เวลา 10:00 น. ปลาหวานนั่งแท็กซี่ออกจากอพาร์ทเม้นท์ตรงไปยังโรงพยาบาลเพื่อไปรับหัวหน้าของปลาทู ทันที่ที่มาถึงโรงพยาบาลปลาหวานก็ตรงไปยังห้องพิเศษ 306 ตามที่ปลาทูบอก ก่อกๆๆ
"เชิญครับ"
"สวัสดีครับ พอดีว่าพี่ปลาทูติดงานด่วน ก็เลยให้ผมมารับแทน……..พี่วิน!!!"
"หวาน!!..มาอยู่ที่นี่ได้ไง" ปลาหวานใมากที่เห็นว่าหัวหน้างานของปลาทูก็คือวินแฟนเก่าของเขานั่นเอง ปลาหวานทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นหน้าวินเขาพยายามจะเปิดประตูออกจากห้องไปแต่วินวิ่งเข้ามาชาร์จตัวไว้ได้ทัน
"เดี๋ยว!!.จะไปไหน จะทิ้งพี่ไปอีกแล้วใช่ไหม?"
"พี่วินปล่อย…หวานเจ็บ"
"ทำไมต้องหนีพี่ด้วย หายไปไหนมาพี่ตามหาแทบจะทั่วเชียงใหม่ก็ไม่เจอ"
"เื่มันยาว พี่วินปล่อย.."
"ยาวแค่ไหนพี่ก็จะฟัง เล่ามา!"
"หวานไม่จำเป็ต้องเล่าอะไรพี่ฟังอีกแล้ว เราจบกันแล้ว ปล่อย..หวานจะกลับบ้าน!"
"พี่ไม่ให้กลับ!!"
"พี่วินปล่อย!!" ฉ่ะ เพล้ง!!
"โอ้ย!!" ด้วยความที่วินยังไม่หายดี เมื่อปลาหวานผลักโดนแผลวินก็เซล้มทันที ปลาหวานใช้จังหวะนั้นรีบวิ่งหนีออกจากโรงพยาบาลไป จนถึงตอนนี้วินก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมปลาหวานต้องหนีเขาไปแบบนั้นด้วย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พวกเขารักกันมาก วินไม่รอช้าเขารีบคลานไปที่เตียงหยิบมือถือขึ้นมาโทรสั่งลูกน้องให้ออกตามหาปลาหวานทั่วกรุงเทพฯ ในขณะที่ตอนนี้ปลาหวานนั้นวิ่งไปหลบอยู่หลังห้องน้ำโรงพยาบาล ภาพเก่าๆที่พวกเขาเคยรักกัน เคยอยู่ด้วยกันมันแทรกเข้ามาในหัวของปลาหวานทำให้เขาไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
"ทำไม..ทำไมต้องเป็พี่..ทำไมเราถึงต้องมาเจอกันอีก!!" ปลาหวานทรุดตัวลงนั่งร้องไห้คนเดียวอยู่แบบนั้นพักใหญ่ๆจนกระทั่งเรียกสติกลับมาได้ เขาจึงรีบกลับไม่ต้องหรอกที่อพาร์ทเม้นท์เพราะคืนนี้เขาจะต้องเตรียมตัวไปทำงานที่ผับแล้ว ทางด้านวินก็ออกจากครุ่นคิดอยู่ในใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ปลาหวานหนีเขาไป ในตอนนั้นเองลูกน้องของวินก็มารับเขากลับบ้านพอดี ในระหว่างทางที่จะกลับบ้านวินก็ได้โทรหาปลาทู เเต่ในตอนนั้นปลาทูกำลังติดประชุมอยู่จึงไม่ได้รับสาย
"ว่ายังไงสรุปงบประมาณ 50% ของการจัดซื้อมันใช้ไปกับอะไรบ้าง คุณสุภพช่วยแจกแจงเป็เอกสารมาให้ผมดูหน่อยนะครับ"
"เดี๋ยวผมให้เลขาผมจัดการให้"
"ช่วยเร่งหน่อยนะครับ เพราะผมอยากได้วันนี้"
"นี่คุณจะบ้ารึเปล่า…สรุปงบประมาณจัดซื้อในแต่ละปีให้เสร็จภายในวันนี้เนี่ยนะ!!!"
"ปกติแล้วงบประมาณในทุกๆเดือนจะต้องมีการสรุปตอนสิ้นเดือนอยู่แล้ว มันก็ไม่ยากอะไรถ้าคุณจะเก็บรวบรวมมาภายในวันนี้ อีกอย่างปีนึงมีแค่ 12 เดือน มันคงไม่ได้ใช้เวลานานขนาดนั้นหรอกมั้งครับ"
"............."
