เขายังคงซ่อนตัวอยู่ในโกดังร้างเก่าๆชานเมือง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังแม้จะรู้ว่าทุกย่างก้าวอาจถูกจับตามอง แต่เขาก็ต้องทำ
"การเผชิญหน้ากับเ้าเมืองโดยตรงในตอนนี้ไม่ใช่เื่ฉลาด"หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง "ข้าต้องหาหลักฐานให้ได้มากกว่านี้เพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของพวกมัน!"
หลี่เฟิ่งเริ่มวางแผนอย่างเป็ระบบเขาตระหนักดีว่าการจะโค่นล้มผู้มีอำนาจที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรลับอย่างพันธมิตรไร้เงาไม่ใช่แค่ใช้กำลัง แต่ต้องใช้ สติปัญญา และ ไหวพริบ
เป้าหมายแรกของเขาคือการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เ้าเมือง และ เถ้าแก่หวัง รวมถึงเครือข่ายของพันธมิตรไร้เงาในเมืองหลงเหลียง
เขาสลับไปมาตามสถานที่ต่างๆในเมือง ไม่ว่าจะเป็โรงน้ำชา ตลาดสด หรือแม้แต่โรงบ่อนพนันของเถ้าแก่หวังเขาพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คนทั่วไปแต่ั์ตาของเขากลับสอดส่องทุกความผิดปกติ ทุกบทสนทนาที่แว่วเข้ามาในหูถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด
หลี่เฟิ่งใช้ทักษะการแอบฟังที่พัฒนาขึ้นจากการฝึกฝนกับ ไป๋เฟิง เขาหลบซ่อนตัวอยู่ตามมุมตึกหรือหลังแผงลอยของพ่อค้า แอบฟังบทสนทนาของผู้คนเกี่ยวกับเ้าเมืองและเถ้าแก่หวัง
วันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินผ่านโรงน้ำชาที่ดูเก่าแก่แห่งหนึ่งเขาได้ยินเสียงชายสองคนกำลังกระซิบกระซาบกัน
"ได้ข่าวว่า ท่านซู ผู้ช่วยเ้าเมืองคนก่อนหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายเดือนก่อน" ชายคนหนึ่งกล่าว
"อืม...ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน" อีกคนตอบ"แต่เ้าเมืองคนปัจจุบันดูเหมือนจะไม่สนใจใยดีเลยสักนิด"
"บางที...ท่านซูอาจจะไปรู้ความลับอะไรบางอย่างเข้าก็เป็ได้"
บทสนทนานั้นทำให้หลี่เฟิ่งสนใจเป็พิเศษเขาจดจำชื่อ "ท่านซู" เอาไว้และเริ่มสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับชายผู้นี้
เขาใช้เวลาหลายวันในการค้นหาข่าวลือและเื่ราวเกี่ยวกับท่านซูและในที่สุด เขาก็ได้ยินเื่ราวที่น่าสนใจจากหญิงชราคนหนึ่งที่นั่งขายผักในตลาด
"ท่านซูเป็คนดีนักนะ"หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย"ท่านเคยพยายามจะเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของเ้าเมืองแต่แล้วท่านก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... น่าสงสารยิ่งนัก"
หลี่เฟิ่งเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวเขาคาดเดาว่าท่านซูอาจจะค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างเ้าเมืองกับพันธมิตรไร้เงาและถูกกำจัดไปแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ท่านซูอาจจะทิ้ง หลักฐาน บางอย่างเอาไว้
หลี่เฟิ่งตัดสินใจว่าเขาจะต้องบุกเข้าไปในจวนเ้าเมืองอีกครั้งเพื่อค้นหาหลักฐานเกี่ยวกับท่านซู และความเชื่อมโยงของเ้าเมืองกับพันธมิตรไร้เงา
เขาใช้เวลาใน่กลางวันในการสำรวจจวนเ้าเมืองอย่างละเอียดเขาเดินวนรอบกำแพงจวน พยายามมองหาจุดอ่อนหรือช่องทางที่จะสามารถลอบเข้าไปได้โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น เขาสังเกตการเปลี่ยนเวรยามของทหารและรูปแบบการลาดตระเวน
ในที่สุดเขาก็พบจุดอ่อนที่น่าสนใจ นั่นคือ ห้องเก็บเอกสารลับ ที่อยู่ชั้นใต้ดินของจวนเ้าเมืองห้องนั้นมีหน้าต่างบานเล็กๆ ที่อยู่ระดับพื้นดินและดูเหมือนจะมีการเฝ้ายามที่ไม่เข้มงวดเท่าจุดอื่นๆ
เมื่อถึงยามค่ำคืนที่ท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงจันทร์และดวงดาว หลี่เฟิ่งก็เริ่มปฏิบัติการ "แผนการของหงส์น้อย"
เขาสวมชุดสีดำสนิทเพื่อพรางตัวให้กลมกลืนกับความมืดมิด เขาสอด มีดสั้นปริศนาไว้ในอกเสื้อพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า
หลี่เฟิ่งเคลื่อนไหวราวกับเงาเขาใช้ วิชาตัวเบา ะโข้ามกำแพงจวนเ้าเมืองไปอย่างเงียบเชียบราวกับนกฮูกที่ร่อนลงมาอย่างนุ่มนวลเขาหลบหลีกสายตาของทหารยามที่ลาดตระเวนอย่างคล่องแคล่วอาศัยความมืดและมุมอับเป็ที่กำบัง
เขาเคลื่อนตัวไปตามทางเดินที่เงียบสงัดของจวนเ้าเมืองตรงไปยังบริเวณห้องเก็บเอกสารลับที่เขาสำรวจไว้
เมื่อมาถึงหน้าต่างห้องเก็บเอกสารหลี่เฟิ่งก็พบว่ามันถูกปิดตายด้วยไม้กระดานและกุญแจเก่าๆเขาใช้มีดสั้นปริศนาของเขางัดแงะกุญแจออกอย่างระมัดระวังและใช้ปลายมีดสั้นที่แข็งแกร่งงัดไม้กระดานออกอย่างช้าๆเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
"แกร๊ก!"
