บทที่ 2 ทั้งจวนต่างรักเ้าเด็กทึ่ม
พระชายาตวนอ๋องไม่กล้าแม้แต่จะออกแรงดึงแขนเล็ก ๆ ของบุตรสาว จนเหงื่อซึมเต็มใบหน้า แม่นมโจวที่อยู่ข้างกายเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยปลอบ
"พระชายาเ้าคะ ในเมื่อท่านหญิงน้อยมีเมตตาเช่นนั้น ก็ให้ดูด้วยกันเถิดเ้าค่ะ"
พระชายาตวนอ๋องโบกมืออย่างจนใจ
หมอหลวงรีบก้าวไปข้างหน้า คนหนึ่งเลิกเสื้อของเซิ่งิหลินขึ้นเพื่อตรวจาแ ส่วนอีกคนประคองศีรษะเล็ก ๆ ของเด็กน้อยอย่างระมัดระวังแล้วตรวจดู พร้อมกับปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ท่านหญิงน้อย ให้กระหม่อมขอตรวจชีพจรหน่อยนะขอรับ"
จูจูไม่ได้ยินอะไรเลย นางร้องไห้ไม่หยุด พลางส่งเสียงฮือ ๆ และเรียกไม่ขาดปากว่า "พี่จ๋า พี่จ๋า"
เซิ่งิหลินมีสีหน้าเ็า เขาไม่ได้ผลักนางออก แต่ก็ไม่ตอบรับ ทำราวกับว่านางไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
แม่นมโจวมองดูอยู่ด้านข้าง ในใจก็เริ่มกังวล นางคิดในใจว่า ต่อให้เขาโกรธจนด่าทอออกมา ก็ยังดีกว่าเงียบขรึมเ็าเช่นนี้ จิตใจล้ำลึกเกินไปไม่เหมือนเด็กเลยสักนิด
พระชายาตวนอ๋องรู้สึกผิดอยู่ในใจที่ตีคนผิด แต่ในฐานะมารดา เมื่อครู่เห็นบุตรสาวไม่ฟื้นขึ้นมานางก็แทบคลั่งด้วยความร้อนรน จึงลงมือไปโดยไม่ทันยั้งคิด
แต่อย่างไรเซิ่งิหลินก็ถือเป็บุตรชายของนาง และเขายังเป็ผู้น้อย นางจึงไม่อาจลดตัวลงไปขอโทษได้ จึงกล่าวว่า
"เอาละจูจู เลิกร้องได้แล้ว! เขากำลังาเ็ ไม่มีเวลามาสนใจเ้าหรอก! พวกเราเข้าไปข้างในก่อน ให้หมอหลวงตรวจชีพจร..."
เ้าก้อนแป้งร้องไห้จนตาบวมเป่ง ไม่ได้ยินสิ่งใด
ศีรษะยังาเ็อยู่แท้ ๆ! พระชายาตวนอ๋องทั้งสงสารทั้งร้อนใจ จึงกระแอมไอทีหนึ่งแล้วปรายตามองเซิ่งิหลิน
เมื่อเห็นเขายังคงทำหน้าเ็า ในใจก็เริ่มมีไฟโทสะ
"เซิ่งิหลิน เ้าไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้ใส่ข้า จูจูอายุเท่าไหร่กัน? นางตกลงไปขนาดนั้น สลบไปหนึ่งวันเต็ม ๆ นางอธิบายไม่ได้ แต่เ้าอธิบายได้นี่! เ้าไม่ได้ผลักนาง เ้าก็อธิบายมาสิ!"
เซิ่งิหลินเงยหน้าขึ้นทันควัน แล้วจ้องมองนางอย่างดุดัน
เขาไม่อธิบายงั้นหรือ?
พออธิบายไปแล้วนางเชื่อหรือไม่?
นางทำตัวบ้าคลั่งระบายโทสะเพื่อบุตรสาว เคยฟังคำอธิบายของเขาบ้างหรือไม่?
พระชายาตวนอ๋องเป็พวกแพ้ทางคำหวานแต่ไม่ยอมคนแข็งกร้าว พอเห็นสายตานี้ก็โกรธขึ้นมาทันที "เซิ่งิหลิน แม้ข้าจะไม่ได้ให้กำเนิดเ้า แต่ก็ถือเป็มารดาที่ถูกต้องของเ้า ต่อให้ข้าจะพลั้งมือตีเ้าผิดไปชั่วขณะ แต่มันก็ไม่ใช่ความแค้นลึกซึ้งอะไร เ้าคิดจะฆ่าข้าหรืออย่างไร?"