"เื่นี้ผ่าน ส่วนเื่ต่อไปเป็งบประมาณที่ใช้ในการซ่อมแซมฝ่ายอาคารของตัวโรงแรม คือผมมีโอกาสได้ไปเดินดูตามห้องพักต่างๆของโรงแรมรู้สึกว่าวัสดุอุปกรณ์บางห้องที่ชั่งนำมาเปลี่ยนเป็วัสดุราคาถูกไม่ได้มาตรฐานของโรงแรม 5 ดาวแต่งบประมาณในการเบิกมากกว่าสิ่งที่ควรจะเป็ คุณคิดว่ายังไงครับคุณเสน่ห์"
"งบประมาณทางด้านนี้คุณเสกสรรค์เป็คนให้เบิกครับเพราะฉะนั้นผมมีหน้าที่เบิกอย่างเดียว"
"ถ้าหน้าที่คุณคือเบิกอย่างเดียว ผมก็ไม่ต้องจ้างคนอื่นละมั้งคับ เพราะคุณเสกสรรค์ก็คงเบิกเองได้"
"ผมหมายถึงว่าคุณเสกสรรเป็คนทำตัวเลขมาและผมก็เป็คนจัดการเบิกให้ครับ"
"เื่นั้นผมเข้าใจครับ แต่คุณไม่แปลกใจในตัวเลขที่เขาให้มาบ้างหรอครับหรือว่าคุณเองก็มีส่วนได้ส่วนเสียในตัวเลขนั้นก็เลยหลับหูหลับตาเซ็นเบิกไป!"
"นี่คุณ ผมทำงานอยู่นี่มาเป็ 10 ปี พูดอะไรให้เกียรติกันด้วยนะ คุณเพิ่งเข้ามาบริหารงานไม่นานจะไปรู้อะไร!"
"ถึงผมจะเข้ามาบริหารไม่นานแต่ผมก็รู้ว่างบดุลที่ใช้ในแต่ละด้านมันไม่สมดุลกัน งบประมาณส่วนใหญ่มันติดพ่วงไปกับการจัดซื้ออุปกรณ์ภายในโรงแรมซึ่งบางอย่างก็ไม่มีในโรงแรมด้วยซ้ำ แตกต่างจากสวัสดิการของพนักงานพวกเขาทำงานเหนื่อยกันทุกคน กาแฟสักซองยังไม่มีให้ชงเลย คุณคิดว่าผมควรจะปรับเปลี่ยนในส่วนไหนดีล่ะครับ" ทุกคนในห้องประชุมเงียบไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ หลายคนในห้องประชุมเริ่มไม่พอใจที่ไทเกอร์เข้ามาก้าวก่ายหน้าที่การงานของพวกเขาแต่นั่นก็เป็การรักษาผลประโยชน์ให้กับโรงแรมและพ่อของเขานั่นเอง
"ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจ มันคือการบริหารและช่วยผลักดันโรงแรมไปในทิศทางที่ดีไม่ใช่หาทางโกงหรือยักยอกมาเป็ผลประโยชน์ของตัวเอง หวังว่าทุกคนคงจะเข้าใจนะครับ…หลังจากนี้ผมจะลดเงินเดือนของผู้บริหารลงมา 10% ทุกคนเพื่อเอามาเพิ่มเป็สวัสดิการและเซอร์วิสชาร์จให้กับพนักงานระดับล่าง มีใครติดปัญหาตรงไหนไหมครับ?"
"............"
"ถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้พูดในห้องประชุมนี้ให้หมด อย่าเอาไปพูดลับหลังเพราะถ้าผมได้ยินทีหลังละก็ ฮึ!"
"ผมว่าการลดเงินเดือน 10% ของผู้บริหารมันเป็ความคิดที่แย่นะครับ แบบนี้พวกผมจะพอกินพอใช้ยังไงกัน" กรรมการบริหารหลากหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยตกข้อเสนอแนะนี้พวกเขาเริ่มมีปากเสียงและข้อคัดค้านมากยิ่งขึ้น แต่นั่นไม่ได้เป็ปัญหาอะไรกับไทเกอร์เลย..เขายิ้มยกมุมปากก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างสง่า
"คุณอนันต์ฟังผมนะครับเท่าที่ผมทราบมาบอร์ดบริหารทุกท่านได้รับเงินเดือนรวมเซอร์วิสชาร์จต่ำๆคือ 50 k อัพ เเต่พนักงานได้รับเงินเดือนรวม service charge ไม่ถึง 15 k ซึ่งตอนนี้โรงแรมระดับ 5 ดาวมันไม่มีแบบนี้แล้วนะครับอย่างน้อยๆพนักงานจะต้องได้ 25 k ขึ้นไป การลดเงินเดือน 10% ของผู้บริหารมันก็เป็เงินเพียงน้อยนิดถ้าเทียบกับเงินเดือนที่คุณได้รับแล้วผมว่ามันแฟร์นะครับ ถ้าเทียบกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว ผมว่าพนักงานระดับล่างทำงานมากกว่าผู้บริหารบางคนด้วยซ้ำ!! หรือถ้าคุณอนันต์ไม่พอใจในข้อตกลงนี้ ผมก็ยินดีที่จะถอดคุณออกจากตำแหน่งผู้บริหารและหาคนใหม่มาทำงานแทนคุณ…แบบนั้นคือ50 k หายวั๊บไปกับตาเลยนะครับ"
"..............."
"มีใครสงสัยหรือติดปัญหาในด้านไหนบ้างครับ พูดมาได้เลยนะผมยินดีรับฟัง…แต่ถ้าจะพูดในสิ่งที่มันไม่เข้าหูก็ช่วยหุบปากไว้ด้วยนะครับ..เพราะมันน่ารำคาญ"
"................"เสียงฮือฮาเมื่อครู่ค่อยๆเงียบหายไปและกลายเป็ความเงียบสงัดแทน