“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมริชาร์ด ไมเยอร์”
“เช่นกันค่ะ ดิฉันโดโรธี บูทเวล”
นี่เป็ครั้งแรกที่เพื่อนใหม่ของแลนซ์และแอนนามาพบกับริชาร์ด ตอนนี้โดโรธีกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกที่บ้านของแลนซ์และแอนนา เธอตอบรับคำเชิญมาที่บ้านของทั้งสองในวันถัดไป หลังจากที่แลนซ์และแอนนาไปที่ร้านขายโรงเท้าของเธอ และสั่งซื้อรองเท้าใหม่จำนวนมาก
โดยการมาเยี่ยมบ้านของโดโรธีนั้นเธอไม่ได้มาเปล่า แต่เธอเอารองเท้าของแลนซ์และแอนนาที่ซื้อไปกว่าสิบคู่มาส่งให้ถึงบ้าน โดยมีพ่อบ้านของเธอสี่คนช่วยมาส่งด้วย อย่างแรกมาเพื่อคุ้มกันสินค้าซึ่งมีมูลค่ารวมกันกว่าสามเหรียญเงิน หรือสามหมื่นเหรียญหิน อย่างที่สองมาเพื่อคุ้มกันไม่ให้โดโรธีเจอกับเหตุการณ์น่ากลัวเหมือนเมื่อคราวที่แล้ว
ด้วยความที่พวกออสมันมาจากชุมชนแออัดและอยู่ในเขตของชนชั้นล่าง การตายของเขาและพวกพ้องจึงไม่ต่างอะไรกับผักปลา ไม่มีการสืบหาตัวคนร้าย หรือสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ใดๆ เื่จึงเงียบหายไปราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น ยิ่งลักษณะการตายของพวกเขาซึ่งราวกับถูกเวทมนตร์ของจอมเวทด้วยแล้ว เ้าหน้าที่รัฐและตำรวจจึงต่างพากันเอาหูไปนา เอาตาไปไร่
“โห อาจารย์แลนซ์และแอนนาเหมาร้านรองเท้ามาหรือครับนี่”
ริชาร์ดกล่าวด้วยความสนใจ พลางมองดูกล่องรองเท้าที่ทำจากไม้สานกว่าสิบอันค่อยๆทยอยขนวางไว้ลานห้องรับแขก และมีกล่องรองเท้าที่ทำจากไม้ขัดมันอย่างดี บ่งบอกว่าเป็รองเท้าราคาแพง
“มีของฉันแค่สองคู่” แลนซ์กล่าวพลางยิ้มกริ่ม “ส่วนที่เหลือของแอนนา”
“แหม มันต้องใช้นี่คะ” แอนนากล่าวเสียงแหลม พลางทำหน้าโกรธ “หญิงสาวน่ะ รองเท้านั้นจัดว่าเป็หน้าเป็ตาไม่ต่างอะไรกับชุดแต่งกายเลยนะคะ ดังนั้นต้องเลือกใส่ในโอกาสต่างๆ”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร” แลนซ์กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ “สมัยก่อนเธอมีเป็ร้อยคู่ แค่นี้ถือว่าเล็กน้อย”
ริชาร์ดและโดโรธีถึงกับผงะ เมื่อได้ยินในสิ่งที่แลนซ์กล่าว แต่ทั้งสองแสร้งทำเป็ไม่สนใจ พลางดูแอนนาค่อยๆลองใส่รองเท้าที่ละคู่
ถึงแม้จะมีรองเท้าที่หลากหลาย ทั้งรองเท้าสนเตี้ย รองเท้าส้นแบน แต่ทว่ากลับไม่มีรองเท้าส้นสูงอยู่เลย เมื่อแอนนาสอบถามจึงได้รู้ว่ารองเท้าส้นสูงสงวนเอาไว้ให้เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ฝ่ายหญิงเท่านั้น ส่วนประเทศสาธารณรัฐไวท์โฮป จะให้เ้าหน้าที่รัฐผู้หญิงใส่ในรัฐพิธี หรืองานเฉลิมฉลองพิเศษของรัฐเท่านั้น
