PROLOGUE
.
.
เสียงเพลงบรรเลงแ่เบาเคล้าคลอบรรยากาศที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของความสุข ดอกไม้หายากหลากหลายสายพันธุ์หากแต่สวยงามถูกจัดไว้โดยรอบห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จัดตกแต่งด้วยผ้าผืนบางสีครีมสลับกับสีชมพูอ่อนถูกจับจีบประดับไว้บนเวทีและซุ้มถ่ายรูปหน้าประตูทางเข้า ผู้คนจำนวนไม่น้อยทยอยเดินเข้างานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเพื่อแสดงความยินดีกับคู่รักคู่ใหม่ เมื่อได้เวลาอันสมควรบ่าวสาวจึงเดินเข้ามาในงานโดยมีเด็กน้อยในชุดนางฟ้าสีขาวถือตะกร้าใบเล็กที่บรรจุกลีบกุหลาบแดงเอาไว้เดินนำมาพร้อมโปรยปรายกลีบดอกไม้ตามทางเดินเรียกเสียงปรบมือดังอื้ออึงทั่วห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่
“ยิ้มหน่อยสิ” เ้าสาวในชุดสีขาวเรียบหรูกัดฟันพูดกับคนข้างตัวก่อนจะแสร้งฉีกยิ้มแจกจ่ายให้กับคนในงาน
ชายหนุ่มข้างกายในนามของเ้าบ่าวเขาก็ควรทำตามอย่างที่เธอว่า มุมปากของเขาค่อยๆ ยกขึ้นทีละนิดเมื่อคิดว่านี่คือยิ้มหวานที่สุดของเขาแล้วจึงหันไปสบตากับหญิงสาวข้างกาย “พอใจไหมครับ”
“ดีมาก”
ทั้งสองเดินควงแขนกันขึ้นไปยังบนเวทีโดยมีพิธีกรหนุ่มยืนรออยู่ “เอาล่ะครับตอนนี้บ่าวสาวของเราก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้วเรามาฟังความรู้สึกของคนทั้งคู่กันหน่อยดีกว่าครับ เริ่มจากเ้าบ่าวก่อนเลยดีกว่าครับ”
ไมค์ลอยถูกยื่นมาตรงหน้า ชายหนุ่มมองมันก่อนจะเลื่อนสายตามองแเื่ในงานที่ตั้งหน้าตั้งตารอฟังเขารวมถึงเ้าสาวข้างกายของเขาด้วยเช่นกันที่รอฟังเขาอยู่ “ขอบคุณแขกทุกท่านมากครับที่มาร่วมยินดีกับเราสองคน ขอบคุณครับ”
“แค่นี้เองเหรอครับ” พิธีกรเอ่ยท้วง “ถ้าอย่างนั้นช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าทั้งคู่เจอกันได้ยังไง และใครเป็คนเริ่มจีบก่อนครับ ผมเชื่อว่าแขกในงานทุกท่านก็คงอยากรู้เหมือนผมใช่ไหมครับ”
“คือว่า” ชายหนุ่มมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นชัด
“พูดไปสิที่รักว่าเราเจอกันได้ยังไง” เ้าสาวขยับมายืนใกล้ชายหนุ่มก่อนจะกระซิบเสียงลอดไรฟัน
“ผมกับคุณดาวเราทำงานที่เดียวกันครับ เธอเป็ลูกสาวของผู้บริหารส่วนผมเป็แค่ผู้จัดการสาขา” ชายหนุ่มเว้นจังหวะในการพูดก่อนจะเอ่ยต่อ “แต่ผมก็…แอบชอบเธอครับ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องบางคนเอ่ยแซวบางคนส่งเสียงดังอย่างเขินอายแทนเ้าสาว “ผมจีบเธออยู่นานกว่าคุณดาวจะยอมตกลง ในที่สุดเราก็มีวันนี้”
