หลังจากกินอาหารเช้ากันเสร็จแล้วพวกเราทุกๆคนเดินทางเข้าเมืองกันอีกครั้ง เพื่อไปที่อาคารออกเอกสารที่ดิน แม่ และลุงใหญ่ก็ไปจัดการซื้อและเซ็นต์ชื่อเป็เ้าของที่ดินกันคนละฉบับอย่างเสร็จสมบูรณ์ ส่วนพวกเธอก็นั่งรอเล่นแถวๆลานจอดรถนั่นแหละ
ทั้งแม่และลุงใหญ่ต่างมองเอกสารที่ดินอย่างมีความสุข แต่ลุงใหญ่ค่อนข้างจะหนักเสียหน่อยแค่ตอนพาแม่ไปขายสร้อยไข่มุกพร้อมจี้กลับมาก็เหม่อลอยแล้วเหม่อลอยอีกพอได้เป็เ้าของที่ดินขึ้นมาอีกคราวนี้ ยิ่งอาการหนักกว่าเก่าอีก แต่ดูก็รู้ว่าท่านมีความสุขมากจริงๆ
ทุกๆคนมายืนตรงลานจอดรถกันแบบไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวเลยกันเลยว่าเดินมาถึงกันั้แ่เมื่อไหร่ ตอนไหน และยังไม่มีใครขึ้นรถสักทีหนึ่งเพราะมัวแต่ยืนมองเอกสารที่ดินผืนใหม่กันอยู่อย่างปลาบปลื้มและดีอกดีใจกันอยู่นั่นเอง
3ซิงได้แต่นั่งรอใต้ต้นไม้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจตัวเองต่อ และรอให้ทุกๆคนกลับมาในโลกความจริงแบบไม่ได้เร่งรีบอะไร เพราะเธอเองก็เข้าใจว่าการที่จะมีที่ดินเป็ของตังเองมากมายขนาดนี้ทั้งๆที่ฐานะไม่ได้เอื้ออำนวยอะไรเลย แต่พอมาวันนี้ที่ดินหลายสิบไร่มันอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว
แม่ของเธอซื้อที่ดินมาได้ทั้งหมด 100 ไร่ ตกที่ไร่ละ 80 หยวน ส่วนลุงใหญ่ของเธอนั้นได้ที่ดินมาทั้งหมด 30 ไร่ ราคาไร่เท่ากับของแม่เธอเช่นกันเพราะที่ดินบริเวณด้านนอกราคาไม่แพงเท่ากับในเมืองหรือใกล้เมือง
ถ้าถามว่าอยากได้ที่ดินในเมืองไหมก็อยากได้เช่นกันแต่เธอคิดว่า อยากจะใช้ชีวิตแบบสบายๆไม่เร่งรีบเหมือนโลกเก่า ถ้าจะมีที่ดินในเมืองคงจะหาซื้ออาคารสำหรับค้าขายมากกว่าซึ่งเื่แบบนี้คงจะต้องคุยกับแม่อีกทีหนึ่งหลังจากหารือกันว่าเราจะทำสิ่งใดเพื่อที่จะทำรายได้ให้กับครอบครัวนำมาขาย
“อือ…..ที่ดินตั้ง 100 ไร่เราก็เป็เจ๊ใหญ่ซิงซิงแล้วสินะฮิ…ฮิ…..อ้า..แล้วเจ๊ใหญ่อย่างเราจะทำอะไรดีล่ะกับที่ดินพวกนี้”3ซิง มองหากิ่งไม้เขียนวางแผนคร่าวๆ ว่าที่ดิน 100 ไร่นั้นจะทำอะไรบ้าง
