บรรยากาศ่หน้าหนาวเช่นนี้ช่างทำให้คนไม่อยากลุกออกจากเตียงนอนไปที่ใดเลย โดยเฉพาะเหลียนฮวา นางมีอาการอาลัยอาวรณ์เตียงนอนยิ่งกว่าใครนัก พยายามเหลือเกินที่จะไม่สนใจเสียงเรียกของสาวใช้ทั้งสองของตน นางจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหัวคล้ายอยู่หอพักกับเพื่อน แต่ยามใดที่นางทำเช่นนี้เพื่อนของนางจะกระชากผ้าห่มทิ้งแล้วจับนางไปเรียนทั้งอย่างนั้น แล้วสาวใช้ทั้งสองที่ดูแล้วไม่อาจกล้าหาญถึงเพียงนั้นเพื่อปลุกคุณหนูของตนจะทำเช่นไรให้นางตื่นนอนมาได้กัน ทั้งสองร้องเรียกแล้วเรียกเล่า เหลียนฮวาก็นิ่งสงบไร้การเคลื่อนไหวใดๆ จนในที่สุดพวกนางจนปัญญายิ่ง เมื่อได้ยินเสียงจากนอกเรือนว่าคุณชายสี่เข้ามาคุณหนูแต่เช้า พวกนางจึงขออาศัยบารมีของคุณชายสี่ให้มาช่วยปลุกคุณหนูที่นอนขี้เซายิ่ง
“คารวะคุณชายสี่”
“เหลียนฮวาล่ะ”
“คุณหนูยังไม่ตื่นนอนเลยเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ งั้นข้าค่อยมาใหม่”
“คุณชายเ้าคะ คือว่าพวกข้าทั้งสองปลุกคุณหนูอย่างไรก็ไม่ตื่นเ้าค่ะ วันนี้ต้องไปร่วมงานเทศกาลส่งท้ายปีแต่เช้า แต่คุณหนูนอนมากไปจนมิอาจลืมตาได้ ข้าขอให้คุณชายสี่ช่วยปลุกคุณหนูหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ”
เหตุที่ซู่หนิงกล้ามาขอให้คุณชายสี่ปลุกคุณหนูของนางนั้นเพราะว่าคุณชายสี่มักจะมาเรือนนี้บ่อยยิ่งนักเพื่อมาสอนคุณหนูคัดตัวอักษรเกือบทุกวัน ทั้งสองสนิทสนมกันมากยิ่ง ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นนัก แล้ววันนี้เป็วันส่งท้ายปีด้วย แต่คุณหนูนอนไม่ยอมตื่นเลยนางกับซู่เย่จนปัญญาแล้วจริงๆ ความจริงสาวใช้ทั้งสองมีอายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้นถึงพวกนางจะรู้ความกว่าเด็กสาวในวัยเดียวกันเพียงใด แต่เจอฤทธิ์ดื้อของเหลียนฮวาเข้าไปนางก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกันจึงต้องมาขอร้องพี่ชายของคุณหนูช่วยปลุก
เมื่อได้ยินคำร้องขอของสาวใช้ เซียวซีเหยียนก็เดินเข้าเรือนไปยังห้องฝั่งตะวันออก ภาพที่ปรากฏช่างทำให้เขานึกขันมิได้ เหลียนฮวานอนอ้าปากค้างอยู่เช่นนั้นไม่พอ ผ้าห่มหนาที่ห่มอยู่คลุมมิดถึงคางคล้ายเต่าน้อยในสระยิ่งนัก
เขาก้าวเข้าไปยืนอยู่ริมเตียงจับมือเหลียนฮวาแล้วจึงเอานิ้วมือจี้ลงข้างลำตัวนางจนนางขยับตัว หัวเราะเหมือนคนเสียสติิก็มิปาน สุดท้ายทนไม่ไหวจึงลืมตาตื่นขึ้นมาพลางหัวเราะไม่หยุดทั้งยัง กล่าวไปหัวเราะไป
“พอ ฮาฮ่า แล้ว ฮาฮ่าฮ่า พอแล้ว ข้าตื่นแล้ว ตื่นแล้ว พอแล้ว”
เมื่อนางลืมตาชัดเต็มทั้งสองตาก็พบว่าคนที่ จี้ลำตัวนางหัวเราะจนเสียสติก็คือเซียวซีเหยียน สมองประมวลผลสักครู่ก็จ้ิองหน้าเขาด้วยสายตาแปลกใจ
“ข้ามาปลุกเ้า”
“พี่สี่ปลุกข้าทำไม ข้าตื่นเองได้”
“ถ้าตื่นเองได้ แล้วเด็กขี้เซาเมื่อสักครู่คือใครกัน”
“เหลียนฮวา ฮาว อีกรอบแล้วจึงกล่าวตอบเขากลับ”
บรรยากาศน่านอนถึงเพียงนี้ ข้าแทบจะลุกไม่ไหวแล้ว ใยพี่ถึงต้องมาขัดขวางด้วยเล่า
“กล่าวเช่นนี้ เ้าลืมแล้วหรือว่าวันนี้เป็วันอะไร”
“ก็วันที่มีหิมะตกอย่างไร พี่สี่ ท่านเอาคำถามยากกว่านี้มาถามข้าเถอะ”
สาวใช้ทั้งสองแทบจะทนไม่ไหวที่คุณหนูยังไม่รู้ตัวอีกว่าวันนี้เป็วันสิ้นปี ยังกล้าพูดเล่นก็คุณชายสี่เสียอีก ทั้งสาวรีบกล่าวเตือนนางพร้อมกันทันที
“วันนี้วันส่งท้ายปีเ้าค่ะ!!”