เ้าก้อนแป้งพลันหันกลับมาโผเข้ากอดนาง พระชายาตวนอ๋องรีบนั่งยอง ๆ รับบุตรสาวเข้ามาในอ้อมกอด
มือน้อย ๆ ของจูจูปิดปากนางไว้ น้ำเสียงเล็ก ๆ ที่แหบจากการร้องไห้เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า
"ท่านแม่ อย่าดุพี่จ๋าเลย ท่านตาของพี่จ๋าไม่อยู่แล้ว ในใจของพี่จ๋าตอนนี้กำลังร้องไห้อยู่แน่ ๆ"
เซิ่งิหลินชะงักไปทันที เขาไม่คาดคิดว่าในบ้านหลังนี้ คนแรกที่นึกถึงเื่นี้ได้ กลับเป็เด็กน้อยคนหนึ่ง
ท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะ หมอหลวงรายงานเสียงเบา "พระชายา คุณชายใหญ่โชคดีที่กระดูกไม่าเ็ เป็เพียงแผลที่ผิวเนื้อ พักรักษาตัวสักระยะก็ไม่เป็ไรแล้วขอรับ"
เสียงร้องไห้ของเ้าก้อนแป้งหยุดลงชั่วขณะ นางเงยหน้ากลม ๆ ขึ้นมาถามหมอหลวงว่า "นี่... นี่หมายความว่ายังไงหยอ?"
หมอหลวงรีบตอบว่า "ทูลท่านหญิงน้อย หมายความว่า คุณชายใหญ่ไม่เป็ไร พักผ่อนไม่กี่วันก็หายแล้วขอรับ"
นางถามว่า "ไม่กี่วันคือกี่วันหยอ?"
หมอหลวงคิดครู่หนึ่ง "อย่างมากสิบวันก็หายขอรับ"
แม่นมโจวรีบกล่าวว่า "ท่านหญิงน้อยเ้าคะ นับนิ้วมือหนึ่งรอบ ก็คือสิบวันแล้วเ้าค่ะ"
เ้าก้อนแป้งหดแขนเล็ก ๆ กลับมา ใช้นิ้วจิ้มนับพลางสะอึกสะอื้น "หนึ่ง... เอ๋...ฉอง... ฉาม... ห้า..."
พระชายาตวนอ๋องหน้าบึ้ง อยากจะพูดอะไรบางอย่างทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้พูด จึงโบกมือแล้วกล่าวว่า
"พอแล้ว ส่งเขากลับไปเถิด เ้ามาตรวจชีพจรให้จูจูได้แล้ว!"
เซิ่งิหลินถูกหามกลับไป เขาหันกลับมามองอย่างเฉยเมยที่หน้าประตูเรือน เห็นท่ามกลางผู้คนที่ล้อมรอบ เด็กน้อยนับครบสามรอบแล้ว และเริ่มกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ
"เยอะ ฉิบวันเยอะมาก..."
ริมฝีปากของเซิ่งิหลินขยับเล็กน้อย พึมพำด่าว่า "เ้าเด็กโง่" แล้วเบือนหน้าหนี
ด้านหลังมีเสียงเล็ก ๆ ร้องไห้กระซิก ๆ "ฉิบวันเยอะ นับม่ายหมดเยย"
"เ้าเด็กทึ่มนี่!" พระชายาตวนอ๋องโกรธจนใช้นิ้วจิ้มหน้าผากนางเบา ๆ "เ้าจะไปสนใจเขาทำไม! เขาไม่สนใจเ้าด้วยซ้ำ!"
เ้าก้อนแป้งทำหน้าเศร้าพลางใช้นิ้วชี้สองข้างจิ้มไปมา "แต่...แต่ว่า จูจูม่ายอยากห้ายพี่จ๋าเจ็บ"
เซิ่งิหลินอดไม่ได้ หันกลับไปมองอีกครั้ง...
ตอนนี้นางยังตัวเล็กนิดเดียว มัดผมสองจุก ผมเส้นเล็ก ๆ กระจายอยู่ข้างแก้ม ยิ่งทำให้แก้มยุ้ย ๆ ดูเด่นชัด ดวงตากลมโตใสแจ๋ว ช่างน่าเอ็นดูเป็ที่สุด
ใช่แล้ว นางช่างโเี้อำมหิต แต่กลับมีรูปลักษณ์ที่งดงามเช่นนี้ ทั้งน่าเอ็นดูและดูไร้เดียงสาเชื่อฟังอยู่เสมอ
ทว่าในอดีต การเสแสร้งของนางก็ทำเพียงเอาใจผู้มีอำนาจเท่านั้น เขามันไม่มีอะไรเลย เซิ่งิจูผู้เต็มไปด้วยความละโมบเห็นแก่ตัว จะยอมเสียเวลามาแสดงละครให้เขาดูได้อย่างไร?