ส่วนรองเท้าผู้ชายไม่มีข้อห้ามอะไร ยกเว้นรองเท้าทรงเขาแหลมที่ปลายรองเท้า ซึ่งเรียกกันว่ารองเท้าปลายงอนเท่านั้นที่ห้ามใส่ เพราะมันเป็รองเท้าของขุนนางและเชื้อพระวงศ์ในทวีปแอตลาส
ส่วนเสื้อผ้า แอนนาพึ่งรู้มาว่าทำไมเธอถึงถูกเพ่งเล็งจากโรซ่า ธิดาของขุนนาง เพราะเสื้อผ้าประเภทเดรสที่เนื้อผ้าทำมาจากผ้าแพรไหมอย่างดีที่เธอใช้นั้น เป็ของสำหรับชนชั้นสูงเขาใส่กัน แม้ว่าสาธารณรัฐไวท์โฮปจะไม่มีข้อห้ามตรงนี้ แต่มันก็เรียกความหมันใส้และความเกลียดชังจากบุตรหรือธิดาของขุนนางต่างอาณาจักรได้ ยิ่งคนที่ไม่มีนามสกุลในตอนนี้อย่างเธอด้วยแล้ว
แม้จะต่างระบบการปกครอง ต่างคำเรียกชื่อนำหน้าประเทศ แต่การแบ่งแยกทางชนชั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากราชวงศ์ ทำให้ลึกๆแล้วแอนนาเริ่มคิดว่าประเทศอื่นๆก็ไม่เห็นจะต่างจากบลูสกายเท่าไหร่เลย ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่าโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง
ระหว่างที่แอนนากำลังคิดนั่นคิดนี่ แลนซ์ก็ไปช่วยวาเนสซ่าเตรียมอาหารสำหรับเลี้ยงต้อนรับแขกของพวกเขาเสียแล้ว ส่วนริชาร์ดกับโดโรธีกำลังแลกเปลี่ยนความรู้เื่เวทมนตร์กันอยู่ เพราะทั้งคู่จะสอบคัดเลือกที่เดียวกัน นั่นคือโรงเรียนนานาชาติแอสตรัล
มีเสียงเคาะประตูบ้านในระหว่างนี้ แอนนาจึงเดินไปเปิดประตู พบว่าโนเอลกับแม็กฟาเลนนำของว่างมาให้พวกเขา และเมื่อพวกเขารู้ว่าบ้านแอนนากำลังมีการต้อนรับแขก พวกเขาจึงนำวัตถุดิบทำอาหารมาผสมด้วย และทานข้าวด้วยกันเลย
กลายเป็ว่ามื้อกลางวันมื้อนี้ มีคนร่วมโต๊ะถึงสิบคน ริชาร์ดกับแลนซ์ต้องไปช่วยกันขนเก้าอี้ทานข้าวจากบ้านไมเยอร์มาเสริมด้วย
“ทำไมเด็กทุกคนถึงสนใจเข้าโรงเรียนแอสตรัลกันจังเลยคะ” โนเอลซึ่งเป็นักบัญชี และอยู่นอกวงการเวทมนตร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ลูกหลานของคนที่ทำงานฉันหลายคน ก็อยากจะเป็จอมเวทหรือนักรบเวท พวกเขาก็พูดกันถึงแต่โรงเรียนนี้ ทั้งที่ยังมีโรงเรียนเซนท์ฟอร์ซ่า กับโรงเรียนเซเลสเทียซึ่งดังไม่แพ้กัน ตั้งอยู่ในประเทศของเราด้วย”
“คงเพราะเป็โรงเรียนของประเทศเราอย่างแท้จริง ที่ก่อตั้งโดยสมาคมจอมเวทแห่งไวท์โฮปน่ะค่ะ ไม่ใช่โรงเรียนสาขาจากต่างชาติอย่างเซเลสเทีย หรือโรงเรียนที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนจักรอย่างเซนท์ฟอร์ซ่า” โดโรธีกล่าว “และแอสตรัลยังเป็โรงเรียนนานาชาติเพียงแห่งเดียว ที่ไม่แบ่งแยกชนชั้นและมีความเป็กลางต่อนักเรียนทุกระดับ จึงทำให้คนของประเทศเราส่วนมากที่ไม่มีชนชั้นเลือกจะอยู่เป็อันดับแรกๆ”
“ก็ดีเหมือนกันนะ” แลนซ์กล่าว “ขืนต้องมาคอยระวังไม่ให้เหยียบเท้าหรือเตะตาพวกขุนนางเข้า คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี”
