ผมติดอยู่ในนครพิศวง

    บทที่ 2 โรงแรมซื่อฟาง

    บทที่ 2 โรงแรมซื่อฟาง

              

            ตอนที่ผมยังเด็ก ผมสามารถมองเห็นสิ่งที่ผู้ใหญ่หลายคนมองไม่เห็น นั่นคือสิ่งที่ผู้คนมักเรียกว่า ‘ดวงตาหยินหยาง’*[1] ตอนนั้นผมยังเด็กมาก อายุเพียงสามสี่ขวบเท่านั้น ไม่รู้เลยว่าความกลัวคืออะไร เพียงแต่เห็นลุงป้าแปลกหน้าจำนวนมากยิ้มให้ ล้อเล่นกับผม หรือข่มขู่ผม แม่ของผมที่มักจะเห็นผมหัวเราะหรือร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อย  ๆ จนแม่กลัวมากถึงขนาดเคยเชิญหมอผีและหมอผีต้มตุ๋นมาหลายคน แต่อาการของผมก็ไม่ดีขึ้น มีผีมารวมตัวกันมากขึ้นรอบตัวผม จนผมเริ่มป่วยและมีไข้บ่อย ๆ


            ผมโชคดีในตอนที่แม่พาผมไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราได้พบกับนักพรตเต๋าที่ดูรุงรัง นักพรตเต๋าคนนั้นบอกว่าผมมีชะตาชีวิตที่เป็๲หยินมาก ง่ายต่อการดึงดูด๥ิญญา๸ เขาปิดดวงตาหยินหยางให้ แล้วมอบจี้หยกแก่ผม พร้อมบอกว่ามันจะช่วยป้องกันเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ได้ ถ้าหากหยกแตก ก็เท่ากับช่วยชีวิตผมไว้ หลังจากนั้น ผมก็ไม่เห็นคนแปลกหน้าพวกนั้นอีกเลย เ๱ื่๵๹วัยเด็กพวกนี้ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ แต่แม่ของผมกลับไม่ยอมให้ถอดจี้หยกออกอีกเลย มันจึงกลายเป็๲เครื่องรางของผมไป หลายปีผ่านไป คืนนี้ผมอาจจะได้เห็นสิ่งที่ผมลืมไปนานแล้วอีกครั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามิใช่ลางดี


            "ต้าเหว่ย นายคุ้นเคยกับถนนสายนี้แค่ไหน" ผมถาม


            "คุ้นเคยมาก นายวางใจได้เลย ก่อนหน้านี้พ่อฉันพามาไม่ถึงสิบก็แปดรอบแล้ว"


            "ก่อนหน้านี้ นานแค่ไหนแล้ว"

            "อืม…ประมาณสิบปีก่อนมั้ง..."


            "บ้าเอ๊ย! ต้าเหว่ย นายล้อฉันเล่นใช่มั้ย สิบปีแล้วนะ ถ้ามีการรื้อถอนหรือปรับปรุงอะไรขึ้นมา พวกเราก็จะไปผิดทางเปล่า ๆ น่ะสิ"


            "ไม่…ไม่น่าใช่นะ" น้ำเสียงของต้าเหว่ยก็เริ่มลังเลขึ้นมา แสงไฟบนถนนยิ่งมืดลงเรื่อย ๆ เหมือนมีหมอกลงหนักอีกครั้ง ถนนข้างหน้ายิ่งมองไม่ชัดเจน ความเร็วรถของต้าเหว่ยจึงค่อย ๆ ช้าลง


            "หรือว่า...พวกเรากลับรถดีมั้ย?" ในที่สุดต้าเหว่ยก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา แต่ตอนนี้หมอกหนามากแล้ว แม้จะมีไฟหน้ารถส่องสว่าง พวกเราก็มองเห็นสภาพถนนได้แค่ประมาณสามเมตรเท่านั้น ตอนนี้ความเร็วรถของพวกเราก็เกือบจะเท่ากับจักรยานแล้ว


            "จอดเถอะ อย่าขับต่อเลย หมอกหนาขนาดนี้อันตรายเกินไป" ผมพูด


            "แล้วสินค้าจะทำยังไงดี เป็๞ของด่วนนะ" ต้าเหว่ยพูด


            "ชีวิตสำคัญกว่า" ผมขมวดคิ้วใส่ต้าเหว่ย "เปิดไฟหน้าไฟท้ายทั้งหมดแล้วจอดข้างทางเถอะ"

