เช้าวันรุ่งขึ้นป้ามุกเห็นข้อความด่วนในระบบแจ้งว่าให้ไปหาเจนจิราในห้องรับแขกชั้นลอยทันที ทำให้ป้ามุกกับลุงหมูแปลกใจเป็อย่างมากในขณะที่เจนจิรากับส้มกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขกส่วนพลอยกำลังยืนชงเครื่องดื่มในห้องครัวที่อยู่ติดกัน
“วันนี้กูชงน้ำมะนาวร้อนใส่น้ำผึ้งของชอบพวกมึงด้วย”
“พี่พลอยนี่เก่งทั้งอาหารคาว,อาหารหวาน พวกเครื่องดื่มก็ทำได้หมด...แถมทำแบบนานาชาติได้อีกต่างหากหนูว่าพี่ทำอร่อยกว่าพวกเชฟในโรงแรมอีกนะพี่”
ไม่นานนักป้ามุกเดินมาถึงห้องรับแขกที่ชั้นลอยด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อย“ป้ามาแล้วค่ะ...เห็นคุณหนูแจ้งข้อความเร่งด่วนป้าใมากค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ป้ามุก...หนูอยากให้ป้าเล่าเื่ั้แ่สมัยตั้งบริษัทใหม่ๆหน่อย เื่ที่ป้าเคยเล่าให้หนูฟังเมื่อก่อน เื่ที่บ้านเราไม่ถูกกับครอบครัวคุณชุติมากับคุณอาขจรด้วยแล้วก็ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนั้นค่ะ คราวนี้หนูขอละเอียดๆ เลยนะคะ”
“ป้าได้ยินแบบนี้ป้าดีใจมากเลยนะคะ แสดงว่าคุณหนูเริ่มสนใจที่จะไปทำงานกับนายท่านแล้วใช่ไหมคะ?ป้าดีใจที่สุดเลยที่คุณหนูถามเื่นี้”
คำพูดของป้ามุกทำให้3 สาวมีท่าทีชะงักเล็กน้อย ก่อนที่เจนต้องเออออตามน้ำไป “ค่ะๆๆๆคือหนูเริ่มสนใจงานที่บริษัทแล้วค่ะป้ามุก...คือหนูอยากให้ป้าเล่าอย่างละเอียดเท่าที่ป้ารู้มาเลยนะคะตอนนี้หนูอยากรู้ทุกอย่างแล้วค่ะ”
“สมัยก่อนนายใหญ่,เถ้าแก่ชุนกับคุณขจรเป็เพื่อนซี้กันมาั้แ่สมัยเรียนช่างแล้วค่ะตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งบริษัท ออกมารับเหมางานก่อสร้างเล็กๆ น้อยๆ...คุณขจรเป็คนที่หาลูกค้าเก่งมาก,เถ้าแก่ชุนเป็หัวหน้าเพราะเก่งเื่วางแผนส่วนนายใหญ่รับหน้าที่ติดต่อหาพวกแหล่งเงินกู้ เงินทุนต่างๆ มาหมุนเวียนรวมถึงติดต่อหาคนงานจากผู้รับเหมารายย่อยมารวมทีมกัน...ผ่านไปหลายปีก็เริ่มมีงานเยอะขึ้นคุณขจรเสนอให้ตั้งบริษัทขึ้นมาให้เถ้าแก่ชุนเป็ประธานบริษัทคนแรกพอเริ่มมีงานมากขึ้น บริษัทก็โตขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่”
“มีอะไรเหรอคะ?เื่ตรงนี้ป้ามุกไม่เคยเล่าให้หนูฟังเลยค่ะ” เจนถามต่อทันที
“ตอนนั้นลุงหมูไปขับรถให้นายใหญ่แล้วค่ะหลังจากที่บริษัทเริ่มโตขึ้นก็มาเจอปัญหามากหมาย เถ้าแก่ชุนเริ่มบริหารงานไม่ไหวเกิดปัญหาตามไซด์งานก่อสร้างหลายครั้งหลายหน ทำให้บริษัทขาดทุนหลายงานนายใหญ่มักจะบ่นให้ลุงหมูฟังอยู่บ่อยๆ จนต้องเรียกประชุมสุดท้ายเถ้าแก่ชุนต้องลงจากตำแหน่งเพราะว่าบริหารบริษัทต่อไม่ได้ ให้นายใหญ่ขึ้นเป็ประธานบริษัทแทน แล้วก็เปลี่ยนชื่อเป็บริษัทซีคอร์ปจนถึงทุกวันนี้ค่ะตอนนั้นเถ้าแก่ชุนถือหุ้นบริษัทซีคอร์ปมากที่สุด รองลงมาคือ นายใหญ่กับคุณขจรค่ะ”