“ปลูกบ้านหลังใหม่ 1 หลัง วงเล็บไว้ว่าต้องเป็เนื้อที่ที่ติดกับที่ดินของลุงใหญ่ด้วย บ้านเราจะได้อยู่ติดกัน ติดกันพอดี๊…พอดี…ฮิฮิ อือใช้ที่ดินสักกี่ไร่ดีนะเนี้ยสัก 2 ไร่ละกัน ส่วนที่เหลือเราจะเอาไว้ปลูกข้าวกินเอง และปลูกข้าวสาลีไว้ทำแป้งด้วย อือ…ปลูกผลไม้ตามฤดูกาลกับผลไม้ทุกฤดู พวกสมุนไพรบ้างนิดหน่อย พวกพืชผักสวนครัวเอาไว้ปลูกใกล้กับตัวบ้าน มีอะไรอีกน๊า…ใช่ๆขุดบ่อน้ำเอาไว้ใช้ และเอาไว้เลี้ยงปลาด้วย เผื่อที่ดินบาง่ไม่มีแม่น้ำสายใหญ่ผ่านหน้าแล้งจะได้ไม่มีปัญหาล่ะ เอาแค่นี้ก่อนนะเจ๊ใหญ่ซิงซิงค่อยว่ากันใหม่เนอะ”3ซิง พูดไปบ่นไปแบบเสียงปรกติ นั่นก็ทำให้เรียกความสนใจจากคนรอบข้างที่กำลังเหม่อลอยมองเอกสารที่ดินกันอยู่ได้เป็อย่างดี
“น้อง3ซิงเขียนอะไรเหรอ??”พี่สาวเยว่ชิง
“แผนคร่าวๆในการใช้ที่ดิน100 ไร่ที่บ้านของพวกเราไงพี่เยว่ชิง”3ซิง ชี้ไปที่พื้นดินอย่างมั่นอกมั่นใจกับการวางแผนงานของเธอเอง
“เอ่อน้อง3ซิง พี่อ่านไม่ออกเลยว่าน้องเขียนอะไรอยู่น่ะ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“ก็ตรงนี้คือจำนวนไร่ที่เรามีซิงซิงพยายามแบ่งออกเป็ส่วนๆว่าจะต้องใช้ทำอะไรบ้าง ตรงช่องนี้ก็เป็รายการที่จะทำว่าจะต้องปลูกอะไรบ้างไงคะ”3ซิง
ทุกๆคนพยายามมองทั้งเต็มตา และมองแบบเบลอๆ มองแบบใกล้ๆ หรือมองแบบไกลๆก็ไม่สามารถแกะภาษาของ3ซิงกันออกเลยสักคน มันเหมือนเส้นตรง เส้นโค้งพันกันไปมาเท่านั้นเอง!!
3ซิงและพวกพี่ๆเป็เด็กหัวดีฉลาดพวกเขาตอนเล็กๆก็ได้เรียนหนังสืออยู่บ้านเพราะพ่อของพวกเขาสอนเวลากลับจากทำงานและวันหยุด พวกพี่ๆเองก็จะคอยช่วยสอนน้องๆอีกทีหนึ่ง เด็กบ้านนี้นับได้ว่าเป็เด็กอัจฉริยะระดับหนึ่งเลย ความจำดีเยี่ยม
แต่จุดอ่อนของ3ซิงคือการเขียนให้เป็ตัวหนังสือให้ทุกคนอ่านออกนี่น่ะสิ
“จะ…..เจ….เจ้…???”พี่ใหญ่เยว่เผิง พยายามสะกดตัวหนังสือที่เขียนอ่านออกชัดที่สุดอยู่บนหัวที่เขียนตัวใหญ่มากๆ
“้าสุดคือแผนงานเจ๊ใหญ่ซิงซิงน่ะพี่ใหญ่”3ซิง
“เจ๊ใหญ่3ซิง!!”ทุกๆคน ออกเสียงตาม
“ฮ่า……..ฮ่า……ฮ่า………”ทุกๆคนอดหัวเราะไม่ได้กับชื่อแผนงานบนพื้นดินที่3ซิงกำลังเขียนอยู่นี้
“เก่งมากจ้ะ แผนงานเจ๊ใหญ่เนี่ยคงจะเข้าท่ามากเลยนะ”แม่
