เบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​

    การมาของไมค์ [1]


    เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที พันเจียที่เห็นไวโอลินนั่งรอด้วยสีหน้า และ แววตาที่ดูกระวนกระวายใจ เกิดความสงสัยว่าเธอมีเรื่องอะไร ถึงได้แสดงสีหน้าซีเรียส และ ดูจริงจังขนาดนั้น เพราะเขาเองก็ไม่เคยจะเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อน ชายหนุ่มพเยิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วถามออกไป


    “มีเรื่องสำคัญอะไร ไหนเธอลองว่ามาซิ” พันเจียตั้งหน้าตั้งตารอฟัง พลางเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

    “เอ่อคือ...เรื่องที่”

    ตื๊ด ตื๊ด ๆ ๆ แต่ไม่ทันที่ไวโอลินจะได้พูดออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

    “เดี๋ยวแป๊บนะ”

    พันเจียลุกจากโต๊ะเพื่อออกไปรับสายด้านนอกห้องอาหาร แต่ไม่ทันที่เขาจะได้กดรับ สายที่โทรเข้ามานั้นก็ดันหลุดไปซะก่อน เพราะเห็นว่าไม่คุ้นและไม่รู้ว่าเป็นเบอร์โทรของใคร

    เขาจึงไม่ได้โทรกลับไป เลือกที่จะเดินกลับเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม แล้วเอ่ยถามถึงเรื่องสำคัญที่ไวโอลินกำลังจะพูดกับเขา

    “เมื่อกี้นี้เธอ จะพูดเรื่องอะไรกับฉันนะ” เขาเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ ไวโอลินที่รออยู่แล้วรีบอ้าปากพูดขึ้นไปทันทีว่า

    “คือเรื่องที่ฉันจะพูดกับนายก็คือ เรื่องที่นายกำลังหาคน”

    “อือหือ!” เขาพยักหน้าแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่เธอกำลังพูดอยู่

    “เรื่องที่ฉันจะพูดก็คือ เรื่องที่นายกำลังหาคนมาเข้าร่วม”

    ตื๊ด ตื๊ด ๆ ๆ แต่ไม่ทันที่ไวโอลินจะได้เริ่มอธิบายอะไรเสียงโทรศัพท์ของพันเจียก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะอีกครั้ง นัยน์ตาคมเหลือบมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลุกพรวดออกไป

    “เดี๋ยวฉันมานะ!” เขาบอก ไวโอลินร้องเรียกเขาเบา ๆ ชายหนุ่มไม่ทันได้สนใจเสียงเรียกของเธอ ก็ลุกพรวดออกไปรับโทรศัพท์อีกสายที่กำลังโทรเข้ามาด้านนอก

    “เดี๋ยวก่อนสิ!”

    ไวโอลินคอตก เพราะเธอยังไม่มีโอกาสจะได้พูดอะไรกับเขาเลยด้วยซ้ำ และนี่ก็ใกล้วันจะแข่งขันแล้วด้วย เธอชะเง้อคอมองหาเขา อยู่พักใหญ่ ๆ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบ ๆ จะครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววที่เขานั้นจะกลับเข้ามา

    เธอตัดสินใจลุกขึ้นตามออกไป แต่อยู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดันมีสายเรียกเข้าดังขึ้นมาเสียก่อน มือบางควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพาย แล้วหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าของพันเจียจึงรีบกดรับสายเขาอย่างรวดเร็ว

    “ฮัลโหล! นี่นายหายตัวไปไหน” ไวโอลินเอ่ยถามขึ้นมารัว ๆ “นี่ฉันยังไม่ได้พูดเรื่องสำคัญกับนายเลยนะ แล้วนี่นายที่อยู่ไหน ออกไปจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ ออกไปนานหรือยัง แล้วไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงปล่อยให้ฉันรอล่ะ” พันเจียไม่รอให้เธอได้ซักถามเขา ออกมาแบบรัว ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง จึงพูดแทรกออกไปก่อนว่า

    [โทษทีนะไวโอลิน ฉันมีธุระต้องทำนิดหน่อย]

    “นายว่าไงนะ! แล้วเรื่องที่เราคุยค้างกันไว้ล่ะ”

    [เรื่องนั้น เอาไว้ก่อนนะ]

    “แต่ว่า!”