“หลายปีต่อมาครอบครัวของเถ้าแก่ชุนเกิดปัญหาด้านการเงินขึ้น นายใหญ่เสนอเงินช่วยเหลือสมัยนั้น20 ล้านกว่าๆ ได้ค่ะ แต่เถ้าแก่ชุนไม่้าเงินก้อนนี้ฟรีๆ ก็เลยโอนหุ้นบริษัทซีคอร์ปส่วนหนึ่งเป็การแลกเปลี่ยนหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันไว้ทำให้นายใหญ่กลายเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่หลังจากนั้นไม่นานเถ้าแก่ชุนก็เสียชีวิตจากอาการป่วย”
“ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเถ้าแก่ชุนขายหุ้นส่วนหนึ่งมาให้นายใหญ่แล้วเมียของเถ้าแก่ชุนกับคุณชุติมาก็กล่าวหาว่า นายใหญ่โกงหุ้นไปนับั้แ่นั้นมาคุณชุติมาก็ไปเข้าพวกกับคุณขจร ทุกวันนี้ความเข้าใจของคุณชุติมาที่มีต่อครอบครัวเราเหลือเพียงแค่เราไปโกงหุ้นบริษัทจากครอบครัวของเธอ ทั้งๆ ที่ความเป็จริงเถ้าแก่ชุนขายหุ้นให้นายใหญ่...เดี๋ยวตรงนี้ป้าจะมาเล่าเพิ่ม”
“ซ้อหมวยโกรธนายใหญ่มากซ้อหมวยเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ก่อนตายเถ้าแก่ชุนขายหุ้นแล้ว...นายใหญ่พยายามอธิบายให้ฟังเท่าไรซ้อหมวยก็ไม่ฟัง หลังจากนั้นแค่ 2-3 เดือนซ้อหมวยก็ป่วยตาย...ข่าวสมัยนั้นออกข่าวทั้งทีวีกับขึ้นหน้าแรกของหนังสือพิมพ์เลยนะคะคุณหนู....จริงๆแล้วซ้อหมวยไม่ได้ป่วยตายค่ะ แต่เป็การฆ่าตัวตายเพราะโกรธแค้นนายใหญ่เื่ถูกโกงหุ้นจากครอบครัวที่สนิทกันก็แตกกันกลายเป็ศัตรูกันจนถึงตอนนี้คุณชุติมาโกรธแค้นนายใหญ่มากที่ทำให้ทั้งพ่อและแม่เธอต้องตายติดๆ กันเธอฝังใจกับเื่โกงหุ้นบริษัทเป็อย่างมากค่ะ”
“กลับมาเื่ของคุณขจร...ตอนที่เลือกประธานบริษัทคุณขจร้าเป็เหมือนกัน ทะเลาะกับนายใหญ่แรงมาก แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้นายใหญ่ขึ้นแต่เื่ก็ไม่จบแค่นั้น เพราะว่าเมียของคุณขจรเจ็บใจเื่นี้มากจนล้มป่วยเส้นเืในสมองแตกนอนป่วยอยู่ไม่นานแค่ 2-3 เดือนก็เสียชีวิตนี่เป็เื่ที่ทำให้คุณขจรแค้นนายใหญ่จนถึงทุกวันนี้เช่นกัน”
“โห...ตาย3 คนติดๆ กันเลยเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะคุณหนูปีเดียวตาย 3 คนเลยค่ะ...ตอนนั้นขัดแย้งกันหนักมากจนเกือบจะต้องปิดบริษัทด้วยซ้ำแต่ว่างานที่รับมามีสัญญาผูกพันหลายที่หลายปี ทำให้ปิดบริษัทไม่ได้มีการเคลียร์ใจกัน 2-3 ครั้ง แต่ก็ทำได้แค่ลดความบาดหมางลงได้ชั่วคราวไม่สนิทใจกันเหมือนสมัยก่อนแล้วค่ะ จนกระทั่งนายใหญ่ประกาศวางมือให้นายท่านเป็ประธานบริษัทต่อ แล้วก็ทำบริษัทมาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะคุณหนู”
