เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 155 ไม่คิดจะซื้อ

            เฉียนหย่งจิ้นคะยั้นคะยอพาเข้ามาในร้านอาหารเล็กๆทันทีที่ก้าวเข้าไป ทุกคนก็พร้อมใจกันขมวดคิ้วไม่บอกก็รู้ว่าทำไมถึงติดป้ายประกาศเซ้ง เพราะสภาพภายในร้านนั้นสกปรกรกรุงรังเกินบรรยาย ถ้าเป็นยุคสมัยต่อมา ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการติดป้ายเซ้งหรอกคงโดนปิดตายไปนานแล้ว

            "พวกคุณอยากทานอะไรครับนี่คือรายการอาหาร"

            แผ่นกระดาษแข็งมันเยิ้มถูกยื่นมาให้แต่ไม่มีใครกล้าเอื้อมมือไปรับ เพราะกลัวว่ามือที่จับรายการอาหารนั้นจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน

            "พวกเราเห็นป้ายประกาศเซ้งที่ด้านนอกเลยอยากจะสอบถามหน่อยครับ เจ้าของร้านอยู่ไหมครับ ร้านนี้ให้เช่าหรือขายขาดแล้วราคาเท่าไหร่ครับ"

            เฉียนหย่งจิ้นเองก็คาดไม่ถึงว่าสภาพภายในร้านจะเป็นแบบนี้เขาบอกสิ่งที่เขาต้องการโดยตรง

            ยังไงซะก็คงไม่สามารถทานอาหารที่นี่ได้จริงๆเพราะมันชวนคลื่นไส้เกินไป สู้ถือโอกาสนี้สอบถามราคาเพื่อเป็นข้อมูลในการหาร้านค้าในราคาที่สมเหตุสมผล จะได้มีข้อมูลในใจไม่ต้องควานหาราวกับคนตาบอด ถ้าโดนใครหลอกเข้าก็คงไม่คุ้มค่าถือเสียว่าเป็นการศึกษาข้อมูลล่วงหน้าก็แล้วกัน

            "อ๋อ อยากจะเซ้งร้านเหรอครับงั้นพวกคุณรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปเรียกเถ้าแก่ให้"

            เด็กหนุ่มท่าทางซื่อๆ ไม่เจ้าเล่ห์เมื่อได้ยินคำถามของเฉียนหย่งจิ้น ก็หันหลังเดินไปเรียกคนสักพักก็มีชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนเดินออกมาจากห้องด้านในสุดของร้าน

            "พวกคุณอยากจะเซ้งร้านใช่ไหมครับร้านของผมขายขาด ไม่ให้เช่า สนใจไหมครับ"

            เมื่อเห็นการแต่งกายและอายุของคนกลุ่มนี้ที่ดูเหมือนนักศึกษา เถ้าแก่ก็ลดความกระตือรือร้นลงร้านของเขาอาจจะไม่ค่อยรุ่งเรือง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับขาดทุน

            การหารายได้จากนักศึกษานั้นเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ขายของในราคาที่ถูกกว่าเล็กน้อยก็จะมีนักศึกษาจำนวนมากเต็มใจที่จะมาทานอาหาร สกปรกบ้าง รกรุงรังบ้างพวกเขาก็ไม่ถือสา แต่ท้ายที่สุดแล้วกำไรก็ไม่ได้มากมายอะไรนักตอนนี้เขาสนใจร้านค้าในเมือง ซึ่งมีค่าเช่าค่อนข้างสูง แต่ถ้าทำได้ดีกำไรก็จะงดงามมากเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงต้องขายที่นี่ทิ้ง

            ที่นี่เป็นบ้านเก่าของเขาเอง จริงๆแล้วก็เสียดายที่จะขายทิ้ง แต่เพราะบ้านหลังนี้ทำให้เขาติดอยู่กับที่ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย คนเราต้องก้าวไปข้างหน้าเสมอเขาไม่อาจเฝ้าอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต เพียงเพื่อหารายได้พอเลี้ยงปากท้องเถ้าแก่ร้านยังคงต้องการออกไปผจญภัยอีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจที่จะขายบ้านเก่าทิ้ง

