หลังจากเกวียนเคลื่อนออกจากหมู่บ้านสองข้างทางเป็ป่ารกร้างในยามกลางวันเช่นนี้สองข้างทางยังพอมีผู้คนเดินเท้าอยู่บ้างดวงตาคู่เรียวมองไปยังภาพทิวทัศน์สีเขียวชอุ่มกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาพลางคิดวางแผนชีวิตต่อจากนี้
หยางซีห่าวไม่ได้พูดอะไรออกมาระหว่างการเดินทางเขาเข้าใจว่าภรรยาคงมีเื่ให้ต้องคิดบ้าง ทั้งคู่จึงเพียงแค่นั่งจับมือกันไปตลอดทางโดยไร้เสียงพูดคุย
จวบจนกระทั่งเกวียนมาจอดบริเวณหน้าบ้านหลังใหม่จางซิ่วอิงพยุงสามีนั่งรถเข็นเรียบร้อยแล้วจึงรับห่อผ้ามาจากคุณลุงและจ่ายเงินก่อนจะกล่าวขอบคุณและพาสามีเข้ามาในบ้าน
บ้านหลังนี้คือบ้านของเราอย่างแท้จริงจางซิ่วอิงคิดอย่างนั้นบ้านที่ไม่ต้องเช่าหรืออาศัยใคร มีรั้วรอบขอบชิด ประตูหน้าต่างแ่า ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครบุกเข้ามาระรานคนในบ้านของทุกชิ้นล้วนหามาด้วยตนเอง
บ้านที่ปกป้องเธอและสามีจากสภาพอากาศภายนอกไม่ว่าจะฤดูกาลไหนหรือแม้หิมะจะตกอย่างไรก็ไม่ต้องกลัวว่าหลังคาจะถล่มลงมาทับหรือลมหนาวจะเล็ดลอดเข้ามาทางผนังแต่อย่างใด
“ฉันชอบที่นี่จังเลยค่ะ”ใบหน้างามเผยรอยยิ้มกว้างพลางมองไปยังพื้นที่รอบกายอย่างมีความสุข
“ผมรู้ครับ”แค่ภรรยามีความสุขคนเป็สามีก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
“อีกนานกว่าจะถึงมื้อเที่ยงฉันว่าจะนำผลไม้ไปให้คุณป้าที่เราเจอวันนั้นสักหน่อย คุณจะไปกับฉันไหมคะ?”หญิงสาวเอ่ยถามสามีขณะพากันเข้ามาภายในตัวบ้านร่างบางทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มที่นำออกมาจากในมิติเพราะในอนาคตทุกสิ่งจะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งข้าวของที่นำออกมาจากในมิติทุกชิ้นจึงมีคุณภาพดีกว่าของใช้ทั่วไปในยุคนี้
“ไปครับ”หยางซีห่าวตอบรับในทันทีก่อนจะเข้าไปในมิติกับภรรยาเพื่อช่วยกันเลือกผลไม้อย่างดีจัดเรียงใส่ตะกร้าไว้อย่างสวยงาม
ทันทีที่สองสามีภรรยาออกมาจากบ้านก็เจอเข้ากับคุณป้าคนเดิมที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านอยู่พอดีจางซิ่วอิงจึงเข็นสามีตรงไปยังรั้วบ้านฝั่งขวามือที่ติดกับบ้านของคุณป้า
“สวัสดีค่ะคุณป้า ฉันจางซิ่วอิงนะคะ ส่วนสามีฉันหยางซีห่าวค่ะที่มาขอดูบ้านวันนั้น…”หญิงสาวกล่าวทักทายคนอายุมากกว่าพร้อมกับแนะนำตัวเองและสามีอย่างเป็มิตร
หญิงวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็โบกมือไปมาก่อนจะตอบกลับอย่างเป็กันเอง “ฮ๊ายยย!! จำได้สิแม่หนู ฉันยังไม่แก่สักหน่อย ป้าแซ่สวีน่ะ เรียกป้าสวีก็แล้วกันนะ แล้วนี่ย้ายเข้ามาอยู่แล้วสินะ”
สวีรั่วลอบสำรวจสองสามีภรรยาอายุน้อยตรงหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาททั้งคู่อายุยังน้อยแต่กลับซื้อบ้านราคานี้ได้โดยไม่ต่อราคาสักคำเห็นทีสามีภรรยาคู่นี้ไม่อาจดูเบาได้จริง ๆ เื่นี้สวีรั่วรู้มาจากสวีข่ายผู้เป็น้องชายเล่าให้ฟังเมื่อไม่กี่วันมานี้ซึ่งก็เป็อย่างที่เธอคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิดว่าเป็สามีภรรยาอายุน้อยคู่นี้จริง ๆที่มาซื้อบ้านหลังนี้ในราคาสองพันหยวน
หยางซีห่าวที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักมีหรือที่แววตาสำรวจของหญิงวัยกลางคนจะรอดพ้นสายตาเขาแต่เมื่อป้าสวีไม่ได้มีแววตาหรือท่าทางมุ่งร้ายเขาจึงเลือกมองข้ามไปถึงอย่างไรการลอบสำรวจพิจารณาคนที่พึ่งรู้จักกันก็เป็เื่ปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยทั่วไปอยู่แล้ว
“ใช่ครับ อย่างไรผมกับภรรยาฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”หยางซีห่าวตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะมอบตะกร้าผลไม้ที่วางอยู่บนตักให้กับป้าสวี
สวีรั่วรับกระเช้าผลไม้มาถือไว้อย่างไม่อิดออดอย่างไรอาหารก็เป็สิ่งที่คนทั่วไปขาดแคลนมากที่สุดไม่ใช่เหรอการที่เธอไม่ปฎิเสธน้ำใจของเด็กทั้งสองคนก็ถือว่าเป็เื่ที่แหมาะสมแล้วอย่างไรล่ะ
“ขอบใจจ๊ะ เข้ามาอยู่แล้วเป็อย่างไรกันบ้างล่ะ?”