“แล้ว่ที่พ่อเป็...มีความขัดแย้งกันอีกไหมคะ?”เจนตั้งคำถามด้วยความสงสัยทันที
“มีค่ะคุณหนู่แรกๆ คุณขจรกับคุณชุติมาพยายามล็อบบี้กลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระอย่าโหวตให้นายท่านแต่สุดท้ายนายท่านก็ได้ขึ้นค่ะ ความสัมพันธ์เก่าก่อนยังคงมีอยู่กับนายใหญ่ค่ะ ที่สำคัญกลุ่มผู้ถือหุ้นอิสระยังคงเชื่อมั่นในตระกูลเรามากกว่าค่ะ”
“แล้วทุกวันนี้ความขัดแย้งเื่นี้ยังแรงอยู่ไหมคะ?”
“คุณขจรยังคง้าเป็ประธานบริษัทเหมือนเดิมค่ะเวลาทำโปรเจ็กต์ที่มาจากสายงานของคุณขจรกับคุณชุติมานายท่านแทบจะเข้าไปยุ่งไม่ได้เลยค่ะบางครั้งคุณวินัยก็ต้องช่วยแย้งอยู่บ่อยครั้งเหมือนกันนายท่านมีคุณวินัยช่วยอยู่เพียงคนเดียว...ป้าดีใจมากเลยนะคะที่คุณหนูเริ่มสนใจงานที่บริษัทป้าอยากให้คุณหนูเข้าไปช่วยนายท่านเพิ่มอีกคนหนึ่ง”
เจนไม่ได้ตอบรับอะไรมากนักได้แต่ก้มหน้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก
“ไอ้เจน!ได้ยินแบบนี้กูว่ามึงต้องไปช่วยพ่อบ้างแล้วล่ะ...คุณอาวินัยเป็คนนอกยังช่วยพ่อขนาดนี้ แต่มึงเป็ลูกแท้ๆกลับไม่สนใจ กูว่ามึงก็ลดทิฐิกับพ่อบ้าง กูรู้ดีว่ามึงโกรธพ่อเื่แม่ แต่มึงก็ต้องเข้าใจด้วยว่าพ่อก็เสียใจเื่แม่ไม่น้อยไปกว่ามึงเหมือนกัน”พลอยพยายามพูดเสริมเตือนสติเจน
“กว่า10 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่นายหญิงจากไป คุณหนูลองคิดดูนะคะว่านายท่านยังหนุ่มแน่นมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย มีผู้หญิงพยายามเข้ามาในชีวิตนายท่านหลายครั้งหลายหนแต่นายท่านไม่เคยสนใจใครแม้แต่คนเดียว นายท่านรักเดียวกับนายหญิงมาโดยตลอดจนถึงตอนนี้...วันที่เสียนายหญิงไปนายท่านก็เสียใจไม่แพ้คุณหนูนะคะ สิ่งที่ยังคงเหนี่ยวรั้งชีวิตนายท่านไว้ได้ ก็ตัวคุณหนูแหละค่ะ”
“นายท่านอาจจะแสดงออกไม่เก่งพูดไม่เป็ ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ชีวิตนายท่านก็เหลือคุณหนูคนเดียวแล้วป้าอยากให้คุณหนูเข้าหานายท่าน เข้าใจนายท่านบ้างนายท่านไม่เคยโกรธหรือเกลียดคุณหนูนะคะ”
เจนไม่ได้พูดตอบโต้อะไรเอาแต่ก้มหน้าจนพลอยต้องโน้มตัวเข้าไปกอด“วันนี้พ่อมึงอยู่บ้านมึงก็ไปคุยกับแกบ้าง...นั่นพ่อมึงนะไม่ใช่คนอื่น ค่อยๆ เข้าหาแกมากขึ้นเรื่อยๆกูรู้ว่ามึงรักแม่มาก แต่กูอยากให้มึงแบ่งความรักจากแม่มาให้พ่อบ้างแล้วกูก็รู้ด้วยว่ามึงทำได้...มึงต้องรับปากกูแล้วล่ะ!”
