กู้ซุนหนี่ถามหญิงวัยกลางคนที่ท่าทางร่ำรวยคนนี้เพื่อขายเนื้อหมูให้เธอทันที
"พี่สาวจะรับเนื้อหมูกี่จินคะ"
หญิงวัยกลางคนตอบกลับกู้ซุนหนี่ว่า
“เนื้อหมู 10 จิน เนื้อหมูสามชั้น 5 จิน”
กู้ซุนหนี่ทยอยหยิบสินค้าออกจากตะกร้าทีละชิ้นจนครบ
“เนื้อหมู 10 จิน (10 ชิ้น)และเนื้อหมูสามชั้น 5 จิน (5 ชิ้น) รวม5 หยวน (50 เหมา)”
หญิงวัยกลางคนที่ท่าทางร่ำรวยคนนั้นก็จ่ายเงินแล้วเธอก็รับสินค้าใส่ตะกร้าของเธอก่อนเดินจากไป
"นี่ค่ะ เงิน 5 หยวน"
"ขอบคุณค่ะ พี่สาว"
หลังจากนั้นคุณป้าคนหนึ่งก็เดินเข้ามาซื้อเนื้อหมูเป็รายต่อไป
"คุณป้าจะรับเนื้อหมูกี่จินคะ"
“เนื้อหมู 5 จิน เนื้อหมูสามชั้น 2 จิน”
กู้ซุนหนี่คิดเงินก่อนแล้วค่อยหยิบเนื้อหมูให้ท่านป้าคนนั้น
“เนื้อหมู 5 จิน เนื้อหมูสามชั้น 2 จิน รวม 2 หยวน 5 เหมา”
"นี่จ๊ะ เงิน 2 หยวน 5 เหมา"
"ขอบคุณค่ะ คุณป้า"
หลังจากนั้นลูกค้าหลายคนก็ทยอยเข้ามาซื้อเนื้อหมูกับกู้ซุนหนี่ต่อไปเรื่อยๆ
กู้ซุนหนี่ก็ประมาณว่าในเข่งนี้ควรมีเนื้อหมู 100 จิน และเนื้อหมูสามชั้น 50 จินดังนั้นกู้ซุนหนี่จึงปิดการขายเนื้อหมูของเธอ เมื่อเธอขายเนื้อหมูได้ 100 จิน และเมื่อเธอขายเนื้อหมูสามชั้นได้ 50 จินโดยเธอกำหนดให้ในมิติกองเนื้อหมู 100 จินและกองเนื้อหมูสามชั้น 50 จิน ไว้ก่อนหลังจากนั้นเธอหยิบเนื้อหมูออกมาทีละชิ้นจนหมดกองที่อยู่ในมิติของเธอนั้นแสดงว่าเธอขายเนื้อหมูและเนื้อหมูสามชั้นได้ตามที่เธอกำหนดไว้ก่อน
กู้ซุนหนี่สรุปการขายวันนี้ว่า
“ขายเนื้อหมู 100 จิน ได้เงิน 300 หยวน และขายเนื้อหมูสามชั้น 50 จิน ได้เงิน 250หยวน รวมเป็เงินทั้งหมด 550 หยวน”
กู้ซุนหนี่คิดในใจว่า
“ขายหมูในตลาดมืดวันเดียวหรือแค่ 3 ชั่วโมงได้เงินเกือบ 6 เท่าของเงินเดือนสามี” (เงินเดือนสามีของกู้ซุนหนี่ เท่ากับ เดือนละ 100 หยวน)
กู้ซุนหนี่คิดในใจ
“เราควรมาขายสินค้าสัปดาห์ละ 1 วันและเธอก็ควรเปลี่ยนสินค้าที่จะขายในแต่ละสัปดาห์ แล้วสินค้าก็จะไม่ซ้ำกันน่าจะดีกว่าการขายชนิดเดียวกันทุกสัปดาห์”
กู้ซุนหนี่เริ่มคิดและวางแผนการขายของในตลาดมืด (ขายสินค้าสัปดาห์ละ1 วัน คือ ทุกวันอาทิตย์ ลูกค้าจะได้รู้ว่าเธอจะมาขายสินค้า
วันไหนบ้าง เพื่อไม่ดูน่าสงสัยหรือถูกเพ่งเล็งมากเกินไป) เช่น
“สัปดาห์ที่ 1 ขายเนื้อหมู 100 จินๆ ละ 30 เหมา เนื้อหมูสามชั้น 100 จินๆ ละ 50 เหมา รวม 800 หยวน”
“สัปดาห์ที่ 2 ขายสบู่ 100 ก้อนๆ ละ 1 หยวน ยาสระผม 100 ขวดๆละ 1 หยวน 50 เหมา รวม 250 หยวน”
