“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ก็นะ คนไร้ความสามารถอย่างแม่ทัพหยางน่ะ จงอย่าได้เชื่อใจเขาเด็ดขาด คนที่ไม่สามารถทำตามที่รับปากได้อย่างนั้น” หยางเฟยหลงแสดงความโกรธแค้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“เื่บาดหมางของพวกท่านก็ไปจัดการกันเอาเองอย่ามายุ่งกับข้า ท่านว่าเขาไร้ความสามารถแล้วลองดูตัวท่านเองเถิด ทำเสียเื่มากี่ครั้งแล้วก็นะไสหัวออกไป
คนอย่างท่านมีสิทธิ์อะไรมาเปรียบเทียบกับเด็กพวกนี้ ท่านไม่มีแม่ แต่ยังพ่อมีญาติ พวกเขามีใคร ท่านมีตำแหน่งมีเงินทองมากมาย พวกเขา อย่าว่าแต่ที่ซุกหัวนอนเลย พรุ่งนี้จะมีกินหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย ไปเรียกความสงสารจากที่อื่น อย่ามากวนใจข้า” อันดาเกลียดคนอย่างนี้ที่สุด ทำเหมือนโลกทั้งใบหันหลังให้ ทั้งที่ตัวเองนั้นมีทรัพยากรในมือมากมาย แต่โอดครวญเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
“เ้าชักจะมากไปแล้วนะ อั่ก” หยางเฟยหลงจู่ๆ ก็หลับไปไม่รู้ตัว
“บอกแล้วว่าอย่าเสียงดัง ใครที่อยู่ข้างนอกเข้ามาพาท่านรองแม่ทัพไปพักหน่อย"อันดาะโเรียกทหารยามด้านนอกมาพารองแม่ทัพไปพักหน่อยเขาหมดสติอีกแล้ว” อันดาเรียกทหารให้มาพาตัวเขาออกไป
ทหารที่เฝ้ายามก็แปลกใจที่จู่ๆ องค์รัชทายาทถึงหลับไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ข้าทำให้หลับดีกว่าตัวแข็งแล้วตกลงไปในบ่อขี้นะ” อันดาบ่น
เธอมองเด็กๆ แล้วนึกถึงคืนแรกที่ฟาเบรียนไปเจอเธอ เธอทั้งกลัวทั้งหวาดผวา แต่ตอนนั้นเธอยังมีฟาเบรียนและคนอื่นๆ ที่ช่วยกันเลี้ยงดูเธอ แต่กับเด็กพวกนี้เล่า คนในหมู่บ้านยากจน แค่จะดูแลตัวเองยังลำบากเลย แล้วใครจะมาดูเด็กๆได้ ตอนนี้เธอตัดสินใจว่าเธอจะคิดค่าปืนให้แพงที่สุดพอจะสามารถรับดูแลเด็กๆ พวกนี้ได้
เท่าที่ดูจากคำพูดของนายกองจื่อแสดงว่าประเทศนี้ไม่ค่อยดูดำดูดีประชาชนของตัวเองเท่าไหร่นัก อาจจะเป็เพราะมีแต่า ถ้าาไม่จบ จะมีเด็กกำพร้าเพิ่มอีกไม่รู้เท่าไหร่
ระหว่างที่นั่งเฝ้าเด็กๆ นั้น อันดาที่เหนื่อยมาทั้งวันก็หลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็อยู่บนหลังม้าของแม่ทัพหยางแล้ว
เขากลับไปพบแม่ทัพใหญ่และรายงานเื่ต่างๆ รวมถึงการได้อาวุธมาและแผนการที่จะเข้าไปตีเป่ยซานให้แตกในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า แต่แม่ทัพใหญ่ห้ามเอาไว้ก่อนเพราะดูเหมือนว่าทางเป่ยซานมีความเคลื่อนไหวทางการทูต