“แน่นอน นี่ใคร??นี่คือเจ๊ใหญ่ซิงซิงเชียวนะคะผู้ที่เป็เ้าของที่ดิน 100 ไร่ฮึ ฮึ”3ซิง เท้าสะเอวไว้ข้างหนึ่ง และชี้นิ้วโป้งมาทางตนเอง และกอดกอดเชิดหน้าสูงๆ
“ฮ่า……..ฮ่า……ฮ่า………”ทุกๆ คนต่างมองเจ๊ใหญ่3ซิงด้วยความเอ็นดูกัน เมื่อจัดการเื่ที่ดินเสร็จแล้วพวกเราก็เตรียมตัวขึ้นรถจะกลับบ้านกัน ระหว่างนั้นเห็นรถขายน้ำหวานอะไรสักอย่างมาขายพอดี เธออยากลองกินจึงขอแม่ และเป็อันว่าพวกเราซื้อมาแบ่งทุกๆ คนได้กินกันด้วย
ระหว่างทางที่จะเดินย้อนกลับไปที่เ้าแด๊งแดงที่เราซื้อน้ำกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ยินพนักงานในอาคารที่ออกเอกสารที่ดินพูดกันว่า
“หัวหน้านี่เก่งนะขายที่ดินไร้ค่าออกไปได้หมดแล้วนะวันนี้น่ะ”พนักงานอาคารที่ดิน คนแรก
“อือ…ใช่ดูแล้วคงจะเป็พวกชาวบ้านที่ไม่ค่อยจะรู้เื่อะไรถึงได้โดนหลอกซื้อที่ดินตรงบริเวณนั้นไป คนในเมืองน่ะเหรอแน่นอนไม่มีทางซื้อหรอกที่ดินแถวนั้นแน่นอน ขนาดถูกที่สุดก็ยังไม่มีใครกล้าซื้อไปหรอก” พนักงานอาคารที่ดิน คนที่สอง
“ที่ดินแถบนั้นห่างไกลแม่น้ำมากจะทำการเกษตรอะไรลำบากมาก ถ้าจะขุดลอกบ่อคงจะเสียเงินมากแน่และไหนจะต้องรอให้ฝนตกอีกคิดไปก็น่าสงสารตระกูลที่ได้ซื้อที่ดินพวกนั้นไปนะ”พนักงานอาคารที่ดิน คนแรก
“พวกระดับหัวหน้าเขาไม่คิดแบบนั้นหรอก ยิ่งขายที่ดินไร้ประโยชน์ ไร้ค่าไปหมดแล้ว แถมยอดขายที่ดินได้เยอะแบบนี้มีแต่จะได้รางวัลกับตำแหน่งที่อาจจะขึ้นได้อีกนะ” พนักงานอาคารที่ดิน คนที่สอง
“ขายที่ดินได้ร้อยกว่าไร่ภายในวันเดียวแบบนี้ ผลงานใหญ่เลยยังไงซะหัวหน้าจะต้องได้ประโยชน์แน่ๆล่ะกว่าจะได้ที่ดินพวกนั้นทิ้งออกไปได้น่ะ พอนึกถึงที่ดินผืนนั้นก็นะที่ดินที่มีประวัติและฉายาว่า”พนักงานอาคารที่ดิน คนแรก
“ขุนเขาแห่งโจรป่า” พนักงานอาคารที่ดิน ทั้งสองต่างพูดออกมาพร้อมๆกัน
3ซิงที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งอึ้งไปทันทีเลยนี่แสดงว่าที่ดินแถวนั้นคงมีประวัติจริงๆ แต่ว่าแม่ของเธอไม่รู้เื่?? พวกที่ทำงานที่นี่นิสัยเลวร้ายมากจริงๆเลยหลอกลวงคนซื้อที่ดินแบบนี้ได้ยังไงกันนะ รู้อย่างงี้น่าจะติดตามแม่ของเธอเข้าไปด้วย