เขาจ้องมองนางเขม็ง จนนางรู้สึกได้ พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาของเขา บนใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาพลันสว่างไสวด้วยความดีใจ มือน้อย ๆ ชี้ไปทางเขา
"ท่านแม่! พี่จ๋ามองจูจู!"
นางราวกับจับหลักฐานได้ นิ้วน้อย ๆ ชี้ขึ้นมา และกล่าวอย่างมั่นใจว่า "พี่จ๋ายักจูจู!"
ใครรักเ้ากัน! เซิ่งิหลินโกรธจนหน้าแดง รีบเบือนหน้าหนีทันที แล้วตบประตูเป็สัญญาณให้รีบไปเสีย
พระชายาตวนอ๋องปลอบบุตรสาวไปส่ง ๆ "ใช่ ๆ ทั้งจวนต่างรักเ้าเด็กทึ่มอย่างเ้า รีบกลับไปทายาเถิด!"
เ้าก้อนแป้งได้รับการปลอบประโลมจากการที่พี่ชายจ้องมองมา จึงยอมให้พาตัวกลับไปทายาอย่างว่าง่าย และไม่ลืมฝากฝังหมอหลวงอย่างจริงจังว่า
"ท่านหมอ ท่านต้องรักษาพี่จ๋าให้หายไว ๆ นะเ้าคะ ท่านทำยาที่ขม ๆ ได้ ต้องรักษาพี่จ๋าให้หายได้!"
หมอหลวงรับคำทันที "ท่านหญิงน้อยวางใจเถิด กระหม่อมจะทำให้ดีที่สุดขอรับ!"
พระชายาตวนอ๋องขัดจังหวะอย่างระอา "พอแล้ว ไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน เ้าไม่หิวหรือ?"
เ้าก้อนแป้งชะงัก มือน้อยลูบท้องแล้วกลืนน้ำลาย "หิว!"
พระชายาตวนอ๋องนั่งลงข้างเตียง ใช้มือหนึ่งประคองคางเล็ก ๆ ของบุตรสาว ให้ดื่มน้ำครึ่งจอกเพื่อบ้วนปาก จากนั้นก็ยกโจ๊กมาป้อนนางด้วยตัวเอง
ท้องน้อยของจูจูร้องโครกคราก นางรีบกินไปหลายคำ แล้วก็นึกถึงพี่ชาย จึงยื่นมือน้อย ๆ ชี้ไปที่อาหารบนโต๊ะ
"อันนี้ให้พี่จ๋า อานนี้ด้วย อานนี้ก็ให้พี่จ๋า..."
พระชายาตวนอ๋องตบเตียงดัง ปัง "ทำไมเ้าไม่ยกตัวเองส่งไปให้เขาด้วยเลยล่ะ?"
ดวงตาของเ้าก้อนแป้งเบิกกว้างทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ "ได้... ได้หยอเ้าคะ?"
พระชายาตวนอ๋อง "..."
ดังนั้นเมื่อเซิ่งิหลินเพิ่งกลับถึงเรือนของตน ก็มีสิ่งของถูกส่งมาไม่ขาดสาย
ไข่ตุ๋นหนึ่งถ้วย โจ๊กหนึ่งถ้วย ขนมว่างสองจาน... จนถึงตอนเย็น ยังส่งตุ๊กตาเสือผ้าตัวใหญ่มาให้ตัวหนึ่ง
แม่นมโจวกล่าวอย่างนอบน้อม "นี่เป็ของรักของหวงของท่านหญิงน้อยเ้าค่ะ ทุกคืนจะกอดนอนเสมอ ท่านหญิงน้อยบอกว่า ให้มันช่วยปกป้องพี่ชายแทนท่าน ท่านหญิงน้อยยังเยาว์วัยแต่มีเมตตา ตัวเองก็าเ็ แต่กลับคำนึงถึงคุณชายใหญ่เป็อันดับแรก..."
เซิ่งิหลินหัวเราะเยาะในใจ คนเหล่านี้เดินมาครั้งแล้วครั้งเล่า พูดจาอ้อมค้อม แต่ความหมายจริง ๆ มีเพียงอย่างเดียว
นางดีกับเ้าขนาดนี้แล้ว หากเ้ายังจะถือสา 'เื่เข้าใจผิด' ก่อนหน้านี้อีก ก็ถือว่าไม่รู้จักดีชั่ว!