ท่าทีของเจนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้พลอย,ส้มกับป้ามุกยิ้มออก “ก็ถือโอกาสนี้ขอพ่อไปฝึกงานด้วยเลยก็ได้พ่อ้าให้มึงไปอยู่ข้างๆ เขาบ้าง เทอมหน้าเทอมจบ เวลาเรียนไม่ค่อยมีแล้วน่าจะมีเวลาว่างมากขึ้น”
“มึงทั้ง2 คนไปทำกับกูด้วยนะ” คำตอบที่มากับน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดของเจนทำให้ทุกคนสีหน้าดีขึ้น
“เอ่อๆ...กูดีใจนะที่มึงคิดได้สักทีต่อไปมึงก็ดีกับพ่อให้มากๆ แล้วก็ไปหัดทำงานเล็กๆน้อยๆ ฝึกงานไปก่อนก็ได้ ค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ทำงานเป็”
“ขนาดคุณอาวินัยใช้เวลา10 ปีกว่าจะเก่ง โง่ๆ อย่างกูคง 20-30 ปีอย่างน้อย”
“เอ่อน่า...จะกี่ปีก็ช่างเถอะสำคัญตรงที่ให้มึงไปอยู่ข้างๆ พ่อก็พอแล้ว ส่วนปัญหาของเราค่อยๆ หาทางแก้กันอีกทีมึงเชื่อกูสิ กูเคยหลอกมึงไหม?”
เวลาล่วงเลยมาจน่กลางวันวรวิทย์นั่งรอเจนอยู่ในห้องอาหาร กำลังนั่งฟังป้ามุกเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อ่เช้านี้ให้ฟังด้วยความสนใจเป็อย่างมาก
“หลังจากที่เล่าให้ลูกเจนฟังแล้วมีท่าทียังงัยบ้าง?”วรวิทย์ตั้งคำถาม
“ป้าจำได้ว่าตอนที่เล่าให้ฟังครั้งที่แล้วท่าทางของคุณหนูก็สนใจบ้างไม่สนใจบ้าง แล้วก็รำคาญด้วยค่ะแต่ครั้งนี้คุณหนูเป็คนนัดให้ป้าเล่าใหม่เองเลยนะคะแล้วก็ให้คุณพลอยกับคุณส้มช่วยกันจำรายละเอียดด้วยค่ะนายท่าน”
“แล้วถามเื่งานที่บริษัทบ้างไหม?”
“คุณหนูไม่ได้ถามโดยตรงค่ะถามอ้อมๆ มากกว่า คุณหนูไม่มีประสบการณ์ในการทำงานก็เลยไม่รู้ว่าควรจะถามเื่อะไรดี”
“ผมแปลกใจตรงที่ทำไมอยู่ๆลูกเจนถึงสนใจงานที่บริษัท?”
“คุณพลอยพยายามเชียร์ให้คุณหนูมาอยู่ข้างๆนายท่านค่ะ บอกให้คุณหนูมาช่วยงานนายท่านที่บริษัท...ป้าคิดว่าตอนนี้คุณหนูคงอยากจะเข้าหานายท่านแล้วค่ะแต่คุณหนูไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดี ท่าทีของคุณหนูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ”
คำพูดของป้ามุกทำให้สีหน้าของวรวิทย์เต็มไปด้วยความปลื้มใจนี่คือสิ่งที่รอคอยเวลานี้มานานหลายปี “มุกรู้ไหมว่าผมรอเวลานี้มาตั้งกี่ปี กว่าลูกจะยอมรับผม”
“ป้าก็ดีใจค่ะนายท่านป้าอยากให้คุณหนูไปช่วยงาน คุณหนูจะได้ใกล้ชิดนายท่านให้มากกว่านี้”
“แล้วตอนนี้ลูกเจนผมไปไหนแล้ว?”
