ตอนที่ 17 โรงยาตระกูลถัง
ถังชิงหลวนกลับเข้าไปล้างมือในเรือน เปลี่ยนเสื้อเป็ชุดสำหรับใส่ออกไปข้างนอกแล้วรีบไปที่ประตูข้างทันที รถม้าจอดเทียบรออยู่ตรงนั้นแล้ว สาวใช้สูงวัยที่เป็ผู้มาแจ้งข่าวเมื่อครู่เห็นแล้วว่าสาวใช้ทั้งสองของคุณหนูใหญ่กำลังทำงานยุ่งข้างกายคุณหนูใหญ่ไม่มีใครติดตามไปสักคน เพราะอย่างนั้นจึงได้จัดหาสาวใช้มาอีกนางเพื่อให้ติดตามคุณหนูใหญ่ไปข้างนอกด้วย
ถังจื่อถิงก็รออยู่ตรงนั้นแล้ว เขาประคองน้องสาวขึ้นรถม้า ส่วนตัวเองเลือกที่จะไม่ขี่ม้าเองแต่ขึ้นไปนั่งข้างสารถี จากนั้นรถม้าก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากตรอกไป
“ท่านพี่ ปกติแล้วท่านอาสามจะไม่ออกตรวจข้างนอกแต่ประจำอยู่ที่โรงยาใช่หรือไม่”ถังชิงหลวนถาม
ถังจื่อถิงพยักหน้า “เป็เช่นนั้น ถ้าเทียบกับการออกตรวจท่านอาสามชอบที่จะตรวจรักษาผู้ป่วยอยู่ที่โรงยามากกว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่เชิญหมอไปตรวจที่บ้านจะเป็ตระกูลใหญ่ซึ่งมิได้ขาดแคลนหมอแต่คนซึ่งมาตรวจรักษาที่โรงยา ส่วนใหญ่จะเป็คนยากคนจน แต่ละวันมีไม่น้อยเลยถ้าหากไม่มีหมออยู่ ถึงจะแค่สองสามชั่วยามก็อาจทำให้คนป่วยต้องรอนานทีเดียว”
พูดจบก็นิ่งไปเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “ตอนนี้ผู้คนในเมืองหลวงต่างก็รู้ว่าท่านอาสามไม่รับรักษานอกสถานที่”
ถังชิงหลวนเอ่ยถาม “ชั้นสองของโรงยาเป็ที่ที่พวกท่านใช้ตรวจรักษาคนป่วยอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว ข้างในนั้นมีเตียงสำหรับคนป่วย มีการรักษาแบบฝังเข็มประคบร้อนให้ยาบรรเทาอาการปวดและอื่นๆ อีกมาก เดี๋ยวเ้าได้เห็นก็จะรู้เอง มันดีมากๆ เลยละ”ตอนพูดเื่นี้ใบหน้าของถังจื่อถิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เป็เพราะได้ยินมาว่าโรงยาของตระกูลถังครอบคลุมแทบทุกด้าน ทั้งยังมีเครื่องมือการรักษาครบครันถังชิงหลวนถึงได้อยากมาดู ไม่แน่ว่านางอาจช่วยเสนอความคิดเห็นอะไรได้บ้าง
คนที่เป็ผู้ช่วยให้กับท่านอาสามนอกจากถังจื่อถิงพี่ชายของนางแล้ว ยังมีถังจื่อเหวินบุตรชายของท่านอาสาม ซึ่งนับเป็ลูกผู้น้องอีกคนของนาง
ไม่นานรถม้าก็วิ่งมาถึงร้านบริเวณนี้เป็ย่านที่โรงยามารวมตัวกันเรียงยาวไปตามถนนโรงยาของตระกูลถังตั้งอยู่ในจุดดีที่สุดของมุมถนน
โรงยาตระกูลถังมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นแรกเป็ร้านขายยา ชั้นที่สองเป็ห้องสำหรับตรวจรักษาผู้ป่วยและชั้นที่สามเป็ส่วนของคนทำบัญชี ห้องทำงานเ้าของร้าน และเป็ที่เก็บยาหายาก
รถม้าหยุดลงที่หน้าประตู ถังชิงหลวนก้าวลงจากรถแล้วเดินตามถังจื่อถิงเข้าไป ด้านในโรงยามีคนจัดยาอยู่ไม่น้อยหลายคนยืนอยู่หลังตู้สินค้า ในมือถือตาชั่งขนาดเล็กเอาไว้ ท่าทางการชั่งน้ำหนักนั้นดูเชี่ยวชาญจากนั้นจึงเทตัวยาลงบนกระดาษที่ทำจากเยื่อไผ่ ห่อมัดด้วยเชือกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะส่งให้กับคนจัดยาต่อ
ถัดจากตู้สินค้าออกไปเป็แนวยาว ตรงนั้นเป็ที่สำหรับแบ่งยามียาบางชนิดที่ชิ้นใหญ่เกินไป ลูกจ้างที่เป็คนจัดยาต้องใช้ค้อนทองแดงทุบออกจากกัน
ชั้นที่หนึ่งไม่มีการตรวจรักษา เป็แค่ที่จัดยาเท่านั้น ดังนั้นถึงแม้จะมีคนอยู่มากแต่ก็ถือว่าเงียบสงบมีเพียงบางครั้งที่จะได้ยินเสียงคนถามถึงวิธีปรุงยาจากนั้นลูกจ้างก็จะเชิญพวกเขาขึ้นไปพูดคุยกับหมออย่างมีมารยาท
