ิจูถึงกับอึ้งไปเธอรู้ดีว่าในยุคปัจจุบัน เธอสามารถแบกแม้กระทั่งศพได้ แต่ตอนนี้...
ที่สำคัญคือเธอเพิ่งอาละวาดใส่เขาไปหยกๆแต่ตอนนี้กลับไปจูบแขนเขาซะงั้น! จะไม่เขินได้หรือไง?!
เจียงตั่วสังเกตเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของหญิงสาวเขาถอยห่างไปเงียบๆ ก้าวหนึ่ง รักษาระยะห่างระหว่างทั้งสองแล้วลูบแขนตรงที่ริมฝีปากนุ่มเพิ่งััลงไป
ความรู้สึกตอนนี้คือจั๊กจี้ไปหมด
ิจูไอกลบเกลื่อนแสร้งทำเป็พูดอย่างใจเย็นว่า "ฉันกลับก่อนนะคะ"
เธออุ้มตำราที่หนักอึ้งพยายามยกมันขึ้น แล้วหันหลังเดินไป
เจียงตั่วนึกถึงภาพเธอที่แบกตะกร้าไม่ได้และตักน้ำไม่ไหวเมื่อสองวันก่อนเขาเดินเข้าไปหยิบตำราจากอ้อมแขนเธออีกครั้ง แล้วพูดว่า"ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน"
คำพูดของเขาหนักแน่นไม่มีช่องว่างให้โต้แย้ง
เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็วใบหน้าที่เคยบูดบึ้งของิจูก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่นข้อดีของเจียงตั่วที่ไม่โต้เถียงและช่วยเหลือเธอแบบนี้ ดีมากจริงๆ!
เพื่อที่จะทำลายความอึดอัดใจในขณะนี้เธอจึงวิ่งเหยาะๆ ตามเขาไปแล้วถามว่า "คุณช่วยเดินช้าลงหน่อยจะเป็เื่ที่ผิดกฎหมายหรือเปล่าคะ?"
เธอหันใบหน้าเล็กๆไปหาคนด้านข้าง แล้วทำปากยื่น ท่าทางไร้เดียงสาและน้ำเสียงอ่อนหวานสามารถทำให้ผู้คนที่เห็นละลายได้ในทันที
เจียงตั่วชะลอฝีเท้าลงเงียบๆแล้วเดินเคียงข้างเธอ แต่เว้นระยะห่างเท่ากับหนึ่งคน เขาพูดขึ้นอย่างใจเย็น"ไม่ผิดกฎหมาย"
ิจูถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเขาตอบจริงๆ ด้วย!
เจียงตั่วเหลือบมองเธออย่างไม่เข้าใจเห็นเธอตาหยีและยิ้มร่า เขาก็ได้แต่สงสัย ‘คำตอบนี้มันตลกมากเลยหรือ?’
ขณะที่ทั้งสองคนเดินผ่านต้นไม้เก่าแก่ใจกลางหมู่บ้านพวกเขาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินมาจากทางแยกเล็กๆ แล้วรวมตัวกันใต้ต้นหลิวใหญ่พูดคุยกันเสียงดังเซ็งแซ่
ตามคำพูดประชดประชันของคนรุ่นหลังใต้ต้นไม้เก่าแก่นี้เปรียบเสมือนย่านศูนย์กลางธุรกิจของหมู่บ้านเลยทีเดียว
ปกติแล้วแม้แต่สุนัขที่เดินผ่านที่นี่ก็ยังต้องถูกเหล่าป้าๆ ใต้ต้นไม้นินทาตัวเ้าของร่างเดิมเองถึงขั้นเคยมีเื่วิวาทกับคนอื่นเพราะถูกชี้หน้าเอาไปพูดกันสนุกปากที่นี่
แต่ที่แปลกคือวันนี้พวกปากมากเ่าั้ไม่ได้สนใจการมีอยู่ของิจูเลยแม้แต่น้อยแต่กำลังซุบซิบนินทาเื่ใหญ่เื่อื่นอยู่
นั่นคือิกั๋วอัน ลูกชายคนโตของบ้านิฉางเหอ ฆ่าคนแล้ว!
เื่กิดขึ้นเพราะแม่เฒ่าชวีประมาทความเจ็บป่วยไม่ฟังคำแนะนำของคุณหมอโจวที่ให้ไปโรงพยาบาลทันทีแต่กลับพาครอบครัวไประรานที่บ้านิฉางเหอต่อและยืนกรานที่จะพาิเยี่ยนกลับไปแต่งงานกับหลานชายสติไม่ดีของเธอ
ผลคือทั้งสองบ้านเกิดความขัดแย้งจนทะเลาะวิวาทิกั๋วอันพลั้งมือผลักแม่เฒ่าชวีจนล้มลงกับพื้นและสิ้นใจตาย
ลูกสะใภ้ตระกูลชวีถือโอกาสร้องไห้คร่ำครวญขอให้ิเยี่ยนแต่งเข้าบ้านสกุลชวี หรือไม่ก็ให้ิกั๋วอันไปรับโทษปะาชีวิต!
