ปิแอร์อดก้าวถอยหลังไปสองก้าวไม่ได้ เพราะถ้าสถานการณ์ผิดปกติไปมากกว่านี้เขาจะได้ไหวตัวหนีทัน แม้เขาจะสูงกว่าคนทั้งคู่สองสามคืบแต่ก็ประมาทไม่ได้ เผื่ออีกฝ่ายมีอาวุธซ่อนไว้
แต่เหมือนบาร์เทนเดอร์ทั้งสองที่ใส่สูทคนละสีจะรับรู้ถึงความระแวดระวังภัยของเขา คนที่สวมชุดสีขาวก็โค้งตัวลงมาด้านหน้าเล็กน้อย
“ขอรบกวนถามหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายมาที่นี่เพราะอะไรเหรอครับ” กล่าวจบเขาก็กลับมายืนตัวตรงตามเดิม ก่อนจะยิ้มจาง ๆ ในขณะมองแขก
ความสุภาพนอบน้อมที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำให้ปิแอร์กลับมายืนเป็ปกติบ้าง จากนั้นจึงกระแอมกระไอเล็กน้อยเรียกสติที่หายไปของตัวเองกลับคืนมาพร้อมปัดเสื้อผ้าแก้เขิน
“สวัสดี ฉันมาตามคำแนะนำจากบัตรนี้” ไม่พูดเปล่าปิแอร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วเอาบัตรสีดำกรอบทองออกมาโชว์ตรงหน้า
เพียงแค่พนักงานหนุ่มเห็นบัตรเรียบง่ายแต่หรูหราเอาการอยู่ในมือของแขกหน้าใหม่ สีหน้าของคนทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนอบน้อมห่างเหินก็กลายเป็นอบน้อมที่แฝงไปด้วยความยำเกรง
“ดูท่าพวกผมสองคนตาไร้แววจนทำให้คุณชายผู้สูงศักดิ์ต้องลำบากใจ ต้องขออภัยด้วยนะครับ” คราวนี้เป็คนสวมชุดสีดำพูดขึ้นแล้วก็กดหัวคนข้าง ๆ ให้ก้มลงทำความเคารพ ทั้งคู่ก้มจนแทบจะเป็มุมเก้าสิบองศา
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ไม่เป็ไร” เมื่อเห็นความเล่นใหญ่ปิแอร์ถึงกับต้องรีบเอ่ยทักท้วงด้วยสีหน้าใพร้อมกับมือไม้ก็โบกพัลวัน
“งั้นผมขอรบกวนให้คุณชายเดินเอาบัตรในมือมาให้พวกผมตรวจก่อนนะครับ”
ปากบอกว่าให้ปิแอร์เดินไปยื่นบัตรให้ ทว่ากลับกลายเป็คนพูดที่สวมใส่ชุดสูทสีดำเดินมาเอาบัตรในมือของเขาไปแทน ก่อนจะนำมันไปเข้าเครื่องตรวจอะไรสักอย่างที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ ผ่านไปสักพักชายหนุ่มตรงหน้าบาร์ก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วพยักหน้าน้อย ๆ ให้คู่หู ชายชุดขาวจึงเดินไปหาเพื่อนที่หลังบาร์ด้วย
“ขอให้คุณชายสละเวลาสักครู่นะครับ พวกผมกำลังเตรียมเอกสารให้คุณเซ็นก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่ส่วนลับ เกี่ยวกับกฎระเบียบนิดหน่อยในการเข้าไปข้างใน”
ปิแอร์เองเป็คนง่าย ๆ มาแต่ไหนแต่ใด พอได้ยินแบบนี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
ก็แค่บาร์ธรรมดาบาร์หนึ่งเท่านั้น แล้วอะไรคือพื้นที่ส่วนลับนั่น
ด้วยความสงสัยที่ค่อย ๆ ก่อตัวเกิดมาภายในใจ เขาจึงไม่สามารถหักห้ามเท้าทั้งสองที่ก้าวเดินไปหาคนสองคนนั้นได้ กระทั่งปิแอร์เดินมาหยุดตรงหน้าบาร์เหล้า ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้แขกอย่างไม่รอช้า
ปิแอร์รับมาแล้วก้มหน้าอ่านตัวอักษรที่เรียงรายกันอย่างสวยงาม
กฎข้อที่หนึ่ง สมาชิกทุกท่านที่เข้ามาใหม่จะต้องเก็บเื่ทั้งหมดในบาร์นี้ไว้เป็ความลับ ไม่อย่างนั้นคุณจะโดนตัดสิทธิ์ทันทีถ้าทำผิด
กฎข้อที่สอง คุณต้องมีชื่อปลอมมาแทนชื่อจริงหลังจากเข้าไป (เื่นี้ทางบาร์ของพวกเราไม่บังคับ)
กฎข้อที่สาม ห้ามมองทาสของคนอื่นจนเกินพอดี มิฉะนั้นพวกเราจะเชิญคุณออกไปทันทีที่ได้รับการรายงาน
ส่วนข้อสุดท้าย ขอให้คุณชายมีความสนุกสนานกับค่ำคืนอันแสนสั้นนี้
ด้วยรัก จากเ้าของกิจการ
หลังจากอ่านกฎเกณฑ์สั้น ๆ ทั้งสามข้อของบาร์ Beautiful Charm จบ ปิแอร์ก็เงยหน้าขึ้นไปสบกับสายตาของคนทั้งสองพลางเดาะลิ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ เป็เชิงถาม
“ไหนปากกาล่ะ แล้วฉันต้องเซ็นตรงไหน”
สิ้นเสียงของเขาชายชุดขาวก็ยื่นมือออกมาหยิบกระดาษคืนแล้ววางลงบนบาร์เพื่อให้ชี้จุดที่ต้องลงชื่อ ซึ่งชายหนุ่มอีกคนเองก็ไม่รอช้า ตอนนี้ต่างคนต่างเริ่มทำหน้าที่ ชายชุดดำหยิบปากกาที่เตรียมไว้ออกมาวางข้าง ๆ กระดาษ
ปิแอร์ก็ไม่อยากชักช้าเช่นกัน เพราะเขาแทบทนไม่ไหวที่จะได้เข้าไปลองความแปลกใหม่ที่กำลังรออยู่ข้างใน
เมื่อเห็นนิ้วเรียวขาวของบาร์เทนเดอร์ชี้ในจุดลงชื่อท้ายกระดาษ ปิแอร์ก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อเต็มว่า ‘ปิแอร์ ศิลา เซนต์มอร์’ ลงไป แล้วทันทีที่เขาวางปากกาลงที่เดิม ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวก็เก็บกระดาษลงไปในลิ้นชักพลางหยิบของบางอย่างออกมาแทน อย่างแรกคือบัตรสีทองเป็ประกายแม้ในแสงไฟสลัว ๆ จากเคาน์เตอร์ส่อง ก่อนจะตามด้วยหน้ากากพลาสติกไร้ลวดลายสีดำ
“คุณผู้ชาย หน้ากากนี้แล้วแต่ว่าคุณจะใส่หรือไม่ใส่ ส่วนเื่บัตรใบนี้ผมจะอธิบายให้ฟังในตอนเดินเข้าไปในบาร์ลับ” ชายชุดดำพูด
ปิแอร์ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ เขาเอาทุกอย่างใส่เข้ากระเป๋ากางเกงพลางพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง แต่ก็ไม่มีวี่แววจะขยับมือไปหยิบหน้ากากขึ้นมาใส่