ถังจื่อถิงพาถังชิงหลวนขึ้นไปยังชั้นสอง ที่ชั้นสองนั้นเสียงดังจอแจทีเดียวห้องตรวจผู้ป่วยของถังเป่ยโจวอยู่ริมสุดและเป็ห้องใหญ่ที่สุดด้วย ตอนนี้ภายในห้องมีคนนั่งอยู่สามสี่คนด้านนอกก็ยังมีคนยืนรอกันอยู่อีกสี่ห้าคน
ชายชราอายุราวเจ็ดสิบแปดสิบปีกำลังนอนอยู่บนเตียง เขาร้องโอดโอยไม่หยุดข้างเตียงมีชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ด้วย
นี่เพิ่งจะเป็่เช้าเท่านั้น ถังจื่อถิงเองก็คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมามากมายเช่นนี้จึงรีบเดินเข้าไปด้วยความแปลกใจ
ถังเป่ยโจวนั่งอยู่ข้างเตียงกำลังตรวจชีพจรให้ชายชราผู้นั้นถังจื่อเหวินยังคงยืนอยู่ข้างเขาเช่นเดิม แต่พอหันกลับมาจะหยิบของสายตาก็เหลือบเห็นว่าถังชิงหลวนยืนอยู่ที่หน้าประตู เขาแปลกใจมากจนร้อง ‘เอ๋’ ออกมา แล้วรีบลุกขึ้นเดินมาหาด้วยรอยยิ้ม“ท่านพี่หญิง มาได้อย่างไรกัน”
ถังชิงหลวนตอบด้วยรอยยิ้ม “ตามท่านพี่มาน่ะ...กำลังยุ่งหรือให้ข้าช่วยไหม”
ท่าทางถังจื่อเหวินยังคงแปลกใจ “ไม่ยุ่งเลยขอรับ!”จากนั้นก็มองไปในห้อง แล้วเอ่ยขึ้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “คนกลุ่มนี้เป็ครอบครัวเดียวกันขอรับ คนที่ป่วยจริงๆคือท่านปู่ที่นอนอยู่บนเตียง ส่วนคนที่รออยู่นี้ล้วนแต่มาส่งท่านปู่หาหมอขอรับ”
ถังชิงหลวนถึงนึกขึ้นได้ จริงด้วยสิ ตอนฝึกงานอยู่ในโรงพยาบาลนางก็เคยมีประสบการณ์เหมือนตอนนี้เช่นกันลูกหลานชาวจีนให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ในครอบครัว แค่ใครคนหนึ่งไม่สบายก็มักจะยกกันมาทั้งบ้านทำให้ห้องตรวจผู้ป่วยในโรงพยาบาลแน่นไปหมด
ถังชิงหลวนจึงเอ่ยกับถังจื่อเหวิน “เช่นนั้นเ้าก็ไปทำงานเถอะเดี๋ยวข้าจะเดินดูรอบๆ เอง”
ถังจื่อเหวินพยักหน้าแล้วหมุนตัวกลับไปทำงานต่อทันที
ถังชิงหลวนเดินเข้าไปด้านใน ห้องด้านในทั้งสองห้องนี้คงเป็ห้องตรวจโรค เพียงแต่ในยุคสมัยนี้มีไม่น้อยที่ผู้ป่วยต้อง‘พักรักษาตัว’ ในโรงยาปกติการหามคนมาตรวจอาการก็ไม่ใช่เื่ที่จะเคลื่อนย้ายได้ง่ายอยู่แล้ว หรือถ้าหากคนในหมู่บ้านช่วยกันหามมาก็ต้องรอตรวจเพื่อหายามารักษาจึงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนสักวันสองวัน พอสามารถขยับเดินเหินได้แล้วจึงค่อยพากลับไปรักษาอาการต่อที่บ้าน
ตอนนี้ห้องทั้งสองนั้นว่างเปล่า ด้านในสุดมีห้องที่ดูสงบเงียบจัดไว้และยังมีโต๊ะเก้าอี้ต่างๆ อยู่ด้วย คงจะเป็ห้องที่ท่านอาสามใช้สำหรับพักผ่อนบางครั้งมีผู้ป่วยมากก็คงเหนื่อย เมื่อมีเวลาว่างได้นอนพักสักหน่อยก็ถือเป็เื่สำคัญเช่นกัน
ขณะที่ถังชิงหลวนกำลังเดินดูอยู่นั่นเองก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคนดังมาจากตรงบันไดมีหลายคนกำลังประคองชายวัยกลางซึ่งกำลังกุมท้องของตนเอาไว้และส่งเสียงร้องอย่างทรมานดูแล้วเหมือนว่าจะปวดมากทีเดียว
ถังจื่อเหวินและถังจื่อถิงเดินออกมานำคนผู้นั้นเข้าไปในห้องตรวจที่สองและเริ่มการตรวจทันทีถังชิงหลวนยืนมองอยู่ที่หน้าประตูครู่หนึ่ง ภายในห้องมีคนอยู่มากจนแน่นไปหมดได้ยินเสียงพี่ชายของนางกำลังถามไถ่อาการปวดและตำแหน่งที่ปวดของคนป่วยอย่างใจเย็น
สาวใช้สูงวัยเดินเข้ามาแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ “คุณหนูเ้าคะพวกเราไปหาที่ที่ผู้คนไม่พลุกพล่านเถิดเ้าค่ะ คนมากมายเช่นนี้อย่าเข้าไปเบียดด้วยเลยจะดีกว่า...”