ิฉางเหอชั่งน้ำหนักแล้วเพื่อรักษาชีวิตลูกชายไว้ จึงไม่สนใจเสียงร้องไห้ของหลานสาวตกลงว่าจะให้เธอแต่งงานกับบ้านสกุลชวีในวันพรุ่งนี้
ิจูได้ฟังเื่ราวทั้งหมดขณะที่เดินไปเธอได้แต่ถอนหายใจ ‘บ้านิฉางเหอสมควรรับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้จริงๆ!ส่วนแม่เฒ่าชวีคนนั้น...เธอช่วยได้ครั้งหนึ่ง แต่ช่วยไม่ได้ครั้งที่สองคนแบบนี้ชอบฝืนชะตา ไม่ยอมเลิกราจนกว่าจะถึงจุดจบ!’
แต่ิฉางเหอเลือกวันไหนไม่เลือกทำไมต้องเลือกวันพรุ่งนี้ด้วย?
นี่มันน่ารังเกียจจริงๆ!
เมื่อเจียงตั่วส่งิจูกลับถึงบ้านพวกเขาก็เห็นิชุนนีกำลังก่อไฟทำอาหารอยู่
เมื่อเห็นเจียงตั่วเข้ามาในลานบ้านเธอก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปในห้องฝั่งตะวันตก
เจียงตั่วคิดว่าป้ายังกลัวเขาอยู่จึงวางตำราลงบนโต๊ะยาวแล้วเตรียมจะเดินออกไป
ในขณะนั้นิชุนนีก็เดินออกมาจากในห้องพร้อมกับถือผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดงและผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนเล็กที่ห่อของบางอย่างเอาไว้
เธอมองิจูแล้วชี้ไปที่เจียงตั่ว"เอานี่... ให้หลานเขยของฉัน"
พูดจบเธอก็ยื่นของให้ิจูแล้ววิ่งหายไปอีกรอบ
ิจูมองผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดงในมือแล้วยิ้ม"ผืนนี้คุณป้าท่านเย็บให้ค่ะ ตอนที่คุณย่ายังมีชีวิตอยู่ท่านมักจะเล่าเื่ราวของคนรุ่นก่อนให้พวกเราฟัง ท่านบอกว่าตอนนั้นแต่งงานกันต้องสวมมงกุฎหงส์และผ้าปักลายหลากสี สวมผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดงซึ่งหมายถึงการมีชีวิตที่รุ่งเรืองตลอดไป ป้าของฉันคงจำขึ้นใจ เลยทำชุดนี้เผื่อฉันด้วย...แต่คนรุ่นเราไม่นิยมธรรมเนียมแบบนี้ คุณคงไม่รังเกียจใช่ไหมคะ?"
เจียงตั่วไม่คิดว่ามีอะไรเสียหายเลยกลับรู้สึกว่านี่คือพิธีกรรมตามธรรมเนียมอย่างหนึ่ง "ฟังดูเข้าท่านะ"
ิจูเดาว่าเขาคงไม่รังเกียจเธอจึงเปิดผ้าเช็ดหน้าสีขาวออก ภายในมีแหวนธนูสีเขียวเข้ม
ตามความทรงจำจากเ้าของร่างเดิมย่าเคยบอกว่าของชิ้นนี้ต้องเก็บไว้ให้หลานเขยในอนาคต
เธอยื่นของชิ้นนี้ให้เจียงตั่ว"นี่คือของหมั้นหมายของคุณปู่กับคุณย่าฉันค่ะคุณย่าท่านเคยบอกว่าฝากไว้ให้หลานเขยในอนาคต ถ้าคุณไม่รังเกียจก็รับไว้เถอะค่ะ"
เจียงตั่วมองแหวนธนูแล้วรู้สึกประหลาดใจ...เธออยากแต่งงานกับคนอื่นชัดๆ แต่ตอนนี้กลับยอมมอบของหมั้นชิ้นสำคัญให้เขา
เธอ้าจะบอกเขาว่าเธออยากใช้ชีวิตอยู่กับเขาอย่างจริงใจใช่ไหม?
