หลังหยวนฟงจากไปแล้ว ถังหลี่ก็หันมามองหยวนอิงด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะยกมือขึ้นตบหลังเบาๆ อย่างปลอบโยน
หยวนอิงซึ่งพยายามอดกลั้นก่อนหน้านี้ก็หลั่งน้ำตาออกมาเป็สายจากความคับแค้นใจ
“พวกเขาสังหารท่านตาข้าอย่างโหดร้าย และเหยียดหยามเหล่าพี่หญิงก่อนจะสังหารพวกเขา” หยวนอิงเอ่ยเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“ต้องมีสักวันที่พวกเขาจะต้องชดใช้อย่างสาสม ยามนี้เ้าต้องหักห้ามใจ ปรับสภาพจิตใจให้มั่นคง หาไม่เ้าอาจตกหลุมพรางพวกเขาได้”
“ท่านหมายความเช่นไร”
ถังหลี่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยตอบ “หยวนฟงวางแผนจัดฉากให้เ้าลงไม้ลงมือกับเขา เพื่อกล่าวโทษว่าเ้า้าสังหารเขา อีกทั้งได้จัดเตรียมพยานและกำลังคนไว้พร้อมพรัก ขอเพียงเ้าลงมือ เ้าก็จะตกลงสู่แผนการของพวกเขาโดยไม่อาจหลุดพ้น หยวนอิง ข้ารู้ว่าเ้าเศร้าใจ ทุกข์ใจ คับแค้นใจเพียงไร แต่่เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการแก้แค้น ข้าสัญญา ว่าวันหนึ่งข้างหน้าข้าจะทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ได้ตายดี” ถังหลี่ยกมือเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าขาวเนียนก่อนจะส่งสายตาที่ดูจริงจังประหนึ่งถ้อยคำสัญญาส่งไปให้
หยวนอิงหลังจากได้ฟังคำพูดของถังหลี่ในที่สุดก็เริ่มสงบลง จิตใจกลับมามั่นคงอีกครั้ง
“ข้าเกือบทำทุกอย่างพัง หากท่านมาไม่ทันเวลา ข้าคงตกหลุมพรางพวกเขา ขอบคุณมากพี่หลี่” หยวนอิงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อจากพิษสุรา
ถังหลี่เฝ้ามองใบหน้างดงามนั้น ก่อนจะกลืนน้ำลายและเสมองไปทิศทางอื่น
“นี่ก็ได้เวลาแเื่เริ่มเดินทางกลับกันแล้ว ข้าจะพาเ้าปลีกตัวออกไปพักผ่อนให้สร่างเมาก่อน หากกลับไปสภาพนี้ไม่ดีแน่”
หยวนอิงครุ่งคิดก่อนจะพยักหน้ารับเห็นด้วย
“เช่นนั้นไปพักตำหนักข้าก่อน” ไม่รอให้กล่าวสิ่งใด ถังหลี่ก็เข้าพยุงอีกฝ่ายกลับตำหนัก
คราแรกหยวนอิงจะกล่าวแย้งว่า คงไม่เหมาะสม หาที่พักใกล้ๆ ให้เขาก็พอ แต่เมื่อมองดูท่าทีกระตือรือร้นของถังหลี่ ก็ทำใจปฏิเสธไม่ลง ทำได้เพียงก้าวเดินเคียงคู่กันไป ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงตำหนักองค์ชายห้า
ถังหลี่ประคองหยวนอิงเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะนำเ้าตัวนั่งลงตรงเก้าอี้โต๊ะน้ำชา
“ดื่มชาก่อน จะได้ช่วยให้เ้าสร่างเมา”
“ข้าไม่อยากสร่างเมาค่ำคืนนี้ข้าอยากจะเมามายเพื่อลืมเลือนทุกสิ่ง ขอสุราให้ข้า”
ถังหลี่จ้องมองหยวนอิงครู่หนึ่ง จึงพยักหน้ารับ เรียกข้ารับใช้ให้ไปจัดเตรียมสุราชั้นดีมาให้ ครู่หนึ่งสุราก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย จากนั้นถังหลี่ก็ไล่ข้ารับใช้ทั้งหมดออกไป เหลือเพียงพวกเขาสองคนในห้อง
