บทที่ 10 คืนสู่ใต้หล้า
ชีวิตคาดเดาไม่ได้ มนุษย์ต่างอิจฉาเทพ เทพต่างอิจฉามนุษย์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ปรารถนาเป็เซียน เทพเซียนชดใช้ด่านเคราะห์บนเมืองมนุษย์ ช่างน่าขบขัน
รำพันมาเรื่อยมา กระทั่งถึงจุดหมาย ประตูทางเข้า บานใหญ่และโอ่อ่า สมกับที่เป็วังหลวง ใช่แล้วล่ะ นางมาในวังเจี้ยนหยวนตามคำขอของสหายปุกปุย ค่าตอบแทนหาใช่อำนาจ บัลลังก์ หรือแผ่นดิน ข้อแลกเปลี่ยนเบาบางดั่งอีแปะ นางเพียง้าเงินค่ารักษาคน สัก...ห้าร้อยเก้าสิบเฉียนเท่านั้น ฮ่าๆ เท่านั้นก็พอสำหรับซื้อสุรายี่สิบไหแล้ว ได้ยินค่าตอบแทนอันแสนน้อยนิด จ้วนหลิวหัวเราะอย่างเอ็นดูออกมาทีหนึ่ง ในใจพลางคิดว่า ้าเพียงเท่านี้ แล้วเหตุใดเมื่อวานพูดซะใหญ่โต อำนาจเอย บัลลังก์เอย แผ่นดินเอย หรือว่านางจะหยั่งเชิง ว่าองค์ชายใหญ่แห่งเจี้ยนหยวนจะยอมแต่งกับนางหรือไม่
“มีอันใดให้เบิกบาน?” ฟางเยว่ขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยพิลึก
“นอกจากเงินเท่าหยิบมือนี้ ท่านยังชอบอันใดอีก” จ้วนหลิวยิ้มๆ
“อืม… นอกจากสุราก็นึกอย่างอื่นไม่ออกแล้ว” ฟางเยว่หัวเราะเป็กันเอง กลัวว่าพูดอย่างไร้ยางอายเช่นนี้ จะถูกขุนนางหน้าเคร่งขรึมที่เดินไปมาตำหนิเอาได้
“ครั้งก่อนซื้อที่โรงสุรายี่สิบไหยังไม่พอ เช่นนั้นอยากได้เท่าไหร่” จ้วนหลิวถามอย่างไตร่ตรอง
“สักล้านไหเห็นจะพอ” ฟางเยว่พูดซี้ซั้วไปอย่างนั้น พลางหัวเราะตาหยี แล้วผายมือให้เ้าปุกปุยนำทางไป
“นี่นะหรือ ยอดหมอยาที่เ้าว่า” เสียงเย็นแหวกลมมาถาม ฟางเยว่นิ่งงันทำตัวไม่ถูก จะยืนจะนั่งล้วนประหม่า ผู้ที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้ เป็ถึงปฐมกษัตริย์หยางจวินเชียวนะ
“ขอรับ” จ้วนหลิวค้อมศีรษะ ประสานมือก่อน แล้วจึงค่อยพูด
“นามของเ้า?” กษัตริย์หยางจวินเปล่งเสียงมั่นคงขณะปัดป่ายพู่กันเขียนอักษร
“อี้อันฟางเยว่เ้าค่ะ” นี่เป็การพบชนชั้นสูงหนแรก ไม่รู้ธรรมเนียมเป็อย่างไร แม้กระทั่งสรรพนามลงท้ายยังใช้ไม่ถูกต้อง แต่เอาเถอะ ข้ามารักษาคน มิได้มาประจบผู้ใด หากจะตัดหัวเพราะไม่รู้ธรรมเนียม หนทางรอดขององค์หญิงรองนับว่าไม่มีอีกแล้ว ตัวข้านี้มั่นใจเหลือเกินว่าเก่งกาจที่สุดในใต้หล้า
“อี้อัน… ผู้ใดตั้งให้เ้า” พระองค์หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูด
“ท่านอาจารย์เ้าค่ะ ” ฟางเยว่พยายามเลี่ยงการพูดยาว จึงตอบเท่าที่จำเป็ แบบนี้ก็จะไม่เผลอพูดอันใดล่วงเกินเบื้องสูงแล้ว
“อาจารย์ของเ้าคือ?”
“ซือฝูซางเหล่าเ้าค่ะ ที่นั่งอยู่นี้คือศิษย์เพียงผู้เดียวของเขา”
ยามกล่าวถึงอาจารย์ ฟางเยว่พูดมากขึ้นนิดหน่อย เพียงสิ้นสุดเสียงพูด พู่กันหยกในมือหล่นโดยไม่รู้ตัว จากที่นิ่งเฉยไม่ใส่ใจ เพราะองค์คล้ายกำลังสงสัยในตัวนางมาก ด้านจ้วนหลิวได้มองดูฟางเยว่จากด้านข้าง รู้สึกดีใจจนพูดอันใดไม่ออก ไม่คิดว่าคนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมจะกลายเป็ผู้ที่ใต้หล้าแสวงหา
“อี้อันมิ่ง?”