“อาจจะมีการเจรจา แต่เ้าก็เตรียมตัวไว้เถิด ตอนนี้มีแต่ความไม่แน่นอน” แม่ทัพใหญ่มาคราวนี้เพื่อมารับขบวนทูตของเป่ยซาน ตอนนี้จึงต้องหยุดการรบไว้ก่อนทำได้แค่วางกำลังเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน และการมาคราวนี้ เขา้าพาองค์รัชทายาทกลับไปด้วย
“เขาสร้างเื่ให้เ้าไม่น้อยเลย” แม่ทัพใหญ่
“ครั้งนี้เขาเกือบทำเราพลาดท่า หลี่เผิงนั้นมีเื่น่าสงสัย แต่ตอนนี้เขายังระวังตัวอยู่ เรา้ารู้ว่าแท้จริงใครส่งเขามา ขออาจารย์โปรดช่วยระวังแทนข้าด้วยเถิดขอรับ” แม่ทัพหยางตอบ
“การตายของฮองเฮาไม่ใช่ความผิดของเ้า อย่าแบกความรับผิดชอบที่ไม่ใช่ของเ้าไว้เลย เ้าตามใจเขาคนเสียคนแล้ว” แม่ทัพใหญ่ปราม
องค์รัชทายาทนั้นเกลียดอาของเขาเข้าไส้ ใครบ้างไม่รู้ แต่หยางเจียจุ้นก็หาได้ถือสาไม่ เขากลับรู้สึกผิดกับเื่วันนั้นมากขึ้น เป็ความบกพร่องในหน้าที่ของเขาอย่างแท้จริง จะโทษก็ต้องโทษความไร้ประสบการณ์ของเขาในตอนนั้น
“มันเป็เื่ที่ข้าไม่อาจปัดความรับผิดชอบไปได้ โดยเฉพาะเื่” หยางเจียจุ้นกล่าว
“อย่าพูดถึงมันอีกเลย ถึงอย่างไรข้าก็ไม่เชื่อว่านางจะถูกหมาป่ากิน หลานสาวข้า นางต้องยังอยู่ นางต้องกลับมาหาพ่อแม่ของนาง” แม่ทัพใหญ่กำหมัดแน่น หลานสาวที่รักของเขาเองก็หายไปในคืนนั้น ป่านนี้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไรหนอ
ที่จริงเขาได้เลื่อนตำแหน่งไปคุมกลาโหมตั้งนานแล้ว แต่ยังวนเวียนอยู่แถวสนามรบ ก็เพื่อตามหาหลานสาวที่หายไป
น้องชายของเขาคืออัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายซึ่งก็ยังไม่ยอมถอดใจในการตามหาลูกสาวทุ่มเททั้งเงินทองและสรรพกำลังในการตามหาลูก
ส่วนภรรยาของเขาก็เก็บตัวเงียบไม่ยอมออกมาพบกับใคร ได้ข่าวว่านางดีขึ้นไปภาวนาบนูเาป่านนี้ยังไม่ยอมกลับลงมา
เื่เล่าในคืนนั้นช่างเป็วันที่สับสนวุ่นวายมากเป็คืนเดียวกับที่ฮองเฮาถูกรอบปลงพระชนม์
ในตอนนั้นมีการจัดการแข่งขันล่าสัตว์ตามประเพณีเหมือนทุกปี ครอบครัวราชนิกุลและขุนนางชั้นสูงได้มีการเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้
ถ้าใครจะรู้ว่าการแข่งขันครั้งนี้จะกลายเป็การแข่งขันแห่งโศกนาฏกรรมวรรคคนหนึ่งตายอีกคนหายสาบสูญ ทั้งคู่เป็เพียงผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเท่านั้น
"ข้ามานั่งบนหลังม้ากับท่านได้อย่างไร"อันดาถามด้วยความงุนงง
"ก็เรียกเ้าแล้วเ้าไม่ตื่นนี่นา"แม่ทัพหยางตอบ
ที่จริงเขาไม่ได้เรียกเธอเลยเห็นกำลังหลับสบายเลยแบกขึ้นมาแล้วพาขึ้นม้ากลับมาที่ค่ายทันที