“คุณเจนไปส่งคุณพลอยกับคุณส้มั้แ่สายๆแล้วค่ะ เห็นบอกว่าไม่ได้ไปไหน ปกติไปแป๊บเดียวค่ะวันนี้โอกาสดีนายท่านชวนคุณหนูทานข้าวด้วยกันสิคะ”
“เจนมาเล่าเื่เพื่อนชายให้ฟังบ้างไหม?”
“ไม่เคยเลยค่ะคุณหนูมีเพื่อนสนิทแค่ 2 คนนี้เท่านั้นค่ะ บุคลิกของคุณหนูเป็คนเงียบๆเข้าหาคนน้อย คุยกันอยู่แค่ 3 คนในกลุ่ม...คุณพลอยเคยบอกว่า ถ้าคนไม่รู้จักคุณหนูส่วนใหญ่จะมองว่าคุณหนูหยิ่งค่ะ แต่เวลาคุณหนูอยู่ในห้องเรียน ก็คุยกับเพื่อนๆได้ตามปกติค่ะ เวลาทำงานกลุ่มก็เข้ากับเพื่อนๆ ได้ตามปกติค่ะ่นี้คุณหนูไม่ค่อยไปทำกิจกรรมที่ชมรมเท่าไร เห็นบอกว่าตอนนี้ต้องหางานติวเด็กเพิ่มหาเงินผ่อนรถก่อนค่ะ...โพสต์ล่าสุดของคุณหนู ก็ลดราคาคอร์สติวภาษาอังกฤษทางออนไลน์20% ค่ะ”
“อ้าว!ลูกเจนยังรับงานติวเด็กอยู่อีกเหรอ? ผมนึกว่าเลิกทำไปตั้งนานแล้วนะ”
“ยังทำอยู่ค่ะ...คุณหนูเคยบอกป้าหลายครั้งแล้วค่ะว่าถ้าไม่หางานทำก็ไม่มีเงินผ่อนรถค่ะ”
“ลูกเจนผ่อนรถมานานขนาดไหนแล้วเนีย?”
“3ปีกว่าแล้วค่ะ เริ่มผ่อนรถั้แ่อยู่ปี 1 ค่ะ คุณหนูเคยบอกว่าเหลือเวลาผ่อนอีกเกือบๆ2 ปี เดือนนี้เครียดเื่หาเงินผ่อนรถไม่ได้”
คำตอบของป้ามุกทำให้วรวิทย์อดอมยิ้มไม่ได้“จนถึงตอนนี้ลูกเจนยังไม่ได้ใช้เงินที่ผมฝากไว้ให้เลยเหรอ?”
“ไม่ได้ใช้เลยค่ะคุณหนูเปิดดูสมุดฝากครั้งเดียวแล้วก็วางไว้ในตู้เหมือนเดิม หลังจากครั้งนั้นคุณหนูไม่เคยถามถึงอีกเลย...ไม่เคยไปหยิบด้วยซ้ำค่ะ”
“อืมๆๆ มุก...นี่ฉันไม่ได้กินข้าวกับลูกนานขนาดไหนแล้วเนีย?”
“ครั้งล่าสุดก็ตอนคุณหนูเรียนปี2 ค่ะนายท่าน ...ตอนนี้คุณหนูเพิ่งขึ้นปี 4 ค่ะ”
“นี่ฉันไม่ได้กินข้าวกับลูกนานเป็ปีเลยเหรอ!!!.....”