“มารดาผู้ให้กำเนิดเ้าค่ะ” หนนี้ไม่กระบัดกระเบียนที่จะตอบ นางเปล่งเสียงอย่างภาคภูมิใจ เพราะคุณงามความดีของมารดานั้นมาก
“เยี่ยฉีอู่…”
“.......”
พูดชื่อของคนผู้นี้ฟางเยว่นั้นเงียบ ไม่กระตือรือร้นอย่างเมื่อครู่ จ้วนหลิวที่ยืนอยู่ด้านข้าง ระลึกว่านางเสียมารยาทต่อหน้าพระพักตร์แล้ว กลัวว่าเสด็จพ่อจะมีโทสะ ธรรมเนียมทั่วไปไม่มีผู้ใดกล้าเมินเฉยต่อกษัตริย์ เช่นนั้นแล้วจึงก้าวไปข้างหน้าทีหนึ่ง ค้อมศีรษะประสานมือก่อนจึงตามด้วยคำพูดที่ว่า
“เสด็จพ่อไถ่ถามพอเป็พิธี เสร็จแล้วก็ให้นางไปเถิด เข้าวังก็เพื่อรักษาคน ล่าช้าไม่ดี” กล่าวเสร็จก็ถอยกลับมายืนอยู่ที่เก่า หางตาเหลือบมองฟางเยว่อย่างเป็กังวล
กษัตริย์หยางจวินไม่กล้าพูดอันใดอีก กลัวว่าพูดออกไปแล้วจะทำให้นางเสียใจไป โศกนาฏกรรมาไม่ใช่เื่ดีนัก ไม่เพียงะเืขวัญนาง ยังสะท้านใจคนทั้งใต้หล้า พระองค์เงียบงันโบกมือให้พวกเขาไปได้แล้ว อันที่จริงพระองค์มีใจชื่นชอบความเก่งกาจด้านยาของซือฝูซางเหล่าอยู่มาก แต่ไม่เท่าอี้อันมิ่ง ที่น่าเลื่อมใสยิ่งยวด น่านับถือดั่งโพธิสัตว์ บูชาขึ้นหิ้ง ทวยเทพที่สละชีวิตตนเพื่อแผ่นดินควรค่าแก่การสักการะ หากวันนั้นไม่มีการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ วันนี้อาจไม่มีเจี้ยนหยวนให้ปกครองก็เป็ได้ บัดนี้โชคชะตาเห็นใจ ชักนำทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเทพบรรกาลผู้สูงส่งให้มาพบ อีกทั้งยังเป็ศิษย์ของผู้าุโซางเหล่า ชาติกำเนิดของนางช่างไม่ธรรมดานัก
ตลอดหนึ่งเดือนนี้ ฟางเยว่เข้าออกวังเจี้ยนหยวนประดุจดั่งบ้านหลังที่สอง ในขณะเดียวกันสกุลเสิ่นก็รอคำตอบจากนาง ว่าจะแต่งกันเมื่อใด ฟางเยว่ช่างนิสัยเ็าตายด้าน เพียงให้ความเคารพเช้าเย็นแต่ไม่ให้คำตอบ เพราะผู้ใหญ่เกรงใจนางมาก จึงไม่กล้าซักไซ้ถือสาอันใด เฝ้ารอเพียงแต่นางพร้อมเมื่อใดก็จะประดับดอกไม้แดงเต็มเรือนเมื่อนั้น
ั้แ่ดื่มสุราด้วยกัน ฟังนางเล่าเื่ของตนอย่างอัดอั้น ก็ไม่ได้ไปกวนใจนางอีก จ้งเหว่ยใช้เวลาระยะนี้พินิจพิเคราะห์อยู่เสมอ ท้ายที่สุดก็ปะติดปะต่อเข้าใจได้ว่า เ้าโง่อัปลักษณ์ที่เขาจับไปทรมานเมื่อครั้งพำนักปักหลักในเทียนจื่อ ก็คืออี้อันฟางเยว่คนเดียวกันนี้นี่เอง จ้งเหว่ยไขข้อสงสัยอยู่ในใจได้แล้วว่า เหตุใดวันนั้นผู้าุโถึงได้บุกไปช่วยเ้าอัปลักษณ์ เกล็ดที่ถอดออกไปก็เหมือนสั่งสอนว่าอย่าเที่ยวรังแกคน แล้วยังพูดจาทิ้งทวนไว้อีกว่า เกล็ดวิเศษนี้ถือเป็สินสอด