“โอโห…ฟังแล้วคนโสดถึงกับตาร้อนเป็ไฟเลยนะครับ” พิธีกรคนเดิมเอ่ยแซวก่อนจะหันไปถามคนเป็เ้าสาวบ้าง “แล้วเ้าสาวล่ะครับประทับใจอะไรในตัวเ้าบ่าวของเรา”
หญิงสาวมองพิธีกรก่อนจะรับไมค์จากชายหนุ่มข้างกายมาถือแล้วปรายตามองเ้าบ่าวที่ยืนหน้านิ่ง “ประทับใจที่คุณภาสเป็คนรักเดียวใจเดียวค่ะ เขาจีบดาวมานานมากโดยไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลยถึงแม้ดาวจะเมินเขาอยู่ และก็มีผู้หญิงคนหนึ่งคอยมายุ่งกับเขาแต่คุณภาสก็ซื่อสัตย์กับดาวเขาแสดงให้เห็นว่ารักดาวมากดาวเลยตัดสินใจแล้วว่าจะขอใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับเขาค่ะ”
สิ้นเสียงพูดแขกในงานต่างพากันปรบมือและส่งเสียงแซวคนทั้งคู่ เ้าสาวมีท่าทีเขินอายผิดกับเ้าบ่าวที่มีสีหน้าเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ
“เอาล่ะครับผมว่านี่ก็ถึงเวลาที่สำคัญกันแล้วนะครับ เรียนเชิญบ่าวสาวทำการตัดเค้กแจกให้กับคนในงานกันดีกว่าครับ”
เมื่อพิธีกรพูดจบเ้าสาวก็มองเ้าบ่าวด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจนักที่เขายังยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน “พาฉันไปตัดเค้กสิ”
“ครับ” เ้าบ่าวเอ่ยรับก่อนจะยื่นแขนออกมาให้หญิงสาวจับแล้วพากันเดินไปยังกลางห้องจัดเลี้ยงที่มีเค้กหลายชั้นวางเอาไว้ที่ฐานเค้กถูกประดับด้วยดอกไม้สีสันสวยงาม
“หยิบมีดขึ้นมาสิ”
ชายหนุ่มทำตามที่หญิงสาวบอก เขาหยิบมีดด้ามยาวขึ้นมาโดยมีมือของหญิงสาวกอบกุมมือของเขาไว้อีกทีเมื่อปลายแหลมของมีดแตะลงบนเค้กชั้นบนสุดเสียงปรบมือก็ดังก้องในห้องจัดเลี้ยงหรู แต่ทว่า…
ปัง!!!
เสียงประตูเปิดออกอย่างดังจนทำให้คนในงานหันไปมองด้วยความใบ่าวสาวชะงักมีดที่กำลังตัดเค้ก ร่างที่ปรากฏหลังประตูที่ถูกเปิดออกเป็เงาดำเนื่องจากมีแสงไฟสปอตไลต์สาดส่องอยู่ด้านหลังเธอคนนั้นทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าคนมาใหม่เป็ใคร ทุกฝีก้าวที่เธอคนนั้นเดินเข้ามาคนในงานต่างลุ้นกันอย่างจดจ่อว่าเธอที่กล้าเข้ามาขัดพิธีคนนี้คือใคร
“มีความสุขกันจังเลยนะ” เสียงหวานแต่แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดและแข็งกร้าวของเธอทำเอาทั้งห้องจัดเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบ “มีความสุขกันซะจริง!”
“หมวย” เ้าบ่าวของงานพึมพำชื่อใครบางคนออกมาอย่างแ่เบา แต่นั่นมันก็ดังพอที่เ้าสาวข้างกายของเขาจะได้ยิน
“นังหมวย!” เ้าสาวของงานฉุนจัดที่ได้เห็นชัดๆ ว่าคนที่เข้ามาคือใคร “แกมาทำไม! ฉันไม่ได้เชิญ!”
เสียงฮือฮาเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเ้าสาวหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวในชุดเสื้อยืดซอมซ่อกางเกงยีนขาดลุ่ยผมเผ้าไม่เป็ทรงแถมใบหน้าของเธอยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเครื่องสำอาง
“ไม่ได้เชิญก็จะมาโว้ย!” คนมาใหม่ตวาดเสียงลั่นดวงตาของเธอมองอีกฝ่ายอย่างเอาเื่ “มาดูผีเน่ากับโลงผุ”
“อีหมวย!”
“หมวย” ชายหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งเ้าบ่าวรีบเข้ามาห้ามเธอกับเ้าสาวของเขา “กลับไปก่อนอย่ามาทำอะไรแบบนี้”
“เหอะ แกเป็ใครถึงมาสั่งฉัน” เสียงที่สั่นนั้นทำเอาชายหนุ่มหัวใจไหววูบ “แกไม่ได้เป็อะไรกับฉันสักหน่อย!!”
“รปภ. อยู่ไหนมาลากตัวนังผู้หญิงคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“ฉันไม่ออก!” หญิงสาวสะบัดมือของชายหนุ่มออกจากแขนก่อนจะเข้าไปจับแขนของเ้าสาว “ถ้าฉันออกมันจะไปสนุกอะไร!”
“อีนังหมวย! แกอยากจะลองดีกับฉันใช่ไหม!”
“ทำไม! กลัวแขกในงานเขาจะรู้เหรอว่าแย่งแฟนชาวบ้านเขาน่ะ!” เสียงซุบซิบดังขึ้นหลังหญิงสาวปริศนาพูดแบบนั้น สายตาแขกในงานมองมายังหญิงสาวทั้งสองคน “ฉันจะทำให้งานแต่งพวกแกเป็วันที่น่าจดจำไปตลอดชีวิต”
น้ำตาหนึ่งหยดร่วงลงมาบนแก้มก่อนเ้าตัวจะเช็ดออกลวกๆ แล้วปล่อยมือของหญิงสาวอีกคนจากนั้นเธอจึงเดินมุ่งหน้าไปยังเค้กหลายชั้นที่ตั้งตระหง่านกลางห้องจัดเลี้ยง “หมวยจะทำอะไร”
“อีหมวยแกจะทำอะไร!!”
“ทำให้งานแต่งพวกแกพินาศไง ฮ่าๆ” เมื่อะเิเสียงหัวเราะด้วยความสะใจจนเพียงพอแล้วหญิงสาวก็ไม่รอช้าผลักโต๊ะที่วางเค้กจนเค้กหลายชั้นพังลงมาเละไม่เป็ชิ้นบนพื้นพรมหรู จากนั้นเธอจึงเดินไปยังเวทีรื้อดอกไม้ที่จัดไว้อย่างสวยงามทิ้งกระจุยกระจายท่ามกลางสายตาของแขกในงานที่ยืนตกตะลึงกับความบ้าระห่ำของเธอ
“อีหมวยหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“รักกันมากใช่ไหม!” เธอไม่ฟังเสียงคำห้ามจากใครหน้าไหนทั้งนั้น ดวงตาแดงก่ำกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยให้มันไหลออกมาอย่างไม่อายใคร ขณะที่มือไม้ของเธอยังปัดป่ายทำลายข้าวของไปมาอย่างไม่ลดละจนคนในงานวิ่งวุ่นหลบจากวิถีการเขวี้ยงปาสิ่งของของเธอ
“คุณทำอะไรของคุณเนี่ย” เสียงเข้มดุขึ้นทำให้หญิงสาวหันไปมองแต่ก็ช้าไปเมื่อชายหนุ่มรวบมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วย่อตัวช้อนเธออุ้มขึ้นพาดบ่าท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้น
“ปล่อยฉันนะ! ปล่อยฉัน ฉันบอกให้ปล่อยไง ปล่อยสิ!”
“อีหมวยฉันจะฆ่าแก กรี๊ดดดดด”