“อ้อ ส่งท้ายปีนะรึ เป็วันที่ดีจริงเชียว ทิ้งสิ่งไม่ดีเพื่อขึ้นปีใหม่!!”
เหลียนฮวาเบิกตากว้างทันที วันนี้นางต้องไปร่วมงานเช้าที่เรือนใหญ่ ท่านน้ากำชับยิ่งว่าไม่ให้นางไปสาย ทั้งวันนี้เป็วันปรากฏตัว ตัวร้ายใหญ่สุดของจวนด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าเซียว
“พี่สี่ข้าขอขอบใจท่านเป็อย่างมาก ข้าขอแต่งตัวก่อนเื่อื่นค่อยคุยกันนะเ้าคะ”
“อือ”
รับคำเขาก็เดินจากไป ความจริงอยากมาหานางวันสุดท้ายของปีในยามเช้า ได้เจอเท่านี้ก็พอให้สุขสมใจยิ่งแล้ว เขาเดินกลับเรือนเพื่อไปร่วมงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับมารดาของตนที่เรือนใสสงบอย่างเงียบงัน
ยามนี้เหลียนฮวาออกเดินจากเรือนตนเองสักครู่แล้ว นางเดินด้วยความเร่งรีบยิ่ง สาวใช้ทั้งสองก็ตานางมาติดๆ พอใกล้ถึง เรือนใหญ่ก็หยุดจัดผม จัดชุดกันมือเป็ระวิง พวกจึงเดินเข้าเรือนไปด้วยท่วงท่าคล้ายเดินชมนกชมไม้ในเรือน คล้ายมาถึงเรือนใหญ่นานแล้วเพียงแต่ดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบเรือนเท่านั้น ช่างชื่นใจยิ่งนัก สาวใช้ด้านหลังเกือบปรับอากัปกิริยาตามคุณหนูของตนไม่ทัน แต่ด้วยความที่อยู๋กับคุณหนูในที่เป็แบบนี้มาพักใหญ่จึงทำได้เป็อย่างธรรมชาติไม่แพ้นายของตนยิ่ง ล้วนฝึกจากคุณหนูของตนทั้งนั้น
“อ้าว น้องเหลียนฮวา ไยเ้าพึ่งมาถึงเรือนเช่นนี้คนอื่นเขามาจนจะหมดจวนอยู่แล้ว ดูเข้าวิ่งมาเหนื่อยไม่น้อยเลย”
เซียวรุ่ยหวา กล่าวออกไปด้วยเสียงที่คล้ายดังกว่าปกติเพียงนั้น ทำให้คนอื่นๆ ที่ไม่ทันสังเกตนางที่พึ่งมาหันมามองพวกนางกันทุกสายตา แต่มีหรือที่นางจะทนยอมรับได้จึงกล่าวเสียงดังไม่แพ้กัน ทั้งยังดังยิ่งกว่านางเสียอีกออกไปอย่างน่าเห็นใจ
“ข้ามาช้ากว่าท่านไม่นานเท่านั้น แต่พี่หญิงใหญ่ไม่เห็นข้าเท่านั้นเอง ข้าไปเดินเล่นอยู่บริเวณนู้นแล้วจริงหลงไปนิดเ้าค่ะ”
“เรือนเย็นใจ เป็เรือนใหญ่ก็จริง แต่เ้ามาบ่อยที่สุดยังจะหลงได้อีกเช่นไรเล่า น้องเหลียนฮวาคนดี”
เซียวอี้ผิง เดินมายืนเคียงข้าง เซียวรุ่ยหวา ทันทีทันใดเพื่อขอให้ตนแค่ได้กล่าวในสิ่งที่จะทำให้นางเด็กผู้เสแสร้งคนนี้ตนอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ดูสีหน้านางสิ ช่างน่าขันนัก
“ข้าหลง…ไหลในบรรยากาศของเรือนแห่งนี้ ท่านดูสิ ดอกไม้งามตาตั้งมากมาย เสียงใสๆ ของนกที่ร้องกันไม่หยุด สร้างบรรยากาศชวนให้เบิกบานยิ่งนัก ไม่เช่นนั้นท่านก็ถามพี่ชายใหญ่สิเ้าคะ ข้ามาเรือนเย็นใจทีไรเป็ต้องหลงใหลในบรรยากาศของเรือนนี้อยู่ร่ำไป”