            ต้าเหว่ยเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นมาว่า "นายดูสิ ข้างหน้ามีแสงไฟเยอะแยะ บางทีอาจเป็๲โรงแรมก็ได้นะ"

            "นายฝันไปเถอะ" ผมส่ายหัวแสดงความไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้าน ยังไงการจอดรถข้างทางในวันที่มีหมอกหนาแบบนี้ก็อันตรายอยู่ดี แถมแอร์ในรถก็ไม่ค่อยเย็น หนาวขนาดนี้ถ้าจะนอนก็คงนอนไม่หลับ


            รถค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้า หมอกเหมือนจะจางลงไปมาก ถึงจะมองไม่ค่อยชัด แต่ผมรู้สึกเหมือนเราขับเข้าไปในเมืองเล็ก ๆ เพราะพื้นถนนใต้แสงไฟไม่ใช่ถนนคอนกรีตแล้ว แต่เป็๞พื้นที่ปูด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ แสงไฟในหมอกอยู่ข้างทาง พอขับเข้าไปใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็๞โรงแรมแบบเกสต์เฮาส์ มีชื่อว่า ‘โรงแรมซื่อฟาง’


            "ฮ่า ๆ! เป็๞ไง ฉันบอกแล้วไงว่ามีโรงแรม! นายยังไม่เชื่ออีก" ต้าเหว่ยพูดอย่างภูมิใจ ผมก็หัวเราะออกมา เ๯้าหมอนี่ดวงดีจริง ๆ เลย โรงแรมนี้มีเอกลักษณ์มาก รูปแบบโบราณคลาสสิก แสงไฟที่เห็นก็ไม่ใช่ไฟนีออน แต่เป็๞โคมไฟใหญ่สีแดงแปดดวงแขวนอยู่หน้าประตู ในโรงแรมมีรูปแบบหลากหลาย พวกเราก็เคยเห็นโรงแรมสไตล์วินเทจแบบนี้มาเยอะแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร ต้าเหว่ยจอดรถไว้ที่ลานว่างข้างโรงแรม แล้วลงจากรถพร้อมกับผม เมื่อล็อกประตูรถแล้ว ผมสังเกตดูรอบ ๆ ใต้แสงไฟ หมู่บ้านนี้เล็กมาก ผังดูเป็๞ระเบียบ ตรงกลางเป็๞จัตุรัส มีถนนสี่สายจากสี่ทิศเป็๞รูปกากบาท บนจัตุรัสมีฐานรูปปั้นที่ทรุดโทรม ฐานเป็๞รูปวงรี เหมือนชามขอทานที่แตก บนฐานเดิมน่าจะมีรูปปั้นอะไรสักอย่าง แต่ตอนนี้หายไปไหนไม่รู้ นี่ช่างเป็๞หมู่บ้านที่เก่าแก่จริง ๆ


            พวกเราเดินไปที่โรงแรม แว่วเสียงหัวเราะเฮฮาจากด้านใน ดูเหมือนจะคึกคักมาก เมื่อเดินเข้าไปในโรงแรมซื่อฟาง ก็พบว่ามีลูกค้าไม่น้อย ต่างกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศ ความอบอุ่นพลันไหลเข้ามาในใจ ผมรู้สึกว่าทั้งตัวอุ่นขึ้นมากทีเดียว

            โรงแรมนี้มีเอกลักษณ์ ชั้นหนึ่งเป็๲โถงใหญ่ โต๊ะเก้าอี้ไม้ล้วน บันไดไม้วนขึ้นไปชั้นสองที่เป็๲ห้องพักโบราณคลาสสิก แต่ก็ดูทรุดโทรมไปหน่อย ผมมองไปรอบ ๆ พบว่า ลูกค้าในร้านนี้ดูแปลก ๆ เสื้อผ้าของพวกเขาขาดวิ่นและดูโบราณ เสื้อคลุมแบบที่คนแก่ใส่เมื่อหลายสิบปีก่อนที่นี่ยังมีคนใส่อยู่เลย จนผมคิดว่ากำลังถ่ายหนังกันอยู่ จึงมองหากล้องไปทั่ว