เสียงไม้กระดานหลุดออกดังขึ้นเล็กน้อยหลี่เฟิ่งหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เงี่ยหูฟังเสียงรอบข้าง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
เขาค่อยๆเล็ดลอดเข้าไปในห้องเก็บเอกสารลับ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้องนั้นมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆเข้ามาได้เพียงเลือนราง
หลี่เฟิ่งจุดไฟจากที่จุดไฟที่พกมาแล้วเริ่มค้นหาเอกสารต่างๆ ที่กองสุมกันอยู่บนชั้นวางไม้เก่าๆเขารู้ดีว่าเวลาของเขามีจำกัด
เขารื้อค้นไปตามเอกสารเก่าๆอย่างรวดเร็ว เอกสารส่วนใหญ่เป็เอกสารราชการทั่วไปที่ไม่มีอะไรน่าสนใจแต่แล้วสายตาของเขาก็พลันจับจ้องไปที่ หีบไม้ขนาดเล็ก ใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังกองเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดหีบไม้นั้นมีรอยแกะสลักรูป ดอกบัวสีดำ ที่คุ้นตาซึ่งเป็สัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏบนชุดคลุมของกลุ่มคนชุดดำที่ทำลายหมู่บ้านของเขา!
หัวใจของหลี่เฟิ่งเต้นระรัวเขาพยายามเปิดหีบไม้นั้น แต่ก็พบว่ามันถูกล็อคด้วยกุญแจขนาดเล็กหลี่เฟิ่งใช้ปลายมีดสั้นของเขางัดเข้าไปในรูกุญแจอย่างชำนาญ เขาค่อยๆบิดปลายมีดสั้นอย่างระมัดระวัง
"แกร๊ก!"
เสียงกุญแจที่หีบไม้ดังขึ้นพร้อมกับฝาหีบที่เปิดออก ภายในหีบไม้มีเอกสารม้วนหนึ่งที่ถูกมัดด้วยเชือกสีดำหลี่เฟิ่งรีบหยิบเอกสารม้วนนั้นออกมา แล้วคลี่ออกดู
เอกสารนั้นทำจากกระดาษที่คุณภาพดีกว่าเอกสารอื่นๆตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกสีดำนั้นบรรจงและคมชัดสิ่งที่เขียนอยู่บนเอกสารทำให้เืในกายของหลี่เฟิ่งพลันเย็นเฉียบ
มันคือ รายชื่อของพ่อค้าผู้มีอิทธิพล และขุนนางท้องถิ่น ที่ให้การสนับสนุน"พันธมิตรไร้เงา" ทั่วแผ่นดิน!และในรายชื่อนั้น ชื่อของ เ้าเมืองหลงเหลียง และ เถ้าแก่หวัง ก็ปรากฏอยู่ด้วย
นอกจากนี้ยังมีแผนผังคร่าวๆ ของเครือข่ายพันธมิตรไร้เงาในเมืองหลงเหลียง และที่สำคัญที่สุดคือ ตราประทับรูปดวงตาเดียว ที่ปรากฏบนชุดคลุมของนักฆ่าที่ทำลายหมู่บ้านหลินเจียง!
"นี่มัน...หลักฐานชิ้นสำคัญ!" หลี่เฟิ่งอุทานด้วยความตื่นเต้น
เขากำลังจะเก็บเอกสารนั้นไว้ในอกเสื้อแต่แล้วสายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็น แผ่นหนังเล็กๆแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เอกสารม้วนนั้นแผ่นหนังนั้นมีลายมือที่ดูคุ้นตา
มันคือลายมือของ ท่านซู ผู้ช่วยเ้าเมืองคนก่อน!