ผู้ถูกกล่าวอ้างเห็นดังนั้นก็รีบเดินมาหาพวกนางแล้วมองไปที่เหลียนฮวาด้วยสายใจจนใจยิ่งนัก น้องสาวของเขาคนนี้เหตุใดมั่นใจยิ่งว่าเขาจะออกปากช่วยนาง เช่นนั้นนางก็ถือว่าคิดไม่ผิด
“ใช่แล้ว น้องสาวทั้งสอง อย่าใส่ใจเหลียนฮวาเลย นางมักจะเดินไปชื่นชมบรรยากาศบริเวณนั้นของนางเสมอนั่นแหละ ตอนนี้ก็เพียงพอให้ถึงเวลาทานอาหารร่วมกันแล้ว เดี๋ยวจะสายไปกว่านี้”
สองพี่น้องหันมองหน้าเหลียนฮวาอย่างขัดใจ ใยพี่ใหญ่ต้องช่วยนางปานนั้น เห็นอยู่ว่านางมาสายชัดๆ ทั้งสองหันมองหน้ากันแล้วจึงเดินไปนั่งประจำเก้าอี้ของตนด้วยความขุ่นมัว
“พี่ใหญ่ ขอบใจท่านมากเ้าค่ะ ถ้าพี่ใหญ่ไม่มาข้าโดนพวกนางรังแกเป็แน่”
เหลียนฮวาเอ่ยเสียงกระซิบให้พี่ใหญ่ของตนได้ยินเพียงคนเดียว
“เ้าน่ะ ลื่นไหลยิ่งนัก อีกอย่างดอกไหนที่เ้าว่า ข้าไม่พบสักดอก”
"ข้าลืมไปเ้าค่ะ นี่ฤดูหนาวเสียแล้วรึเนี้ย"
เซียวเซี่ยหลานได้แต่มองดุนางไปหนึ่งที แต่ไม่วายเอามือไปยี้หัวนางด้วยความเอ็นดู
ตอนนี้เหลือแต่รอบอสใหญ่ประจำจวนแล้ว ทุกคนนั่งอยู่ประจำตำแหน่งของตน โต๊ะกลมใหญ่โตยิ่งของจวนโหว ช่างทำให้นางนึกถึงความมั่งคั่งของคนสมัยนี้ ตระกูลสูงศักดิ์ร่ำรวยเพียงใดกัน วันนี้อยากกินอาหารยิ่งกว่าวันใดเสียแล้ว ของชั้นเลิศจะปรากฏ นางคงอดใจไม่ไหวเป็แน่ ระหว่างที่นางนึกถึงอาหาร เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าเซียวก็ดังขึ้นแล้วจึงเดินไปนั่งตรงตำแหน่งหัวเโต๊ะ นางที่นั่งข้างน้าหญิงและพี่ใหญ่ ก็อดทึ่งไม่ได้ ทุกส่วนบนใบหน้าของฮูหยินผู็เฒ่าเซียวมีคบยิ่งในแบบฉบับนางมารร้ายประจำละครโทรทัศน์ ช่างน่าสะพรึงยิ่งนัก
“พวกเ้าจะยืนต้อนรับข้านานหรือไม่”
“ไม่นานขอรับท่านแม่”
เซียวกวานอี๋ ท่านโหวประจำจวนรีบเดินไปพยุงมือมารดาของตนให้นั่งลงตำแหน่งของนางแล้วจึงกลับมานั่งที่ของตนด้วยความสำรวม
ท่านแม่วันนี้เป็วันส่งท้ายปีแล้ว เพื่อให้ครอบครัวได้พบปะหน้ากัน ข้าจึงต้องถือโอกาสให้ท่านมาร่วมงานส่งท้ายปีในวันนี้ด้วย ต้องขออภัยที่ต้องรบกวนการสวดมนต์ของท่านแล้วขอรับ
ท่านโหวกล่าวไปก็รินน้ำชาให้มารดาของตนด้วยการเอาใจยิ่ง ช่างกตัญญูถึงเพียงนี้
“เพราะมิได้เห็นหน้าพวกเ้านานถึงเพียงนี้ ข้าจึงยอมออกมาตามคำเชิญชวนของท่านโหวอย่างเ้าอย่างไรล่ะ”
ลูกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ท่านแม่วันนี้ทั้งวัน ข้าให้คนมาทำการแสดงละเล่นมากมาย ท่านก็ร่วมอยู่กับพวกเราตลอดวันเถอะขอรับ ยังไงพรุ่งนี้ปีใหม่แล้ว
“ข้าอายุเยอะถึงเพียงนี้แล้ว ยังจะสนใจดูการละเล่นเช่นนั้นอีกหรอ แต่เอาเถอะ เพื่อพวกเ้าทุกคนหรอกนะ”
“ขอบคุณขอรับ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