3ซิงโมโหเป็อย่างมากพวกพี่ๆที่กำลังเดินอยู่ก็หันมามองน้องสาวก็ไม่เจอ ที่ไหนได้น้องของพวกเขายืนนิ่งอยู่ด้านหลังจึงร้องเรียกน้องสาวกันอีกครั้งหนึ่ง
“น้อง3ซิง เดินมาก่อนนะถ้าน้องหิวน้ำมากค่อยดื่มอีกทีตอนอยู่บนรถก็ได้”พี่รองเยว่เลี่ยง
3ซิงที่กำลังจะหันกลับไปเพื่อเดินกลับพอดีกับที่พวกพี่ชายเรียกแต่จู่ๆ เท้าก็สะดุดอะไรบางอย่างทำให้น้ำในมือหล่นไปด้านหน้าเสียแล้วตัวเธอเองก็กองลงไปกับพื้นดินอย่างสวยงาม
“น้อง3ซิง!!!”พวกพี่ๆ ต่างวิ่งมาหาน้องกันด้วยความใ
“น้อง3ซิง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าบอกพี่ชายนะ”พี่หนิงหวง
“มาๆพวกพี่ประคองขึ้นนะ ค่อยๆลุก”พี่หนิงเฉิง
ขณะที่พวกพี่กำลังพยุงเธอขึ้นนั้นเท้าของเธอก็เหมือนกับว่ากำลังเกี่ยวอะไรบางอย่างอยู่และเธอพยายามสลัดมันออกจากเท้า แต่ทำอย่างไรก็ไม่ออกจึงก้มมองดูที่เท้าของตัวเองก็ถึงกับอึ้งไปเลย และตามด้วยรอยยิ้มที่กว้างออกมา
“สร้อยคอทองคำ”3ซิง ที่กำลังก้มไปที่เท้าและพูดบางอย่างออกมาจากสิ่งที่เธอเห็นชัดๆแล้วว่ามันคืออะไรกันที่เกี่ยวเท้าทำให้เธอสะดุดล้ม
พวกพี่ๆ ต่างก็ก้มลงมองที่เท้าของน้อง3ซิงทันทีเช่นกันที่ได้ยินน้องบอกสร้อยคอทองคำ
“สร้อยคอทองคำ!!!”พวกพี่ๆ
“น้อง3ซิงมีเท้าทองคำ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“ชู่ว์….ชู่ว์……อย่าเสียงดังสิพวกพี่ง่ะ”3ซิง ส่งสัญญาณให้พวกพี่ๆไม่ให้ส่งเสียงดังไปเพราะถึงแม้จะมีคนเดินอยู่ห่างๆ พอสมควรแต่ถ้าะโแบบนี้ก็มีคนได้ยินพอดีน่ะสิ เดี๋ยวจะมีปัญหากับเ้าสร้อยคอทองคำที่เกี่ยวเท้าเธออยู่นี่
“อุ๊บ……”พวกพี่ๆ รีบปิดปากกัน
“พี่เยว่เผิง พี่เยว่เลี่ยงคอยดูรอบๆว่ามีคนมาเดินใกล้ๆพวกเราไหม”3ซิง
“ไม่มี”พี่ชายทั้งสองมองซ้าย มองขวาอย่างรวดเร็วและหันตอบรวดเร็วทันทีเลย
“เฮ้อ……….ซิงซิงหมายถึงให้พวกพี่คอยดูไว้จะได้ให้พี่เยว่ชิงหยิบสร้อยทองคำที่เท้าซิงซิงมาเก็บ”3ซิง
“อ้อ…..ได้”พี่ชายทั้งสองต่างพยักหน้าและหันไปมองรอบๆ จนเธอจะเวียนหัวซะเอง
“ไม่มีคนมาเดินแถวนี้แล้วล่ะ ปลอดภัยแล้ว”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“พี่เยว่ชิงจัดการ”3ซิง ยกเท้าของตัวเองขึ้นพร้อมกับมีพี่หนิงหวงกับพี่หนิงเฉิงคอยประคองเอาไว้และเอาตัวบังไว้ด้วย ส่วนพี่สาวเยว่ชิงรีบก้มลงไปหยิบสร้อยคอทองคำอย่างรวดเร็วและใส่ไว้ในกระเป๋าให้เรียบร้อย
