ตอน 7 อิพ่ออวยยศ
หย่งอ๋องจัดเสกงานใหญ่โตอู้ฟู้เพื่อการนี้ พิธีล่าสัตว์วัดความสามารถบุรุษ เกิดขึ้นใน่ฤดูใบไม้ผลิ
"ยังมีผู้กล้าอีกหรือไม่ ครั้งนี้เป็งานใหญ่โต หากผู้ใดล่าสัตว์ได้มาก สังหารแสนเหี้ยมโหด จนทำให้ข้าพึงใจ คนผู้นั้นจะถูกเลื่อนยศ สูงต่ำดำขาวขึ้นอยู่แต่ตามใจข้าจะยกยอ" หย่งอ๋องประกาศกล่าวเป็โอวาทก่อนที่ผู้กล้าจะลงสนาม
ทว่าก่อนที่จะเปิดป่า หย่งอ๋องผู้หน้ามึน ยันเท้าถีบบริวารคู่ใจอย่างวั่งเฟิ่ง กระโจนพรวดเข้าไปในวงล้อม
"โอ่ว.. วั่งเฟิ่ง เ้าก็อยากร่วมสนุกด้วยหรือนี่ จะเปิดป่าอยู่แล้ว เช่นนั้นข้าคงคัดค้านไม่ได้ " หย่งอ๋องแสนเ้าเล่ห์ ถีบส่งเขาลงเองแท้ๆ กลับพูดจายียวนจนขุนนางไม่อาจแย้ง พวกเขาทำได้เพียงยกมืออังขมับเพราะความกลัดกลุ้ม
"อ๋องใหญ่ เหตุใดท่านเอาแต่ทำอะไรหน้าด้านๆ คิดว่าพวกข้าโง่เยี่ยงวัวควายหรือไร" ขุนนางผู้หนึ่งถึงขั้นดมยาเพราะความอิจฉา พร้อมพึมพำออกมา
"เพียงเท่านี้ หากวั่งเฟิ่งของข้าชนะขึ้นมา จะอวยยศให้ คงไม่มีไอ้เฒ่าปากหมาตนใดกล้าค้าน" หย่งอ๋องทำสีหน้าเยี่ยงผู้ชนะ นั่งกวัดขาพลิ้วอย่างสบายใจ
ทึงๆ ทึ่ง ทึ่ง!!! เสียงกลองรัวลั่นเป็สัญญาณให้เข้าป่า วั่งเฟิ่งผู้ไร้อาชาถือว่าเสียเปรียบชายอื่นยิ่ง มีหรือที่อ๋องใหญ่จะไม่เตรียมการ ทันทีที่วั่งเฟิ่งหันหน้ามอง หย่งอ๋องผู้นี้เป็พ่อดันเต็มที ชี้นิ้วสั่งให้เขาเข้าป่าไปด้วยสองเท้า
"โถ้โว้ย เ้างั่งนี่ ขัดใจข้าจริงๆ เกือบจะทำข้าเสียแผน" หย่งอ๋องฟึดฟัดนั่งไม่ติดที่ประทับ เดินวนสองครั้ง จนเวินเสี่ยวซ่ง แม่ทัพใหญ่ผู้กุมความลับหัวใจ สะกิดอาภรณ์ทองของอ๋องให้รั้งลง
"เ้านี่ก็อีกคน !!! วั่งเฟิ่งทำตัวโง่ เ้ายังจะนั่งยิ้มอยู่ได้" หย่งอ๋องชักสีหน้าใส่เวินเสี่ยวซ่ง พร้อมบ่นจนเขาหูชา ยอมสะบัดอาภรณ์นั่งประทับที่เดิม
"หย่งอ๋อง ท่านนี่ช่างเกินคน หลงรักบุรุษตัวน้อยย่อมแจ้งแก่ใจ แต่กลับเอาคำว่ามิตรไมตรีมาบังหน้า "
"ที่ท่านดั้นด้นทำทุกอย่างเพียงนี้ มิใช่เพราะวั่งเฟิ่งผู้เดียวหรอกหรือ"
"ข้านี้มีตาหามีแววไม่ สมคำร่ำลือ ที่ท่านไม่แยแสสตรีนางใดไร้เื่นี้ในหัว ที่แท้ท่านเพียงแค่ไม่รู้ใจตัวเอง เอาแต่ถุยถ่มว่าเกลียดพวกนอกรีต ที่ไหนได้เข้าตัวเองทั้งนั้น" แม่ทัพใหญ่เวินเสี่ยวซ่งผู้รู้แจ้ง จะพูดก็พูดไม่ได้ ทำได้เพียงยิ้มกรุ้มกริ่มยกจอกชาดื่มบดบังความขำขัน
หย่งอ๋องมัวแต่พุ่งเป้าจะอวยยศให้วั่งเฟิ่งคนโปรดจนตระหนักลืมไปว่าตนควรเร่งตามตัวมหาบุรุษผู้ตีวงล้อมเข้าช่วยเหลือ หากไม่มีเขาในวันนั้น อาจจะไม่มีสุ่นหย่งชวนในวันนี้ก็ได้