ทุกเสียงประสานขอบคุณขอบคุณ ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวกันดังสนั่นยิ่ง สายตาทุกคนบนโต๊ะจับจ้องไปยังฮูหยินผู้เฒ่าเซียวด้วยท่าทีสำรวมยิ่ง มิมีใครกล้าเสียกิริยาต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าคนนี้เลยจริงๆ ความเฉียบขาดของนางนั้นช่างทำให้คนจำไม่ลืมเลือน
“เช่นนั้นก็เริ่มรับประทานอาหารกันเถอะ”
“ขอรับ”
สาวใช้นำอาหารเข้ามาทันทีที่ฮูหยินใหญ่ ส่งสายตาให้พ่อบ้านใหญ่ อาหารบนโต๊ะละลานตาเต็มไปหมด สร้างความกระหายยิ่งให้กับเหลียนฮวา นางกินอาหารจนท้องแน่น แต่สายตาที่มองเหล่าอาหารตรงหน้ายังประกายเรืองแสงอยู๋ ทุกสิ่งที่นางกินล้วนเป็ของดียิ่ง ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ ปกติอาหารจวนโหวยามปกติก็อร่อยอยู่แล้ว แต่วันนี้อาหารตรงหน้าอร่อยยิ่งนัก นี่แค่มื้อเช้าเท่านั้น ตลอดวันจนถึงค่ำคืนยังมีของให้นางได้กินไม่หยุดยั้ง แต่เหลียนฮวาลืมนึกไปเพียงครู๋ว่าร่างกายนี้เป็เด็กย่างเข้า 10 ขวบ อยู่ๆ นางจึงมีอาการจุกท้องขึ้นมาเสียเฉยๆ ปกติอยู่โลกนู้น นางกินได้ตลอดไม่มีใครค้าน ยามนี้ร่างกายนี้จะไปปรับตัวชินกับการกินจุของนางไหวได้อย่างไร ช่างน่าเห็นใจร่างนี้ขึ้นมาเสียแล้ว
“เหลียนฮวาเ้าเป็อันใดไป พี่ใหญ่เห็นเ้ากินอย่างอร่อยเชียว ทำไมอยู่ๆ สีหน้าถึงแดงเช่นนี้”
“อ่า พี่ใหญ่ ข้าจุกแน่นท้องเสียแล้ว”
“งั้นก็พอได้แล้ว กินมากถึงเพียงนี้ เดี๋ยวจะกลายเป็ตัวอะไรไปเสียแล้ว”
“พี่ใหญ่ ท่านจะบอกว่าข้ากลายเป็หมูใช่หรือไม่”
“เป็เ้าที่พูดต่างหาก ฮาฮ่าฮ่า”
ยามนี้เหลียนฮวา และ คนบนโต๊ะเริ่มหยุดทานอาหารกันแล้ว จากนั้นไม่นานก็มีการแสดงละเล่นอยู่บนเวที หน้าเรือนใหญ่ คุณหนูคุณชายในจวนรีบเดินไปดูกันเสียยกใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่เหลียนฮวา
“นั่นนางงูขาวใช่หรือไม่ ข้าเคยดู สนุกดูมาก”
“ใช่เ้าค่ะ คุณหนู”
“น้องพี่ช่างเก่งนัก เื่เล่าตำนานใดเ้าก็รู้จัก ชอบอ่านหนังสือแนวนี้หรอกรึ จรรยาบรรณสตรีเ้าก็ต้องอ่านรู้หรือไม่”
“พี่รุ่ยหวา นางจะอ่านตำราจรรยาบรรณสตรีได้อย่างไร วันๆ เอาแต่วิ่งเล่นไปทั่ว ชอบวิ่งไปเล่นกับพี่สี่ของนางอย่างไรเล่า ฮึ”
“คบคนแบบเดียวกันก็ชอบอยู่ด้วยกันอย่างไรเล่า อี้ผิงเ้าก็อย่าทำเช่นนั้นเล่า”
ั้แ่เหลียนฮวาฟื้นขึ้นจากการตกน้ำ พวกนางทั้งสองต่าง รับรู้เรื่อยมาว่า เหลียนฮวายามนี้ไม่ร้ายกาจเท่ากาลก่อนอีกแล้ว พวกนางจึงคิดอยากเอาคืนทุกครั้งที่มีโอกาส จะได้สาสมกับที่นางชอบดูถูกรังแกพวกตนเมื่อกาลก่อน เพียงเห็นหน้านางก็ดูรกหูรกตาขึ้นเป็เท่าตัว อยากจะกระชากหน้ากากที่ทำเป็ใสซื่อ จิตใจดีปลอมๆ ของนางออกมาให้ทุกคนได้เห็นความร้ายกาจอย่างเช่นกาลก่อนเสีย
