ภายในห้องโถงรับรองของเซียวลู่เอิน คนสนิทของเขาตรวจสอบรอบๆ ทั้งบนหลังคาหน้าต่างด้านหลัง รอบๆ ตัวหอ หากไม่ใช่คนสนิทที่ตามมาจากบ้านตระกูลเซียวแล้วนั้น ทหารที่ค่ายจะเข้าหาต้องผ่านการบอกกล่าวลู่ฉีก่อน
ลู่เอินไม่้านำสาวใช้ที่บ้านติดสอยห้องตามมาด้วยเพราะเนื่องด้วยกลัวจะโดนคุกคามข่มขู่จนกลายเป็ไส้ศึกในที่สุด
“ที่นครหลวงเป็เช่นไร?”
องค์ชายจ้าวฮุ่ยซิ่วยกชาขึ้นมาเปิดฝาแล้วซดค่อยกล่าว
“เ้าหมายถึงวังหลวง?”
“.....”
“คนอะไร ไม่ถามถึงบ้านตัวเอง”
“ถ้าองค์ชายจะกรุณาแวะเวียนไปไถ่ถามดูแลให้ตอนกลับไปยังนครหลวง ก็คงบอกกล่าวออกมาเอง”
องค์ชายจ้าวฮุ่ยซิ่วยิ้มมุมปากค่อยกล่าว
“มารดาท่านสบายดี แต่บ้านที่ไม่มีท่านรู้สึกจะครึกครื้นกว่าเยอะ”
เซียวลู่เอินหรี่ตามองจ้าวฮุ่ยซิ่ว
จ้าวฮุ่ยซิ่วกล่าวต่อ
“ข้าล้อเล่นหรอกน่า ...พอดีข้าไป่งานประดับโคม มันเลยดูครึกครื้น....งั้นข้าเข้าเื่เลยนะ”
“ควรเข้าตั้งนานแล้ว”
“องค์ชายใหญ่เสนอแผนการขุดคลองเพื่อการเดินทางขนส่งสินค้า”
“ขุดคลอง?”
“มิอาจไม่ใช่”
“ขุดยาวเพียงใด?”
“ฮวงโหทอดยาวไล่ั้แ่เจปัก ฮวนกวนเชื่อมยาวไปถึงเทียนซุ่ยที่หลงเส จะขุดคลองเชื่อมต่อทอดลงไปยังฮั่นซุ่ยและแม่น้ำสายอื่นที่ขนานอยู่ตอนลาง”
“นี่นับว่าเื่ใหญ่รัชทายาทคิดการณ์พวกนี้ได้อย่างไร?..คงไม่พ้นเฉินเซียวแนะนำ”
“เป็อำมาตย์เฉิน ..เ้าเห็นอย่างไรกับแผนงานขุดลอกคูคลองที่ยิ่งใหญ่นี้?”
“ประการแรกหากให้มองประโยชน์ รัชทายาทกับเฉินเซียวคงกล่าวถึงการเชื่อมขนานคลองกับแม้น้ำสายหลักเพื่อการเดินเรือขนส่งสินค้าและการเดินทาง แม้จะลงเงินลงแรงมากทั้งยังใช้เวลา แต่หากทำได้ ถึงจะขัดทางเดินเท้าด้วยม้าด้วยวัว เพราะจะคอยมีแต่ลำคลองยาวขวางระเกะระกะ แต่ก็ทำให้การเดินทัพทำได้ยากด้วย”
จ้าวฮุ่ยซิ่วพยักหน้ากล่าวขึ้น
“ดังนั้นการยกทัพก่อฏก็จะทำได้ยากาจะดำเนินลำบาก แม้มีคลองให้คนทัพเรือ แต่คลองหาใช่แม่น้ำ ยากจะขนกองทัพให้เคลื่อนพลได้สะดวกนัก”
“เมื่อเสนอสิ่งเหล่านี้ฝ่าาย่อมเห็นชอบอยู่บ้าง?”
“นับว่าอยู่บ้าง แต่หากมีขุนนางอื่นคัดค้านกัน เ้าพอจะเดาได้มั้ยว่าค้านเื่ใด?”