“จะว่าไปแลนซ์กับแอนนา พวกเธอไม่มีนามสกุล...” โดโรธีเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเกรงใจ “ขอถามได้มั้ยคะ ว่าเพราะอะไร”
“พวกเราทิ้งมันไปแล้วน่ะค่ะ” แอนนากล่าวก่อนที่แลนซ์จะได้ตอบคำถามอีกฝ่าย “ดังนั้นไม่ต้องกังวลแทนพวกเรานะคะ เพราะอีกหน่อยพวกเราจะคิดนามสกุลใหม่ขึ้นมา และใช้ร่วมกันค่ะ
หลังจากนั้นทุกๆคนก็ทานข้าวพร้อมกัน โดยอาหารมื้อนี้ใช้ข้าวสวยแทนขนมปัง ส่วนกับข้าวนั้นเน้นของต้มและของย่าง เนื่องจากตลาดใกล้หมู่บ้านมีข้าวสารจากทวีปิมาขายพอดี แลนซ์และแอนนาจึงซื้อมาตุนไว้
หลังจากทานอาหารเสร็จ แอนนาได้ชวนโดโรธีทบทวนเวทมนตร์ที่ซื้อมาเมื่อวานด้วยกัน เมื่อโดโรธีเข้ามาในกลุ่มของแลนซ์แล้ว เธอจึงตั้งใจจะช่วยโดโรธีฝึกพลังเวทด้วย เพื่อที่จะได้สอบเข้าโรงเรียนแอสตรัลได้เหมือนกลุ่มของเธอ
โดยโดโรธีนั้นมีพลังของธาตุดินในกาย มหาเวทจากคัมภีร์ของเธออัญเชิญพลังจากสัตว์อสูร ชื่อว่ามหาเวทฟอร์เทรส การ์เดี้ยน(Fortress Guardian) หรือปราการผู้พิทักษ์ เป็เวทที่สร้างเขตแดนขึ้นมาเพื่อปกป้องคุ้มครองเป้าหมาย หรือประยุกต์ใช้กักขังก็ยังได้ เรียกได้ว่าเป็เวทที่ใช้ได้ทั้งรุกและรับ แต่ทว่ามันก็เป็เวทที่ค่อนข้างยาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับเวทเขตแดนและการสร้างวงเวท ซึ่งทั้งสองวิชานี้เป็วิชาที่ไม่ได้อยู่ในระดับเบื้องต้น
ดังนั้นโดโรธีจึงต้องเรียนรู้การสร้างอุปกรณ์เวท และการสร้างเขตแดน หรือใช้สิ่งของทดแทนซึ่งร่ายเวทเอาไว้แล้ว จำพวกยันต์หรือหินรูน แน่นอนว่าโดโรธีทำการบ้านมาดี เธอซื้อตำราการร่างวงเวทเบื้องต้น กับตำราอักษรรูนสำหรับมือใหม่มาแล้วเมื่อเดือนก่อน เพราะเธอจะประยุกต์ใช้กับมหาเวทนี้โดยเฉพาะ
แลนซ์ แอนนา และริชาร์ดกำลังมองโดโรธีใช้ดาบเรเปียร์เวทของเธอวาดวงเวทที่พื้น เธอวาดออกมาได้สวยงามและสมมาตร จนมันกลายเป็เขตแดนขนาดย่อม โดยถึงแม้มันจะเป็เขตแดนที่มาจากการวาดบนดิน แต่ทว่ามันก็ไม่สามารถถูกทำลายได้โดยง่าย ไม่ว่าจะใช้เท้าเขี่ย หรือใช้น้ำราดมันก็ไม่หาย เพราะว่าบัดนี้วงเวทที่วาดกลายเป็เวทเขตแดนแล้ว
“ยอดเยี่ยม” แลนซ์กล่าว “โดโรธี เธอเก่งจังเลย”
“นั่นสิ” แอนนากล่าว “เหลือแค่เธอสลักมันเอาไว้บนหินรูนสำเร็จรูป และพกพาไปด้วย เธอก็จะสามารถใช้มหาเวทของเธอได้แบบทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาร่ายแล้วล่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” โดโรธีกล่าวพลางยิ้มร่า “เมื่อคืนฉันเปิดคัมภีร์ของฉันแล้ว และได้ลองใช้เวทระดับต่ำในคัมภีร์นั้นแล้วด้วย อยากเห็นมั้ยคะ”