เหลียนฮวาเพียงมองหน้าพวกนางทั้งสองด้วยท่าทีเหลือเชื่อ แล้วยื่นหน้าใส่พวกนางเสียอย่างนั้น นางแค่จะมองดูให้ถี่ถ้วนว่าพวกนางมีความสามารถด้านการติดต่อเื่ราวได้สมบูรณ์ยิ่ง ข้าแค่พูดถึงเื่งูขาว เหตุใดไปถึงเื่จรรยาบรรณสอนหญิง แล้วจบลงที่สนิทกับพี่สี่ได้กัน ช่างเชื่อมโยงได้อย่างลงตัวยิ่งนัก สงสัยพวกนางคงจะแค้นเหลียนฮวาคนก่อนมาก ถึงได้หาเื่นางทุกคราที่มีโอกาส คล้ายจับจ้องนางทุกฝีก้าวเพียงเพื่อให้ตนสะใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ช่างเป็หญิงที่ใจแคบยิ่งนัก
เหลียนฮวาแค่ยื่นหน้าเท่านั้น พวกนางก็ใถอยหนีไปหลายกล่าว แต่ยังไม่ยอมหยุดกล่าว จนกว่าพวกนางจะพอใจ
“นี่อี้ผิง ข้าอายุย่างเข้า 15 ปีแล้ว ไม่นานคงต้องออกเรือนไปจวนคุณชายเผยเสียแล้ว เ้าน่ะปีนี้ก็อายุ 11 ปีเท่านั้น ถึงอย่างไรมารดาเ้าก็จัดการเื่นี้ให้เ้าได้แน่”
“ใช่เ้าค่ะ มารดาข้าจัดการธุระให้ข้าได้เมื่อถึงเวลา ไม่เหมือนบางคนต้องให้มารดาผู้อื่นจัดการแทนเสียทุกเื่ ฮิฮิ”
สองพี่น้องหันหน้าหัวเราะขบขันหลังพูดจบ ทั้งยังเหลือบตามองเป้าหมายหลักของตนว่ามีสีหน้าเช่นไร เห็นนางทำสีหน้าตกตะลึงจนนิ่งก็พอใจ จึงเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์ยิ่งนัก
“คุณหนูไม่เป็อันใดใช่หรือไม่ เ้าค่ะ”
“คุณหนูอย่าได้คิดมากเลยเ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ คุณหนูรอง ช่างใจร้ายนัก”
เหลียนฮวาตะลึงนิ่งไปนั้นมิใช่เจ็บช้ำ เ็ปอันใดกับคำพูดของพวกนางอย่างที่สาวใช้กังวล เพียงแค่ตกตะลึงในความโตเกินวัยของพวกนั้น โดยเฉพาะ เซียวรุ่ยหวา กล่าวชี้แนวทางการหาผู้ชายให้น้องที่มีอายุ 11 ขวบ ช่างชวนตกตะลึงยิ่งนัก ใยเื่นี้ถึงมีแต่เด็กแก่แดดยิ่งแล้ว แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า เซียวรุ่ยหวาอายุย่างเข้า15 ปี อายุมากกว่านางถึงเพียงนี้แล้วเหตุใดจึงมีความคิดมาลอบจิกกัดนางที่เด็กกว่าตั้งหลายปี จะว่าไปสงสัยเมื่อก่อนนางคงโดนมาเยอะ เลยตั้งท่าพ่นวาจาเยี่ยงนี้ใส่นางตลอด
แต่จะทำให้พวกนางเสียใจได้อย่างไร ข้าก็ทำเป็นิ่งเฉยมิตอบพวกนางให้ท่านน้าหญิงที่มองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลได้พบเห็นการกระทำของพวกนางชัดๆ อย่างไรเล่า จัดการคนโดยไม่ลงมือเองนี่ข้าละถนัด มู่ไห่ฮวา หรือท่านน้าของนางนี่แหละ นักจัดการจวนเซียวยอดเยี่ยมแห่งปี ปกติรักใคร่เอ็นดูเหลียนฮวาดั่งลูกสาวยิ่ง หากใครมารังแกนางเพียงแค่สักนิดก็อย่าหวังว่าจะได้ผุดได้เกิด