ทว่าหลังจากผ่าน่บ่ายมา มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาใจเย็นลงจากความแค้นของการย้อนเวลามากลับมา เขารู้ดีว่าตอนนี้เขาอายุเพียงแปดขวบ ในยามนี้ เขาไม่มีทางหลุดพ้นจากจวนตวนอ๋อง และบิดาผู้โชคดีคนนี้ก็คงไม่ล่มสลายในเร็ววัน
เขาทำได้เพียงอดทน อดทนจนกว่าจะโตขึ้นอีกนิด อดทนจนกว่าโอกาสจะมาถึง แล้วจึงถอนตัวออกมาก่อนที่จวนตวนอ๋องจะล่มสลาย!
ชาตินี้ขาของเขาไม่ได้หัก ขอเพียงอยู่ห่างจากเซิ่งิจู เขาก็สามารถมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ได้
เซิ่งิหลินหลุบตาลง ทำท่าทางราวกับซาบซึ้งใจ แล้วกล่าวเสียงเบา
"ขอบคุณแม่นม และฝากขอบคุณท่านหญิงน้อยด้วย"
แม่นมโจวถอยออกไปอย่างพึงพอใจ เมื่อกลับไปก็ใช้คำหวานปลอบประโลมเ้านายตัวน้อย
"คุณชายใหญ่ได้รับตุ๊กตาเสือผ้าแล้ว ดีใจมากเลยเ้าค่ะ บอกว่ารู้ว่าท่านหญิงน้อยดีต่อเขา พอหายดีแล้วจะมาหาเ้าค่ะ..."
"จริงหยอ?"
เ้าก้อนแป้งดีใจทันที นางไม่คิดว่าพี่ชายจะรักนางขนาดนี้! ดังนั้นนางจึงรีบปีนลงจากเตียงทันที
"ไม่ต้องให้พี่จ๋าลำบาก! จูจูจะไปหาพี่จ๋าตอนนี้เยย!"
"ไม่ ๆ ไม่ได้นะเ้าคะ!" แม่นมโจวถึงกับตกตะลึง "ท่านหญิงน้อยเ้าคะ บ่าวไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น..."
พระชายาตวนอ๋องถลึงตาใส่จากด้านหลังบุตรสาว แม่นมโจวจึงรีบใช้ไหวพริบ
"ตอนที่บ่าวมา คุณชายใหญ่หลับไปแล้วเ้าค่ะ แผลของคุณชายใหญ่ยังไม่หาย ต้องพักผ่อนให้มาก หากท่านหญิงน้อยไปหาเขาตอนนี้ เขาจะนอนไม่หลับ แล้วจะหายช้าลงนะเ้าคะ..."
"อ๋อ!" เ้าก้อนแป้งถูกโน้มน้าว "ถ้างั้น จูจูก็จานอนเหมือนกัน พรุ่งนี้เช้าค่อยปายหาพี่จ๋า"
พระชายาตวนอ๋องและแม่นมโจวถอนหายใจออกมาพร้อมกัน แม่นมโจวรีบดึงผ้าห่มห่มให้นาง
"ดี ๆ ๆ เ้าค่ะท่านหญิงน้อย เป็เด็กดีที่สุดเลยเ้าค่ะ!"
ในเรือนทิศตะวันตก เซิ่งิหลินคิดว่าตนเองจะนอนไม่หลับทั้งคืน แต่กลับหลับสบายอย่างยิ่ง ถึงขั้นตื่นสาย
เมื่อลืมตาขึ้น แสงแดดที่หน้าต่างสว่างจ้าจนทำให้เขาเหม่อลอยอยู่พักหนึ่ง เขาพยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยใช้ผนังช่วย ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วนำตุ๊กตาเสือผ้าที่ทิ้งไว้บนพื้นมาวางบนโต๊ะ ไม่นานเด็กรับใช้ส่วนตัวก็นำอาหารเช้าขึ้นมาส่ง
อาจเป็เพราะท่าทีของจูจูเมื่อวานนี้ เด็กรับใช้ที่ปกติจะเกียจคร้านจึงขยันเป็พิเศษ โดยการปูเบาะหนา ๆ ไว้บนเก้าอี้ให้เขาอย่างกระตือรือร้น
เซิ่งิหลินกินไปได้เพียงครึ่งเดียว ก็มีเด็กรับใช้มารายงานพร้อมยื่นเทียบเชิญฉบับหนึ่ง
"คุณชายใหญ่ มีแขกท่านหนึ่งอ้างว่าเป็ท่านน้าของท่านมาขอพบขอรับ"
สายตาของเซิ่งิหลินกวาดมองเทียบเชิญที่ทำขึ้นอย่างหยาบ ๆ ฉบับนั้น หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาทันที!