ระยะเวลาผ่านไปก่อนวันที่ไตรภพจะลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดวันนี้มงคลได้ส่งรถบรรทุกสองคันสำหรับการย้ายบ้านพร้อมคนงานมาช่วยขนของจากบ้านดงห้วยของช่อผกาเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้นสัมภาระทุกอย่างถูกขนย้ายไปยังบ้านใหม่ในอำเภอเมือง
ไตรภพเพิ่งจะเห็นตึกแถวสองคูหาอดรู้สึกใไม่ได้สภาพด้านล่างถูกแต่งแต่งอย่างหรูหรา มีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารประมาณ 10 โต๊ะ มีตำแหน่งห่างกันอย่างพอที่มีความเป็ส่วนตัวด้านหลังเป็ห้องน้ำสองห้องแบ่งแยกผู้ชายและผู้หญิงส่วนด้านหลังอีกด้านเป็ครัวที่มีช่องสำหรับวางอาหารให้พนักงานเสริฟนอกจากนี้ยังมีโต๊ะทำงานสำหรับคิดเงินหรือจัดการร้านอีกด้วย
“ท่านมงคลช่วยตกแต่งร้านทั้งยังเป็ธุระจัดหาอุปกรณ์สำหรับร้านอาหารต่าง ๆ มามากมาย แม่เกรงใจเขามาก ๆ เลยไตรภพ”
ช่อผกามีสีหน้าลำบากใจเธอรู้ดีว่าร้านแห่งนี้ที่เธอได้เป็เ้าของกรรมสิทธิ์ในราคา 7 ล้านบาท ซึ่งเหมือนได้ร้านมาฟรี ๆเพราะเป็ร้านอาหารที่ตกแต่งพร้อมเสร็จสรรพ เป็ร้านอาหารสำหรับด้านล่างและชั้นลอยส่วนชั้นสองเป็ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่มีโฮมเธียร์เตอร์และโทรทัศน์จอั์ไม่นับรวมเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ มากมายที่มีลักษณะหรูหราเป็อย่างมาก
ไตรภพเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมโดยเฉพาะห้องนอนของตนที่อยู่ชั้นสี่สามารถเดินขึ้นไปชั้นดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งเป็สวน้ามีพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งยังมีหลังคาโปร่งที่ช่วยบังแดดบังฝนอีกชายหนุ่มรู้ดีว่ามูลค่าของการตกแต่งทั้งหลังอาจจะมีราคามากกว่าร้านนี้เลยก็ได้
‘ดูเหมือนว่าจะต้องตอบแทนมงคลหน่อยแล้ว’
ไตรภพไม่ชอบที่จะติดค้างใครแม้มงคลจะไม่้าอะไรตอบแทนก็ตาม เมื่อจัดของต่าง ๆ เสร็จเรียบร้ายแล้วมงคลที่มาพร้อมกับวัชริศได้เดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่ช่อผกาและมะลิยังคงวุ่นวายกับการตกแต่งห้องนอนของพวกเธอสองแม่ลูก
“เป็อย่างไงบ้างครับถูกใจไหม”
“นี่มันดีมากเลยหละไม่คิดว่าคุณจะใส่ใจถึงขนาดนี้”
“นายเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งยังลงมือจัดวางเองทุกอย่างเลยนะครับคุณไตรภพ”
วัชริศพูดแทรกขึ้นมาในระหว่างที่มงคลและไตรภพกำลังพูดคุยกันอยู่ ซึ่งไตรภพได้แต่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจชายหนุ่มรู้ดีกว่ามงคล้าประจบตน
“คุณมงคลคุณอยากได้อะไรรึเปล่า ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ผมจะทำให้”
ไตรภพเอ่ยถามมงคลเพราะใจจริงชายหนุ่มอยากจะตอบแทนมงคลที่ช่วยเป็ธุระจัดการหลาย ๆอย่างให้กับครอบครัวตนเอง
“คือผมอยากเป็แบบคุณไตรภพครับ”
มงคลเอ่ยตะกุกตะกักั้แ่ไตรภพได้แสดงพลังในการบีบดัมเบลแตกเป็เสี่ยง ๆและยังรักษาโรคร้ายของมันเพียงพริบตา มันก็รู้สึกเคารพ นับถือชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ต่างจากวัชริศ นายทหารนอกราชการที่แสวงหาความแข็งแกร่งในฐานะผู้ชื่นชอบการต่อสู้ ในครั้งที่มันพ่ายแพ้ให้กับไตรภพในร้านขายสมุนไพรมันก็เคารพนับถือไตรภพสุดหัวใจ
“แบบฉัน ? คุณรู้รึเปล่าว่าในโลกนี้ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณไม่รู้”
“ผมพอได้ยินเื่โลกใต้ดินของผู้มีวรยุทธ์มาจากวัชริศอยู่ครับเห็นว่ามีร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปสามารถใช้มือเปล่าสังหารผู้คนได้ในครั้งเดียว ในโลกใบนี้เมื่อเทียบกับประชากร 70 ล้านคนในประเทศแล้ว มีจำนวนไม่หลักร้อยเท่านั้น”
“วัชริศนายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ ?”