“เอาสิ!!” ทั้งแลนซ์ แอนนา และริชาร์ดต่างกล่าวออกมาแทบจะพร้อมเพรียง มันเป็เื่น่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นเวทมนตร์ของคนอื่น
โดโรธียิ้มรับก่อนที่เธอจะชี้ดาบเรเปียร์ไปที่วงเวทเขตแดนของเธอ แล้วจิ้มกลางวงเวทนั้น หินสีน้ำตาลซึ่งเรืองแสงและมีลวดลายของอักขระรูนปรากฏออกมาจากวงเวทเขตแดน ก่อนที่มันจะเพิ่มพูนขยายกลายร่างเป็สิงโตหินขนาดใหญ่กว่าสามเมตร
“แน่ใจนะว่าระดับต่ำ” ทั้งสามคนเงยหน้ามองสิงโตหินซึ่งสูงใหญ่กว่าพวกตนมาก ดวงตาของสิงโตหินเรืองแสงสีเขียวพลางจับจ้องมายังทั้งสามคน ทำเอาโดโรธีหัวเราะเล็กน้อย
“ผู้พิทักษ์ป้อมปราการหมายเลขหนึ่ง สโตน ไลอ้อน” โดโรธีกล่าว “นี่คือระดับต่ำสุดแล้วค่ะ เพราะมันเป็ผู้พิทักษ์เพียงตัวเดียวที่ฉันเรียกได้ในตอนนี้”
“สมแล้วที่เป็มหาเวท” แลนซ์กล่าวพลางยิ้มร่า “ริชาร์ด นายอยากโชว์มหาเวทที่นายฝึกบ้างไหมล่ะ”
“เอาสิ” ริชาร์ดกล่าว “โดโรธี จะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมขออนุญาติสู้กับสิงโตหินของคุณ”
“เอาสิคะ” โดโรธีกล่าว “แต่ว่าฉันยังควบคุมมันไม่ค่อยเก่งนะ ทำได้แค่คำสั่งพื้นฐานอย่างเดินหรือวิ่ง...แต่จะพยายามค่ะ”
ทั้งริชาร์ดและโดโรธียืนกลางสนามข้างบ้าน โดยโดโรธีใช้ดาบเรเปียร์วาดวงเวทบนอากาศ มันคือวงเวทคำสั่งนั่นเอง ดูเหมือนเธอกำลังเขียนคำสั่งให้สิงโตหินตัวนี้ทำการต่อสู้ มันต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นริชารืดจึงต้องยืนรอเธอสักพัก
“เสร็จแล้วค่ะ” โดโรธีกล่าว “เริ่มเลยนะคะ”
“อืม” ริชารืดตั้งท่าพร้อมสู้ทันที โดยเข้าถือดาบไว้ในระดับสายตา ข้อต่อทั่วทั้งร่างของเขาเสริมการโคจรประสานเวทลงไป ก่อนที่จะแบ่งพลังมานาใส่ลงในใบดาบ
เ้าสิงโตของโดโรธีมองริชาร์ด มันไม่คำรามหรือข่มขวัญใดๆ เพราะโดโรธีไม่ได้เขียนคำสั่งลงไป มันจึงเดินเข้าไปหาริชาร์ดแบบตรงๆ แล้วเหวี่ยงกรงเล็บใส่อย่างโง่ๆ
ซึ่งผิดกับริชาร์ด จู่ๆร่างของเขาก็เรืองแสงสีเหลืองของสายฟ้า ก่อนที่ริชาร์ดจะฟาดดาบซึ่งเต็มไปด้วยพลังเวทสายฟ้าอย่างรุนแรงตัดผ่านสิงโตหินราวกับเนย ร่างของสิงโตหินขาดครึ่งและล้มลงไปอย่างง่ายดาย
โดโรธีมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย ดูเหมือนเธอจะสูญเสียความมั่นใจ แต่ทว่าเพียงชั่วครู่เธอก็ปั้นหน้ายิ้มทันที
“เก่งจังเลยนะคะริชาร์ด ทีเดียวสิงโตฉันตายเลย” โดโรธีกล่าว “อุตส่าเพิ่มมานาเข้าไปเพื่อให้มันทนกว่าปกติแล้วนะ”
“มันได้ผลนะ ขนาดฉันโคจรประสานเวทใส่ใบดาบเต็มที่แล้ว” ริชาร์ดกล่าวก่อนจะแบมือให้โดโรธีดู ง่ามมือของริชาร์ดฉีกขาดจนเืออก เพราะเขาต้องต้านกับพลังป้องกันอันแข็งแกร่งของสิงโตตัวนั้น
“อย่างงั้นหรือคะ” โดโรธีกล่าว “ดูเหมือนสิงโตโง่ๆของฉันจะสร้างความเสียหายให้คุณได้ด้วย”
