บทที่ 1 ความรักของพระรอง
คุณเคยสงสัยเกี่ยวกับความรักบ้างไหมในชีวิตนี้
ทำไมเราถึงได้รักคนที่เราไม่ควรรักกัน ทำไมเราถึงรักคนที่เขาไม่ได้รักเรากัน ทำไม... ทำไม...
คุณเคยวาดฝันอยากได้ความรักอันสุขสมหวังแสนงดงามราวพระเอกกับนางเอกในนิยายบ้างไหม
มีความสุข แฮปปี้เอนดิ้ง สุขสงบตลอดกาล
ใคร ๆ ก็อยากมีความสุขทั้งนั้นแหละ อยากมีคนรักดี ๆ ความรักดี ๆ
แต่ประเด็นก็คือ โลกแห่งความเป็จริงที่มีคุณเป็ตัวเอกนั้น คุณไม่มีทางรับรู้ได้ว่า ใคร หรือ คนไหน เป็พระเอกนางเอกสำหรับคุณ เพราะโลกแห่งความเป็จริงคุณไม่มีทางรู้ว่าใครคือคนคนนั้น คนที่ถูกเลือกให้เป็ความสุขสมบูรณ์แบบของคุณ
เพราะโลกไม่ใช่นิยาย คุณเลยไม่สามารถรับรู้บทบาทของฝ่ายตรงข้ามได้ บางทีพระเอกของคุณอาจจะเป็ใครสักคนที่เดินสวนกันในห้องสมุดแต่เผอิญคุณระวังทันไม่ได้ล้มไปชนเขา หรืออาจจะเป็แฟนเก่านิสัยแย่ที่อาจจะสำนึกได้และกลับตัวกลับใจ หรือรักแรกพบในวัยเด็กที่ประทับใจคุณจนดั้นด้นตามหาตามติด
เพราะชีวิตจริงเราไม่ได้ถูกกำหนดบทบาทเอาไว้
เราอาจจะเป็ตัวเอกในเื่ราวของตัวเราเอง แต่อาจจะเป็ตัวร้ายในเื่ของใครอีกคน หรือแค่ตัวประกอบในอีกหลาย ๆ เื่ราว หรือแม้กระทั่งอาจจะอยากถูกคาดหวังให้เป็พระเอกในเื่ราวของใครบางคนก็เป็ได้
ดังเช่นผม ในตอนนี้
"ฟ้าไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี" ผมหันมองผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ข้าง ๆ พลางโอบประคองเธอให้ขยับเข้ามาซบอิงไหล่ผมให้ถนัดกว่านี้ ให้เธอใช้ผมเป็ที่เช็ดน้ำตาได้อย่างเต็มที่ และทำเพียงแค่รับฟังสิ่งที่เธอกำลังระบายมันออกมาอย่างเงียบ ๆ
"สุดท้ายเขาก็ทิ้งฟ้าไว้ตรงนั้น ฮึก เขา..เขา...ปล่อยให้ฟ้ายืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว ฮือฮือ" เธอยังคงร้องไห้ไม่หยุด และพยายามจะเล่าเื่ราวทั้งหมดนั้นให้ผมฟังด้วยน้ำตาเป็รอบที่ห้า พร้อมกับยกแก้วแอลกอฮอล์ในมือขึ้นดื่มอีกครั้ง
"เธอดื่มเยอะเกินไปแล้ว น้ำฟ้า" ผมดึงแก้วในมือน้ำฟ้าออกเมื่อเธอวางมันไม่โดนโต๊ะ เธอเมาแล้ว เมาหนักมากด้วย ผมประคองร่างบางที่เริ่มทรงตัวไม่อยู่ให้ซบอกผมในท่าทีที่สบายขึ้น นั่งฟังเสียงสะอื้นเบา ๆ ของเธอพลางลูบหลังปลอบประโลมเป็ระยะ ๆ
เมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว น้ำฟ้าโทรหาผม บอกว่าถูกคนคนนั้นทิ้งเธอเอาไว้ที่ข้างถนน เพียงเพราะการทะเลาะกันเล็กน้อยเกี่ยวกับลิปติกของใครก็ไม่รู้ที่ตกอยู่ในรถราวกับจงใจหยามหน้าน้ำฟ้าที่เป็แฟนของเรย์ หนุ่มมหาลัยคนดังที่เปลี่ยนสาวเป็ว่าเล่นคนนั้น และเพราะการทะเลาะกันครั้งนั้นก็เริ่มเลยเถิดน้ำฟ้าก็เลยลงจากรถ หากแต่เรย์ เลือกที่จะขับรถจากไปทั้งแบบนั้น
และแล้วก็เป็ผม คนที่เธอจะโทรหาก็ต่อเมื่อมีเื่สำคัญ เพราะเธอรู้ดีว่า ผมไม่มีทางที่จะปฎิเสธเธอได้เลย ไม่เคยได้เลยสักครั้ง ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ ก็เป็ผมที่คอยเช็ดน้ำตาให้เธอเสมอ เป็ผมที่อยู่เคียงข้างเธอ แค่ผมคนเดียว
"นายมันเลว เรย์" เสียงสั่น ๆ เจือสะอื้นดังขึ้นอีกครั้งอย่างแ่เบาของน้ำฟ้าทำให้มือที่เช็ดน้ำตาให้เธอชะงัก
แม้กระทั่งตอนนี้ เธอก็คิดถึงแต่เขา เขาที่ทำร้ายเธอซ้ำ ๆ ให้เ็ปเสียใจซ้ำ ๆ
ไม่ใช่ผมที่คอยปลอบโยนเธออยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ
"ถ้าเขามันเลว ทำไมฟ้าถึงไม่ยอมเลิกกับเขาสักที" ผมพูดออกไปเบา ๆ ไม่หวังให้คนที่ร้องไห้จนเมาหลับไปได้ยิน เพราะสุดท้ายแล้วผมรู้ดีว่า น้ำฟ้าไม่สามารถตัดใจจากเรย์ได้ลง ก็หมอนั่น เป็รักแรกที่เป็ความประทับใจของเธอนี่นะ
น้ำฟ้าเชื่อในเื่รักแรกพบมาก มากจนวาดหวังเอาไว้มากมายมหาศาล
ผมทำได้แค่เพียงอุ้มร่างบางที่หมดสติไปแล้วเข้าไปนอนบนเตียงนอนของเธอ
เราสองคนเป็เพื่อนกันั้แ่เด็กเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน และเราสองคนเติบโตมาด้วยกัน เรียนด้วยกัน เล่นด้วยกันั้แ่อนุบาลจนจบ ม.6 บางครั้งสำหรับผม การมีน้ำฟ้าอยู่ข้าง ๆ มันคงกลายเป็ความเคยชินไปแล้ว
แต่แล้วความเคยชินที่มีกลับกลายเป็ความเ็ป
เพราะผมรักน้ำฟ้า
ความรักที่ไม่รู้ว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ แต่กลับเ็ปจนบาดลึกเพราะเมื่อรู้ตัวว่ารัก ก็ถลำลึกจมอยู่จนถอนตัวไม่ขึ้น
'ฟ้าว่า ฟ้าตกหลุมรัก.. ฟ้ารักพี่เรย์เข้าแล้วล่ะ บางทีอาจจะเป็รักแรกพบก็ได้นะ'
ภาพของน้ำฟ้าในความทรงจำหวนกลับเข้้ามาในสมอง วินาทีที่เธอยิ้มด้วยความเขินอายนั้นคือวินาทีที่ผมรู้ตัวว่ารัก และเป็วินาทีที่ผมรู้ตัวว่าผมอกหัก เป็วินาทีที่รู้สึกว่ารอยยิ้มงดงามตรงหน้าช่างบาดลึกจนเ็ป และแววตาสดใสนั้น ไม่ได้มองมาที่ผมอีกต่อไปแล้ว น้ำฟ้า ไม่เคยเป็ของผม ไม่ใช่อีกต่อไป
ผมนั่งมองใบหน้าที่ผมหลงรักมานาน นานจนไม่รู้ว่าควรเริ่มนับั้แ่เมื่อไหร่
ผมเคยคิดที่จะถอย เลือกเรียนคณะอื่น แต่สุดท้ายก็ยังคงเลือกมหาลัยเดียวกัน อยู่หอพักเดียวกันอยู่ห้องข้างกัน คอยปลุกเธอไปเรียน ช่วยทำรายงานแทบไม่ต่างอะไรจากเดิม ทุกครั้งที่เธอเรียกหา ผมก็จะไปอยู่ข้าง ๆ เธอเสมอ ราวกับว่า ผมไม่เคยไปจากเธอได้เลย ไม่เลยแม้แต่ในความคิด
ผมเขี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าเธอออกเบา ๆ และห่มผ้าให้ก่อนจะเดินหนีออกมา ทว่าคนเมากลับคว้าแขนผมไว้ ดวงตาคู่นั้นที่ผมชอบมองตรงมาที่ผม ริมฝีปากบางเอ่ยเรียกชื่อของผม พร้อมกับถ้อยคำที่พันธนาการผมเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้อีกต่อไป
"เรน...อย่าไปนะ" ผมจับมือของน้ำฟ้าเอาไว้ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงของเธอ ให้ดวงตาของเราอยู่ในระดับเดียวกัน
"ผมไม่มีทางไปจากฟ้าหรอก ถ้าหากฟ้ายัง้าผม" ใช่ ถ้าเธอยัง้าผม ผมก็จะไม่มีวันไปไหน ยกเว้นก็แต่ว่า เธอจะไม่้าผมอีกแล้ว... ผมมองเธอพลางส่งยิ้มที่เธอมักบอกเสมอว่ามันเหมาะกับผมให้เธอเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาตลอดหลายปี ในฐานะ 'เพื่อน' คนสำคัญของเธอ
"ทำไมกันนะ เรน ทำไมเขาถึงไม่ดีให้ได้สักครึ่งหนึ่งของนายกัน" เสียงพึมพำแ่เบานั้นกระทบเข้ากับหัวใจของผมอย่างจัง เพราะมันหมายความว่าต่อให้ผมจะดีให้ตายแค่ไหน ผมก็สู้คนที่อยู่ในใจของเธอไม่ได้อยู่ดี แม้ว่าไอ้หมอนั่นจะทำให้เธอต้องเสียใจจนร้องไห้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอก็เลือกเขาอยู่ดี
"เลือกผมสิฟ้า เลือกผม" ผมฝืนพูดออกไป หากแต่น้ำฟ้าไม่ได้รับฟัง ผมข่มก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในอกให้หายไป พยายามเงยหน้ากระพริบไล่ความเ็ปที่เอ่อคลอให้หายไป หากแต่สุดท้ายหยดน้ำตาเล็ก ๆ มันก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ผมอยู่ตรงนี้นะฟ้า เป็ผม ไม่ใช่เขา เลือกผมสิ" อาจจะเป็เพราะแอลกอฮอล์ ที่ทำให้ความรู้สึกที่พยายามกักเก็บมาตลอดระยะเวลาหลายปีพังทลายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผมเอ่ยถ้อยคำอ้อนวอนที่ไม่เคยคิดจะพูดมาก่อนออกไปอย่างอดไม่อยได้ ร้องไห้ฟูมฟายร้องขอความรักอยู่ข้างเตียงอย่างหมดท่า
แต่ว่า... ไม่มีใครได้ยิน
เวลาเนิ่นนานจากดึกจนเกือบเช้า มันนานมากพอจนรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังและความเวทนาที่มีต่อตัวเอง ร้องขอความรักที่ไม่มีวันเป็จริงอย่างน่าสมเพช ทำตัวราวกับไอ้โง่คนหนึ่งที่ดึงดันอย่างไร้หนทาง
"เรน แกมันก็เป็แค่ตัวสำรอง" ผมอดหัวเราะเยาะให้ตัวเองทั้งน้ำตาไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อยเพื่อให้ตัวเองหยุดฟุ้งซ่าน ก่อนจะลงไปร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของมาเตรียมไว้ให้ด้วยความเป็ห่วงอันเป็ความเคยชิน
ถ้าฟ้าตื่น คงจะหิวแน่ ๆ และอาจจะเจ็บคอ เธอร้องไห้เยอะมาก ๆ เลย ถ้าได้นมสดด้วยคงดี
หากแต่แล้วผมก็ต้องชะงักเมื่อกำลังจะเดินขึ้นหอพัก เมื่อมีรถคันที่คุ้นตาเข้ามาจอด พร้อมกับใครบางคนที่หิ้วถุงนมสดกับขนมเค้กสตอเบอรี่ที่เหมือนกันกับของในถุงของผมเดินขึ้นหอพักไป เดาได้ไม่ยากว่าพี่เรย์คงมาง้อน้ำฟ้าแล้ว
คงไม่จำเป็แล้วสินะ ทั้งขนม ทั้งผมเองด้วย
คงไม่จำเป็ต้องกลับไปแล้ว
สุดท้ายแล้ว ผมก็ทำได้แค่หันหลังแล้วเดินหนีออกไปจากตรงนั้น ผมไม่อยากกลับไปที่นั่นอีก ไม่อยากจะเห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีให้ผม ผมไม่อยากจะเห็นเธอมีความสุขกับเขาอีกแล้ว ผมอยากไปที่ไหนสักที่ ที่จะทำให้ผมหลุดพ้นจากความเศร้าพวกนั้นได้
ที่ที่ไม่มีเธอ
จบแล้วสินะ ผมทรุดลงนั่งและซบหน้าลงกับฝ่ามืออย่างอ่อนล้าเมื่อพาร่างกายตัวเองมาถึงสวนสาธารณะไม่ไกลจากหอพักมากนัก
'หมดบทละครของโฮสต์แล้วค่ะ เดี๋ยวที่เหลือรอให้พระเอกนางเอกเขาคืนดีกันก็พอแล้วค่ะ' เสียงเด็กสาวน่ารักดังขึ้นในหัวของผมเบา ๆ พร้อมกับเอฟเฟ็กจุดพลุฉลองที่ดังเปรี้ยงปร้าง
'ภารกิจเสร็จสิ้น รอประมวลผลคะแนนค่ะ เป็อย่างไรบ้างคะโฮสต์' เสียงของระบบเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าโฮสต์ของเธอไม่มีความกะตือรือร้นเมื่อภารกิจสำเร็จ แถมยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นอีก หรือโฮสต์เธอจะยังอินและร้องไห้ไม่หยุดกัน หรือจะเสียใจจนเป็บ้าไปแล้วกันแน่ โฮสต์ต้องรักนางเอกมากแน่ ๆ เลยเป็แบบนี้
"อลิส ผมง่วง" ผมเอ่ยดักความคิดของเอไอประจำตัวก่อนจะเปลี่ยนจากท่านั่งกอดเข่าเสียใจเป็นอนเหยียดยาวบนม้านั่ง ประสานมือสองข้างรองเอาไว้ใต้คอก่อนจะหลับตาสูดอากาศบริสุทธิ์ของยามเช้าเข้าเต็มปอด อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะขึ้นแล้ว
"ผมไม่ได้นอนเลยทั้งคืนั้แ่ที่เธอโทรมาให้ผมไปรับ ข้าวเย็นก็ไม่ได้กิน แถมต้องไปนั่งกินเบียร์เป็เพื่อนอีก แล้วก็ต้องไปร้องห่มร้องไห้อีกค่อนคืนเพื่ออ้อนวอนขอความรักกับคนที่หลับไปแล้ว แถมตื่นมาก็ต้องเก็บห้องให้กลัวเธอตื่นมาเจอห้องที่เละเทะ ลงมาซื้อของให้เพราะกลัวเธอหิวอีก แล้วเป็ไงสุดท้าย" ผมตวาดกับอากาศอย่างอดไม่อยู่ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง และไม่รอคำตอบจากเอไออลิสคู่หูแต่อย่างใด
"พระเอกคาบไปแดกไง" ผมพูดพลางกัดฟันอย่างโมโห ก่อนจะหยิบนมสดกับเค้กสตอเบอร์รี่ในถุงออกมากินอย่างหิวโหย พลางคิดว่าเค้กเ้ากรรมนี่เป็หน้ากวน ๆ ของพ่อพระเอกผมก็เคี้ยวแรง ๆ อย่างเอาเป็เอาตาย ทำไมอ่ะ คือผมต้องอยู่ในอารมณ์เศร้า กินอะไรไม่ลง เอาของที่เธอไม่้าแล้วไปทิ้งก่อนจะเดินร้องไห้อีกรอบงี้เหรอ เื่อะไรจะทิ้ง ของมันยังกินได้อยู่นะ อย่าให้มันเสียของสิ เสียดาย ดีที่รอบนี้บทไม่บอกว่าให้ทิ้ง
คิดว่าผมต้องทนทิ้งของที่ซื้อมาให้นางเอกไปกี่รอบแล้วเพียงเพราะพระเอกมันเอามาให้ตัดหน้าน่ะ
ไอ้พวกไม่เห็นคุณค่าของกิน!!!
'ก็เรย์เป็พระเอกไงโฮสต์ บทมันปูมาแบบนี้ งอนง้องอนง้อเป็สีสันของเื่' อลิสเอ่ยตอบด้วยเสียงโมโนโทนเล็ก ๆ น่ารักที่ผมเลือกเสียแต้มอัพเกรดไปตั้งมากนั่น หากแต่เมื่อผู้ฟังอย่างผมกำลังหงุดหงิดโมโหหิวอยู่มันก็น่ารำคาญไม่ต่างกัน
"แล้วไงอลิส สุดท้ายนางเอกก็เลือกพระเอกอยู่ดี แล้วพระรองแสนดี คนดี๊คนดี ที่สุดในสามโลกอย่างผมนี่เอามาประกอบเป็สีสันแล้วให้เศร้าตายหายไปเฉย ๆ แบบนี้เหรอ เหอะ ไม่เห็นจะยุติธรรมเลย" ผมเถียงพลางยกซดนมสดอย่างอดไม่อยู่
'ก็นิยายมันเป็เื่ขอพระเอกกับนางเอกไงโฮสต์ คนอื่น ๆ ก็เป็แค่ตัวประกอบ' อลิสยังคงเถียงเหมือนเดิมในบทสนทนาเกือบเดิม ๆ ของผมกับอลิสในรอบที่พันแปดสิบ
"ผมรู้ อลิส ผมรู้ แต่ถ้าสมมติว่านี่มันเป็โลกแห่งความเป็จริงที่ไม่ได้กำหนดว่าใครเป็พระเอกพระรองแล้วมีเรนที่แสนดี กับไอ้บ้าเรย์จอมเ้าชู้นั่น ก็ต้องเลือกคนที่ดีกว่าสิ ใครจะโง่ซ้ำโง่ซากให้ถูกทำร้ายจิตใจซ้ำ ๆ โดยคนคนเดิมบ้าง มันก็ต้องมีขอบเขตของความเ็ปและความเชื่อใจบ้างแหละ ไม่ใช่ทนอยู่ตลอดไปแบบนี้" ผมอดถอนหายใจไม่ได้ เหม่อมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะพ้นขอบฟ้า
คนเราเลือกที่จะรักคนที่ทำร้ายจิตใจเราซ้ำ ๆ ได้อย่างไม่มีเงื่อนไขจริงเหรอ
'แต่นี่มันนิยาย...' อลิสเอ่ยคำพูดซ้ำ ๆ อีกครั้งจนผมเดาได้ว่าจะพูดว่าไงและไม่อยากจะฟังอีก
"ขนาดเรนที่เป็พระรอง ยังมีขีดความเ็ปที่ทนไม่ไหวเลย สุดท้ายก็เลือกที่จะถอย และเลือกสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศเพื่อให้พระเอกนางเอกมีความสุขเลย แม้ว่าตัวเองจะต้องกอดเก็บความรักที่ไม่สมหวังนั้นไปจนวันตาย" ผมนอนหลับตา ปล่อยสมองจมลงในห้วงความคิดและความเหนื่อยล้า ท่ามกลางความไม่เข้าใจที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ผมเคยเป็พระรองในนิยายตบจูบ ที่พระเอกสารเลวใช้กำลังเอะอะตบจูบนางเอกจิกหัวใช้เป็นางทาส ช่างแซะจนนึกว่าขายขนมครกแทนการเป็บอสมาเฟีย แต่แล้วก็มีฉากกุ๊กกิ๊กวาบหวามของพระนางจนตัวสำรองอย่างผมที่โคตรแสนดีมันไร้ค่า เพราะมีค่าแค่เวลาเธอเหงาหรือเสียใจจากเขา ซึ่งพอเขามา ผมก็หมาหัวเน่าอีก
เป็แค่พระรองก็งี้แหละ ดีแค่ไหนก็ทำไรไม่ได้ เป็แค่บอดี้การ์ดที่ถูกสั่งมาเฝ้านางเอก สุดท้ายแม้กระทั่งตอนนางเอกถูกบุกโจมตี ผมทั้งพาหนี คอยช่วยเหลือ ปลอบขวัญ ทำทุกอย่างกระทั่งะโรับะุแทน แต่เธอก็แค่ขอบคุณ เพราะเธอไม่ได้รัก ขนาดบอกจะพาหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันเธอยังลังเลอีก
ทีไอ้พระเอกโผล่มาทีหลังทำเท่ แค่คิ้วแตก นางเอกก็ทำห่วงนักห่วงหนา ซาบซึ้งจะเป็จะตาย ผมต่างหาก ผมนี่ที่ถูกยิง ผมต่างหากที่พาหนีมาอ่ะ สุดท้ายไม่ทันให้ได้สารภาพรักกันจนหวานซึ้ง ผมก็ต้องะโบังะุให้พระเอกไร้สมองที่บุกเข้าดงศัตรูโดยไม่เช็คว่ามันตายจริงรึเปล่าจนต้องเสียสละตัวเองตายแทน
พูดได้คำเดียว
เวร!!!
บทปัญญาอ่อน ให้เป็ตัวประกอบก็ได้อ่ะงี้ พระรองมันก็แค่มีหน้าที่รักนางเอก ช่วยเหลือนางเอกทุกอย่าง จนตัวเองหมดความหมายไม่ตายก็แค่หายไปดื้อ ๆ ให้พระเอกนางเอกเขารักกันก็แค่นี้ ต่อให้ดีจนตายแค่ไหน สุดท้ายนางเอกเค้าก็ไม่เอาไง
เป็แค่พระรอง ก็เป็ตัวสำรองตลอดไปนั่นแหละ
ยังดีที่เื่นี้ได้ตายเท่ ๆ แต่เื่ก่อนหน้านี่สิอย่างหมาของจริง พระเอกเป็อันธพาลประจำโรงเรียนที่ชอบแขวะนางเอกเป็ประจำ ก็ชอบนางเอกนั่นแหละ แต่ต่อมคนปกติมันพังไงตรรกะจีบสาวเลยพังพินาศ แกล้งนางเอกแต่ละทีรุนแรงซะ แต่นางเอกก็ใจอ่อนอยู่ดี เพราะทำเลวร้อยครั้งไม่เท่าทำดีครั้งหนึ่ง คนแย่ๆ พอทำเื่ดี ๆ ขึ้นมาทุกคนก็พร้อมจะปรบมือให้กับคนที่พร้อมจะกลับตัวกลับใจสำนึกได้ นั่นแหละพระเอก
แต่พอพระรองที่ทำดีมาตลอดชีวิตทำผิดพลาดไปสักครั้ง ก็จะกลายเป็คนที่น่าผิดหวังไปในทันที
ก็ตอนนั้นนางเอกถูกแกล้งขังไว้ในห้องเก็บของ นางเอกเป็หัวหน้าห้องที่มีแค่เบอร์พระเอกเพราะถูกครูบังคับฝากฝังสอนพระเอกเรียนหนังสือ เลยโทรเรียกพระเอกมาช่วย แน่นอนว่าพระเอกมาแน่ แต่ก็อีกนานกว่าจะมา
แต่เป็ผมที่อยู่ตรงนั้น ผมที่ไม่มีกุญแจและเธอไม่ยอมให้ผมไปเอา ผมทำได้แค่ยืนอยู่เป็เพื่อนเธอแค่บานประตูกั้น เล่านิทานให้เธอฟังเพียงเพราะเธอกลัวความมืด จนกระทั่งเธอหิวน้ำ ผมจึงเดินไปเอาน้ำ แต่สุดท้ายแล้วพระเอกก็มาหาเธอในตอนที่ผมกำลังจะกลับมา พระเอกพังประตูพร้อมกอดเธอที่กลัวเอาไว้ในอ้อมแขน
สุดท้ายตามบท ผมก็ทำได้แค่เดินจากไหนพร้อมขวดน้ำในมือที่ถูกโยนทิ้งถังขยะ นั่นแหละที่ผมพลาด เธอคิดว่าผมทิ้งเธอ
ซึ่งไอ้นิยายเื่นี้แหละที่พระรองแสนดีอย่างผมต้องถูกพวกลูกน้องพระเอกรุมกระทืบเพียงเพราะปกป้องนางเอกมากเกินไปจนขวางหูขวางตาและถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล ที่น่าสมเพชคือผมต่อยพวกมันคืนไม่ได้ไง ผมต้องคีพคาแรคเตอร์เด็กเนิร์ดต่อยตีไม่เป็เอาไว้และยอมโดนกระทืบจนจมตีนท่ามกลางสายฝน
บัดซบ อนาถจนอยากโดดบังะุอีกสักสามรอบ
แต่ก็นั่นแหละ ทำดีปกป้องนางเอกแทบตายยังไง นางเอกก็เลือกพระเอกอยู่ดี
นั่นสิ แล้วผมมาพร่ำเพ้ออะไร
ผมยอมรับเลยว่าทุกครั้งที่ผมแสดงบทบาทที่ได้รับมอบหมาย ผมรับรู้ถึงความรู้สึกของตัวละครที่ผมเป็ในตอนนั้น รักจริง ๆ เจ็บจริง ๆ เสียใจจริง ๆ และร้องไห้จวนเจียนจะขาดใจจริง ๆ ทุกครั้ง เพราะผมเป็ตัวละครตัวนั้น ที่ต้องรู้สึกตามบทที่เขียนเอาไว้แบบเป๊ะ ๆ
แรก ๆ ผมแทบจะไม่รู้ตัวว่าผมแค่ทำหน้าที่ 'สวมบทบาท' เพราะผมแบกทุกบทบาทเอาไว้ราวกับมันเป็ความจริง พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อเป็พระเอกของเธอ แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ จนผ่านไปเกือบสิบโลก ของนิยายสิบเื่ ผมถึงพึ่งจะทำใจได้ว่า ผมมันก็เป็แค่ตัวละครใช้แล้วทิ้ง มีหน้าที่ที่ทำตามบทบาทให้จบ ๆ ไป ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งนั้น ผมจึงเริ่มปลงตก
ยอมรับว่านางเอกไม่มีวันเป็ของเรา และไม่ดื้อดึงหรือดื้อรั้นจะเอา ก็แค่รักเธอ รักเธอตามบทที่เขียนเอาไว้ให้ทำตาม ให้รู้สึก แล้วก็จากไปตามบทที่้าให้พระรองหายไป ก็แค่นั้น
พอผ่านมาจน 20 โลก ผมก็เริ่มชิน
ถามว่ามันเ็ปไหม ก็เจ็บ เพราะทุกความรู้สึกมันเป็ความจริง แต่ถ้าเรารู้ว่าวันนึงมันจะจบลง และมันจะจบลงด้วยดีเราก็แค่รอคอยให้ตอนจบนั้นมาถึงแล้วใช้ชีวิตต่อไป มองความรักครั้งนั้นเป็แค่อดีตของความทรงจำที่เ็ปและงดงาม แต่มันจะไม่มีอิทธิพลใด ๆ ต่อปัจจุบันก็พอแล้ว
นี่แหละ การใช้ชีวิตในบทบาทพระรองของผม
ชีวิตที่เหลือหลังจากหมดจากภารกิจแล้ว ผมสามารถมีอิสระได้เต็มที่ จะทำอะไรก็ได้ขอเพียงแค่อย่าไปกระทบต่อตัวละครหลักจนเปลี่ยนแปลงเนื้อเื่ได้ก็พอ หลังจากนี้นี่คือกำไรของผม ถ้าคิดในแง่ดีมันก็ไม่แย่เท่าไหร่
"ไปกันเถอะอลิส ผมหิวแล้ว บทผมหมดแล้วใช่ไหม" ผมพูดพลางลุกขึ้นยืนหยิบถุงขนมและขวดเปล่าเตรียมไปทิ้งที่ถังขยะที่อยู่อีกไกล ถ้าบทไม่บอกให้ทิ้งผมจะทำอะไรกับมันก็ได้ ขอแค่ไม่โยนใส่หัวพระเอกจนกระทบต่อเนื้อเื่หลักก็พอ เพราะตอนนี้บทของผมหมดแล้ว ผมจะไปไหน จะทำอะไรก็ได้ หลังจากนี้ผมมีอิสระเต็มที่แล้ว
'บทของพระรองเหลือเพียงแค่บทบรรยายอีกไม่มีบรรทัดเท่านั้นเองค่ะ ว่าสุดท้ายแล้วเรนก็ตัดสินใจไปต่างประเทศพร้อมกับทิ้งจดหมายสารภาพว่าไม่สามารถอยู่เคียงข้างนางเอกได้อีกต่อไปแล้ว ต่อจากนี้ให้นางเอกกับพระเอกรักกันให้มาก ๆ ขอให้นางเอกมีความสุข แค่นั้นก็หมดบทแล้วค่ะโฮสต์' อลิสเอ่ยบอก
"หมดแค่นั้น หายไปง่าย ๆ ตัวละครใช้แล้วทิ้งชัด ๆ" ผมแค่นเสียงออกจมูกอย่างหมั่นไส้ แต่ก็แค่นั้นแหละ ผมจะไปทำอะไรได้ในเมื่อบทมันกำหนดมาแบบนั้น ผมก็แค่ต้องหายไป อย่าไปเจอกับพวกตัวละครหลักอีกก็พอ
'ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว เพราะฉะนั้นโฮสต์สามารถไปโลกต่อไปได้เลยนะคะ' อสิสเอ่ยบอกตามหน้าที่ หากแต่คนที่โมโหหิวกลับเริ่มรำคาญใจ ผมหยุดเดินพร้อมกับจ้องอากาศตรงหน้าด้วยแววตาจริงจัง ร่างโฮโลแกรมจาง ๆ รูป แมวน้อยตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ นั้นไม่ได้ทำมห้ผมอารมร์ดีขึ้น ผมไม่สนว่าในสวนสาธารณะที่เริ่มเช้านี้จะมีคนมาวิ่งแล้วหลายคน หรือใครจะมองว่าผมบ้าพูดกับอากาศก็ช่าง
เพราะผมหิว
"ผมหิว แล้วก็ง่วงมากด้วย เพราะฉะนั้นผมจะไปกินข้าวแล้วก็เปิดโรงแรมนอน โลกต่อไปก็ช่างหัวมันสิผมจะพัก!!" ผมพูดเน้นเสียงอย่างโมโหก่อนจะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงหน้ามุ่ยก้มหน้าคอตกต่อไปราวกับคนบ้าพลางบ่นพึมพำกับตัวเองไปเรื่อย ๆ เหมือนคนบ้าที่คุยกับแม่ซื้อ
"อย่างน้อย ๆ คราวนี้ก็ไม่ยืนร้องไห้โง่ ๆ ตากฝนทั้งคืนเเหมือนเื่ที่แล้วก็แล้วกัน ทำไมเป็พระรองก็เป็บททรมานตัวเองทุกทีเลยนะ ทำไมต้องไปรักคนที่เขาไม่มีวันรักเราด้วยล่ะ ดันทุรังหามะเขืออะไร ไม่รักก็ไม่รักก็แค่นั้น มันยากตรงไหนกัน ซวย!! เอ้ย...ข ขอโทษครับ" และแล้วความโมโหหิวไม่ดูตาม้าตาเรือก็แผลงฤทธิ์เมื่อผมชนใครคนหนึ่งจนล้ม แถมเผลอสบถอีก
ผมหันมายิ้มให้คู่กรณีด้วยสีหน้าใปนสำนึกผิด หากแต่ในใจกำลังด่าคนที่ขวางทางอย่างไม่รู้สึกผิด ถนนตั้งกว้างที่ตั้งเยอะไหมล่ะ ชนนิดเดียวล้มนี่ข้างในเป็นางเอกอ่อนแอรึไงห๊ะ ความสุภาพของพระรองบินออกจากร่างผมทันทีที่หมดภารกิจ หากแต่การปั้นสีหน้าให้ดูดีผมยังคงทำได้ไม่มีที่ติเช่นเคย เพราะผมก็ผ่านอะไร ๆ มาเยอะ แค่เื่สีหน้า เื่จิ๊บ ๆ
'เค้ายืนขาเดียววอร์มร่างกายอยู่ค่ะตอนโฮสต์ชนเขาล้ม' อลิสเอ่ยตอบความสงสัยในใจผมได้อย่างทันทีที่ผมคิดว่าแรงผมมันเยอะจนแค่ชนเบา ๆ จะทำให้ผู้ชายตัวสูงหุ่นนักกีฬานี่ล้มได้เลยเหรอ ผมรู้สึกผิดก็ได้ แต่นิดเดียวพอนะ
"ขอโทษนะครับ ผมไม่ทันดูทาง คุณเป็อะไรไหมครับ" ผมหันไปมองคนที่ผมชนจนล้มไปกองกับพื้นอย่างรู้สึกผิดพลางยื่นมือให้อีกฝ่ายอย่างแสดงน้ำใจ