“ฟู่….ฟู่…..ฟู่…..”พวกพี่ๆ เป่าปากอย่างโล่งอก
“ไปกันเถอะค่ะ รีบไปที่รถกัน”3ซิง เร่งพวกพี่ๆเดินกลับไปที่รถกันทันทีไม่รอช้า ทั้งๆที่นึกเสียดายน้ำผลไม้ที่เธอพึ่งซื้อมากินได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำไปแต่ก็ถือว่าคุ้มได้สร้อยคอทองคำมาหนึ่งเส้นล่ะนะ
3ซิงกำลังคิดว่าเ้าสร้อยคอทองคำเส้นนี้คงจะเป็ของรางวัลจากคนเลวที่ขายที่ดินให้แม่และลุงใหญ่ของเธอแน่ๆ เพราะดูจากน้ำหนักแล้วไม่เบาเลยล่ะ
“พวกเรากลับมาแล้วค่ะ”3ซิง ส่งเสียมาก่อนตัวเลย
“ว๊าย…ทำไมเนื้อตัวถึงเลอะล่ะลูก”แม่ ที่หันมาตามเสียลูกสาวคนเล็กก็ต้องใก่อนไปซื้อน้ำสภาพลูกสาวไม่ได้เป็แบบนี้นี่หน่า มันเกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย
“เดี๋ยวพวกเราจะเล่าให้ฟังบนรถค่ะ”3ซิง เร่งให้พวกพี่ๆขึ้นเบียดกันบนรถให้เรียบร้อยก่อนจึงเล่าให้แม่ฟัง
“น้อง3ซิงล้ม” “น้อง3ซิงทำน้ำหกและล้ม” “น้อง3ซิงล้มสะดุดสร้อยคอทองคำ” “น้อง3ซิงเท้าทองคำ”
ตา ยาย แม่ ลุงใหญ่ ป้า พยายามฟังที่พวกเด็กแย่งกันเล่าก็ไม่รู้เื่มากนักจับใจความแรกๆได้ว่าเธอล้ม และที่ชัดมากกว่าคำใดและทำให้พวกท่านรู้เื่ที่สุดคือคำว่า “สร้อยคอทองคำ”
“สร้อยคอทองคำ!!!”พวกผู้ใหญ่
“ใช่ค่ะแม่ น้อง3ซิงสะดุดสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่เส้นนี้ค่ะเลยล้มลงไป”พี่สาวเยว่ชิง ล้วงสร้อยคอทองคำเส้นนั้นออกมาให้แม่กับทุกๆคนได้ดูกัน
“นี่..นี่…มัน..สร้อยทองคำ!!!พวกผู้ใหญ่
“ท่าทางจะหนักมากด้วย ซิงซิงขอรับรองเลยเพราะมันเกี่ยวซิงซิงล้มได้และซิงซิงลุกได้ลำบากมากด้วยเพราะมันถ่วงที่เท้าซิงซิงจนเอียงแบบนี้เลยนะ”3ซิง เล่าเกินเบอร์เป็ตุเป็ตะไปนิดหน่อย
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นเนี่ย ทำไมหลาน3ซิงของแม่ถึงได้แต่เจอเื่บังเอิญแบบนี้”ยาย ยอมรับว่าใมากแค่ครั้งเดียวที่เจอสร้อยหยกพันผมทรงซาลาเปาก็นับว่าอาจจะเป็ความบังเอิญ แต่ครั้งนี้ก็ยังบังเอิญมาเกี่ยวเท้าของหลานสาวคนเล็กอีก แต่กับคนอื่นๆกลับไม่เคยเจออะไรแบบนี้