อยู่มาวันหนึ่งฟางเยว่เข้าวังเจี้ยนหยวนเพื่อดูแลอาการองค์หญิงรอง เป็ครั้งแรกที่องค์หญิงหลีฮวาฟื้น ฟางเยว่ดีใจมาก จ้วนหลิวดีใจมาก จักรพรรดิหยางจวินดีใจมาก จึงได้สอบถามคนใกล้ชิด ทราบมาว่านางชอบสุรามาก ต่อมาผู้ที่ได้ยินเช่นนี้เอาไปพูดล้อเล่นอีกว่า นางใจกล้าที่ขอสุราล้านไหจากองค์ชาย นี่ก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว ยังไม่เห็นสุราสักไหอย่างที่ว่า
พวกสุนัขเห่าใบตองแห้ง ไม่รู้ตื้นลึกแต่วิจารณ์มาก อันที่จริงจ้วนหลิวไม่ได้มีใจหลงลืม เพียงแต่สุราล้านไหต้องใช้เวลาบ่มเพาะ สุราดีมิใช่วันสองวัน สุราดีมิใช่เดือนสองเดือน แต่แหกใช้เวลานานถึงสิบปีถึงจะมีรสขมตามด้วยหวานขณะกลิ้งอยู่ในปาก อยากให้ฟางเยว่สมหวังเร็วหน่อย จ้วนหลิวลงทุนลงแรงไปมาก สั่งคนงานสร้างโรงหมักสุราสามวันสามคืนไม่หลับนอน โรงเก็บสุราก็สร้างแยกไว้ต่างหากถัดกันไปเพียงหนึ่งจั้ง ตกดึกองค์ชายจ้วนหลิวจะไปที่โรงหมักสุราทุกวัน จากนั้นแผ่พลังวิเศษเร่งเวลาบ่ม เป็เช่นนี้สุราดีที่ต้องใช้เวลาผลิตสิบปี หนึ่งเดือนก็ได้ดื่มแล้ว
เื่เหลวไหลพันนี้ถูกเก็บเป็ความลับ ล่วงรู้ไม่กี่คน แน่นอนว่าจ้งเหว่ยเป็หนึ่งในนั้น ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุใด เลยเวลาเที่ยงคืนของวัน หลังจากองค์ชายแผ่พลังวิเศษจนเหนื่อย จ้งเหว่ยจะไปแผ่พลังต่ออย่างเงียบเชียบ และระมัดระวังตัวมิให้ผู้ใดรู้ บางทีการกระทำเช่นนี้ก็ตีความได้สองแง่สองง่าม คนไม่รู้ย่อมคิดว่าจ้งเหว่ยแอบทำเพื่อเทพธิดา แต่สำหรับฟงฝูนั้น กลับคิดว่าผู้เป็นายเปลืองแรงไปมาก เพื่อให้เซียนน้อยฟางเยว่ตายเร็วขึ้น >...<
ค้นคว้าตำราไปสักระยะหนึ่ง ก็ได้ล่วงรู้อีกว่า อันสาเหตุที่เขาและนางเชื่อมต่อกันถึงขั้นร่วมเป็ร่วมตายก็พอมีมูลอยู่บ้าง ตำราโบราณเล่มเก่ากล่าวไว้ว่า วิหคธาตุน้ำชโลมธาตุไฟ ส่วนธาตุลมขวางกั้น เช่นนั้นเขาสมควรถูกโฉลกมิใช่ปฏิปักษ์ ั้แ่าตำนานเล่าขาน ก่อนจะมีเทพ มาร มนุษย์ และเผ่าอื่นตามลำดับ ทุกสรรพสิ่งอยู่ร่วมกันไม่แบ่งเขต แต่แบ่งแยก ชั้นสูงสมสู่ชั้นสูง ชั้นต่ำสมสู่ชั้นต่ำ ตำนานจาลึกความรักลึกซึ้งไว้อีกว่า วิหคตัวหนึ่งฐานะเป็ถึงธิดาเ้าเวหา มารดาเป็เงือกที่จำแลงเป็หงส์ ส่วนชายคนรักของนางเป็เพียงกิเลนรับใช้ของบิดา ทั้งสองยินดีหนีตามกัน สุดท้ายถูกตามพบและต้องแยกจาก วิหคสาวไม่อาจปล่อยให้เป็เช่นนั้น ผนึกตนเองกับร่างหนึ่ง ทั้งสองร่วมเป็ร่วมตาย เนื้อหนังรวมไปถึงจิติญญาเชื่อมโยง ก่อนสิ้นอายุขัยตายไปพร้อมกัน ยังลั่นวาจาทำพันธะเื เกิดอีกชาติใดขอให้ได้กลับมาเชื่อมโยงกันอีก นั่นเป็เหตุผลที่เกล็ดกิเลนปกป้องนาง และเมื่อเกิดเวทย์สะท้อน ทั้งสองจึงเชื่อมต่อกันอีกครั้ง