ริชาร์ดหัวเราะแห้งๆทันที เมื่อได้ยินแบบนั้น
แลนซ์และแอนนาซึ่งดูการประลองต่างปรบมือให้กำลังใจสองคน ก่อนที่แลนซ์จะร่ายเวทรักษาให้ริชาร์ด หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ช่วยกันให้กำลังใจโดโรธีในการใช้เวทอัญเชิญอีกรอบหนึ่ง โดยครั้งนี้แอนนาช่วยแนะนำการทำงานของสิงโตหินให้กับโดโรธี และให้เธอได้ลองฝึกสู้ในระยะประชิดอย่างการใช้ดาบ และการโคจรประสานเวท เพื่อให้โดโรธีสามารถจินตนาการถึงการสู้กันในระยะประชิดได้
เมื่อได้รับคำแนะนำอีกครั้ง สิงโตหินของโดโรธีรอบนี้ตัวเล็กลงจนเท่าสุนัข เพื่อความสะดวกในการใช้พื้นที่ซึ่งมีจำกัด
เ้าสิงโตหินที่ตัวเท่าสุนัขของโดโรธีรอบนี้ สามารถกัด ข่วน กระแทกเป้าหมายได้ อีกทั้งยังหมอบและะโหลบอาวุธและการโจมตีของเป้าหมายได้อีกต่างหาก รอบนี้เ้าสิงโตหินมันงับใบดาบของริชาร์ด และพุ่งใส่เขาจนริชาร์ดแทบล้มกลิ้ง แอนนาแอบเห็นสีหน้ายินดีของโดโรธีเล็กๆ ดูเหมือนว่าลึกๆแล้วโดโรธีเองก็เป็คนที่ไม่ชอบยอมแพ้เช่นกัน
“สนุกมากเลยล่ะค่ะ” โดโรธีกล่าวพลางอมยิ้ม “ยิ่งตอนที่สิงโตของฉันกระแทกริชาร์ดจนกระเด็น ยิ่งสนุกใหญ่เลย”
“โถ่ ฉันออมมือให้หรอก” ริชาร์ดกล่าวพลางเบือนหน้าหนี “ถ้าฉันเอาจริงสิงโตสิบตัวก็ฟันขาดได้หมดนะ”
ประโยคหลังของริชาร์ดทำเอาแลนซ์และแอนนาหัวเราะ ดูเหมือนโดโรธีจะอ่านการเคลื่อนไหวของริชาร์ดออก ่หลังๆเธอจึงเขียนคำสั่งให้สิงโตเน้นคาบดาบของริชาร์ด และยื้อแย้งมันจากมือของเขาแทน และแน่นอนว่าสิงโตของโดโรธีทำลายไม่ได้ง่ายๆ เพราะเธอทุ่มสุดตัวเอามานาในร่างเสริมพลังให้สิงโตตลอด
แน่นอนว่าวิธีของโดโรธีสิ้นเปลือง แต่มันก็เป็ทางอ้อมในการฝึกควบคุมมานา และบริหารการใช้มานาในร่าง แลนซ์และแอนนาจึงยังไม่ห้ามในตอนนี้
“ฉันจะตั้งใจฝึกฝนค่ะ” โดโรธีกล่าว “หวังว่าในตอนสอบคัดเลือก พวกเราสี่คนจะผ่านกันหมดนะคะ”
“แน่นอน พวกเราต้องผ่าน” แลนซ์กล่าวพลางโบกมือให้โดโรธีที่กำลังจะออกจากรั้วบ้าน “ไว้มาฝึกซ้อมกับริชาร์ดอีกนะ ฉันอยากให้หมอนี่เก่งขึ้นไปอีกน่ะ”
“ด้วยความยินดีค่ะ” โดโรธีกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่เธอจะเดินออกไปพร้อมพ่อบ้าน แน่นอนว่าหน้าบ้านของแลนซ์ตอนนี้มีรถม้ามารอรับโดโรธีเรียบร้อยแล้ว
“ดูๆไปเธอก็น่ารักนะ” ริชาร์ดกล่าวกับแลนซ์ ขณะที่รถม้ากำลังควบออกไป
“จีบสิ” แลนซ์กล่าว “ฉันว่าโดโรธีมีโอกาสมากกว่ายัยไอวี่อะไรนั่นอีกนะ...รายนั้นไม่ได้มองนายเลย”
ริชาร์ดไม่ได้กล่าวอะไร แววตาของเขาจ้องมองไปที่รถม้าเพียงอย่างเดียว ก่อนที่เขาจะสะบัดดาบ และขอท้าแลนซ์สู้กันด้วยเพลงดาบต่อทันที
“ถ้าจะให้ผู้หญิงชอบ ก็ต้องแข็งแกร่งและพึ่งพาได้ก่อนเป็อย่างแรก มาฝึกกันต่อเถอะ อาจารย์แลนซ์”