หนึ่งวันต่อมา...
ร่างอันไร้สติของนายพลภูผาถูกจับมัดไว้บนเก้าอี้ น้ำเย็นๆสาดเข้าเต็มใบหน้าจนทำให้สติสัมปชัญญะค่อยๆลืมตาขึ้น กลิ่นสนิมเปียกชื้นถูกสูดดมเข้าจมูกเป็อันดับแรก จากนั้นภาพโกดังมืดมิดที่มีแสงอาทิตย์รำไรก็ค่อยๆชัดเจน ระหว่างที่จะขยับขา ภูผาก็พบว่าตัวเองกำลังถูกมัดให้ติดอยู่กับเก้าอี้!
“ปล่อยกู ปล่อยกู!!!”
“พอได้สติก็เสียงดังเชียวนะมึง”
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินเข้ามา
ร่างกายของมันเต็มไปด้วยรอยสักจนแทบจะไม่เห็นสีผิว หัวสีทองถูกย้อมเหมือนกับนักเลงไร้การศึกษาทั่วๆไป แต่ใบหน้ากลับหยาบกร้านและดิบเถื่อนไปกว่านั้นมาก ควันบุหรี่พ่นระบายออกมาจากริมฝีปาก จากนั้นเสียงหัวเราะพร้อมกับสายตาดูถูกเหยียดหยามก็ดังขึ้น
“พวกมึงเป็ใครวะ!”
“เป็ใครน่ะหรอ ก็คนที่มึงส่งไปเข้าคุกยังไงล่ะ”
“มึง ปล่อยกู!”
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือหนักๆฟาดไปยังใบหน้าท่านนายพล
ทำเอาความโกรธแค้นได้สงบลงไปชั่วคราว ข่าวคราวที่ภูผาถูกปลดออกจากตำแหน่งชั่วคราวดังกระฉ่อนไปทั่วแก๊งมาเฟีย คู่อริที่เคยต่อยตีและแย่งผลประโยชน์กลับมาผูกมิตรและร่วมมือเอาคืน สิบกว่าปีที่ผ่านมาภูผาได้ตามไล่ล่าคนเลวเข้าคุก ตอนนี้พวกมันได้รวมตัวกันและกลายเป็ผู้ล่าเสียเอง!
“ไอ้ศร มึงนี่เอง”
“จำกูได้แล้วสินะ”
ท่านนายพลเริ่มจำได้
ไอ้ศรเป็หัวโจกของลูกน้องแก๊งมาเฟียใหญ่ที่ถูกเขาจับยัดเข้าคุกเมื่อห้าปีก่อน มันกลับออกมาได้อีกครั้ง และยังคงทำตัวเป็เดนสังคมเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เสียงฝีเท้ารอบๆตัวทำให้ภูผาหันหน้าไปมอง ก่อนจะพบว่าโกดังแห่งนี้มีชายฉกรรจ์นับร้อยพร้อมกับอาวุธครบมือ นอกจากนั้นบนโกดังชั้นสองยังมีชายในชุดสูทที่น่าจะเป็หัวหน้าที่แท้จริงยืนจ้องมองอยู่อีกประมาณห้าคน
ภูผาใช้สายตาเพ่งเล็งไปยังชายหัวหงอกที่ยืนอยู่้า...
ก่อนจะรู้ว่ามันคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่เขาส่งลูกน้องสองคนไปสอดแนม!
“จะฆ่ากูก็เอาเลยสิวะ!”
“มึงนี่ไม่กลัวอะไรเลยจริงๆนะไอ้นายพล”
“ถุย! ทำไมกูต้องกลัวโจรกระจอกแบบพวกมึงด้วย”
ภูผาถ่มน้ำลายลงพื้น แต่พฤติกรรมของเขากลับทำให้พวกคนเถื่อนหัวเราะออกมาด้วยพึงพอใจ ชายทั้งหลายที่อยู่ในเงามืดของโกดังล้วน้าจะล้างแค้นท่านนายพลเต็มทน พวกมันรอเวลานี้มานาน จะห้าปีสิบปีก็ยังไม่สายที่จะเอาคืน!
“เอาเลย ฆ่ากูเลย!”
“ใจเย็นๆ ฆ่ามึงตอนนี้มันจะไปสนุกอะไร”
“มึงไม่กล้าล่ะสิ”
“พูดอย่างนี้ แสดงว่ามึงไม่อยากเห็นลูกน้องสองคนก่อนตายสินะ”
“…..”
สีหน้าของภูผาเปลี่ยนไป
ลมหายใจของเขาเปลี่ยนจังหวะอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้องสายสืบมือดีที่ท่านนายพลตามหามานานกว่าครึ่งปีทำให้ชายวัยกลางคนแน่นิ่ง เมื่อไอ้ศรเห็นท่าทางตกตะลึงของนายตำรวจมันก็ยิ่งสะใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปถามเ้านายที่ยืนจ้องอยู่้า
“ปล่อยพวกมันออกมาเลยมั้ยครับท่าน”
ชายแก่พยักหน้า
จากนั้นเสียงเหล็กขูดกับพื้นก็ดังขึ้นมาพร้อมกับประตูที่เปิดกว้าง ภูผาจ้องมองไปตามเสียงนั้น ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างพร้อมกับขนลุกชูชันเป็ตุ่ม ลูกน้องทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ แต่สิ่งที่นายตำรวจได้เห็นมันกลับทำให้เขาเสียใจเสียยิ่งกว่า!
“ลูกน้องที่มึงส่งมาสอดแนม พวกกูดูแลพวกมันเป็อย่างดี”
“ม….มึง”
ภูผากัดฟันด้วยความโกรธแค้น...
ตำรวจหนุ่มสองคนคลานมาตามแรงดึงของปลอกคอ ร่างกายถูกชุดหนังสีดำแสนลามกสวมทับเป็บางจุด แผ่นหลังเต็มไปด้วยรอยแดงจากการโดนแซ้หวดฟาด จุกนมทั้งสองข้างมีลูกตุ้มเหล็กห้อยโตงเตงไปมาตามแรงเคลื่อนไหว บั้นท้ายมีหางพวงยาวเหมือนสัตว์ป่าถูกยัดจากรูทวารติดมาด้วย
สีหน้าของนายตำรวจทั้งสองแดงจัดและเหม่อลอย...
จากสายสืบมือฉกาจที่ท่านนายพลปลุกปั้นมาด้วยตัวเอง ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็สัตว์เลี้ยงแสนรู้ของพวกโจรชั่วไปเสียแล้ว!