            อีกเอกลักษณ์หนึ่งของโรงแรมนี้คือมีพนักงานหญิงใส่ชุดกี่เพ้าเดินไปมา พวกเธอดูสวยเซ็กซี่ในชุดกี่เพ้ารัดรูปลวดลายต่าง ๆ เน้นเส้นสายหน้าอกหลังสะโพก กี่เพ้าที่ผ่ายาวจนเกือบจะถึงสะโพกของพวกเธอ เวลาขยับตัวจะเห็นต้นขาขาวเนียนยั่วยวน พวกเธอยิ้มหวานบ้าง ปล่อยตัวบ้าง ทำให้ทั้งบริเวณเต็มไปด้วยบรรยากาศยั่วยวน ผมเหลือบมองต้าเหว่ยข้าง ๆ เขาเหม่อลอยไปนานแล้ว สายตาเหมือนจะเจาะทะลุเข้าไปในรอยแยกของชุดกี่เพ้า ท่าทางเหมือนหมูตัวผู้ เกือบจะน้ำลายไหล พวกเราหาที่นั่งที่ไม่มีคน เมื่อนั่งลงก็ได้มีหญิงวัยกลางคนที่ดูมีเสน่ห์เยื้องย่างเข้ามา แล้วพูดว่า 


            "ทั้งสองท่านจะทานอะไรดีคะ"


            "เอาผัดผักสองจานแล้วกัน" ผมพูด


            "แล้วจะดื่มเหล้าอะไรดีคะ"


            "พวกเราขับรถ ไม่ดื่มเหล้าหรอก"


            "งั้น...มันจะน่าเบื่อเกินไปไหม ไม่ลองให้ฉันหาสาว ๆ สองคนมาเป็๲เพื่อนคุณทั้งสองดูล่ะ" เถ้าแก่เนี้ยพูดพร้อมรอยยิ้ม ต้าเหว่ยกำลังจะพูดแต่ผมเตะขาเขาใต้โต๊ะอย่างแรง ผมยิ้มให้เถ้าแก่เนี้ยแล้วเอ่ย 


            "ไม่เป็๲ไรครับ พวกเราเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อนให้เร็วหน่อย ช่วยจัดห้องให้พวกเราทีครับ"


            "เฮ้อ~ คุณคิดว่าสาว ๆ ที่นี่ไม่สวยพอสำหรับคุณงั้นเหรอ" เถ้าแก่เนี้ยพูดพร้อมกับส่งสายตายั่วยวน เธอโบกมือเรียกสาวงามในชุดกี่เพ้ายาวสามถึงห้าคนก็เดินเข้ามารวมตัวกัน พวกเธอช่างงดงามและยั่วยวน ต้าเหว่ยจ้องมองพวกเธอตาเป็๲มัน เขาเกือบจะยกมือขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ตั้งใจจะคว้าตัวสาวคนหนึ่งมากอดไว้แล้วเล่นสนุกอย่างเต็มที่


            ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเตะต้าเหว่ยใต้โต๊ะอีกครั้ง ทำให้เขาเจ็บจนต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจ้องมองผมด้วยความโกรธ เกือบจะโมโหจนหน้าแดงก่ำและทะเลาะกับผม ผมมองเขาสักพักโดยไม่พูดอะไร แล้วจิบน้ำชาอย่างไม่ใส่ใจ ผมไม่ได้เป็๲คนที่ไร้สมรรถภาพทางเพศ และก็ไม่ใช่หลิ่วเซี่ยฮุ่ย*[2] ในความเป็๲จริง ผมที่เป็๲หนุ่มฉกรรจ์ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองเช่นกัน แต่ผมกลับไม่กล้า ผมไม่กล้าจริง ๆ คนขับรถบรรทุกทางไกลที่ออกไปข้างนอก จะมีสักกี่คนเชียวที่ไม่ข้องแวะกับการซื้อบริการทางเพศ โรงแรมเล็ก ๆ ข้างทางมีโสเภณีในท้องถิ่นจำนวนมากมุ่งเป้าไปที่คนขับรถบรรทุก ทว่านั่นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย การมีความสัมพันธ์ลับ ๆ ในสถานที่ที่คุ้นเคยหรือในเมืองน่าจะปลอดภัยกว่า แต่การพบรักในย่านชานเมืองที่ห่างไกลแบบนี้ ระดับความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ



    [1] ดวงตาหยินหยาง: ความสามารถพิเศษในการมองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ

      

    [2]  หลิ่วเซี่ยฮุ่ย: บุคคลในประวัติศาสตร์จีนที่มีชื่อเสียงในด้านความซื่อสัตย์และการรักษาความบริสุทธิ์