“ดีมากเลยล่ะค่ะ แถมบ้านก็สวยมากอีกด้วย”เป็จางซิ่วอิงที่ตอบคำถามนั้น พลันใบหน้าเรียวเล็กเผยยิ้มกว้างจนดวงตาคู่เรียวแทบจะปิดแสดงออกว่าเธอชอบบ้านหลังนี้อย่างที่กล่าวออกไปจริงๆ
“ชอบก็ดีแล้วล่ะ”สวีรั่วตอบรับเพียงสั้นๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
สองสามีภรรยาพูดคุยกับป้าสวีต่ออีกหลายประโยคผ่านไปราวสิบห้านาทีจึงแยกย้ายกันเข้าบ้านใครบ้านมัน
ทางสวีรั่วเองพอเข้ามาในบ้านก็วางตะกร้าผลไม้ใบใหญ่ลงก่อนจะหยิบแอปเปิ้ลลูกใหญ่ขึ้นมาพิจารณา พื้นผิวเรียบเนียน สีสดแถมยังมีกลิ่นหอมเื่ขนาดไม่ต้องพูดถึงเพราะแอปเปิ้ลลูกนี้ใหญ่กว่าแอปเปิ้ลทุกลูกที่เธอเคยทานมาในชีวิตเสียอีกนอกจากนี้ในตะกร้ายังมีสาลี่ องุ่น กล้วยหอมหวีใหญ่ ทุกอย่างล้วนเป็ของดีนับได้ว่าจางซิ่วอิงและสามีเลือกซื้อมาอย่างใส่ใจดีจริง ๆ
“คุณว่าป้าสวีเป็คนอย่างไรคะ?”เสียงใสถามสามีทันทีที่ปิดประตูบ้านเรียบร้อยแล้วที่ถามเช่นนี้เพราะเธอเห็นสามีมองป้าสวีราวกับกำลังพิจารณาจึงอยากรู้ในมุมมองของเขาดูบ้าง
“ก็ถือว่าจริงใจใช้ได้นะครับ ไม่มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นอย่างที่ภรรยาไม่ชอบ”
คนเป็สามีก็ตอบคำถามอย่างรู้ใจซึ่งเรียกรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของหญิงสาวได้เป็อย่างดี “ฉันเข้าไปทำอาหารก่อนนะคะ”
หยางซีห่าวตอบรับในลำคอเสียงไม่ดังนักก่อนจะจัดโต๊ะอาหารรอภรรยาไปพลาง ผ่านไปไม่นานกลิ่นอาหารก็ตลบอบอวลไปทั่วบ้านก่อนร่างบางจะถือชามอาหารออกมาจากในครัวด้วยรอยยิ้ม
วันนี้จางซิ่วอิงเลือกทำบะหมี่หมูตุ๋นเธอนวดแป้งเองกับมือ ทุกขั้นตอนผ่านไปอย่างพิถีพิถันเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วสองสามีภรรยาจึงลงมือทานมื้อกลางวันกันอย่างเอร็ดอร่อยหยางซีห่าวทานไปได้ถึงสามชามส่วนหญิงสาวนั้นเพียงแค่ชามเดียวก็เต็มกระเพาะเสียแล้ว
หลังมื้อเที่ยงจบลงหญิงสาวพาสามีมานั่งย่อยที่โซฟาในห้องโถงกลางบ้านก่อนตัวเองจะเข้าไปเก็บกวาดในครัวและนำถ้วยชามที่ใช้แล้วไปล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย
จางซิ่วอิงเดินออกมาจากครัวพร้อมกับแอปเปิ้ลที่หั่นเป็ชิ้นพอดีคำในจานขนาดใหญ่ก่อนจะนั่งลงข้างกายสามีด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“หลังจากนี้คุณคิดจะทำอย่างไรต่อไปครับ?”หยางซีห่าวถามภรรยาอย่างนึกสงสัย เพราะตอนนี้รายได้หลักของบ้านมาจากการทำการค้าของภรรยาซึ่งส่วนใหญ่เป็เงินที่ได้จากตลาดมืด
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพลางครุ่นคิดในสิ่งที่เธอเองก็คิดมาสักพักแล้วให้สามีฟัง“ฉันอยากลองปลูกผักทานเองค่ะระหว่างนี้่เช้าคงต้องออกไปขายของที่ตลาดมืดทุกวัน”