“ไม่พ้นข้อแม้ที่กล่าวมาตอนแรก งบฯ ประมาณและการเกณฑ์แรงงานชาวบ้าน”
“มิอาจไม่ใช่ ...ดังนั้นขุนนางที่พากันคิดค้านจึงเอาจุดนี้มาเล่น เพราะการระดมเกณฑ์ชาวบ้านให้มาขุดกันด้วยความยากลำบากนั้นทำให้อาจเกิดการต่อต้านได้”
“เพราะราชสำนักแม้ฟื้นจากามานับสิบปีปลายๆแต่ผลกระทบจากการรบต่อเนื่องทำให้ยังไม่ฟื้นดี ผู้คนล้มตายไปมาก พืชไร่ขาดชายฉกรรจ์คอยทำ ทุกวันนี้มีแต่คนแก่กับเด็กและผู้หญิงต้องมาช่วยกันเสียส่วนมาก ผลผลิตไม่ได้ตามที่้า ข้าวของทยอยแพงแทบจะแพงเท่าเนื้อสัตว์ อย่าว่าแต่สินค้าชนิดอื่น ถังไม้ ผ้า บานประตู หลังคา แม้ผลิตกันออกมาขาย ผู้คนก็ไม่มีเงินจับจ่ายกันนัก ยังดีที่ 4-5 ปีหลังๆ นี้ค่อยลืมตาอ้าปากได้บ้าง”
“เ้าก็คิดเหมือนข้า ลู่เอิน ..แล้วถ้าเกณฑ์คนมาขุดลอกคูคลองที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการขุด ต่อให้มีเงินจ้าง แต่แรงงานการเกษตรก็จะหายไปอีกมาก ราคาพืชผักจะอยู่ที่เท่าไหร่”
“การที่เสนอแบบนี้ หากฝ่าาทรงอนุญาต มีหวังก่อนที่จะขุดเสร็จ เมืองน้อยเมืองใหญ่ต้องมีคนนำกันออกมารบราต่อต้านแน่ ถึงตอนนั้นก็อาจเข้าถึงยุคาอีกครั้ง”
“ไม่พ้นประชาชนเดือดร้อนซ้ำซาก”
“ดังนั้นกำจัดเขาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”
“ลู่เอิน เ้าหมายถึงเสด็จพี่ของข้าหรือเฉินเซียว?”
“ทั้งสอง ... หากแต่ต้องกำจัดอำมาตย์เฒ่าก่อน ขาดมันไหนเลยฮุ่ยเจินจะมีปัญญาก่อการอะไร แผนของมันจะสำเร็จก็มีคุณต่อมัน สามารถผลักดันฮุ่ยเจินให้มีผลงานยากที่จะหลุดจากตำแหน่งรัชทายาท หากไม่สำเร็จจนเกิดฏน้อยใหญ่ ราชสำนักระส่ำระสาย ไม่พ้นพวกมันคอยตักตวงยามราชสำนักอ่อนแอ”
“ข้าควรปรึกษาพี่รองและน้องเจ็ดมั้ย?”
“ฮุ่ยิกับ ฮุ่ยหวง ... ก็ไม่เลวถ้าจะให้พวกเขามาร่วม แต่หลังจาะกำจัดฮุ่ยเจิน พวกเขาทั้งคู่พร้อมจะฉกกัดเราได้ทันที”
“ข้าไม่ได้ทำเพื่อชิงบัลลังก์กับพวกเขา ข้าทำเพื่อราษฎรไม่ให้ต้องทนทุกข์กับเภทภัยต่างๆ อีก”
เซียวลู่เอินหรี่ตาด้วยแววตาอันอบอุ่นกล่าว
“ดังนั้นข้าจึงช่วยท่านสุดความสามารถ”
ทั้งคู่ััถึงการเคลื่อนไหนมาจากอีกทาง กล่าวเบาๆ พร้อมกัน
“มีคน?!”
คนผู้นึ้เดินมาถึงหน้าห้องโถงรับแขกที่เปิดประตูคุยเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
“คุณชายคะ ข้าได้ขิงมาหน่อยนึงจากตลาด ข้าจะชงน้ำขิงให้ท่านนะ.....อ๊า....องค์ชายลามกยังไม่ไปอีก?”