“เจนกลับมาแล้วค่ะ”เสียงเจนดังออกมาจากลำโพงตัวหนึ่ง จอมอนิเตอร์แสดงให้เห็นว่าเธอกำลังเดินเข้ามาในบริเวณตัวบ้าน มุกไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่ประตูหน้าบ้านทันที
“นายท่านรอคุณหนูในห้องอาหารค่ะ”
คำพูดของป้ามุกทำให้เจนมีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัดท่าทีลังเลทำให้เจนเกิดอาการชะงักไม่กล้าก้าวขาจนทำให้ป้ามุกอดอมยิ้มไม่ได้“ไปหานายท่านเถอะค่ะคุณหนู...เมื่อเช้าป้าพูดเปิดทางไว้ให้แล้วค่ะนายท่านไม่มีอะไรหรอกนะคะ”
คำตอบของป้ามุกทำให้เจนอมยิ้มเล็กน้อยรู้สึกคลายกังวลเป็อย่างมาก“ค่ะ........ป้ามุก”
เจนเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะอาหารโดยมีป้ามุกเดินตามหลังไม่ห่างมากนัก ในจังหวะที่เจนกำลังนั่งป้ามุกเดินเข้ามาตักข้าวให้เจน
“ไม่เป็ไรมุกเดี๋ยวผมจัดการเอง...” วรวิทย์เอ่ยปาก
ป้ามุกพยักหน้ายิ้มตอบรับคำพูดวรวิทย์ถอยห่างออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พอไหมลูก?”
เจนพยักหน้าตอบรับ “ขอบคุณค่ะพ่อ”
พ่อลูกมีท่าทีอยากจะคุยกันแต่ก็ไม่มีใครเริ่มพูดก่อน แต่ละคนได้แต่ต่างคนต่างตักอาหารกินวรวิทย์เอื้อมไปตักน้ำแกงใส่จานของเจน
“มุกบอกพ่อว่าเมื่อเช้านี้ลูกถามถึงเื่ที่บริษัท...ลูกสนใจจะมาทำงานกับพ่อแล้วใช่ไหม?”
เจนไม่กล้าตอบรับเท่าใดนักได้แต่ก้มหน้าตอบรับ“ค่ะพ่อ...แต่หนู..หนู..หนู..ทำอะไรไม่เป็สักอย่างเลยนะคะ”
“ลูกเคยบอกพ่อว่าเรียนจบอยากเป็ไกด์ อยากพาคนไปเที่ยวต่างประเทศ...พ่อว่าลูกมาทำฝ่ายการตลาดต่างประเทศก็ดีนะลูกต้องเรียนรู้ขั้นตอนการทำงานต่างๆ เมื่อลูกทำงานเป็แล้วงานของฝ่ายนี้ไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย แม้ว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวเหมือนอาชีพไกด์แต่พ่อคิดว่าน่าจะเหมาะกับลูก”
“พ่อก็รู้นี่คะว่าหนูโง่ขนาดไหนหนูทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ให้หนูไปหัดชงกาแฟให้พี่ๆ ในออฟฟิศก่อนก็ได้นะคะ โง่ๆ อย่างหนูเดี๋ยวจะทำให้งานของพ่อเสียหายหมด...ให้หนูไปทำฝ่ายการตลาดพ่อไม่อายเหรอคะ?”
คำตอบของเจนทำให้วรวิทย์อมยิ้มทันที“ตอนนี้ลูกเรียนปี 4แล้วนะ...ถ้าวันเสาร์-อาทิตย์ไหนว่างๆ อยากหัดทำงานก็ไปที่ตึกแฝด เดี๋ยวพ่อจะฝากเื่ไว้ที่วินัยอยู่ที่ชั้น 79 อาคาร A พ่อไม่แน่ใจว่าตอนนี้ที่ฝ่ายการตลาดต่างประเทศจะมีงานอะไรให้ทำไปดูก่อนว่าทำงานจริงๆ เป็อย่างไร อีกอย่างคือปี 4 เทอมหน้าก็มีฝึกงานไม่ใช่เหรอ ลูกก็ทำเื่มาฝึกงานที่บริษัทแล้วก็ชวนพลอยกับส้มมาด้วยกัน 3 คนเลยก็ได้ ลูกจะได้มีเพื่อนทำงานด้วยกัน”
“ขอบคุณค่ะพ่อ”เจนยกมือไหว้ตอบรับด้วยท่าทีผ่อนคลายลงอย่างมาก
“พ่อถามเื่ส่วนตัวลูกได้ไหม?”