หลี่เฟิ่งรีบคลี่แผ่นหนังออกอ่านใจความในแผ่นหนังนั้นเขียนว่า:
"ข้า ซูหยาง ผู้ช่วยเ้าเมืองขอเขียนบันทึกนี้ไว้เผื่อในอนาคตจะมีผู้ใดมาพบเจอข้าได้ค้นพบความลับอันน่าสะพรึงกลัวว่า เ้าเมืองซ่ง ผู้นี้ เป็คนของ พันธมิตรไร้เงา และมีแผนการที่จะใช้เมืองหลงเหลียงเป็ฐานที่มั่นในการก่อฏข้าได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ ไว้มากมาย แต่เกรงว่าเวลาของข้าจะเหลือน้อยเต็มทีหากผู้ใดพบเห็นบันทึกนี้ขอจงนำหลักฐานเหล่านี้ไปเปิดโปงความชั่วร้ายของพวกมันให้ประจักษ์แก่โลก และตามหา วิชาลับ ของตระกูลข้าที่ซ่อนอยู่ในห้องสมุดลับของจวนเพื่อใช้ต่อกรกับพวกมัน... ข้าหวังว่าความจริงจะปรากฏในสักวันหนึ่ง"
หลี่เฟิ่งกำแผ่นหนังแน่นหัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกัน ทั้งความตื่นเต้น ความโกรธแค้นและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ต้องแบกรับ
"วิชาลับ...ห้องสมุดลับ..." หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง
ในจังหวะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านนอกห้องทหารยามกำลังลาดตระเวนใกล้เข้ามาแล้ว
หลี่เฟิ่งรีบยัดเอกสารและแผ่นหนังเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างรวดเร็วเขารู้ดีว่าเขาไม่มีเวลาที่จะค้นหาห้องสมุดลับในตอนนี้เขาต้องรีบหนีออกจากที่นี่ก่อน
เขาใช้ มีดสั้นปริศนา งัดหน้าต่างออกอย่างรวดเร็วแล้วะโออกไปจากห้องเก็บเอกสารอย่างเงียบเชียบราวกับนกฮูกที่บินออกไปในยามค่ำคืน
เขาหลบหนีออกจากจวนเ้าเมืองได้อย่างปลอดภัยและมุ่งหน้ากลับไปยังโกดังร้างที่เขาพักอยู่
เมื่อกลับมาถึงโกดังร้างหลี่เฟิ่งก็คลี่เอกสารและแผ่นหนังออกมาดูอีกครั้ง แสงไฟจากกองไฟเล็กๆที่เขาก่อขึ้น ส่องสว่างไปยังลายมือของท่านซูและรายชื่อของคนชั่วที่ปรากฏอยู่บนเอกสาร
"หลักฐานพวกนี้...จะต้องเปิดโปงความจริงได้แน่!" หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขารู้ดีว่าการได้หลักฐานเหล่านี้มายิ่งทำให้เขาเป็อันตรายมากขึ้น เ้าเมืองและพันธมิตรไร้เงาจะไม่มีทางปล่อยให้เขาไปได้ง่ายๆ
หลี่เฟิ่งนั่งวางแผนอย่างละเอียดเขาวาดแผนผังของจวนเ้าเมือง และจุดที่เขาพบห้องเก็บเอกสารลับเขาเริ่มคิดถึงวิธีที่จะนำหลักฐานเหล่านี้ไปเปิดโปงให้ผู้คนได้รับรู้และวิธีที่จะต่อกรกับเ้าเมืองและเหล่าสมุนของพันธมิตรไร้เงา
"ข้าต้องแข็งแกร่งกว่านี้..."หลี่เฟิ่งพึมพำ "ก่อนที่จะเปิดโปงความจริง ข้าต้องไปตามหา วิชาลับ ที่ท่านซูทิ้งไว้เสียก่อน"
ความเฉลียวฉลาดของหลี่เฟิ่ง ถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่ในการวางแผนครั้งนี้เขาสามารถรวบรวมข้อมูล ค้นหาหลักฐาน และวางแผนการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ได้อย่างรอบคอบแม้จะยังเป็เพียงเด็กหนุ่ม แต่เขาก็มีสติปัญญาและความกล้าหาญที่ไม่ธรรมดา
หงส์น้อย ตัวนี้กำลังจะกางปีกออกและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพายุอันรุนแรงที่รออยู่เบื้องหน้า
หลี่เฟิ่ง จะต้องหาทางเข้าสู่ห้องสมุดลับในจวนเ้าเมืองอีกครั้งเพื่อค้นหาวิชาลับที่จะช่วยให้เขาสามารถต่อกรกับอำนาจมืดของ พันธมิตรไร้เงา และนำพาความยุติธรรมกลับคืนสู่เมืองหลงเหลียง
การผจญภัยของ หลี่เฟิ่ง กำลังจะก้าวเข้าสู่บทที่เข้มข้นที่สุดแล้วการเผชิญหน้าที่แท้จริงกำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า และเขาจะทำให้ มีดสั้นปริศนา ของเขาส่องประกายความจริงให้ประจักษ์แก่โลก...