**********
กลางป่าใหญ่ขณะที่ทุกคนง่วนอยู่กับการสังหารสัตว์อย่างเืเย็น คนของหย่งอ๋องดักรออยู่นานแล้ว ...เขาถือจูงม้าออกมาจากซอกเขา พร้อมอานม้าขาวผูกเต็มไปด้วยซากกระต่ายที่ถูกถลกหนัง ท้ายม้ายังปกคลุมไปด้วยร่างหมาป่าตัวใหญ่รอให้วั่งเฟิ่งสังหาร
"นี่มันเื่อะไรกัน" วั่งเฟิ่งแสนงง เขากำลังจะง้างคันศรเล็งยิงนกดำแท้ๆ กลับต้องยั้งมือ
"รับไปเถอะ นี่เป็คำสั่งของท่านอ๋อง" ชายผู้นั้นคะยั้นคะยอตามติด
" ทำเช่นนี้ช่างไร้เกียรติ เท่ากับว่าชัยชนะนี้ข้าไม่ออกแรง อีกทั้งยังเอาเปรียบผู้อื่น " วั่งเฟิ่งไม่้าคดโกงเขาปฏิเสธลูกเดียว
"จงเลือกว่ารับไปแล้วจบ หรือดันทุรังปฏิเสธจนข้าต้องโดนท่านอ๋องสังหาร เ้าก็รู้สินัยของนายเหนือหัวดี "
"พี่ใหญ่ อย่าให้ข้าต้องลำบากใจเลย" ชายผู้นั้นถึงขั้นคุกเข่าอ้อนวอน
วั่งเฟิ่งยอมใจอ่อนรับของพวกนั้นไว้ เมื่อทำตามที่รับมอบหมายสำเร็จ ชายผู้นั้นหลบหนีไปในกลีบป่า ไม่ทิ้งแม้กระทั่งรอยเท้า
"หมาป่าเผือกตัวใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะพามันไปได้อย่างไร" วั่งเฟิ่งนั่งยองๆข้างม้า ใช้มือยั้งคางจนแก้มบู้บี้ ...ทว่าระหว่างที่นั่งหมดอาลัยตายอยาก วั่งเฟิ่งกลับสังเกตเห็นท้องของหมาป่าเผือกเคลื่อนตัวไปมาคล้ายมีบางอย่างในนั้น ...วั่งเฟิ่งเดินเข้าใกล้ มันกลับไม่มีทีท่าจะร้ายกาจตามสัญชาตญาณของสัตว์ใหญ่ มันกลับส่งเสียงครางเบาๆออกมาจากลำคอดังอู้อี้ เหมือนมัน้าจะบอกอะไรบางอย่าง
วั่งเฟิ่งเสี่ยงดวงยกมือขึ้นลูบหัวของมัน แม่หมาป่าค่อยๆหลับตาปรี่ หายใจรวยริน หลังจากนั้นนางค่อยๆเคลื่อนมือลูบไปตามลำตัว ััที่ข้างท้อง กระทั่งรู้ได้ว่า ก้อนกลมๆที่เคลื่อนไปมาภายในนั้น คือลูกหมาป่าที่พร้อมจะลืมตาดูโลก ...วั่งเฟิ่งผู้อ่อนโยน แม้จะปลอมกายเป็บุรุษ แต่ไม่อาจทำใจแข็งละเลยสิ่งนี้ เขาสงสารแม่หมาป่าจับใจ ...เพื่อไม่ให้มันต้องทรมาน วั่งเฟิ่งกัดฟันใช้มีดแหลมปักที่กลางใจ จนมันแน่นิ่งไป นางจึงค่อยกรีดท้องใหญ่ ควักลูกหมาป่าสามตัวออกจากรก
ตอนนี้เนื้อตัวของนางเปียกโชนไปด้วยเืสัตว์ใหญ่ กลิ่นคาวคลุ้งไกล เป็เป้าล่อของสัตว์ล่าเนื้อจำพวกเ้าป่า ...วั่งเฟิ่งเห็นท่าไม่ดี จับจูงม้าขาวออกจากมุมป่า พร้อมกับหมาป่าวัยแรกเกิด ซุกไว้ข้างอานม้า