“เื่ส่วนตัว...เื่อะไรเหรอคะพ่อ?”
“ลูกของพ่อก็น่ารักแต่พ่อจำได้ว่า ลูกไม่เคยพาเพื่อนชายมาให้พ่อรู้จักเลย...ถ้าลูกมีเพื่อนชายลูกก็พามาให้พ่อรู้จักได้นะ พ่อไม่ได้ปิดกั้นเื่พวกนี้ ลูกโตแล้ว พ่อเชื่อมั่นว่าลูกพ่อประพฤติตัวดีและที่สำคัญลูกอยู่ในวัยที่สามารถดูแลตัวเองคบหากับเพื่อนชายได้”
“หนูไม่มีจริงๆค่ะพ่อ หนูไม่ได้โกหก...หนูมีแค่พลอยกับส้ม 2 คน หนูมีแค่นี้จริงๆ ค่ะ”เจนตอบด้วยน้ำเสียงเขินอายเล็กน้อย “ั้แ่หนูเกิดมาหนูไม่เคยมีแฟนเลยค่ะ”
“แล้วไม่มีใครเข้าหาลูกบ้างเลยเหรอ?...จะให้พ่อลองถามพรรคพวกเพื่อนฝูงไหม?”
“อย่าเลยค่ะพ่อ...ก็เคยมีเข้ามาคุย2-3 ครั้งแล้วก็หายไป นานแล้วค่ะ เป็แบบนี้เหมือนกันหมดเลยค่ะ หนูทำอาหารก็ไม่ได้ทำงานก็ไม่เป็ ผู้หญิงไม่เอาไหนอย่างหนูแถมโง่ด้วย ใครจะมาสนใจผู้หญิงแบบนี้คะ หนูยังไม่รู้เลยว่า ถ้าเรียนจบไปแล้ว หนูจะไปทำมาหากินอะไรดี”
“ลูกไม่ควรดูถูกตัวเองแบบนี้รู้ไหม?ลูกต้องมั่นใจตัวเองให้มากกว่านี้ พ่อรู้ดีว่าลูกพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองลูกไม่อยากอยู่ใต้เงาพ่อเป็ความคิดที่ดีแล้ว อยู่ใต้เงาไม้ใหญ่มันจะโตได้ยังงัยลูกต้องมีเงาไม้เป็ของตัวเอง วันนี้ไม่สำเร็จไม่เป็ไร แต่ลูกก็แสดงให้เห็นแล้วว่าลูกมีความพยายามที่จะทำอะไรก็ได้ที่เป็ของตัวเองไม่อยากพึ่งพ่อ...พ่อเชื่อมั่นว่าลูกของพ่อเป็คนเก่ง แค่ยังหาทางไม่เจอสักวันหนึ่งลูกต้องหาเส้นทางของตัวเองได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณค่ะพ่อ...หนูจะพยายามค่ะ”
“เห็นมุกบอกว่าลูกยังเป็ติวเตอร์อยู่เหรอ?”
“หนูยังทำอยู่ค่ะ”
“พ่อคิดว่าลูกไม่ต้องทำก็ได้แล้วมั๊ง...ลูกเอาเวลามาฝึกงานที่บริษัทดีกว่า”
“ฝึกงานก็อยากทำค่ะฝึกงานหนูขอเงินเดือนด้วยได้ไหมคะ?แต่ตอนนี้หนูต้องหาเงินมาผ่อนรถก่อนค่ะ ถ้าหนูไม่ทำแล้วหนูจะเอาเงินที่ไหนผ่อนรถล่ะคะ?เรทเงินเดือนหนูขอเป็แบบงานพาร์ทไทม์ก็ได้ค่ะหนูยังเรียนไม่จบขอแบบนักศึกษาไปฝึกงานค่ะ”
คำตอบของเจนทำให้วรวิทย์กับป้ามุกอดอมยิ้มไม่ได้“พรุ่งนี้พ่อว่างนะ ลูกมีเรียนไหมเราไปหาอะไรกินกันนอกบ้านดีกว่าไหม?...พ่อไม่ได้ไปกับลูกนานแล้ว”
เจนได้แต่พยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขไม่แพ้ป้ามุก
“โอเคเลยแต่งตัวให้สวยๆ...พรุ่งนี้พ่อจะไปเรียกที่ชั้นลอยเอง”
“พ่อสัญญากับหนูแล้วนะว่าจะพาหนูไปเที่ยว...”
