ตอนที่ 5 คนคุ้นหน้า (1)
“พูดเหลวไหล” กู้อันซินยิ้มพลางตบหัวเสี่ยวเมิ่งเบาๆ “ไม่เหมือนคนต้มตุ๋นหรอก แต่ถ้าเธอคิดว่าคุ้นหน้าจริงๆ ก็ลองช่วยฉันนึกดูให้ดี เขาก็ไม่ได้บอกว่าชื่อแซ่อะไร ฉันสงสัยว่าเขาอาจจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เฮ้อ หวังว่าจะพาเขากลับบ้านได้เร็วๆ นะ”
ถังเมิ่งพยักหน้า “ได้ค่ะ ฉันจะลองนึกดูให้ เหมือนเคยเห็นมาก่อนจริงๆ ตอนเห็นเขาแวบแรก ก็รู้สึกว่าคุ้นหน้าแล้ว!”
ถังเมิ่งพูดอย่างกระตือรือร้น
กู้อันซินหลุดหัวเราะ ไม่ได้คาดหวังอะไรจากเธอ เพราะถังเมิ่งเป็พวกคลั่งไคล้คนหล่อ ทุกครั้งที่เห็นหนุ่มหล่อ เธอจะรู้สึกคุ้นหน้าเสมอ
ความจริงแล้วพี่สามอาจแค่ความจำเสื่อมหรือหนีออกจากบ้านเท่านั้นละมั้ง
กู้อันซินส่ายหน้า ไม่คิดอะไรมากอีก ออกไปซื้อโทรศัพท์มือถือกับโน้ตบุ๊กให้เขา
สิ่งที่กู้อันซินไม่รู้ก็คือพอเธอเพิ่งจากไปได้ไม่นาน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูบ้านของเธอ
ผู้หญิงคนนี้สวยสง่า แต่งหน้างดงาม แต่งตัวเรียบร้อยเคร่งขรึม มาเคาะประตูบ้านของกู้อันซินด้วยสีหน้าจริงจัง
หลังจากนั้นไม่นาน หลิงเย่ว์ก็หมุนล้อรถเข็นมาเปิดประตู
เมื่อเห็นผู้หญิงที่อยู่นอกประตูแล้ว หลิงเย่ว์ซึ่งคาดการณ์ไว้ก่อนก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ มากนัก ริมฝีปากบางของเขาเผยอขึ้นนิดๆ “เธอมาได้เร็วมาก อลิซ”
เมื่อหญิงสาวที่ชื่ออลิซเห็นหลิงเย่ว์ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง สีหน้าดูตื่นเต้นเล็กน้อย
แต่ความเป็มืออาชีพทำให้เธอสงบลงได้อย่างรวดเร็ว
อลิซกวาดตามองรอบๆ อย่างระมัดระวัง รีบเข้าไปด้านในและปิดประตู
“บอสมาทำอะไรที่นี่คะ! พวกเราทุกคนคิดว่า...” เสียงอลิซหยุดชะงัก
“คิดว่าฉันตายแล้วงั้นเหรอ” หลิงเย่ว์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและต่อคำพูดของอลิซ
“แต่ดิฉันตามหาคุณมาหนึ่งเดือนก็ยังไม่มีวี่แววอะไรเลย ในเมื่อคุณยังมีชีวิตอยู่ทำไมถึงไม่ติดต่อดิฉันก่อนหน้านี้ล่ะคะ ตอนนี้ธุรกิจทั้งหมดของคุณกลายเป็ของหลิงฟางและหลิงเซิ่งหมดแล้ว ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว” อลิซทั้งตื่นเต้นและร้อนใจ
ทันใดนั้นสีหน้าของหลิงเย่ว์ก็ฉายแววแค้นเคือง
เขามองใบไม้ปลิวไสวนอกหน้าต่างด้วยสายตาเ็า ราวกับเป็ภูตผีปีศาจ
เขาพูดว่า “ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าเวลาไหนก็ยังไม่สายเกินไป”
ดวงตาของอลิซสว่างวาบอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินสิ่งที่หลิงเย่ว์พูด
การเป็ผู้ช่วยของเขามานานสามปี อลิซรู้ดีว่าผู้ชายที่ได้รับการยกย่องจากสื่อว่าเป็อัจฉริยะทางธุรกิจคนนี้ เมื่อพูดก็ต้องทำได้ หากมีความแค้นก็ต้องชำระ!
ความประหลาดใจที่ ‘หลิงเย่ว์ยังมีชีวิตอยู่’ ของอลิซสงบลงอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มกวาดตามองรอบห้อง
ขณะที่กำลังจะพูดกลับถูกหลิงเย่ว์ขัดจังหวะ
“เธอทิ้งเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวเอาไว้แล้วไปได้ ฉันยังต้องอยู่ที่นี่อีกระยะหนึ่ง ระหว่างนี้ก็ไม่ต้องมาหา ฉันจะติดต่อเธอในเวลาที่เหมาะสมเอง” น้ำเสียงของหลิงเย่ว์เฉียบคมเหมือนนิสัยของเขา
เขารู้ดีว่าตนควรจะเดินต่อไปอย่างไร
อลิซทำได้เพียงปิดปาก
แต่หลังจากสังเกตห้องเช่าขนาดเล็กห้องนี้แวบหนึ่ง เธอก็พบว่าเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเป็ของเก่า แม้แต่รถเข็นที่หลิงเย่ว์นั่งอยู่ก็เป็ของมือสอง แม้จัดเก็บอย่างสะอาดสะอ้าน แต่การระบายอากาศแย่ สภาพแวดล้อมก็ไม่ดี แคบเกินไป อลิซไม่อยากเชื่อว่าหลิงเย่ว์ที่ใส่ใจรายละเอียดใฝ่หาความประณีตในการใช้ชีวิตจะอยู่ที่นี่ระยะหนึ่งได้!
“บอสคะ ถ้าคุณ้าห้องว่างสำหรับทำงาน ดิฉันหาห้องที่ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับคุณได้ ที่นี่...” อลิซไม่อาจข่มกลั้นความอยากคัดค้านเื่การพักอยู่ที่นี่ได้
แม้หลิงเย่ว์เติบโตขึ้นมาในบรรยากาศที่ต้องวางแผนและแข่งขันตลอด แต่วัสดุของใช้ก็เป็ของดีที่สุดเสมอ
เขาไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากเช่นนี้
“ที่นี่ดีมาก” หลิงเย่ว์ขัดจังหวะคำพูดของอลิซ
อลิซ “...”