เจียงตั่วรับของชิ้นนั้นมาอย่างระมัดระวังแล้วเหมือนนึกถึงบางเื่ขึ้นมาได้เขาจึงถอดจี้หยกสายสีดำที่ห้อยคออยู่ออกมาส่งให้ิจู
"นี่ก็เป็มรดกตกทอดในตระกูลของฉัน ให้เธอเป็ของหมั้นแล้วกัน"
สองวันนี้ที่ิจูตามเจียงตั่วไปทำงานที่คันดินกั้นน้ำเธอก็สังเกตเห็นเชือกสีดำที่คอเขา ตอนแรกเธอสงสัยมาตลอดว่าห้อยอะไรอยู่แต่ตอนนี้... มันกลายเป็ของเธอแล้ว
นี่คือจี้หยกเหอเถียน[*] ขนาดประมาณสามสี่เิเ เนื้อหยกดีมาก ด้านหนึ่งแกะสลักพระสูตรมหายานอีกด้านแกะสลักดอกบัว ดูท่าทางราคาไม่เบาทีเดียว
เธอส่ายหน้า"ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป คุณเก็บไว้เถอะค่ะ"
"นี่เป็ของที่สะใภ้ตระกูลเจียงควรมี เธอต้องรับไว้นะ"
พอได้ยินแบบนี้ิจูก็ไม่อยากเกรงใจอีกแล้ว เพราะเธอเป็สะใภ้ตระกูลเจียงจริงๆ
เธอเชิดหน้าขึ้นยิ้มหวานปรากฏรอยบุ๋มเล็กน้อยบนแก้ม แล้วพูดอย่างมีชีวิตชีวาว่า"งั้นคุณก็ใส่ให้ฉันสิคะ"
ถือว่าเป็การสวมแหวนแต่งงานให้เธอไปเลยเพราะในยุคนี้ยังไม่นิยมสวมแหวนแต่งงานกัน!
เมื่อเห็นเจียงตั่วยังนิ่งิจูมองก็เหมือนเห็นความคิดของเขา พอเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่เธอก็แกล้งหยอกเขาว่า "ยืนนิ่งทำไมคะหรือว่าเสียดายที่จะให้ฉันแล้ว?"
"ไม่ใช่... มันไม่เหมาะสม เธอควรใส่เอง"
"เราอยู่ข้างใน ไม่มีใครมาเห็นหรอกค่ะ"
ิจูเบะปากนึกถึงการตอบรับอันเร่าร้อนของเจียงตั่วในห้องใต้ดินเก็บเสบียงวันนั้นตอนที่เขาพลิกตัวขึ้นมากดเธอลงกับพื้นและทำอย่างนั้นอย่างนี้เขาไม่เห็นจะนึกถึงความเหมาะสมเลยนี่!
เธอดึงมือเจียงตั่วเข้ามาและตั้งใจจะสวมแหวนธนูที่นิ้วหัวแม่มือของเขา
แต่...มันเล็กไป ใส่ไม่ได้!
ิจูเกิดไอเดียเธอหยิบด้ายแดงมาร้อยแหวนธนู จากนั้นก็เขย่งปลายเท้า สวมมันให้ที่คอของเจียงตั่ว
หลังจากสวมเสร็จแล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น เผยลำคอขาวเนียนต่อหน้าเขา แล้วพูดเสียงใสว่า"เรียบร้อย! ของหมั้นฝั่งฉันแลกเปลี่ยนแล้ว ถึงตาคุณบ้างใส่ให้ฉันสิคะ ไม่งั้นฟ้าคงมืดพอดี เราสองคนยืนอยู่ตรงนี้คงไม่มีใครยอมไปไหน"
เจียงตั่วเป็ผู้ชายอย่างไรก็คงไม่ยอมให้ผู้หญิงมาเร่งรอ เขาจึงก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดและสวมจี้หยกให้เธอ
ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมากเจียงตั่วได้กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ จากตัวิจู ให้ความรู้สึกเหมือนกับ...
น้ำที่เธอยื่นให้เขาดื่มมันช่างหอมหวานและเย้ายวนใจ
ลำคอของเขาขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัวเขารีบชักมือกลับ ราวกับทำผิดอะไรมา ถอยหลังไปสองก้าวใบหน้าสีคล้ำแต่เดิมเริ่มมีสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันกลับก่อนนะ"
ิจูมองตามแผ่นหลังที่เร่งรีบของเจียงตั่วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เธอเลื่อนมือลูบจี้หยกเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า"ฉันชอบของหมั้นชิ้นนี้มากค่ะ จะเก็บรักษาไว้อย่างดีนะคะผู้กองเจียง เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ!"
เจียงตั่วหยุดชะงักครู่หนึ่งจากนั้นร่างสูงใหญ่ก็ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป...
ิจูปิดประตูพร้อมกับระวังตัวมากขึ้นเธอหันไปบอกิชุนนีข้างในห้องว่า "ป้าคะตอนนี้หนูลงกลอนประตูทุกบานแล้วนะคะ คืนนี้เราต้องตื่นตัวกันไว้ได้ยินเสียงอะไรต้องรีบลุกขึ้นมาทันที เข้าใจไหมคะ?"
ิชุนนีไม่เข้าใจแต่ิจูนึกถึงว่าพรุ่งนี้ิเยี่ยนจะต้องแต่งงานกับไอ้โง่จากหมู่บ้านสกุลชวีเธอก็รู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา…
เชิงอรรถ
[*]หยกเหอเถียน หรืออีกชื่อคือหยกเนไฟร์ตมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เป็สัญลักษณ์ของความเป็สิริมงคลความเจริญรุ่งเรือง และสุขภาพที่ดี