ไตรภพเหลือบสายตาไปมองวัชริศทั้งยังใช้พลังลมปราณสำรวจร่างกายของเขา เป็ร่างกายภายนอกที่แข็งแรงกำยำแต่ยังคงห่างไกลกับร่างกายของจักรภพและปรีชา
“ผมไม่ได้เป็ผู้ฝึกยุทธ์ครับผมเพียงแค่แข็งแรงกว่าคนทั่วไปจากการฝึกหนักเท่านั้นแต่ผมเคยได้ยินเื่ราวจากรุ่นพี่ในกองทัพว่าประเทศของเรามีทหารหน่วยหนึ่งที่ล้วนแต่เป็ผู้ฝึกยุทธ์แต่จะปรากฏตัวออกมาในคราวที่ประเทศมีภัยเท่านั้น ผมจึงพอทราบรายละเอียดคร่าว ๆเท่านั้นครับ”
“ผู้ฝึกยุทธ์ที่นายว่าคงหมายถึงระดับขั้นปรับร่างกาย ซึ่งเป็การก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์มีทั้งหมด 10 ระดับแต่ฉันไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์”
ไตรภพพูดจบจึงได้เกร็งพลังลมปราณเพียงเสี้ยวหนึ่งชกไปทางวัชริศอย่างไร้กระบวนท่าใด ชายหนุ่ม้าแสดงให้เห็นถึงคำว่า ‘ผู้บ่มเพาะ’ ว่าแท้จริงแล้วเป็อย่างไร
ตึง
ร่างกายของวัชริศเหมือนถูกอะไรกระแทกไปที่หน้าท้องมันเดินเซถอยหลังชนผนังกำแพงอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้รู้สึกเหมือนกันถูกมือที่มองไม่ให้ชกอย่างรุนแรงจนมันไม่อาจที่จะต้านทานได้แม้แต่อึดใจเดียว
“นะ นะ นี่…”
มงคลแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองมันขยี้ตาตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งมงคลเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไตรภพเพียงแค่ชกลมไม่ได้โดนตัวของวัชริศเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะอะไรกันวัชริศถึงได้ถอยไปชนกำแพงเหมือนโดนต่อยเข้าจริง ๆ
“สิ่งที่ฉันเป็เรียกว่า‘ผู้บ่มเพาะ’หากพวกนายอยากจะเป็อย่างฉันต้องเริ่มต้นจากการกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่ง กระทั่งอยู่ขั้นปรับร่างกายขั้นที่สิบจากนั้นฉันจึงจะสอนการหมุนเวียนพลังลมปราณเพื่อกลายเป็ผู้บ่มเพาะอย่างแท้จริง”
ไตรภพล้วงไปในกระเป๋ากางเกงเทขวดยาออกมา เป็เม็ดยาที่พึ่งปรุงเสร็จเมื่อหลายวันก่อน ยื่นให้กับมงคลสองเม็ดพลางอธิบายสรรพคุณของฤทธิ์ยานี้
“ตัวยานี้จะช่วยให้พวกนายสามารถบรรลุขั้นปรับร่างกายขั้นที่1 ได้ทันทีเป็วิธีลัดของการฝึกตน ในหนทางข้างหน้าพวกนายจะต้องฝึกฝนเองเพื่อเลื่อนระดับต่อไปแต่ไม่ต้องห่วงฉันมีวิธีฝึกของฉันที่จะทำให้พวกนายก้าวไปถึงขั้นปรับร่างกายขั้นที่ 10 ได้ภายในระยะเวลาไม่นาน”
มงคลรับเม็ดยาด้วยมือที่สั่นเทามันมองเม็ดยาด้วยความรู้สึกหลากหลายเม็ดยานี้สามารถทำให้มันที่มีร่างกายธรรมดาสามารถกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้ในทันทีที่กินแล้วมันจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร
ตึง