ซึ่งแน่นอนว่า เสแสร้ง
และถ้าอีกฝ่ายเป็คนปกติก็จะบอกว่า ไม่เป็ไรครับ พร้อมกับลุกขึ้นยืนเอง ไม่ก็ยิ้มรับคำขอโทษนี้แล้วจับมือตามมารยาท ทว่าทั้งหมดนั่นผมคิดผิดเมื่อมือใหญ่นั่นเอื้อมมาจับมือผม ไม่ได้จะพยุงตัวเองขึ้นแต่ตั้งใจจะกระชากผมให้เสียหลักแทน
"ไอ้...." คำด่าด้วยความใหลุดออกมาเพียงครึ่งคำพร้อมสีหน้าหงุดหงิด
หากแต่เพียงแค่ชั่วพริบตาผมก็ปั้นสีหน้ายิ้มแย้มได้ทันเมื่อผมไม่ยอมล้มตามเกมอีกฝ่าย ก่อนจะปล่อยมืออีกฝ่ายทิ้งอย่างไม่ใยดีทั้ง ๆ หมอนั่นกำลังจะลุกจนล้มอีกรอบด้วยรอยยิ้มพลางเอ่ยด่าพ่ออีกฝ่ายในใจที่เจอคนกวนตีนเวลาหิว ด่าจนแทบจะอยากรู้ว่าที่นั่งยิ้มทำหน้าหล่ออยู่ตรงพื้นนี่มันเป็ใคร คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้รึไง
"ไม่เป็อะไรนะครับ" ผมปัดมือตัวเองพลางยืนยิ้มกวนตีนและไม่ช่วยพยุงอีกฝ่ายลุกขึ้น ปล่อยให้คนหน้าตาดีแต่กวนตีนลุกขึ้นเองอย่างไม่อยากเสียเวลาถนอมน้ำใจเป็มารยาทผู้ดีอีก แถมยืนจ้องหน้าคนที่ขัดขวางเวลากินอย่างเอาเื่
หิวก็หิว โมโหก็โมโห แถมมาเจอคนกวนตีนแบบนี้ ต่อยกันสักยกให้จบ ๆ เลยไหม ความหมั่นไส้พ่อพระเอกที่วิ่งโร่มาคาบ เอ้ย ทำตามบทบาทง้อนางเอกตัดหน้ายังทำให้หัวร้อนไม่หาย แน่นอนว่าลืมอ่ะลืมได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ป่ะวะ
'ผู้ชายคนนี้คือตัวร้ายค่ะโฮสต์ เค้าพึ่งย้ายมาแถวนี้ก็เลยมาวิ่งที่นี่ทุกวัน หลังจากนี้อีกไม่กี่วันเค้าจะพบนางเอกที่ทะเลาะกับพระเอกแล้วเลยคิดจะแย่งนางเอกไปค่ะ จุดจบในอีก 3 เดือนต่อจากนี้คือถูกจับเพราะเสพยาเสพติดและถูกไล่ออกจากมหาลัยค่ะ' อลิสที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเอ่ยตอบคำถามที่พอจะตอบได้จากพันความคิดในหัวโฮสต์ของเธอตอนนี้
ขนาดเธอเป็เอไอประจำตัวโฮสต์ เธอก็ยังไม่กล้ารบกวนเวลาโฮสต์ตอนโมโหหิวเลยด้วยซ้ำ
"ผมไม่เป็ไรครับ" พ่อตัวร้ายเอ่ยตอบพลางยืนเต็มความสูงที่สูงเลยหัวเขามาหน่อย ๆ จนผมต้องได้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ซึ่งผมโคตรขัดใจเลย ผมไม่ได้สูงน้อยนะ ก็180 เหมือนกันเหอะ แต่หมอนี่มันกินเสาไฟฟ้าเข้าไปรึยังไงกัน ยิ่งเห็นยิ่งขัดหูขัดตา ดีที่อีกฝ่ายหลบสายตาไปก่อนอย่างไม่อยากมีเื่ ไม่งั้นคงได้ต่อยกันจริง ๆ ไปแล้ว
แต่จะว่าไปแล้วนอกจากพระรองที่ต้องผิดหวังกับความรัก ก็คงเป็ตัวร้ายนี่แหละที่ผิดหวังและมีจุดจบที่เลวร้ายไม่ต่างกันมากนัก เอาวะ ถือว่าสงสารเพื่อนร่วมชะตากรรม
"ทำตามหน้าที่ให้ดีล่ะ ระวังเื่ยาเสพติดด้วย มันไม่ดีต่อร่างกาย" ผมเดินไปตบบ่าอีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจเบา ๆ ก่อนเอาขยะไปทิ้งแล้วจะเดินออกจากสวนสาธารณะไป ในหัวคิดแต่เื่ของกินเต็มไปหมด
เฮ้อ ช่างเถอะ...พักอยู่ที่โลกนี้สักพักก็แล้วกัน
ผมยังมีของที่อยากกินอีกเพียบเลย