            แต่คนกลุ่มนี้ที่อยู่ตรงหน้าดูยังไงก็เป็นนักศึกษา การจะซื้อบ้านคงไม่มีกำลังทรัพย์ขนาดนั้นแต่บ้านของเขาไม่สามารถให้เช่าได้ เพราะค่าเช่าเพียงไม่กี่บาทต่อเดือนไม่สามารถช่วยเขาในการลงทุนเริ่มต้นที่นั่นได้ ดังนั้นจึงต้องขายขาดเท่านั้น

            หมี่หลันเยว่ได้ยินเถ้าแก่พูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่าขายขาดไม่ให้เช่าเธอกลับรู้สึกสนใจร้านนี้ขึ้นมา อาศัยจังหวะแอบสำรวจไปทั่วร้าน บอกได้เลยว่านอกจากจะสกปรกเกินไป การออกแบบร้านนั้นเหมาะสำหรับการเปิดร้านเสื้อผ้าจริงๆ

            ร้านนี้เป็นร้านค้าสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านในมีห้องสองห้องขนาดใกล้เคียงกัน โดยมีทางเดินเล็กๆคั่นกลางระหว่างห้องทั้งสอง ห้องหนึ่งมีหน้าต่างกระจกใสครึ่งบานมองเข้าไปเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นห้องครัว

            แต่ทว่ามันสกปรกเกินไปไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างกระจกหรือผนังห้องครัว ก็ดูไม่ได้เลยหมี่หลันเยว่รู้สึกขำเล็กน้อย สภาพอนามัยแบบนี้จะติดกระจกทำไมสู้ใช้ผนังกั้นไปเลยจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังช่วยบังความน่าเกลียดได้บ้างแต่สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญ ถ้าเธอซื้อร้านนี้ ห้องครัวก็คงถูกทุบทิ้งอย่างแน่นอน

            ส่วนห้องเล็กๆ ที่เถ้าแก่เดินออกมาน่าจะเป็นที่พักของเขา มองไม่เห็นสภาพภายใน แต่จากขนาดที่มองเห็นจากห้องครัวแล้วน่าจะเหมาะกับการทำเป็นห้องเก็บของเล็กๆและสามารถกั้นห้องลองเสื้อตรงบริเวณหน้าห้องได้

            "สวัสดีครับเถ้าแก่ผมชื่อเฉียนหย่งจิ้น ไม่ทราบว่าเถ้าแก่แซ่อะไรครับ"

            เฉียนหย่งจิ้นไม่ได้แสดงความไม่พอใจใดๆต่อท่าทีของเถ้าแก่ ในวงการธุรกิจ การเลือกปฏิบัติเป็นเรื่องปกติเมื่อเถ้าแก่ต้องการขายบ้าน เมื่อเห็นว่าคนที่มาเป็นนักศึกษา ก็คงจะไม่ค่อยสนใจ

            "สวัสดีครับ ผมแซ่หวงเรียกผมว่าเถ้าแก่หวงก็ได้"

            เมื่อเห็นท่าทีของเฉียนหย่งจิ้นเถ้าแก่หวงก็จับมือทักทายอย่างกระตือรือร้น เพราะยังไงซะก็เป็นนักธุรกิจการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ก็ต้องมีบ้าง

            แม้ในใจจะดูถูกหรือไม่พอใจก็ไม่สามารถแสดงออกให้เห็นได้ชัดเจนเกินไปไม่อย่างนั้นธุรกิจของเขาในเมืองก็คงไปไม่รอดนักธุรกิจต้องระวังเรื่องการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกใครจะรับประกันได้ว่าใครคือผู้ซื้อ บางครั้งคนรวยก็ยิ่งซ่อนตัว