เมื่อสุราถูกวางลงบนโต๊ะ หยวนอิงไม่รอช้าจับกาสุรารินลงจอก ยกขึ้นดื่มจอกแล้วจอกเล่าจนเมามาย แทบมิอาจครองสติได้อีกต่อไป
“พี่หลี่ข้าจะพยายามทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะขยันฝึกยุทธ์” หยวนอิงเอื้อนเอ่ยด้วยดวงหน้าขึ้นสีแดงกุหลาบ ดวงตาโตดุจกวางคู่นั้นแวววาวท่ามกลางแสงไฟ ดูยั่วยวนชวนคนลุ่มหลง
“อา ใช่ ข้ามีเื่จะถามท่าน” หยวนอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้
ถามสิ่งใด
“ข้าไปสอบถามน้องเล็กมาแล้ว วิธีฝึกฝนลับที่จะทำให้พลังปราณเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว แต่ข้าฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจนัก ท่านอ่านตำรามามากมาย ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าการฝึกฝนแบบใด ที่ต้องนอนด้วยกัน ผ่านค่ำคืนไปด้วยกัน อีกทั้งต้องครวญครางใต้ร่างอีกฝ่าย” เมื่อกล่าวจบหยวนอิงก็จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ
“เ้าอยากฝึกหรือ” ถังหลี่เมื่อได้ยินคำถามจากปากหยวนอิงก็อดยกยิ้มเ้าเล่ห์ไม่ได้
หยวนอิงรีบพยักหน้าหงึกหงัก “ท่านรู้วิธีฝึกใช่หรือไม่” เขากล่าวถามด้วยความตื่นเต้น แม้น้ำเสียงจะฟังดูอ้อแอ้จากความมึนเมาก็ตาม
“ข้าย่อมรู้ แต่การฝึกฝนนี้ต้องทำกันสองคน”
“เช่นนั้นท่านมาฝึกกับข้าได้หรือไม่” หยวนอิงเอ่ยตอบใบหน้าเผยความคาดหวัง
“ย่อมได้ ข้ายินดีฝึกกับเ้า เพียงแต่ว่า….” ถังหลี่แกล้งกล่าวด้วยน้ำเสียงแลดูลำบากใจ
“เพียงแต่ว่าสิ่งใด” หยวนอิงเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว
“เราสองต้องกล่าวคำสาบานร่วมกันว่าจะเคียงคู่กันตลอดไปไม่มีวันพรากจาก เ้าต้องคิดใคร่ครวญให้ดี หากเ้าตกลงแล้วจะไม่มีทางหวนกลับ” ถังหลี่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่ว่าจะทำสิ่งใดร่วมกับท่านข้าย่อมเชื่อใจท่านเสมอ อีกอย่างข้าเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็อ๋องก็ย่อมต้องอยู่ช่วยงานเคียงข้างท่านอยู่แล้ว ดังนั้นข้าพร้อมกล่าวคำสาบานร่วมกับท่าน” หยวนอิงเอ่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน
“ในเมื่อเป็เช่นนั้น เ้าอยากฝึกฝนเมื่อใด”
“คืนนี้เลยเป็อย่างไร ข้าไม่อยากรอ ได้หรือไม่” หยวนอิงกล่าวพลางส่งสายตาอ้อนวอนไปให้
ถังหลี่ยกยิ้ม ส่งสายตาเปี่ยมด้วยความรักกลับไปให้เช่นกัน ก่อนจะกล่าวตอบ
“ย่อมได้ ตามเ้าปรารถนา”
หยวนอิงไม่อาจเข้าใจความหมายของสายตาคู่นั้นได้ เขารู้สึกเพียงว่ายามได้สบประสาน ใจเขานั้นสั่นระรัวอย่างไม่อาจห้าม