มงคลคุกเข่าลงโขกศีรษะให้กับไตรภพหลายต่อหลายครั้ง วัชริศได้เดินมาคุกเข่าลงเช่นเดียวกันมันตระหนักดีว่ากว่าจะกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์นั้นเป็หนทางที่คนธรรมดาไม่สามารถที่จะก้าวไปถึงได้แต่มันกลับได้โอกาสกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์อย่างง่ายดาย เหนือกว่าคนธรรมดาหลายล้านคน
“พวกนายกลับบ้านไปกินยานี้ซะ ในขณะที่กินต้องนั่งสมาธิอย่าวอกแวก อดทนต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่ชั้นปรับร่างกายขั้นที่ 1 แล้วจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายตนเองสักระยะก่อนหลังจากนั้นฉันจะสอนการฝึกฝนอย่างถูกวิธีให้”
“ครับ คุณไตรภพพวกเราขอตัวก่อนนะครับ”
หลังจากทั้งสองคนโค้งคำนับให้กับไตรภพจึงขึ้นรถออกไปทันที เป้าหมายต่อไปของพวกมันทั้งสองคน คงไม่พ้นการรีบกลับไปกินยาและทำตามที่ไตรภพสั่ง
“ใครมาลูก”
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่เดี๋ยวผมขอไปดูแถวนี้หน่อยนะครับ”
ช่อผกาเดินจูงมือมะลิลงมาด้านล่างเอ่ยถามไตรภพด้วยความสงสัยไตรภพบอกปัดไปพร้อมขออนุญาตออกไปสำรวจบริเวณแถวบ้านใหม่ด้วย
ไตรภพเดินออกจากบ้านมันสังเกตเห็นว่าด้านข้างนั้นกลายเป็ลานจอดรถที่สามารถจอดรถได้ถึงยี่สิบคัน ซึ่งมงคลได้ทำที่ร้างด้านข้างตึกแถวให้กลายเป็ที่จอดรถ เพื่อรองรับลูกค้าที่มารับประทานอาหาร ไตรภพจึงขับรถ Vios ของช่อผกาไปสำรวจแถวบริเวณบ้านโดยขับรถออกไปอย่างไม่มีจุดหมาย
ระหว่างทางที่ไตรภพกำลังขับรถอยู่นั้นชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตกแต่งอย่างโมเดินทันสมัยเป็อย่างยิ่งแม้จะเป็เวลา 17.00 น.เท่านั้นแต่ในลาดจอดรถล้วนมีแต่รถหรูราคาแพงจอดเรียงรายเต็มไปหมด ั้แ่ ToyotaCamry ไปจนถึงรถ BENZBMWเกือบจะเต็มลานจอดรถ
จากความทรงจำที่หลอมรวมกันไตรภพรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็ร้านอาหารกึ่งผับซึ่งเป็ผับที่หรูหราที่สุดในจังหวัดน่านจึงเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ขอตรวจบัตรด้วย”
ชายฉกรรจ์สวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำรูปร่างใหญ่โต ศีรษะล้าน เอ่ยกับไตรภพด้วยเสียงดุดันตัวมันเองเห็นชายหนุ่มั้แ่ขับรถ Vios มาจอดจึงพูดห้วน ๆ อย่างดูถูก
ไตรภพไม่ได้สนใจกิริยาของกาดมากนักจึงยื่นบัตรประชาชนให้กับกาด ทั้งยังมองไปข้าง ๆมีผู้คนหลายคนที่เข้าไปโดยไม่ถูกตรวจบัตรเหมือนกับชายหนุ่ม
“ชื่อ นามสกุลที่อยู่ วันเดือนปีเกิด ?”
บอดี้กาดหน้าผับมองไปที่บัตรประชาชนสลับกับหน้าของไตรภพมันเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยเสียงห้วน ๆ เหมือนจะรำคาญเล็กน้อย
“ในบัตรก็มีทำไมไม่อ่าน ?”
