พอฟ้าสางฝนก็หยุดตกเสียที
ท้องฟ้ามัวซัวทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดินล้วนเทาทึม แต่ก็ยังดีที่ฟ้าสางแล้วพอจะมองเห็นสถานการณ์รอบข้างได้บ้าง
ทุกคนต่างพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
เพราะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงวันนี้กองผลิตจึงหยุดงานหลี่เกินเซิงถึงกับไปที่ตัวตำบลเพื่อขอความช่วยเหลือจากกองผลิตอื่นๆแม้แต่เลขาธิการเฉินก็ยังมาด้วยตนเอง
เมื่อเซียวหยวนซินเห็นว่าฟ้าสว่างแล้วแต่ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงกลับยังไม่กลับมาเธอก็รีบร้อนอุ้มหลิวหยวนหยวนมุ่งหน้าไปทางภูเขาด้านหลังทันที
เมื่อคืนเธอเป็นกังวลจนนอนไม่หลับตื่นมาพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาเช่นเดียวกัน
แต่พอเธอเห็นซูเจียวเจียวเธอก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
เมื่อวานเจียวเจียวยังดูสดใสและร่าเริงสวยงามน่ารักอยู่เลยแต่พอล่วงไปเพียงหนึ่งคืน ใบหน้าของเจียวเจียวกลับซีดขาวผิดปกติดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นซูเจียวเจียวในสภาพเช่นนี้นิ้วมือที่เซียวหยวนซินกำลังอุ้มหลิวหยวนหยวนอยู่ก็กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอมองหาอาหมิงในกลุ่มคน แต่ก็ไม่พบร่างของเขา
หัวใจของเซียวหยวนซินยิ่งร้อนรนมากขึ้นไปอีกเมื่อครู่ตอนอยู่บนถนน เธอได้ยินป้าๆ หลายคนพูดกันว่าภูเขาด้านหลังดินถล่มแถมยังมีคนถูกฝังอยู่ด้วย
ริมฝีปากของเธอสั่นระริกดวงตาจ้องมองซูเจียวเจียวอย่างไม่กะพริบ “เจียวเจียวอาหมิงล่ะ? อาหมิงไม่ได้อยู่กับเธอเหรอ?”
ซูเจียวเจียวพยายามรวบรวมสติส่ายหน้าตอบ “ไม่ค่ะอาหมิงน่าจะติดอยู่ที่ภูเขาด้านหลัง”
หากกายานำโชคของเธอเป็นจริงครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกใจเต้นรัวอย่างหวาดผวา อาหมิงคงไม่เป็นอะไรหรอกจริงไหม?
ใบหน้าของเซียวหยวนซินซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัดน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา แต่เธอก็อดกลั้นไว้ไม่ให้ร้องไห้
หากเธอร้องไห้ออกมาละก็เจียวเจียวก็จะยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก อีกทั้งอาหมิงจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน!
“เจียวเจียว เธอไม่ต้องกังวลนะ อาหมิงจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”เซียวหยวนซินวางหลิวหยวนหยวนลงบนพื้นแล้วเอื้อมมือไปกอดซูเจียวเจียว
หลิวหยวนหยวนก็กอดขาของซูเจียวเจียวไว้ด้วยเสียงเล็กๆ ใสๆ ของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “น้าสะใภ้คุณน้าจะกลับบ้านเร็วๆ นี้ค่ะ”
ซูเจียวเจียวรู้สึกสบายใจขึ้นมากจากความปวดใจเธอเอื้อมมือไปลูบหัวหลิวหยวนหยวน แล้วเอ่ยว่า “หยวนหยวนพูดถูกแล้วเขาจะกลับมาอย่างปลอดภัย”
เมื่อคนมากงานก็สำเร็จดินโคลนที่ถล่มลงมาตรงนี้ในที่สุดก็ถูกเปิดทางออกมาได้ แต่ก็เป็นเพียงทางเดินเล็กๆที่สามารถเดินสวนกันได้เพียงสองคน แถมยังเดินยากลำบากอย่างยิ่งแต่ถึงอย่างไรก็ยังมีทางเดินไม่ใช่หรือ?