“ช่างเป็ความบังเอิญที่ร่ำรวยที่ซิงซิงชอบมากค่ะฮิ..ฮิ…เพียงแต่ขออย่างเดียวที่สำคัญมากคือว่าซิงซิงไม่อยากเจ็บตัวน่ะ”3ซิง
“แต่น้อง3ซิงบังเอิญแบบร่ำรวย เจ็บตัวนิดหน่อยไม่เป็ไรหรอกเชื่อพี่นะ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“...................!!!”3ซิง
“ใช่ๆ เจ็บเหมือนเรานอนตกเตียงไงเนอะ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“...................!!!”3ซิง
3ซิงถึงกับไปไม่ถูกจริงๆพวกพี่ๆของเธอมักจะเต็มใจมากที่จะได้พบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ เธอเองก็ชอบนะใช่ว่าไม่ชอบล่ะ แต่การเจอแต่ละทีในการที่ดึงดูดทรัพย์มาย่อมมาในสภาพที่แปลกประหลาดออกบ่อยๆ นี่น่ะสิจะมาตกลงมือของเธอเลยไม่ได้หรือยังไงกันนะ???? ใครกันที่ออกความคิดแบบนี้น่ะ
(ไร้ท์ : ไม๊มี ไม่มี ไร้ท์ไม่รู้เื่อะไรใดๆ ไร้ท์ไม่ได้เป็คนคิด หรือคนเขียน!!??)
(3ซิง : โอ้แล้วมนุษย์ป้าที่ไหนกำลังเขียนนิยายเื่นี้อยู่เนี่ย??)
(ไร้ท์ : ไหนๆ ใครๆ มนุษย์ป้าไม่ใช่ไร้ท์แน่นอนเพราะไร้ท์คือ อานตี้ ไม่ใช่ป้า หรือ น้าใครนะ)
(3ซิง :……………..แล้ว อ-า-น -ตี้ เนี่ยแปลเป็ไทยว่า??)
(ไร้ท์ : A-U-N-T-Y เป็ไทยว่า อ-า-น -ตี้ ไงล่ะ)
(3ซิง :……………..!!!!!)
********
ความบังเอิญของ3ซิงมากับทรัพย์สินเครื่องประดับที่มีราคาทั้งนั้นเลย ใครบ้างที่จะประสบพบเจอเื่แบบนี้ติดๆกัน ??เชื่อได้เลยว่าคงจะไม่มีแน่นอน
พวกผู้ใหญ่ได้แต่มองสร้อยทองคำที่อยู่ในมือของแม่เธอแล้วตอนนี้ กลายเป็ว่าคงไม่ได้ทำอะไรนอกจากรอให้พวกท่านหายเหม่อลอยกันอีกครั้ง
“เฮ้อ………..”3ซิง หันไปมองแม่ ตา ยาย ลุงใหญ่ และป้าก็ทำให้ต้องนั่งแกว่งเท้าไปมาแก้เบื่อไปก่อน
ส่วนพวกพี่ๆน่ะเหรอต่างก็คุยกันอย่างตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เธอสะดุดสร้อยทองคำกันอย่างสนุกสนานไม่มีเบื่อกันเลย แต่อีกหน่อยพวกพี่ๆเขาคงจะชินกันไปเองนั่นแหละนะ หรือว่าจะไม่กันล่ะ???
************
ที่ดินที่ได้มากลับไม่ใช่ที่ดินที่ดี แต่ว่ามันจะมีประโยชน์ต่อ3ซิงยังไงนะ?? แต่อย่างน้อยๆก็ได้สร้อยคอทองคำมาเส้นหนึ่งล่ะ
เตี้ยน้อยของไร้ท์จะขายสร้อยทองคำได้อีกเท่าไหร่กันนะ??