“ไอหนูแกอย่ากวนตีน ฉันถามก็ตอบสิวะ”
กาดหน้าผับดูเหมือนจะไม่พอใจไตรภพมันเดินเข้ามาประชันหน้าชายหนุ่ม ตัวมันเองมีอำนาจในการคัดคนเข้าคนออกที่นี่มานานจากประสบการณ์มันคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็เพียงเด็กที่พึ่งจะหัดเที่ยวเท่านั้น
“อ่าวกาดบิ๊กมีอะไรกัน”
“สวัสดีครับคุณยงศิลป์พอดีมีปัญหานิดหน่อยครับ ไอเด็กนี่มันไม่ให้ความร่วมมือ”
ไตรภพเห็นกาดที่แสดงท่าทางดุดันก่อนหน้ายกมือไหว้ชายหนุ่มที่มาใหม่อย่างนอบน้อม เป็ชายอายุประมาณสามสิบปีสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนสีฟ้า หน้าตาออกไปทางคนจีน
“ไม่เป็ไรหรอกให้เขาเข้ามา เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง ฝากจอดรถด้วยนะ”
หลังจากพูดจบยงศิลป์ได้โยนกุญแจBMWให้กับกาดพร้อมควักแบงค์ห้าร้อยบาทให้ กาดยิ้มรับกุญแจและเงินด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
“น้องชายเข้ามาเถอะ”
ยงศิลป์เดินนำหน้าไตรภพไปในผับซึ่งไตรภพก็เดินตามไปโดยดี ก่อนที่จะนั่งลงในมุมหนึ่งของร้านอาหารจากการประเมินด้วยสายตาแล้ว ที่นั่งนี้น่าจะเป็โต๊ะ VIP เพราะลักษณะโต๊ะดูพิเศษกว่าโต๊ะอื่น ๆ
“ฉันชื่อยงศิลป์นะน้องชายหละมีชื่อว่าอะไร”
“ผมชื่อไตรภพครับ”
“ไตรภพ !ดี เป็ชื่อที่ดีว่าแต่มาคนเดียวหรอ”
“ผมพึ่งย้ายมาอยู่แถวนี้เลยลองเข้ามาในร้านนี้ดู เห็นร้านสวยดี”
ยงศิลป์พิจารณาไตรภพด้วยสายตาหน้าตาของไตรภพจัดว่าหล่อเหลามาก แม้จะใส่เสื้อผ้าธรรมดาแต่ก็ไม่อาจที่จะบดบังหน้าตาอันทรงเสน่ห์ได้
“ในเมื่อเราบังเอิญเจอกันงั้นวันนี้มาดื่มกันหน่อยเป็ไง”
“ได้ครับ”
หลังจากนั้นยงศิลป์ได้สั่งไวน์แดงพร้อมอาหารหลายจานดื่มกินกับไตรภพ พูดจากันอย่างออกรสออกชาติ จนระยะเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงไตรภพรู้สึกเพลิดเพลินกับแสงสีในร้านอาหารกึ่งผับแบบนี้จึงไม่รู้เลยว่าเวลาล่วงเลยมาจนถึง 20.00 น. แล้ว
ยงศิลป์ดื่มไวน์แดงไปสามขวดกับไตรภพเริ่มรู้สึกเมา หน้าแดง ต่างจากไตรภพที่ไม่รู้สึกเมาเลยแม้แต่น้อยสติยังคงแจ่มชัดตลอดเวลา
“ไอยงศิลป์ ฉันตามหาแกมานานแล้ว”
ไตรภพหันหลังไปมองตามเสียงเห็นชายอายุประมาณยงศิลป์ สวมใส่สูทสีดำ ใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“นึกว่าใครแกนี่เองไอชยุตพล”
ยงศิลป์ที่ยังคงมีอาการมึนเมาชี้นิ้วไปทางชยุตพล มันทั้งสองคนมีปัญหากันเื่ผู้หญิงเนื่องจากคนรักของยงศิลป์ถูกบังคับให้เลิกกับเขาแถมยังมารู้ทีหลังว่าเธอได้แต่งงานกับนักธุรกิจใหญ่ในจังหวัดตัวมันเองได้แต่โศกเศร้าเสียใจ แม้ฐานะของยงศิลป์จะดูร่ำรวย แต่ก็เทียบไม่ได้กับชยุตพลที่มีธุรกิจปั๊มน้ำมันหลายแห่งในจังหวัด
ด้วยเหตุนี้ครอบครัวของฝ่ายหญิงจึงไม่ชอบยงศิลป์เพราะยงศิลป์ทำธุรกิจร้านขายยาแม้จะเป็ธุรกิจที่ไปได้ด้วยดีในเมืองแต่ก็มีมูลค่าแค่หลักสิบล้านเท่านั้นในขณะที่ชยุตพลมีทรัพย์สินโดยรวมหลักร้อยล้านบาท ที่สำคัญที่สุดคือชายหนุ่มเป็ลูกชายคนเดียวของรองผู้บังคับกองพันในจังหวัดคุมกองกำลังทหารของจังหวัดน่านนั่นเอง
“ไอเวร แกทำนังนั่นท้องแล้วทำไมไม่บอกวะ ปล่อยให้ฉันแต่งงานทั้ง ๆ ที่มันอุ้มลูกของแก”
ชยุตพลคำรามด้วยความโมโหมันเองหลังจากแต่งงานกับหญิงสาวได้แค่ไม่กี่วัน หญิงสาวก็มีอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังจากไปตรวจที่โรงพยาบาลพบว่าเธอตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้ว
“บุษบาท้อง ?”