คนข้างล่างก็ยังคงช่วยกันขุดต่อไปเพื่อดูว่ามีใครถูกฝังอยู่อีกหรือไม่
โชคดีที่ไม่มีศพถูกขุดพบเพิ่มอีกทุกคนต่างก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เลขาธิการเฉินและหลี่เกินเซิงปรึกษาหารือกันแล้วจัดตั้งทีมกู้ภัยสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีสิบคน เพื่อขึ้นเขาไปค้นหาโดยมีหลี่เกินเซิงเป็นผู้นำกลุ่ม
เลขาธิการเฉินนำคนข้างล่างขุดและจัดการทำความสะอาดพื้นที่ต่อไป
เลขาธิการเฉินไม่กล้าปล่อยให้คนขึ้นเขาไปมากเกินไปแม้ตอนนี้ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ทางเดินบนเขาที่เพิ่งถูกดินถล่มมานั้นอ่อนนุ่มมากมีโอกาสสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ เกรงว่าจะเกิดดินถล่มซ้ำสอง
คนน้อยลงก็ปลอดภัยขึ้น
ซูเจียวเจียวเห็นทุกคนขึ้นเขาจึงรีบสวมเสื้อกันฝน สวมหมวกสาน แล้วตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ปะปนไปในกลุ่ม
ตอนแรกหลี่เกินเซิงและคนอื่นๆไม่ได้สังเกต แต่พอพวกเขาเห็นก็พบว่าซูเจียวเจียวได้ปีนตามพวกเขาขึ้นไปบนเส้นทางที่เพิ่งถูกจัดการเรียบร้อย
หลี่เกินเซิงจึงจำใจให้ซูเจียวเจียวตามไปโดยกำชับให้คนข้างๆ ช่วยกันดูแลเธอด้วย
หลี่เกินเซิงนำคนออกค้นหาทางด้านหลังแต่ก็ไม่พบเซียวหยวนหมิงและคนอื่นๆ
เมื่อคืนนอกจากเซียวหยวนหมิงแล้วยังมีอีกห้าคนที่ยังไม่กลับมา แม้แต่หลินเฟิงก็ยังหาไม่เจอ
ซูเจียวเจียวก็เดินตามหาไปทั่วภูเขาด้านหลังแต่ก็ไม่พบใคร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคืนฝนตกหนักร่องรอยหลายอย่างจึงถูกชะล้างหายไปหมด
หลี่เกินเซิงและคนอื่นๆพากันสงสัย “เป็นไปได้ไหมว่าเมื่อคืนพวกเขาเจอว่าที่นี่ถล่มเลยอ้อมไปทางอื่น?”
ซูเจียวเจียวส่ายหน้า“ไม่น่าจะเป็นไปได้ค่ะ ถ้าอ้อมไปทางอื่น ป่านนี้ก็น่าจะกลับมาแล้วมีความเป็นไปได้เดียวก็คือ!”
เธอไม่ได้พูดต่อจนจบแต่ทุกคนก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่
นั่นคือเซียวหยวนหมิงและคนอื่นๆ อาจถูกฝังอยู่ในดินโคลนที่ถล่มลงมา!
แม้พวกเขาจะจัดการเก็บกวาดเส้นทางออกมาได้แล้วแต่พื้นที่ที่ถล่มลงมานั้นกว้างใหญ่มาก ยังมีอีกส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้ถูกเก็บกวาด
เมื่อนึกถึงว่ามีคนหกคนรวมถึงเซียวหยวนหมิงที่ยังไม่กลับมาหากทั้งหกคนถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลนล่ะก็ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องใหญ่แน่!
หลี่เกินเซิงถึงกับขาอ่อนเขารีบเอ่ยว่า “กลับไป! กลับไป!เร่งกำลังคนช่วยคนให้เร็วขึ้น!”
ซูเจียวเจียวก็รีบเดินตามกลับไปทางเดิม
ข้างล่างภูเขาผู้คนยังคงขุดต่อไป บ้างก็ตะโกนเรียกหาญาติพี่น้องของตัวเองไม่หยุด
ครั้งนี้คนที่ยังไม่กลับมาพร้อมกับเซียวหยวนหมิงยังมีลู่เหว่ยหมิน และหลี่เอ้อร์โก่วอีกด้วย
ครอบครัวของลู่เหว่ยหมินพากันร้องไห้เสียใจจนแทบขาดใจ
หลี่จินฮวาก็ร้องไห้ปานจะขาดใจเธอกระชากเสื้อผ้าของหลี่เกินเซิง “ทุกอย่างเป็นเพราะแกไอ้คนสารเลว! หากแกไม่ได้ชวนเอ้อร์โก่วไปช่วยเหลือละก็เขาคงไม่ประสบเคราะห์เช่นนี้! ถ้าเอ้อร์โก่วเป็นอะไรไป ฉันจะให้แกชดใช้ด้วยชีวิต!”