"โอ่ว... สมกับที่เป็บริวารข้านัก ดูซิว่าวั่งเฟิ่งของข้าเก่งกาจเพียงไร" (อิอ๋อง เมิงจะเล่นใหญ่ไปเพื่อ ในเมื่อทุกอย่างที่เขานำมา ก็เมิงนั่นแหละจัดเตรียมไว้ให้แต่แร๊ก!!) หย่งอ๋องนั่งไม่ติดที่ประทับ เดินลงลานใหญ่ เผลอตัวถอดผ้าคลุมไหล่ประจำตำแหน่งคลุมตัวให้วั่งเฟิ่นที่เปื้อนเืสดๆ
"โอ้วไม่นะ... หย่งอ๋องท่านทำอะไรของท่านลงไป" แม่ทัพใหญ่เวินเสี่ยวซ่งที่นั่งในร่ม ถึงขั้นฟู๊ดชาพรื้ดดออกมาจากปาก พุ่งกระฉูดสาดเบื้องหน้า เหมือนคนน้ำหมากหก ...วินาทีนั้น แม่กระทั่งเวินเสี่ยวซ่งเองก็ทำอะไรไม่ได้ มีแต่ถอนหายใจเฮือกๆ กุมขมับสองข้าง ประมาณว่า ใครก็ได้เอาอิอ๋องไปเก็บที
การกระทำของหย่งอ๋องมันโจ้งแจ้งเกินควร กว่าเขาจะรู้เนื้อรู้ตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว หย่งอ๋องแก้เขินด้วยการตะเบงเสียงดังๆ กล่าวชมเชยวั่งเฟิ่งยกใหญ่ ...ขุนนางน้อยใหญ่เอือมระอา แต่คิดเหรอว่าแค่นั้นมันจะหยุดอิคนคลั่งรักอย่างสุ่นหย่งชวนได้ ...คำกล่าวชมยังไม่ทันสิ้นเสียง กลองใหญ่ถูกตีรัวลั่นดังป่า กลบเสียงหย่งอ๋องจนต้องเงียบเสียงชั่วขณะ
"หมดเวลาแล้ว เชิญผู้กล้าแสดงผลงาน" เ้าหน้าที่ฝ่ายพิธีการรัวกลอง ขานเสียงให้แจ้งทั้ง 8 ทิศ
ฮรี่ๆๆ เสียงม้าหลายตัวถูกควบออกมาเรียงรายพร้อมเพรียงดั่งเดิม สัตว์น้อยใหญ่ถูกลากวางโชว์ แต่ถึงกระนั้นมันจะมีมากเพียงใดก็แพ้พ่ายให้กับวั่งเฟิ่งอยู่ดี
"ฮะฮ่าาาา แค่มองด้วยตาเปล่า ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ใดชนะ แม้เ้าจะได้นกั์ก็เถอะ สู้หมาป่าเผือกของบริวารข้าได้หรือ อีกทั้งกระต่ายพวกนี้ถูกถลกหนังอย่างเืเย็น ช่างตรงใจข้านัก "
"บัดนี้ขอประกาศให้ทราบโดยทั่ว ไม่มีผู้ใดได้รับชัยชนะไป หากมิใช่วั่งเฟิ่งยอดคน บริวารข้าผู้นี้" หย่งอ๋องพูดไป ยิ้มไป บอกเลยว่าโคตรหน้าบาน ...ผู้กล้าทุกคนต่างต้องคอตก แต่ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงคัดค้านอะไรได้ สิ่งที่จะทำให้ความหมางใจผ่านเลยโดยไม่ฝังใจเจ็บ ก็คงคิดว่ามาเพื่อร่วมสนุกเฉยๆ
"ขุนนางที่มาร่วมจงฟัง วั่งเฟิ่งผู้ยศน้อย ต่อไปนี้ข้าขอเลื่อนขั้นสู่ตำแหน่งขุนนางใหญ่แห่งกรมยุติธรรมขั้น 9 เพื่อเป็รางวัล คำสั่งของข้าถือเป็การสิ้น ไม่อาจคืนคำ" หย่งอ๋องพูดเน้นเค้นเสียงเพื่อตอกย้ำซัดหน้าให้ขุนนางชั่วที่จับตามองวั่งเฟยเป็เป้า ไม่สามารถกล้าเล็งรังแกเขาได้อีก
*ตำแหน่งขุนนางใหญ่แห่งกรมยุติธรรมขั้น 9 ใหญ่โตเทียบเท่าตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของเวินเสี่ยวซ่ง แม้กระทั่งขุนนางาุโในราชสำนักยังต้องโค้งคำนับ *