ยงศิลป์เหมือนจะสร่างเมาทันทีหลังจากได้ยินคำพูดของชยุตพลมันรีบเดินไปข้างหน้า กระชากคอเสื้อของชยุตพลอย่างแรง
“แกว่าอะไรนะ”
“ฉันบอกว่า นังนั่นท้องท้องลูกของแก แกรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหมเลยไม่คัดค้านอะไรเื่งานแต่งงาน พวกแกสุมหัวกันหลอกฉันใช่ไหม”
ชยุตพลบีบมือของยงศิลป์กระชากคอเสื้อยงศิลป์คืนมันเองรู้สึกเสียหน้ามากที่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของมันท้องกับผู้ชายคนอื่น
“ท้อง ลูก ”
ยงศิลป์มีอาการใถึงขีดสุดพึมพำออกมาไม่เป็ภาษา ใครว่ายงศิลป์ไม่พยายามที่จะทักท้วงอะไรเกี่ยวกับการแต่งงานแต่ครอบครัวของฝ่ายหญิงติดหนี้ธนาคารแปดสิบล้านบาทแม้ตัวมันเองจะขายร้านขายยาก็ไม่สามารถชดใช้หนี้แทนได้ จึงต้องหลีกทางอย่างฝืนใจมาที่ร้านอาหารแห่งนี้เพื่อดื่มแอลกอฮอร์ล้างแผลใจในทุก ๆ วัน
“มันท้องลูกของแกโง่นักหรอวะ ต้องให้พูดซ้ำซาก”
ผลัก
ยงศิลป์เืขึ้นหน้าชกชยุตพลอย่างแรงหลังจากได้ยินคำว่ากล่าวผู้หญิงอันเป็ที่รักของมัน ชยุตพลล้มลงไปกระแทกโต๊ะจนอาหารร่วงลงมาเต็มพื้น
ว้าย
เฮ้ย
เสียงแตกตื่นของแขกดังขึ้นจากเหตุการณ์ตรงหน้าบอดี้กาดรีบเข้ามาระงับเหตุในทันทีซึ่งบอดี้กาดที่รับเงินจากยงศิลป์เมื่อตอนเข้ามา มองหน้าของชยุตพลด้วยความตื่นกลัว
“คะ คุณชยุตพล”
บอดี้กาดเหงื่อไหลเต็มใบหน้ามันรู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็คนที่ไม่อาจจะตอแยได้ชื่อเสียงเลวร้ายของชยุตพลดังกระฉ่อนไปทั่วจังหวัด ทั้งเพลย์บอย ติดการพนันเที่ยวผู้หญิง ทะเลาะวิวาทเรียกได้ว่าชื่อเสียงเหม็นโฉ่จนผู้คนหลบเลี่ยงไม่กล้าที่จะคบค้าสมาคมด้วย
แต่สิ่งที่ทำให้มันหวาดกลัวชยุตพลไม่ใช่เพราะตัวของชยุตพลเองแต่เป็พ่อของเขาต่างหากที่เป็ถึงรองผู้คับกองพันซึ่งคุมทหารในจังหวัดหลายพันคน มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านงานราชการไม่แพ้ลูกชาย
“แก ต่อยฉันหรอ”
ฉับพลันชายฉกรรจ์สี่คนสวมใส่เสื้อและกางเกงสีดำผมสั้นเกรียน ได้วิ่งเข้ามายืนอยู่หลังชยุตพลมองปราดเดียวก็รู้เลยว่าพวกมันเ่าั้ต้องเป็ทหารแน่นอน
“จับมัน วันนี้ฉันจะกระทืบมันให้สมกับที่มันหลอกฉัน”
หลังจากฟังคำสั่งของชยุตพลชายฉกรรจ์สี่คนก็ได้พยักหน้าให้กันเดินเข้าไปหน้ายงศิลป์หมายจะกระชากร่างของยงศิลป์ให้ล้มลงกับพื้น
โครมมมมมมมมมมมมม