หลี่เกินเซิงโมโหจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน“ยายแก่บ้านี่! ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาทะเลาะกับคุณหรอกนะ!ตอนนี้ผมต้องไปช่วยคน!”
หลี่เกินเซิงสะบัดมือของหลี่จินฮวาออกแล้วรีบจากไป
ซูเจียวเจียวเองก็แทบยืนไม่อยู่คล้ายจะหมดสติ เธอกัดฟันกลั้นความรู้สึก เตือนตนเองให้สงบสติอารมณ์
“ซูเจียวเจียว เธออย่าได้ใจไปนักเลย ดูสิเพราะความลำพองใจจนเกินงามจนแม้แต่ฟ้ายังไม่เห็นด้วย เลยคิดจะพรากเซียวหยวนหมิงไป”
เสียงของโจวเม่ยดังขึ้นจากด้านหลัง
ซูเจียวเจียวหันกลับไปมองก็เห็นโจวเม่ยยืนอยู่ไม่ไกลจากด้านหลังของเธอริมฝีปากของอีกฝ่ายเผยรอยยิ้มเย็นชาที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจดูท่าจะกำลังดูเรื่องสนุกอยู่
เป็นเช่นนั้นจริงๆ
เมื่อคืนโจวเม่ยก็ได้ยินข่าวว่าดินถล่ม
เมื่อคืนเว่ยหงปิงมาตามคนก็เรียกแต่ยุวชนชาย ไม่ได้เรียกยุวชนหญิง สงสัยจะรู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กแรงน้อยช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
ผิดกับจ้าวอวี้เฟินที่โง่เง่าคนนั้นที่ลุกขึ้นมาช่วย
เธอจะไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นหรอก การนอนในผ้าห่มอุ่นๆ ไม่ดีกว่าหรือ?
นอนจนถึงเช้าวันนี้โจวเม่ยก็มาช่วยงาน โดยบอกว่าจะมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ แต่จริงๆแล้วเธอกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เธอเพียงดื่มน้ำขิงไปหนึ่งชามและข้าวต้มขาวอีกหนึ่งชามใหญ่
จากนั้นโจวเม่ยก็ได้ยินคนพูดกันว่าเซียวหยวนหมิงและคนอื่นๆอาจถูกฝังอยู่ และตอนนี้ก็ยังหาไม่พบ หัวใจของเธอก็พลันรู้สึกดีขึ้นทันทีความหงุดหงิดที่สะสมมาหลายเดือนพลันมลายหายไปสิ้นในทันใด
โดยเฉพาะเมื่อเห็นซูเจียวเจียวในสภาพที่หมดอาลัยตายอยากล้มคลุกคลานเต็มไปด้วยโคลน โจวเม่ยก็ยิ่งรู้สึกสะใจเหลือเกิน
ไม่คิดเลยว่าซูเจียวเจียวก็มีวันนี้!
สมน้ำหน้าจริงๆ!
ซูเจียวเจียวมองจ้องเธอด้วยสายตาเย็นชา“โจวเม่ย เธอจะเกลียดฉันก็เกลียดไป แต่ถ้าเธอกล้าพูดแบบนี้อีกครั้งอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”
โจวเม่ยยิ้มเยาะอย่างดูแคลน“เซียวหยวนหมิงตายไปแล้ว เธอยังปากดีอีกเหรอ? หึๆเธอก็เตรียมตัวเป็น…”
แม่ม่าย
คำสุดท้ายยังไม่ทันหลุดจากปากซูเจียวเจียวก็พุ่งเข้าใส่โจวเม่ยราวกับคนเสียสติ ผลักอีกฝ่ายลงไปนอนกับพื้นแล้วเงื้อฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของโจวเม่ยอย่างแรง!