จะไม่ให้เหลียนฮวาคนก่อนเสียคนได้อย่างไร น้าหญิงคนนี้ของนางตามใจยิ่งกว่าสิ่งใด ทำสิ่งใดก็ดีงามไปหมด ชีวิตนางจึงเปรียบเหมือนลูกสาวเ้าของจวนโหวอย่างทุกวันนี้อย่างไรเล่า ทั้งที่เป็เพียงแค่หลานสาวเท่านั้น อำนาจตระกูลมู่มิใช่ไก่กาถึงตอนนี้ครอบครัวจะอยู่ทางใต้ของแคว้นหานแห่งนี้ ก็เป็ถึงเ้าเมืองหนานที่มีการค้าคับคั่งหนาแน่น เรียกว่าร่ำรวยกันแทบทุกครัวเรือนจากการค้า เหตุนี้แหละ ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวจึงเลือกน้าหญิงของนางเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนตระกูลเซียวแห่งนี้ เงินทองที่ตระกูลมู่มีแทบจะซื้อจวนโหวแห่งนี้ได้หลายหลัง
เหลียนฮวาก้มหน้าลงให้น้าหญิงของนางเห็นชัดๆ ว่านางเสียใจเพียงใดกับคำกล่าวเ่าั้ของพี่หญิงพวกนั้น ไม่ทันไร น้าหญิงคนดีก็รีบเดินเข้ามากอดปลอบนางอย่างดั่งใจนางจะสลายเสียให้ได้ รีบกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่ง
“เหลียนฮวา อย่าได้สนใจคำพูดใคร น้าคนนี้ของเ้าเปรียบเหมือน มารดาเ้าคนหนึ่ง อย่าได้เห็นว่าสิ่งนี้เป็สิ่งจอมปลอมเลยนะ หลานรักของน้า ใครทำเ้าเสียใจน้าจะเอาคืนผู้นั้นให้สาสมใจทั้งแม่ทั้งลูกเลยเชียว เข้าใจหรือไม่”
ฮูหยินใหญ่ดึงนางเข้ามากอดให้แน่นอีกนิดเพราะเห็นนางไม่ยอมตอบตนก็ใจร้อนรนยิ่ง อยากจะพาตัวการมาตรงหน้านางลงโทษให้รู้สำนึกเสียทันทียิ่งนัก
“ข้าเสียใจยิ่งเ้าค่ะท่านน้า”
“น้ารู้แล้ว ยามนี้เ้านั่งดูการละเล่นบนเวทีให้สบายใจเสีย หลังจากนี้ให้น้าจัดการเอง เชื่อน้านะเด็กดี”
“เ้าค่ะ”
เหลียนฮวามองน้าของตนเดินจากไปจัดการเื่ราวต่างๆ ภายในจวนต่อก็รู้สึกเบิกบานใจยิ่ง อีกไม่นานคงได้ดูละครสนุกกว่านี้แน่ เหลียนฮวารู้สึกท้องตัวเองยังจุกไม่หายจึงไปเดินเล่นแถวเรือนข้างตะวันตกพร้อมสาวใช้ทั้งสองของนาง
เดินมานั่งอยู่บริเวณสวนที่มีต้นไม้ร่มรื่นเพียงนี้ นางกับสาวใช้ก็ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่บังตัวพวกนางจนมิด ใหญ่ปานใดกัน พิจารณาต้นไม้ได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันผ่านหน้าต่างเรือนตะวันตกเสียงนี้ไม่ต้องเดาให้ปวดหัว พึ่งได้ยินมาเมื่อเช้านี้เอง ฮูหยินผู้เฒ่าเซียว กับ นายท่านโหวตระกูลเซียวนั้นเอง
“เ้าบอกว่าอย่างไรนะ เ้าให้เซียวซีเหยียนไปเรียนยังสถานศึกษาเช่นนั้นรึ”
“ขอรับท่านแม่”
“เกิดอันใดขึ้น เหตุใดเ้าจึงส่งเด็กนั้นไป”
“ข้าเห็นเขามีความรู้ความสามารถก็อยากเพียงส่งเสริมขอรับ”