ถังชิงหลวนพยักหน้า ขณะเดินลงมาจากชั้นสองจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะไปดูตู้เก็บยาสักหน่อยตอนนั้นเองมีชายสองคนสวมชุดคลุมยาวเดินเข้ามาในร้าน อายุน่าจะอยู่ในราวยี่สิบกว่าปีดูแล้วคงเป็คนรับใช้ของครอบครัวใหญ่ เขาเดินผ่านถังชิงหลวนตรงไปยังตู้สินค้าแล้วยื่นใบสั่งยาให้กับลูกจ้าง“เ้าลูกจ้าง จัดยาให้ข้าที”
ถังชิงหลวนมิได้สนใจ นางเข้าไปยืนด้านหน้าตู้ยาด้านในสุด ตู้ยานี้เป็ยาลูกกลอนที่ตระกูลถังเป็ผู้ปรุงขึ้นดูจากชื่อที่ติดเอาไว้หน้าตู้ก็รู้แล้ว นางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าตู้แล้วมองหายาจื่อจินติ้ง
อย่างไรเสียตระกูลถังก็เป็ตระกูลหมอขุนนาง แน่นอนว่าจะต้องมียาบางชนิดที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษถังซีโจวทำการค้าขายยา การศึกษาค้นคว้าและผลิตยาที่มีมาั้แ่สมัยบรรพบุรุษนั้นก็ถือว่าเป็เื่สำคัญสำหรับการค้าขาย
ขณะที่ถังชิงหลวนกำลังดูอยู่นั่นเอง จู่ๆ ก็ได้ยินคนส่งเสียงดังมาจากทางตู้สินค้า“ข้าบอกให้จัดก็ไปจัดมาสิ จะมัวพูดมากทำไมกัน!”
“ท่านลูกค้า ขออนุญาตสอบถามว่าใบสั่งยาชุดนี้เป็ของนายหญิงพวกท่านหรือขอรับ”ลูกจ้างถาม
ถังชิงหลวนเงยหน้าขึ้น จึงพบว่าเป็คนที่สวมชุดคลุมยาวสองคนที่เพิ่งเดินผ่านนางไปเพื่อซื้อยาเมื่อครู่ตอนนี้มีคนหนึ่งชี้นิ้วไปที่ลูกจ้างซึ่งยืนอยู่หลังตู้สินค้าแล้วตะคอกเสียงดัง “เ้าจะสนใจทำไมว่าของใคร รีบไปจัดยามาเดี๋ยวนี้!”
สีหน้าของลูกจ้างดูลำบากใจไม่น้อย “ท่านลูกค้าร้านเรามีกฎ หากว่าใบสั่งยามีรายชื่อยาต้องห้ามทางร้านจะต้องนำไปสอบถามท่านหมอที่ประจำอยู่ที่นี่เสียก่อนว่าจะจัดให้ได้หรือไม่ เช่นนี้โปรดรอสักครู่ข้าน้อยจะไปถาม...”
“ยาต้องห้ามอะไรกัน เ้าอย่ากล่าวเลอะเทอะหน่อยเลย! ใบสั่งยานี่มียาต้องห้ามเสียเมื่อไร มันก็เป็แค่ยาขับเืเท่านั้นเ้าจะพูดส่งเดชทำไมกัน เร็วเข้า!” อีกคนตาโตขึ้นทันทีเป็เพราะเขาจับตัวลูกจ้างที่อยู่หลังตู้สินค้าเอาไว้ไม่ทันจึงยันมือเอาไว้บนตู้เพื่อที่จะะโเข้าไป!
ถังชิงหลวนขมวดคิ้ว “ใบสั่งยาอะไรหรือ เอามาให้ข้าดูหน่อย”
แน่นอนว่าลูกจ้างรู้จักนาง คนที่ถือใบสั่งยาเอาไว้จึงรีบเข้ามาหาแล้วยื่นใบสั่งยาให้นางอีกทั้งยังกระซิบรายงาน “คุณหนูใหญ่ ใบสั่งยานี่ที่จริงแล้วมิได้เป็ยาต้องห้ามขอรับแต่แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็ใบสั่งยาที่สามารถทำแท้งได้ ทั้งหมดคือยาที่รุนแรงเช่นนี้ใครจะกล้าจัดยาให้ได้...”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83