            ภายใต้คำชี้แนะของหมี่หลันเยว่เฉียนหย่งจิ้นก็เริ่มเข้าใจถึงความเสื่อมทรามของสังคมบ้างแล้วจะว่าไปแล้วอาจจะเป็นการที่นายหน้าขายร้านของเจ้าของร้านแล้วพอถึงเวลาจริงคนขายตัวจริงกลับไม่ใช่ ทำให้เกิดปัญหาตามมา

            แต่เมื่อเถ้าแก่หวงได้ยินคำพูดของเฉียนหย่งจิ้นก็พิจารณาเขาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ไม่คิดว่าจะเป็นคนฉลาดและรู้ทันไม่เหมือนคนที่ไม่เคยซื้อขายร้านค้ามาก่อน เขาเกือบจะมองคนผิดไปเสียแล้วโชคดีที่นอกเหนือจากประโยคแรก เขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่เหมาะสมอีก โชคดีจริงๆ เถ้าแก่หวงยกมือขึ้นมาตบหน้าอกตัวเองเบาๆอย่างไม่รู้ตัว

            ร้านที่เถ้าแก่หวงสนใจในเมืองนั้นยังคงรออยู่เขาพยายามหาทางออกแต่กลับไม่สามารถคิดหาวิธีอื่นที่จะหาเงินได้อย่างรวดเร็วนอกจากร้านนี้แต่ร้านนี้กลับไม่ได้ขายง่ายอย่างที่คิด ติดป้ายมาสักพักแล้วก็ยังไม่มีใครมาเซ้งเขาคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีวาสนาที่จะได้ย้ายไปไหนแล้ว

            ตอนนี้กลับมีคนมาติดต่อถึงที่แถมดูเหมือนว่าจะมีหวัง นี่ทำให้เถ้าแก่หวงตื่นเต้นขึ้นมาทันทีถ้าการซื้อขายครั้งนี้สำเร็จ ก็จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของเขาได้ ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องการที่จะพยายามอย่างเต็มที่ หวังว่าจะสามารถตกลงเรื่องนี้ให้สำเร็จ

            เมื่อมีความคิดนี้เถ้าแก่หวงก็แสดงท่าทีที่จริงใจออกมา

            "ถ้าพวกคุณตั้งใจจะมาซื้อร้านจริงๆงั้นเรามานั่งคุยกันดีกว่า"

            ยังไงซะก็แค่อยากจะสอบถามราคาจะนั่งก็ไม่เสียหายอะไร เฉียนหย่งจิ้นนำหน้าเข้าไปนั่ง

            หมี่หลันเยว่ก็ไม่ใช่คนเรื่องมากถึงร้านอาหารเล็กๆ จะสกปรกไปบ้าง แต่ก็มีลูกค้ามานั่งเก้าอี้ทุกวันเก้าอี้จึงไม่ค่อยสกปรกนัก เธอรวบกระโปรงขึ้นไม่ให้ชายกระโปรงโดนขาเก้าอี้แล้วนั่งลง เมื่อเห็นว่าหมี่หลันเยว่นั่งลงแล้วหมี่หลันหยางและคนอื่นๆ ก็พากันนั่งลงที่โต๊ะ

            "ในเมื่อพวกคุณตั้งใจจะซื้อร้านผมก็จะไม่พูดอ้อมค้อม ร้านนี้เป็นบ้านเก่าของผมเพราะมันตั้งอยู่ใกล้กับเขตมหาวิทยาลัย แถมผมก็มีฝีมือในการทำอาหารก็เลยเปิดร้านอาหารเล็กๆ นี้ขึ้นมาที่ข้างโรงเรียน"