“สัปดาห์ที่ 3 ขายครีมทาผิวหน้า 100 ขวดๆ ละ 3 หยวน โลชั่นทาตัว 100 ขวดๆ ละ 2 หยวน รวม 500 หยวน”
“สัปดาห์ที่ 4 ขายน้ำตาลทราย 100 จินๆ ละ 20 เหมา น้ำมันพืช 100 ชั่งๆ ละ 40 เหมา รวม 600 หยวน”
กู้ซุนหนี่คาดการณ์ว่า
“รายได้จากการขายของในตลาดมืด 1 เดือนจะมีรายได้ประมาณ 2,150 หยวน”
กู้ซุนหนี่คาดการณ์ว่า
“ก่อนถึงสิ้นปี 4 เดือนหรือก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวในอีก3 เดือนข้างหน้า”
“เราสามารถมาขายของในตลาดมืดได้แค่ 3 เดือนเท่านั้นเนื่องจาก เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว แล้วถนนหนทางจะเดินลำบากมากๆ ทั้งหิมะตก ถนนลื่นอากาศหนาวเย็นมากๆ”
“รายได้จากการขายของในตลาดมืด 3 เดือนเธอน่าจะมีรายได้ประมาณ 6,450 หยวน”
กู้ซุนหนี่รีบเดินออกจากตลาดมืดก่อน แล้วเธอก็เดินออกจากตำบลชิงไห่เพื่อไปขึ้นเกวียนวัวลุงโจวที่จุดจอดเกวียนวัวก่อนเดินทางกลับบ้านของเธอในหมู่บ้านไห่
แต่กู้ซุนหนี่ไปถึงเกวียนวัวก่อนเวลาบ่ายโมงที่เกวียนวัวจะออกเดินทางกลับหมู่บ้านไห่แล้วเธอก็ยังมาถึงเกวียนวัวของลุงโจวก่อนคนอื่นๆ
“ยังไม่มีใครกลับมาถึงเกวียนวัวของลุงโจวเลยสักคน งั้นเราก็กินซาลาเปาไส้หมู1 ลูก ซาลาเปาไส้เผือก 1 ลูกก่อนก็แล้วกัน”
หลังจากนั้น ชาวบ้านหมู่บ้านไห่คนอื่นๆก็ทยอยเดินมาขึ้นเกวียนวัวของลุงโจวที่จุดจอดเกวียนวัวซึ่งอยู่ด้านนอก
วันนี้กู้ซุนหนี่นั่งคิดสรุปรายได้ที่ผ่านมา ั้แ่ขายผักหวานป่า เห็ดเยื่อไผ่ หน่อไม้เส้น ปลา, ขายโสมคน, เงินสามี, ขายส่งปลา, ขายเนื้อหมูตามลำดับ เมื่อกลับไปถึงบ้านขอวเธอ แล้วเธอต้องทำบัญชีสรุป รายรับ รายจ่าย คงเหลือดังนี้
“เงินขายของป่า 1 หยวน ขายปลา 5 หยวน ขายโสมคน 1,250 หยวน หักรายจ่าย 24หยวน 9 เหมา คงเหลือเงิน 1,231 หยวน 5 เหมา”
“เงินสามีจาก 50 หยวน หักค่าซื้อของในตลาดรวม 49หยวน 3 เหมา ค่าเกวียนวัว 4 เหมา คงเหลือเงิน 3 เหมา”
“หักค่าจ้างตัดเย็บชุด 4 หยวน 5 เหมา ค่าส่งจดหมาย 2 หยวน ค่าเกวียนวัว 4 เหมา ค่าซื้อของสหกรณ์ 4 หยวน”
“ได้เงินคืนจากแม่สามี 1,200 หยวน”
“ได้เงินขายปลา 10 หยวน หักค่าเกวียนวัว 4เหมา คงเหลือ 9 หยวน 6 เหมา”
“ขายเนื้อหมู 100 จินๆ ละ 30 เหมา เนื้อหมูสามชั้น 50 จินๆ ละ 50 เหมา รวมเป็เงิน 550 หยวน”
รายได้ทั้งหมด 3,066 หยวน
รายจ่ายทั้งหมด 81 หยวน 9 เหมา
คงเหลือเงินทั้งหมด 2,984 หยวน 1 เหมา
กู้ซุนหนี่ถือว่า เงินเก็บทั้งหมดของเธอ 2,984 หยวน ในตอนนี้ เป็เงินจำนวนมาก สำหรับเธอในยุคนี้