“เ้ากล้าดีนี่ กล้าช่วยหลานชายของหญิงผู้นั้น เ้าลืมไปแล้วหรือว่าแม่ทนทุกข์เพียงใดยามนั้น จวบจนนางตายข้าก็มีเมตตาเลี้ยงดูลูกสาวและหลานชายของนางไว้ในจวนแห่งนี้ต่อ ข้ามีเมตตาขนาดนี้ยังไม่พออีกหรือ”
“ท่านแม่ข้ารับทราบความรู้สึกท่านยามนั้นดี เพียงแต่ซีเหยียนเป็เพียงแค่เด็กทั้งยังมีความสามารถ พวกเราไม่ควรนำสิ่งที่เกิดขึ้นกาลก่อนมาตัดอนาคตของเขานะขอรับ”
“ดี ดียิ่ง เ้ากำลังกล่าวว่ามารดาของเ้าใจดำ กล้าทำร้ายอนาคตเด็กผู้หนึ่งน่ะรึ ฮาฮ่าฮ่า”
“ท่านแม่ ข้าเพียงอยากให้ท่านปล่อยวางอดีตเสีย ถึงอย่างไร ฮูหยินผู้เฒ่าคนก่อนก็ตายจากไปแล้ว”
“ข้าไม่มีวันลืม เ้าเข้าใจหรือไม่ ถ้าเ้าออกปากถึงเพียงนี้แม่จะยอมเ้าเพียงแค่ครั้งนี้เท่านั้น แต่อย่าให้เด็กนั้นเสนอหน้ามาให้ข้าเห็น จงอย่าลืมว่านั้นมันก็แค่ลูกโจร ฮึ”
“ข้าทราบแล้วขอรับ ท่านแม่พักผ่อนต่อในเรือนนี้ต่อเถอะ ลูกขอตัว”
หลังสิ้นเสียงท่านโหว เขาก็เดินออกจากห้องนั้นโดยทันที
“ซู่หนิว เ้าเดินมาใกล้ๆ ข้า ข้ามีเื่จะสั่งการ”
ก่อนซู่หนิวจะเดินไปตามที่ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวเรียกนางรีบเดินไปปิดประตูหน้าอย่างรู้งานทันที เพราะท่าทีของเ้านายนางนั้นแสดงออกว่าเป็ความลับยิ่ง
เหลียนฮวา และสาวใช้ทั้งสองที่หูผึ่งมาตลอด ยามนี่หูกลับหดลงเสียแล้ว อันใดกันข้ายังอยากฟังอยู่เลย พวกนางกระซิบอะไรกัน อยากรู้ยิ่ง แต่ปิดหน้าต่างเช่นนี้ก็แล้วไปเถอะ ดูท่าคงมิใช่เื่ดี คอยดูท่าทีสักหน่อยว่าฮูหยินผู้เฒ่าเซียวจะทำอันใด
เหลียนฮวาพาสาวใช้เดินย่องออกจากสวนข้างเรือนเมื่อสักครู่อย่างมีพิรุธยิ่งนัก หากเดินออกมาดีๆ ก็ไม่มีใครเขาสนใจเหมือนกันนินา สาวใช้ทั้งสองได้แต่คิดและเก็บไว้ในใจ
เหลียนฮวาเดินย่อยอาหารอย่างไรก็รู้สึกจุกท้องเช่นเดิม สงสัยจะกินเกินไปมากจริงนักเชียว อยากตีปากตะกละนี้ของนางยิ่งนัก สุดท้ายทนไม่ไหวให้ซู่หนิงไปบอกท่านน้าหญิงของนางว่าจะขอกลับเรือนไปพักผ่อนก่อนเพราะมีอาการปวดท้องขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ท่านน้านางก็ดียิ่งอนุญาตทันทีเพราะนึกว่านางเสียใจกับคำพูดของสองพี่น้องนั้น
“คุณหนูเ้าคะ ท่านยังเดินไหวหรือไม่เ้าคะ”
“ข้ายังเดินไหว พวกเ้าอย่าได้กังวลมากนัก รีบเดินก็พอ”
“เ้าค่ะ คุณหนู”
เหลียนฮวาพลันคิดในใจว่าวันนี้เจอหน้าพี่สี่ยามเช้าเพียงครู่เดียวทั้งวันนี้สองแม่ลู้กคู่นั้นยังไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามางานที่เรือนใหญ่ด้วย พวกเขาจะได้ทานอาหารดีๆ เช่นนางในวันนี้หรือไม่ เหตุการณ์เกิดขึ้นเช่นนี้ซ้ำๆ ทุกปี ช่างน่าเห็นใจพวกเขานัก แต่อย่างไรวันนี้อาจจะไม่ได้พบกันแล้วกระมัง เพราะปกติทุกคนคงอยู่ที่เรือนใหญ่ส่วนยามนี้เกิดจุกท้องอย่างช่วยไม่ได้ทำได้เพียงกลับเรือนทำเองไปพัก ค่อยคิดแล้วกัน