"แล้วเด็กๆล่ะ" อันดามองซ้ายมองขวาเธอตั้งใจว่าเธอจะเลี้ยงดูเด็กๆ พวกนี้
“ยังอยู่ในหมู่บ้าน ข้ามารับเ้าก่อนเมื่อทุกอย่างสงบแล้ว ข้าจะพาเ้ากลับมารับพวกเขาด้วยตัวเอง” แม่ทัพหยางสั่งให้หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านช่วยกันดูแลเด็กๆ ไปก่อนและให้ทุกคนเก็บถุงนอนเอาไว้และห้ามแย่งเด็ก ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็กำพร้าหรือไม่
“ท่านจะพาข้ามาจริงๆนะ แล้วเื่ราคาอาวุธล่ะ” อันดาถามด้วยความตื่นเต้น
“ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าที่ลียงเขาสอนกันมาอย่างไร” แม่ทัพหยางยิ้ม
เ้าเด็กคนนี้นิสัยท่าทางไม่เหมือนใครที่เขาเคยเจอ จะคล้ายก็กับคนคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นหน้าเพียงครั้งเดียวและยังจดจำได้ถึงตอนนี้
เด็กนี่อาจจะเป็เผ่าพันธุ์เดียวกันกับเธอคนนั้นก็เป็ได้ แต่นิสัยตรงไปตรงมาและชอบช่วยเหลือผู้คน การห่วงหาอาทรกับคนแปลกหน้าอย่างเ้าเด็กนี่เขาเพิ่งจะเคยเจอ
"ที่ลียงน่ะมีคนหลายประเภท ใจดีก็มี เห็นแก่ตัวก็มีเป็มนุษย์ป้าก็เยอะ แต่ว่านะทุกคนเป็คนเปิดเผย ตรงไปตรงมา ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ แต่ส่วนใหญ่มีน้ำใจไม่เครียดเท่ากับคนในเมืองใหญ่ ดังนั้นพวกเราจึงยิ้มง่ายและหัวเราะง่ายกว่า
ท่านน่ะเหมือนคนเมืองหลวง ชอบทำหน้าเหมือนถ่ายไม่ออกมาเป็เดือน"อันดาก็เจื้อยแจ้วไปเรื่อย
“เ้านี่ช่างพูดเสียงจริง” แม่ทัพหยางรู้สึกว่าอันดาเป็เด็กที่คุยเก่งเกินเด็กผู้ชายไปหรือไม่ เด็กที่เขาเคยเจอก็มักจะเป็อย่างองค์รัชทายาทที่รักษากิริยา ไม่พูดไปเรื่อย มักจะสงวนคำพูด พวกที่พูดไปเรื่อยมักจะเป็พวกพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ พูดน้ำท่วมทุ่ง ต้มตุ๋นหลอกลวง ท่าทางหลุกหลิก แต่เ้าหนูนี่ท่าทีเปิดเผย แปลกคนจริงๆ
“ท่านยังไม่ตอบเลย” อันดา
“เ้าอยากได้เท่าไหร่ล่ะ” แม่ทัพหยางถามกลับ
“ไม่รู้สิ ข้าไม่รู้ว่าค่าเงินที่นี่คิดกันยังไง แล้วค่าครองชีพของที่นี่เท่าไหร่” อันดา
“ที่นี่หน่วยวัดเงินที่ต่ำที่สุดคือเหวิน หนึ่งพันเหวินเท่ากับหนึ่งก้วน หนึ่งก้วนเท่ากับหนึ่งตำลึงเงิน สิบตำลึงหรือตำลึงเงินจะเท่ากับ หนึ่งตำลึงทอง” แม่ทัพหยางอธิบาย
"นั่นก็หมายความว่าหนึ่งตำลึงทองคือหมื่นก้วน โหงั้นข้าเอาหลายๆ ตำลึงทองเลย จะได้สร้างบ้าน ซื้อที่ปลูกผักทำมาค้าขาย หาเลี้ยงเด็กๆ ได้
___________________________
เด็กหนอเด็กอันดาเอ๊ย