ทั้งคู่ถอนหายใจมองหน้ากัน
รอบๆนี้จัดการเฝ้าเวรยามด้วยคนของบ้านตระกูลเซียวโดยเฉพาะอย่างดี เพื่อกันคนนอกเข้ามา แต่มิคาดกลับลืมคนในที่ย้ายมาอยู่ใหม่อย่างหนิงเอ๋อ
ลู่เอินถาม
“เซี่ยวเอ๋อ...ทำไมยังไม่นอน?”
“ข้าไม่ง่วงนี่ พอเจ็บแผลท่านก็ไม่ให้ข้าทำงานอีก ข้าก็ไม่เหนื่อย”
ฮุ่ยซิ่วกลับเข้าด้านมักมากราคะ
“เซี่ยวเอ๋อ เ้ามานั่งที่ตักข้า รับรองว่านอกจากไม่ต้องลำบากต้มน้ำขิงแล้ว ข้าจะป้อนเหล้าให้เ้าด้วย”
หนิงเอ๋อรีบตวาดใส่
“ยี้~ องค์ชายบ้ากาม โดยจับย้ายมาที่นี่คงเพราะทำตัวแบบนี้ที่นครหลวงแน่”
“ลู่เอิน สาวใช้เ้า... ข้าไถ่ตัวได้มั้ย? นางถูกใจข้ามาก”
ลู่เอินตอบทันที
“ไม่”
“นี่จะไม่คิดสักหน่อยก่อนตอบเลยเหรอ?”
“ไม่”
“หวงจริงๆนะ นางปรนนิบัติเ้าดีมากๆ แน่”
“ไม่”
“ที่ว่าไม่เนี่ย หมายถึง ไม่หวง หรือ ปรนนิบัติไม่ดี ....หื้ม??”
ลู่เอินถอนหายใจ
“เซี่ยวเอ๋อ”
“คะคุณชาย”
“ไปต้มน้ำขิง เอามาถ้วยเดียวพอ”
“ค่ะ”
ฮุ่ยซิ่วถาม
“อ้าว...แล้วของข้าล่ะ?”
“เ้ามีชากานี้แล้ว ข้ายกให้ทั้งกา”
“เ้าหน้าตาย เป็เ้าบ้านที่แย่เหมือนเคย ....แต่ข้าอยากได้น้ำขิงบ้างนี่”
หนิงเอ๋อเอียงคอบิดกายไปมาเล็กน้อยยิ้มเย้ย
“ข้าได้ขิงมาน้อยชิ้น ต้มแล้วคงได้ถ้วยเดียวหากแบ่งทำสองถ้วยจะเจือจาง ไม่ทราบว่าวันนี้จะมีแขก เลยไม่ได้ตระเตรียมทำเผื่อ ขอองค์ชายห้าอภัย”
จากนั้นวิ่งไปทางครัว
ฮุ่ยซิ่วยิ้มมองนางจากไป ก้นสะโพกอวบอัดเอวคอย อดไม่ได้ที่จะเหลียวมอง
เซียวลู่เอินกล่าว
“คืนนี้คุยกันเท่านี้พอ อ้อ ...จวนเ้าเมืองจะจัดงานเลี้ยงให้เ้าวันพรุ่งหรือมะรืน?”
“มะรืน แต่ไม่จัดที่จวนเพราะมีซ่อมแซมก่อสร้างอาตาร พรุ่งนี้น่าจะมีหนังสือเชิญเ้าไปร่วมงานที่หอใหญ่ของหอเหมยกุย”
“อืม....”
“ข้ากลับก่อนล่ะ”
...................
“คุณชายน้ำขิงค่ะ”
“เอามาวางตรงนี้”
แกร่ก
“เหนื่อยมั้ย?”
“ไม่ค่ะว่าแต่ องค์ชายบ้ากามกลับแล้วเหรอ?”
“กลับแล้วแล้วก็เลิกเรียกเขาว่าองค์ชายบ้ากามได้แล้ว ถ้าเป็ข้างนอกล่ะก็ เ้าโดนทางการลากไปโบยแล้วรู้มั้ย”
“ค่า..ข้าทราบแล้วค่า”