เวลาล่วงเลยมาจนถึง่หัวค่ำเจนยังคงมองหาชุดในตู้เสื้อผ้าอย่างขะมักขะเม้นอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใสท่าทีลังเลเลือกแล้วเลือกอีกจนทำให้ป้ามุกอดอมยิ้มไม่ได้ “เป็ชุดที่น่ารักมากเลยนะคะ...ถ้าคุณหนูใส่ชุดนี้ป้าคิดว่านายท่านต้องชอบชุดนี้มากๆ เลยนะคะ”
“ป้ามุก...หนูไม่ได้ใส่ชุดพวกนี้นานมากละเลือกไม่ถูกเลย ตัวนี้ก็สวย ตัวนั้นก็เก๋”
“คุณหนูใส่แต่เสื้อยืดกับกระโปรงยีนส์ยาวๆแล้วก็ใส่ชุดนักศึกษาทั้งวัน ป้าดีใจที่สุดที่คุณหนูเริ่มมาสนใจตัวเองมากขึ้นป้าว่าทั้ง 2 ชุดนี้ ตัวไหนก็ได้ค่ะ สวยคนละแบบ...ป้าไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของคุณหนูมานานแล้วนะคะ”น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจใหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ป้ามุกเลือกให้หนูหน่อย!...ขอสวยที่สุดพรุ่งนี้หนูยกเลิกนัดพลอยกับส้มแล้ว หนูจะได้ไปเที่ยวกับพ่อแล้ว!!!!!!”
“ป้าว่าเอาเดรสยาวตัวนี้ดีกว่าคุณหนูใส่แล้วดูน่ารักดีค่ะ”
ณอาคารแฝดซีคอร์ปชั้นที่ 80 ฝั่งอาคารA เลขานุ่นกำลังนั่งสัปหงกอยู่หน้าห้องวรวิทย์ใกล้จะหลับเต็มทีอยู่ๆ ก็มีเสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากหน้าจอดังขึ้นมาทำให้นุ่นต้องสะดุ้งตื่นด้วยความใรีบหันไปมองหน้าจอทันที เห็นแถบแจ้งเตือนสีแดงตัวอักษรสีขาวแสดงให้เห็นถึงงานเร่งด่วนอย่างมาก
“11:57 PM -Information : คุณวรวิทย์แจ้งว่า้าใช้ห้องประชุมภายใน 5นาที…ตอนนี้ผมกับคุณสัญญารออยู่ที่ห้องรับแขกชั้น 1แล้ว”
“ตายแล้ว!!!เกิดอะไรขึ้นเนีย!บอส้าใช้ห้องประชุมด่วนตอนเที่ยงคืน!!!!เกิดอะไรขึ้นเนีย!”
นุ่นรีบลุกจากโต๊ะทำงานของตัวเองวิ่งตามทางเดินไปจนกระทั่งถึงห้องๆ หนึ่งที่ปิดไฟมืด เธอตรงเข้าไปกดปุ่มในแผงควบคุมที่อยู่บริเวณด้านข้างของประตูทางเข้าห้องด้วยความชำนาญ
“รับทราบ!!!...ระบบปรับอากาศ-เปิด,ระบบกรองอากาศ-เปิด, ระบบควบคุมความชื้น-เปิด, ระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ภายใน-สถานะรอการเชื่อมต่อ...”
“ฝ่ายอาหารจัดเตรียมเครื่องดื่มของคุณวรวิทย์กับคุณสัญญาส่งที่ห้องประชุมชั้น 80 ฝั่ง A ภายในเวลา 10นาทีหลังจากคำสั่งนี้ด้วยค่ะ”
“รับทราบ...”