นายบ่าวทั้ง3 คน เดินกลับถึงเรือนของตนในเวลาเพียงไม่นาน เหลียนฮวามาถึงปุ๊บก็ถอดรองเท้าขึ้นเตียงไปนอนทันที แต่ไม่ทันได้นอน ซู่เย่ก็นำน้ำอุ่นๆ มาให้นางดื่มให้ท้องอุ่นขึ้น จากนั้นนางก็หลับไปทั้งอย่างงั้น
จวบจนค่ำมืด จึงต้องตื่นขึ้นมาเพื่อไปร่วมส่งท้ายปีเก่าที่เรือนใหญ่ เหลียนฮวาถูกปลุกโดยสาวใช้ทั้งสองยามนี้มีสติแจ่มใสชัดแจ้ง นางนอนมาแทบทั้งวัน รีบแต่งกายแต่งตัวตนเองให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินทางไปยังเรือนใหญ่ แต่เหตุใดเหลียนฮวาจึงรู้สึกว่ามีสายตาสายหนึ่งจับจ้องมาที่นางตลอดเวลาั้แ่ออกจากเรือน หันไปมองก็มิเห็นผู้ใด หรือว่านางจะคิดมากไปเอง นางสะบัดศีรษะไปมา จึงออกเดินต่อไปพร้อมสาวใช้ทั้งสองทันที
หลังต้นไผ่ข้างเรือนเหลียนฮวา ปรากฎสายตาของเซียวซีเหยียนที่กำลังมองติดตามนางั้แ่ก้าวแรกออกจากเรือนจนหายไปสุดสายตาเขา ท่ามกลางอากาศของฤดูหนาวเขามิได้สนใจ วันนี้เขาเพียงมาเดินเล่นบริเวณนี้เฉกเช่นเดียวกับยามมาอ่านตำราที่นี่ เพียงแต่เขาไม่คิดว่าวันนี้ตนจะได้พบเหลียนฮวาอีกเป็ครั้งที่สอง เพราะที่เรือนใหญ่จัดงานส่งท้ายปีกัน เขากับมารดามิเคยได้รับเชิญให้ร่วมงาน ถึงจะเชิญมารดาของเขาก็มักจะป่วยไข้เสมอเพราะอากาศหนาวเย็น ทำให้มารดาของเขาร่างกายอ่อนแอยิ่งไม่สามารถร่วมฉลองเทศกาลเหล่านี้ได้ มีเพลียพักผ่อนนอนบนเตียงั้แ่หัวค่ำเท่านั้นในทุกปีั้แ่เขาจำความได้ และถึงแม้เขาจะถูกเชิญเขาเองก็มิได้้าไปพบคนพวกนั้น เพียงแต่เหลียนฮวาอยู่ที่นั่นก็เท่านั้น
ความจริงแล้วเขามาที่นี่ เขาก็มิได้คาดหวังว่านางจะอยู่ที่เรือน แต่แล้วนางก็ปรากฏขึ้นในสายตาเขา ช่างเป็คนที่ทำให้ข้ามีความหวังได้เสมอ เขามิได้้าขัดขวางนางไปเรือนใหญ่แต่เพราะกลัวว่านางจะไปสายจนถูกต่อว่า
พลันในหัวก็ครุ่นคิดขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุมได้ หากมิคาดหวัง นางก็ปรากฏตัว เช่นนี้ตอนนี้เขาคงต้องคาดหวังเสียแล้ว ความมุ่งมั่นสายหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาเขาอย่างแรงกล้า
เซียวซีเหยียนกำลังวางแผนเตรียมการบางอย่างเพื่อให้ในปีนี้เขามิต้องฉลองต้อนรับปีใหม่คนเดียวอีกต่อไป
—————————————————
ตอนนี้อีบุ๊คเื่ย้ำรัก กาลนี้เ้าเป็ของข้าผู้เดียวเล่ม1 ออกแล้วนะคะ ซื้อได้จากทางนี้เลยค่ะ
https://www.mebmarket.com//index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNjU5MTk5MSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTUxNCI7fQ&page_no=1