ตอนที่สิบเก้า เดิมพันกับไอ้ขาม
อันที่จริงนี่ก็แค่ไม่ให้พ่อกำนันเปลี่ยนใจเท่านั้นเอง“เสียหน้า” คือสิ่งที่ผูกพันสังคมเข้าด้วยกัน
แบบเดียวกับที่เสือหากยิ่งใหญ่มากพอแล้ว
ต้องแสดงฝีมือโดยการปล้นจวนผู้ว่าหรือกำนันผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง
หากให้มองมุกแบบกิลด์นักผจญภัยคือหากเราล่าพวกก็อบลินอะไรมามากพอแล้วจากการปล้นชาวบ้านตาดำดำเราก็ต้องไปฆ่าับ้างโดยการปล้นจวนผู้ว่า
แน่นอน การปล้นจวนผู้ว่าหรือบ้านกำนันชื่อดังมีข้อเสียคือหากปล้นสำเร็จ
ทางการจะส่งสุดยอดมือปราบที่มีวิทยาอาคมมาจัดการเสือพวกนี้นั่นเอง
คล้ายกับเกมส์นักเลงแนว GTA ที่ตอนแรกความอันตรายของเรายังน้อยอาจส่งมาแค่ตำรวจธรรมดาหากเราอาละวาดมาก พวกซีไอเอและเฮลิคอปเตอร์ รถถังจะออกมากันเต็มที่เพื่อตามจับเรา
“และข้าจะเดิมพันกับไอ้ขามหากไอ้ขามแพ้ ต้องมาเป็ลูกน้องทำหน้าที่เฝ้าไร่ให้ข้า หากข้าแพ้ข้าจะยอมให้เงินไอ้ขามสิบหมื่น”
ไอ้เจิดประกาศและคิดในใจว่า หากชนะก็ได้ไอ้ขามที่เก่งกาจปืนพกกระบอกเดียวก็จัดการได้ทั้งชุมโจรมาช่วยป้องกันไร่ของพ่อกำนัน
ส่วนถ้าผมแพ้ไอ้ขามก็จะได้สิบหมื่นไปแต่งงานกับนงพะงาให้มันสิ้นเื่สิ้นราว
ไอ้ขามกลับกล่าวว่า
“ข้าไม่เอาอะไรเลย แค่เอ็งยอมรับว่าเปรียบเชิงมวยแพ้ข้าก็พอแล้ว”
นั่นไอ้ขามผู้ถือศักดืศรีและคุณธรรมบ้านนาไม่ชอบเอาเปรียบใครหรือหาผลประโยชน์จากใครนั่นเอง
ผมผิดหวังในใจทั้งที่จะคิดว่าต่อให้ผมแพ้จะได้ตัดดราม่าของไอ้ขามไปให้บ้านนาสงบสุข
แต่คนดีมีคุณธรรมมันไม่มองอย่างนั้นนั่นเอง
เอาเถอะผมก็นับถือไอ้ขามในข้อนี้ที่เลือกรักษาความดี แต่ความดีมันนำมาซึ่งผลที่เราอาจจะคาดไม่ถึงนั่นล่ะ
“ตกลงถ้าเอ็ง้าอย่างนั้นหากเดือนสิบสองข้าเปรียบเชิงมวยไม่ชนะเอ็ง ข้าจะยอมรับว่าเชิงมวยของข้าสู้เอ็งไม่ได้”
สิ้นเสียงการประกาศของไอ้เขิด
ชาวบ้านก็เชียร์กันลั่น
เพื่อจะได้ดูการเปรียบมวยในงานเดือนสิบสองนี้
งานมวยและลิเก เทศกาลต่างๆนั้นคือแหล่งบันเทิงของชาวบ้านแบบเดียวกับที่ชาวบ้านจะดีใจกันมากในงานศพ
ที่คุยสัพเพเหระกันมากกว่าที่จะโศกเศร้า
เป็ไม่กี่เทศกาลที่จะมีข้ออ้างตั้งวงไฮโลเวลาเฝ้าศพและเ้าอาวาสเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และแบ่งเงินให้ตำรวจเล็กน้อยเป็ค่าน้ำร้อนน้ำชา
ชาวบ้านก็สามารถเขย่าไฮโลเฝ้าศพกันได้จนถึงเช้า
แต่การชกมวยนั้นต่างออกไปไม่มีอะไรผิดศีลธรรมคนชมได้มหาศาลต่างกับไฮโลและยังสามารถเดิมพันกันได้อีกสำหรับพวกสายชอบการพนัน
ทำให้ชาวบ้านเฮฮากันอย่างเต็มที่เพราะคิดว่าจะมีเื่สนุกให้ดูในงานเดือนสิบสองนี้แน่นอน
ยุคสมัยที่ไม่มีเกมส์กาชะหรือโอนลี่แฟนความจริงแล้วเราหาแหล่งบันเทิงกันในทุกอย่างเท่าที่หาได้นั่นล่ะ
ผมแปลกใจมากกว่าที่เขียนให้หนุ่มนักเรียนอังกฤษไม่รู้จักซ่องทั้งที่ถนนแถวลอนดอนนั้นขึ้นชื่อเื่นี้มาั้แ่ครั้งาอาจจะย้อนไปถึงกษัตริย์อาเธอร์เลยด้วยซ้ำในเื่ซ่องและนางโลมต่างๆเ่าั้
นอกจากเื่ไอ้ขามที่หากมองในภาพรวมเป็แค่เื่เล็กน้อย
สำหรับผมนงพะงาแต่งงานกับใครก็ช่างศีรษะมารดามันเถอะ
ในนิยายปัญหามันไม่ใช่เื่ของความสามารถแต่เป็เื่ของความรู้สึกแบบเดียวกับที่ตัวร้ายหลงใครหัวปักหัวปำสร้างตำนานความโรแมนติกต่างๆ
สำหรับผม เราต้องแก้ปัญหาผีฟ้า ผีปอบกระสือ เสือสมิง ั์ นิทรานครเมืองลับแล พญานาคเทวี พญาคชสารไพรวัลย์ฯลฯ
เสียก่อนผมถึงจะสามารถทำใจให้สงบได้ในการสนใจเื่ของความรัก
เดี๋ยวก่อน!!!
หากผมเกิดหลงรักใครขึ้นมา แสดงว่าผมอาจจะโดนยาเสน่ห์ก็ได้นี่หว่าที่จับเอาเส้นผมของผมไปผูกไว้กับตุ๊กตาและซ่อนไว้ใต้เตียงเพื่อแสดงว่าผุ้ชายคนนั้นโดนยาเสน่ห์
นี่คือโลกที่ชวนสงสัยว่า
เมื่อวิชาเสน่ห์มีจริงและครอบงำใจคนได้อย่างนั้น
ทำไมเราถึงหัวเราะเยาะศาสตราจารย์มู้ดดี้ที่ดื่มน้ำจากกระติกของตนเองและอาหารที่ตรวจสอบพิษแล้วว่าเป็คนขี้ระแวงมากเกินไป?
ทั้งที่มันควรจะเป็เื่ที่เราควรจะกระทำอยู่แล้วหากโลกนั้นมีวิชาเสน่ห์อยู่จริงๆ?
“เดือนสิบสองพวกเรามาเปรียบมวยกัน”
ผมประกาศลั่นต่อคนที่มาดูโทรภาพ
เท่านี้ผมน่าจะหาข้ออ้างปาอาจารย์คงหรือคนที่มีวิทยาการต่อสู้ได้แล้ว