    [เถอะน่า! เดี๋ยวฉันใช้คืนให้เธอสองเท่าเลยเป็นไง]

    “แล้วตอนนี้นาย...อยู่ที่ไหน” ไวโอลินถามเสียงอ่อน ด้วยความเป็นห่วง

    [โทษทีนะ ฉันติดธุระจริง ๆ เธอนั่งรถกลับเองได้ใช่ไหม]

    “............................” ไวโอลินไม่ตอบ เพราะรู้สึกน้อยใจขึ้นมาเล็ก ๆ

    [ขอโทษทีนะไวโอลิน คือฉันต้องวางแล้ว]

    “เดี๋ยวก่อนสิ...เดี๋ยวก่อน!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดคุยกันรู้เรื่อง พันเจียก็วางสายไปแล้ว ไวโอลินหน้าเครียด ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอได้แต่ขบคิดว่าธุระอะไรถึงทำให้เขาเร่งรีบได้ถึงขนาดนี้ แถมยังออกไปโดยไม่บอกเธอเลยสักคำ

    ปิ๊บ!

    อยู่ ๆ ก็มีเสียงข้อความที่ถูกส่งเข้ามา ในขณะที่ไวโอลินกำลังจะหย่อนมือถือ กลับเข้าไปในกระเป๋าสะพาย เธอรีบกดเข้าไปอ่านมันด้วยความลุกลี้ลุกลน

    ‘รีบกลับบ้าน อย่าไปเถลไถลที่ไหนล่ะ ยัยตัวแสบ!’

    'รู้แล้วล่ะน่า!' เธอคิดในใจก่อนมีเสียงข้อความดังมาอีกหนึ่งครั้ง

    ปิ๊บ! อีก 1 ข้อความ

    ‘เสร็จธุระแล้วจะรีบโทรหา อย่าดื้อล่ะ เบบี๋!’

    “เอ๊ะ! เบบี๋เหรอ!” ไวโอลินรู้สึกประหลาดใจ เมื่อได้เห็นข้อความของพันเจียที่ถูกส่งมาถึงเธอ ด้วยข้อความที่ดูเหมือนกับคนเป็นแฟนกันจริง ๆ เธอยิ้มอย่างเขิน ๆ ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมานิด ๆ ไม่คิดเลยว่าผู้ชายห่าม ๆ แบบเขาจะมีโมเมนต์อะไรแบบนี้เหมือนกัน

    “ตาบ้า! ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย” ไวโอลินเอ่ยออกมาเบา ๆ แต่ก็ดันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หน้าบานไม่ยอมหุบ ก่อนที่เธอจะส่งข้อความกลับไป

    'ทราบแล้วค่ะ!'

    หญิงสาวกลับมาที่บ้านของเธอ นั่งดูทีวี จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงเย็น เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู แต่ก็ยังไม่เห็นว่าพันเจียจะโทรเข้ามา ลุกเดินออกไปรถน้ำต้นไปที่สนามหญ้าหน้าบ้าน จนกลับมาดูข้อความและโทรศัพท์มือถืออีกครั้งก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะโทรเข้ามาเลยแม้แต่สายเดียว

    “ธุระอะไรของนาย จนค่ำมืดป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่เห็นโทรมาเลย”

    ไวโอลินคอตกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟา เธอหยิบรีโมททีวีขึ้นมากดปิด

    ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูเงียบสงัด เผลอถอนหายใจทิ้งออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปอาบน้ำด้านบน จนกระทั่งเธอลงมานั่งหามื้อเย็นทานในครัว ตาก็จ้องมองนาฬิกาไปพลาง ท่าทางเบื่อหน่ายของเธอ แสดงออกมาผ่านสีหน้า และ แววตาอย่างเห็นได้ชัด

    ไวโอลินนั่งรอแล้วรอเล่า จนเวลาผ่านไปเกือบ ๆ จะสามทุ่ม นึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ ไมค์กำลังจะเดินมาถึงที่สนามบินตอนเวลาประมาณสี่ทุ่ม ทั้งที่นัดกันไว้แล้ว แต่ทำไมเธอถึงลืมไปเสียได้

    ไวโอลินรีบวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบกระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย และคว้ามือถือที่วางอยู่หน้าโต๊ะกระจกแล้ววิ่งออกไปที่หน้าบ้านเพื่อเรียกหารถแท็กซี่ ไปยังสนามบินขาเข้าเพื่อรอรับไมค์ที่กำลังจะเดินทางมาถึง

    สนามบิน / Arrivals / อาคารผู้โดยสารขาเข้า

    ไวโอลินชะเง้อคอมองหาไมค์โดยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่จุดนัดพบผู้โดยสาร ทันทีที่มาถึง หลังจากที่เลยเวลาเครื่องลงจอดมาแล้วเกือบ ๆ สามสิบนาที เพราะเธอคิดว่าเขาอาจจะออกมาแล้ว แต่หาเธอไม่พบ

    “ไวโอลิน!” เสียงของไมค์ ตะโกนเรียกเธอเสียงดังลั่น พลางโบกไม้โบกมือให้ ไวโอลินหันไปหา แต่จำไม่ได้ว่าเขาคือคนไหน เพราะสายตาที่พร่ามัวบวกกับไม่ได้สวมแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์มาด้วยทำให้มองเห็นเขาได้ไม่ถนัด

    ร่างสูงที่อยู่ในชุดโค้ทกันหนาวสีดำมีฮู้ดแบบพอดีตัวไม่หนามากนัก กับรองเท้าหนัง ดูเหมือนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังไงอย่างงั้น แต่เพราะไมค์ดันสวมฮู้ดปกปิดสีผมที่ดูเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขา จากหนุ่มผมบลอนด์ทำสีเป็นสีดำเข้มจนไวโอลินแทบจะมองไม่ออกว่าเป็นเขา

    เธอเพ่งสายตามองดูชัด ๆ เพื่อความแน่ใจ เห็นชายหนุ่มที่ดูดีมีเสน่ห์ดึงดูดกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติคนอื่น ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หล่อขนาดนั้นพันเจีย หรือ สูงเหมือนกับฮอร์น แต่เขาก็ดูเท่ไม่เอา

    ไวโอลินยิ้มกว้าง เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้ว เธอจึงได้โบกมือตอบรับพร้อมทักทายกลับไป

    “เฮ้ไมค์!”

    “ขอโทษด้วยนะที่ออกมาช้า พอดีมีการสลับกระเป๋ากันเกิดขึ้นนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”

    “ไม่เป็นไร ฉันเองก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน”

    “เธอเป็นไงบ้างเนี่ย ผอมลงหรือเปล่า”

    “ก็ไม่นะ ช่วงนี้กินเยอะ อ้วนขึ้นด้วยซ้ำ”

    “จริงเหรอ แต่สวยขึ้นนะ ไปทำอะไรกับหัวเห็ดมาเนี่ย จำแทบไม่ได้เลย” ไมค์แกล้งยอ

    “เอ่อคือ...ก็แค่ต่อผมเอง มันยาวช้าไม่ทันใจ นายเองก็ดูดีขึ้น จนฉันจำไม่ได้เลยนะเนี่ย”

    “อะไรกัน สายตาสั้น ทำไมไม่ยอมรับมาตรง ๆ”

    “อย่ามาแซ็วฉันสิไมค์”

    “นี่มีความรักหรือเปล่า ถึงได้แต่งตัวสวยขนาดนี้เนี่ย” ไมค์ย้อนถามด้วยความรู้สึกจริง ๆ ของเขา ไวโอลินรีบแย้งออกไปดื้อ ๆ

    “บ้าน่า!! ก็แค่อยากเปลี่ยนลุคบ้าง สงสัยอะไรไม่เข้าเรื่อง”

    “โอเค ๆ ไม่สงสัยแล้วก็ได้ แต่รู้สึกว่าอากาศที่เมืองไทยจะร้อนมากเลยนะ”

    “ที่นี่ไม่ได้อากาศเย็นสบายทั้งปีแบบสิงคโปร์หรอกนะ” ไวโอลิน พูดขำ ๆ ไมค์หัวเราะตอบ พลางเกาศีรษะแกรก ๆ