“ถ้าผมหาซื้อตึกทำเลดีให้คุณได้ล่ะ”บอกตามตรงว่าเขาเป็ห่วงเธอไม่น้อยที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับสถานที่แบบนั้นทุกวันแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขายังนั่งอยู่บนรถเข็นอยู่เช่นนี้เห็นที่คงต้องเร่งหาตึกให้เธอเสียแล้วภรรยาจะได้ไม่ต้องลำบากไปเสี่ยงอันตรายที่ตลาดมืด
“อย่างนั้นฉันก็คงไม่ต้องไปที่ตลาดมืดอีกแล้วค่ะ แต่มันยังไม่มีตึกที่เรา้าปล่อยขายเลยนี่คะฉันคงต้องหาเงินด้วยวิธีนี้ไปก่อน คุณจะว่าฉันหรือเปล่าคะ?”หญิงสาวถามกลับไปอย่างเป็กังวลสามีของเธอเป็ทหารแต่ภรรยากลับเป็แม่ค้าในตลาดมืด เธอจึงค่อนข้างกันกังวลเกี่ยวกับความรู้สึกของสามี
การซื้อขายในตลาดมืดแม้จะไม่ได้เคร่งครัดเช่นเมื่อก่อนแต่ก็ไม่ได้เสรีขนาดนั้น ไม่รู้ว่าระหว่างขายของจะมีการตรวจค้นจากหน่วยงานของรัฐขึ้นมาตอนไหนด้วยซ้ำหากเธอโดนทางการจับขึ้นมาจริง ๆ สามีของเธอคงลำบากไม่น้อย
อีกอย่างตอนที่ไปรับเอกสารสิทธิ์เธอลองถามซื้อตึกดูแล้วทางพนักงานคนนั้นก็แจ้งกลับมาว่าตอนนี้ยังไม่มีตึกหรือหน้าร้านที่้าขายเลย
“เื่แค่นี้ผมจะว่าคุณได้อย่างไรล่ะครับ หืมม! ผมไม่อยากให้คุณไปตลาดมืดบ่อยเพราะผมเป็ห่วงก็เท่านั้น”นิ้วยาวของหยางซีห่าวเคาะลงบนสันจมูกของภรรยาไม่แรงนักด้วยความเอ็นดูแววตาของภรรยานั้นกำลังกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาเองยังยืนยันว่าทั้งหมดที่พูดมาคือความเป็ห่วงที่มีต่อภรรยาทั้งนั้น
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันลองให้พี่สาวเยว่กับป้าหลี่ช่วยหาตึกให้อีกแรงแล้วกันนะคะเราจะได้เปิดร้านเร็ว ๆ”หลังจากทำการค้ากันมาสองสามครั้ง นอกจากทั้งสองคนจะเป็คู่ค้าที่ซื่อตรงแล้วจางซิ่วอิงนับคนทั้งคู่เป็สหายที่ค่อนข้างจริงใจมากทีเดียวจึงอดที่จะขอพึ่งพาทั้งสองคนไม่ได้
“ครับ ผมพอมีสหายอยู่บ้าง ถ้าหากหาได้ไว้เราไปดูกัน”เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องเขียนจดหมายแล้วฝากภรรยาไปส่งให้เสียแล้วเพราะนอกจากเื่หาตึกเขายังมีเื่สำคัญอย่างอื่นที่ต้องติดต่อทางนั้นอย่างเร่งด่วนอีกด้วย
“ขอบคุณค่ะ สามีของฉันน่ารักจัง ฟอดดด!”ปลายจมูกเชิดรั้นกดลงบนแก้มสากของสามีก่อนจะยิ้มกว้างส่งให้อย่างเช่นทุกครั้ง
แต่มีหรือที่คนได้คืบเอาศอกจะพอใจ “แค่นี้เหรอครับ?”
“คะ…อื้อออ!!”ยังไม่ทันได้สงสัยอะไรมากนักริมฝีปากอุ่นก็ทาบทับลงมากลืนกินเสียงหวานใสไปในเวลาเพียงชั่วพริบตาชายหนุ่มตักตวงความหวานจากคนเป็ภรรยาเนิ่นนานกว่าจะผละออกให้เธอเป็อิสระ