอย่างแทรกเข้ามาในหัวของฟรานในขณะที่เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงสีขาวไม่มีพื้นหรือท้องฟ้าอะไรทั้งนั้น
เด็กสาวตัวน้อยยิ้มให้กับเธอพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้ ฟรานรีบรับมันไว้ทันทีเหมือนรู้ว่ามันคืออะไร
ปีศาจนั่นยังพยายามออกแรงบีบเธอสุดแรง ในขณะที่เธอยกมีดขึ้นเหนือหัว
วินาทีที่ร่างกำลังจะแหลกเละเธอก็ยกมีดขึ้นสูงเหนือหัวและฟันลงมารุนแรงถึงขั้นทำให้ทั้งดันเจี้ยนสั่นะเืไปจนถึงค่ายอย่างกับแผ่นดินไหว
มือที่จับตัวเธอไว้แน่นก็คลายออกภาพที่ฟรานเห็นตรงหน้าคือปีศาจที่ตัวขาดครึ่งแบ่งเป็ซีกขวาและซ้ายตายคาที่รวมไปถึงกำแพงด้านหลังก็ถูกพังเป็แนวยาวตรงไปจนมองไม่เห็นปลายทาง
ฟรานที่ยังคงสติไว้ได้ก็คลานขึ้นไปหาพวกซึฮากิและคนอื่น ๆ
“กิจัง ! กิจัง !” ฟรานเขย่าตัวซึฮากิทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ร่อแร่เต็มที
อย่างน้อยก็ขอตายไปด้วยกันนะ เมื่อเห็นว่าซึฮากิไม่มีการตอบโต้จึงโผเข้ากอดไว้แน่นเอาหน้าแนบกับหน้าอกจึงได้ยินเสียงหัวใจ
“ไม่ ๆ มันยังไม่จบหรอก” ฟรานพยายามลุกขึ้นยืนให้ได้เพื่อแบกซึฮากิเดินไปหาเซนและคานะตรงทางออก เธอแบกร่างของคนสามคนไปอย่างทุลักทุเลจนไปติดกำแพงหินนั่น เธอไม่เหลือแรงที่จะทำอะไรได้แล้วได้แต่นั่งพิงกำแพงรอความช่วยเหลือหรือรอมานาฟื้นคืนต่อไป
ไม่นานกำแพงหินนั่นก็ค่อย ๆ เลื่อนลงจนทางเปิดออกและมีนายทหารสองคนและเลวาธานยืนอยู่อีกด้าน
“ทำได้ยอดเยี่ยม นี่สิสมกับเป็ผู้ถูกเลือก” เลวาธานยืนยิ้มด้วยความภาคภูมิใจส่วนนายทหารอีกสองคนก็เข้ามาประคองตัวฟรานไป
“เดี๋ยว ! แล้วพวกเขาล่ะ” ฟรานขัดขืนนายทหารพวกนั้นเพื่อลากเพื่อน ๆ ไปด้วย
“ช่างมันสิจะสนใจทำไม?” เลวาธานหันหลังเดินออกไปทั้งอย่างนั้น
“ขอร้องล่ะ ช่วยไปเอาแซมกับนาริที่ชั้นล่างด้วย” ฟรานลากเพื่อนของเธอสามคนไปด้วยส่วนนายทหารอีกคนก็ยอมทำตามเดินลงไปนำศพของแซมและนาริขึ้นมา
เธอและนายทหารอีกคนช่วยกันพาเพื่อนของเธอขึ้นมาจนออกจากดันเจี้ยนโดยใช้เวลาเดินหลายชั่วโมงแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้พยายามฝืนร่างกายต่อไป
เธอปล่อยตัวลงนอนทันทีเมื่อกลับมาถึงค่ายพร้อมกับทุกคนแม้อีกสองจะไม่มีชีวิตแล้วก็ตาม หน่วยแพทย์รีบเข้ามาช่วยเหลือทันทีและวันที่แสนเลวร้ายก็ได้จบลงด้วยน้ำตาและเสียงร่ำไห้ของฟราน