            "พูดตามตรง ธุรกิจก็ไม่ได้แย่แค่ให้ปริมาณอาหารที่คุ้มค่า ก็จะมีนักศึกษาเข้ามาทานไม่ขาดสายดังนั้นถ้าพวกคุณต้องการจะเซ้งร้านของผม รับรองว่าไม่ขาดทุนแน่นอน"

            ในเมื่อเถ้าแก่หวงต้องการจะเซ้งร้านแน่นอนว่าก็ต้องพูดถึงข้อดีของร้านให้ดูน่าสนใจ

            "ในเมื่อร้านมีกำไรแล้วทำไมถึงอยากจะขายทิ้งล่ะครับ"

            เฉียนหย่งจิ้นก็ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆถามจี้ติดทันที

            "ผมก็เสียดายเหมือนกันแต่ผมก็อยากจะย้ายไปที่อื่น ทำธุรกิจที่ดูดีกว่านี้ จะให้ขลุกอยู่แต่ในร้านเล็กๆนี้ ชีวิตผมก็คงจะเฉาตาย"

            "ผู้ชายก็ต้องอยากก้าวไปข้างหน้าทั้งนั้นแหละพูดตามตรง ผมสนใจร้านค้าในเมืองแห่งหนึ่ง ค่าเช่าแพงกว่าที่นี่มาก แต่ทำเลดีผมอยากจะออกไปลองดู พวกคุณดูแล้วก็เป็นนักศึกษา น่าจะอยากทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆที่นี่ งั้นเราก็ช่วยเหลือกันทั้งสองฝ่าย"

            เถ้าแก่หวงคิดว่าเด็กพวกนี้คงไม่อยากปล่อยเวลาในมหาวิทยาลัยให้ผ่านไปเปล่าๆคงอยากจะลองทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ดู ท่าทางจะเป็นเด็กที่มีฐานะดีดูจากเสื้อผ้าก็พอจะเดาได้ น่าจะเป็นธุรกิจที่ร่วมหุ้นกันทำ

            "เถ้าแก่หวง ในเมื่อคุณจริงใจขนาดนี้พูดความในใจออกมาให้พวกเราฟังหมดแล้ว ผมก็จะพูดความจริงกับคุณเหมือนกัน พวกน้องๆอยากจะทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่อยากอยู่ไกลจากเขตมหาวิทยาลัยมากเกินไปแถมราคาต้องไม่สูงเกินไปด้วย ก็เลยเลือกร้านเล็กๆ ของคุณ คุณบอกราคาที่เหมาะสมมาเลย"

            เถ้าแก่หวงได้ยินคำพูดของเฉียนหย่งจิ้นกำลังจะเปิดปากพูด แต่ก็ถูกเฉียนหย่งจิ้นยกมือห้ามไว้

            "เดี๋ยวก่อน เถ้าแก่หวงคุณต้องคิดให้ดีก่อนนะ พวกเราตั้งใจจะซื้อจริงๆ แต่ถ้าแพงเกินไปพวกเราก็ไม่สนคุณต้องให้ราคาที่สมเหตุสมผล ถ้าได้ พวกเราไม่ลังเล ถ้าไม่ได้ พวกเราจะไป"

            คำพูดนี้แข็งกร้าวเกินไปเถ้าแก่หวงรีบกลืนราคาที่กำลังจะพูดกลับลงไป เขาอยากจะต่อรองกับเด็กพวกนี้สักหน่อยแต่ดูท่าทางคงจะไม่สำเร็จ แต่ถ้าถูกเกินไปเขาก็เสียดายเพราะยังไงก็เป็นบ้านเก่าของเขา นี่ไม่ใช่แค่การเซ้งร้านแต่เป็นการขายบ้านของตัวเอง

            เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่หวงลังเลหมี่หลันเยว่ก็รู้ว่าคำพูดของเฉียนหย่งจิ้นได้ผล เธอจึงส่งสายตาชื่นชมให้เฉียนหย่งจิ้นเห็นสายตาของหมี่หลันเยว่ก็ตกใจเขาพูดไปแบบนั้นเพราะคิดว่ายังไงซะก็ไม่อยากจะซื้อร้านของพวกเขาอยู่แล้วถึงจะเสียไปก็ไม่น่าเสียดาย เขาถึงได้แข็งกร้าวเป็นพิเศษ

            แต่สายตาของหลันเยว่ทำให้เขาสะกิดใจหรือว่าหลันเยว่จะสนใจที่นี่? เขาหันไปมองหมี่หลันเยว่อีกครั้งหมี่หลันเยว่พยักหน้าเบาๆ เธอคิดว่าร้านนี้เหมาะกับการทำร้านเสื้อผ้ามากยิ่งคิดก็ยิ่งใช่ ส่วนร้านอาหารเล็กๆ ข้างๆ เธอจะหาทางออกในภายหลังอาจจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือไม่ก็หาทางเซ้งมาให้ได้

            "คุณเฉียน ผมขอพูดตรงๆ นะร้านของผมพวกคุณก็เห็นแล้ว พื้นที่ไม่เล็กเลย มองจากข้างนอกอาจจะดูเล็ก แต่จริงๆแล้วกว้างขวางกว่าที่คิด เหมาะกับการทำร้านค้ามาก ดังนั้นผมขอเสนอราคาสองร้อยสี่สิบหยวน ตกลงไหมครับ ของในครัวผมยกให้พวกคุณทั้งหมดเลย"

            เถ้าแก่หวงทำท่าทางกัดฟันราวกับว่าเสียดายอย่างมาก

            "เถ้าแก่หวงคุณก็อย่ารู้สึกเสียดายไปเลย ราคานี้ยังสูงเกินไป พวกเราไม่รับหรอกเอาอย่างนี้หนึ่งร้อยห้าสิบหยวน พวกเราค่อยมาคุยกัน พวกเราจะไม่เอาเปรียบคุณของในครัวคุณเอาไปให้หมด พวกเราไม่ได้ใช้ เพราะพวกเราไม่ได้เปิดร้านอาหาร"

            ไม่คิดว่าเฉียนหย่งจิ้นและคนอื่นๆไม่ได้ต้องการที่จะเปิดร้านอาหาร นี่ทำให้เถ้าแก่หวงคำนวณผิดไปเขายังคิดอยู่เลยว่าจะใช้เครื่องครัวเหล่านั้นแลกเงินมาบ้างเพราะมันเป็นของเก่าแก่สิบกว่าปี ที่ไม่ค่อยมีราคาค่างวดอะไรแล้ว

            "ไม่ได้เปิดร้านอาหารแล้วพวกคุณอยากจะเปิดร้านอะไรกันล่ะ ที่นี่เป็นเขตมหาวิทยาลัยขายอาหารถึงจะขายดีที่สุด"

            คำพูดของเถ้าแก่หวงไม่ได้ผิดไปจากความจริงการทำธุรกิจใกล้กับเขตมหาวิทยาลัยการขายอาหารเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะดึงดูดลูกค้าเขาคิดไม่ออกว่านักศึกษาพวกนี้อยากจะทำธุรกิจด้านอื่นมหาวิทยาลัยไม่ใช่ที่ที่ทำธุรกิจง่ายๆ

            "เถ้าแก่หวงเรื่องนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะบอกความจริงกับคุณ เพราะร้านของคุณเป็นร้านอาหารไม่ใช่ร้านที่พวกเราต้องการ ดังนั้นก่อนที่พวกเราจะเข้ามาพวกเราไม่ได้คิดที่จะซื้อร้านนี้ แต่เพราะได้เห็นรูปแบบของมันที่ดูดีพวกเราถึงได้เปลี่ยนใจ คุณต้องคิดให้ดีๆ นะ อย่าพลาดโอกาส พวกเรารอได้แต่คุณอาจจะรอไม่ได้" 

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247