    “นั่นสิ ฉันก็ลืมไปเลย”

    “อื้อ จริงสิ นี่นายพักโรงแรมไหน เดี๋ยวฉัน...ไปส่ง แล้วก็พานายไปหาอะไรกินด้วยเลย” ไมค์ล้วงแผนที่ และ ชื่อของโรงแรมยื่นให้เธอดู

    “อ๋อ ที่นี่เองหรอ ไม่ไกลเท่าไหร่ นั่งรถไปประมาณครึ่งชม.ก็ถึง รถคงไม่ติดแล้วล่ะ”

    “งั้นไปกันเลยสิ” ไมค์บอก

    “เอ่อพอดี เพิ่งมาถึง...ยังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย ขอเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ”

    “นี่เธอยังไม่เลิกอั้นฉี่อีกเหรอ!” ไมค์ถามพลางเกาศีรษะแกรก ๆ

    “อย่าพูดมากน่าไมค์ เดี๋ยวฉันมานะ” พูดจบ ไวโอลินก็วิ่งไปหาห้องน้ำ ไมค์มองตามงง ๆ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินตามหลังไป

    หน้าห้องน้ำ

    ไวโอลินที่ทำธุระเสร็จสรรพกำลังจะเดินกลับออกจากห้องน้ำ เธอต้องรีบหยุดชะงัก เมื่อเดินออกมาเจอพันเจียที่กำลังยืนหันข้างไหนเธอ ในขณะที่เขากำลังยืนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าห้องน้ำ

    ผู้หญิงผมตรงยาว ผิวขาวเผือก ชมพูระเรื่อ ดูราวกับคุณหนู ใบหน้าสวย ตากลมเหมือนไข่มุก ริมฝีปากถูกแต่งแต้มด้วย ลิปสติกสีชมพูอมส้ม สวมชุดแซกเข้ารูปสีขาวกับรองเท้าส้นสูงสีแดงเลือดนก ดูสูงเหมือนนางแบบ แต่ก็ไม่สูงเท่ากับพันเจียที่ยืนอยู่ด้วยกัน ท่าทางของทั้งคู่ดูสนิทสนม จนเธอต้องถอยกลับเข้าไปหลบในห้องน้ำเพื่อตั้งสติให้ตัวเองเสียก่อน

    ‘อย่าไปเถลไถลที่ไหนนะ ยัยตัวแสบ!’

    เป็นประโยค ที่ถูกส่งมาในข้อความที่เธอได้อ่าน ทำให้ไวโอลิน ไม่กล้าที่จะปรากฏตัวเบื้องหน้าของเขา เธอแอบยืนอยู่ที่ประตูบานใหญ่ทางเข้าหน้าห้องน้ำ แล้วค่อย ๆ ยื่นหน้าออกมาดูอีกครั้ง

    “นี่เหรอ! ธุระของนาย” ไวโอลิน เอ่ยออกมาเบา ๆ ผลุบหน้ากลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ไวโอลินรู้สึกแปลก ๆ ที่ได้เห็นพันเจียมาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ในขณะที่เขากลับทิ้งให้เธอได้แต่รอ

    มือบางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายที่มีแบตเตอรี่เหลืออยู่ไม่ถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เธอลองทำทีเป็นโทรออกไปหาเขาก่อนจะค่อย ๆ โผล่หน้าออกมาดูคนทั้งคู่อีกครั้ง


    เธอจ้องมองเขาสองคนที่ยืนห่างออกไปไกลไม่ถึงห้าสิบเมตร พอที่จะทำให้ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเขา แว่ว ๆ ไวโอลินพยายามจะไม่คิดอะไรที่เห็นว่าเขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่อย่างนั้น แต่กลับไปยอมกดรับสาย จนเธอเริ่มที่จะรู้สึกน้อยใจในการกระทำของเขา

    จนกระทั้งโทรศัพท์รอสายนานเกินไป จึงถูกตัดไปโดยอัตโนมัติ หญิงสาวพยายามที่จะห้ามใจ ไม่ให้ตัวเองรู้สึกแย่ลงไปกว่านี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะทำมันไม่ได้

    คล้ายกับเรื่องเบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​ ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390