เมื่อคืนข้าพูดอันใดออกไป! ข้านอนลืมตาค้างมองเพดานจนแสงแรกอรุณสาดส่องเข้ามาภายในห้องในยามที่ข้าเอนกายซบอกไฉต๋าตงส่งเสียงหายใจรวยรินเมื่อปลายนิ้วของเขาััยังกายข้า
อาจเพราะข้าเผลอตัวไปหรือเพราะสถานการณ์และบรรยากาศเป็ใจ แต่ข้าไม่เสียใจหรอก ยิ่งเมื่อ
ไฉต๋าตงกระซิบบอกรักข้าเสียงแ่เบา ข้ายิ่งรู้สึกได้ใจเกินกว่าหักห้ามตนเองได้
แต่ต่อให้ไฉต๋าตงนั้นรักข้าจริง ข้าที่ยังคงอยู่ภายใต้สัญญาใจกับฮูหยินจินและตำแหน่งนางคณิกาอันดับหนึ่งที่พ่วงติดตัวมากับข้ายิ่งทำให้การอยู่เคียงข้างท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรเป็ไปได้ยากมากขึ้นกว่าเดิม
“ข้ารักท่านจริง ๆนะ”ข้าพึมพำเงียบ ๆพลางตะแคงตัวไปทางประตู
ไฉต๋าตงเอ่ยกับข้าว่าอยากอยู่กับข้าจนรุ่งเช้าแต่เพราะเขาคือท่านแม่ทัพ การต้องทำหน้าที่คุ้มครองบ้านเมืองกลายเป็สิ่งที่เขาไม่สามารถละทิ้งได้ง่ายดาย ข้าเข้าใจในหน้าที่ของต๋าตง เช่นนั้นข้าจึงปล่อยให้เขาได้รับใช้ชาติ
“แม่นางเฟยลุกขึ้นเถิดเ้าค่ะ”อาหลันพึมพำพลางหลุบตามองต่ำ “อาหารเย็นหมดแล้วนะเ้าคะ”
“อาหลันน้อย!~ ให้ข้าได้ตำหนิติเตียนตัวเองบ้างเถอะ”ข้าพลิกตัวฝังหน้าตัวเองเข้ากับหมอนใบฟู
“พวกท่านใจตรงกันขนาดนี้ยังต้องรีรออันใดอีกหรือเ้าคะ” อาหลันบ่นงึมงำนางเดินมาเขย่าตัวข้าแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“ท่านไม่ต้องเป็ห่วงเื่สัญญาใจแล้วเ้าค่ะท่านซื้อตัวเองแล้วออกไปใช้ชีวิตกับนายท่านไฉเถอะนะเ้าคะ”
คำพูดนางนั้นสมควรที่ข้ากระทำยิ่งข้าในตอนนี้มีเงินมากพอไถตัวเองให้หลุดพ้นจากหอนางโลมอีกทั้งข้าใช้เวลาและความสามารถช่วยลูกสาวฮูหยินจินเป็ระยะเวลาเกือบหนึ่งปีมันเหมาะสมแล้วที่ข้าควรหลีกหนีออกไป
แต่ว่า...
“ที่ข้ายังไม่จากไปไม่ใช่เพราะสัญญาใจหรอก” ข้าหันไปมองอาหลันแล้วดันตัวเองลุกขึ้นนั่งก่อนวางฝ่ามือลงบนศีรษะอีกฝ่าย “เป็เพราะข้าห่วงเ้ากับไฉต๋าตงข้ามีเงินมากพอไถตัวเองจริง แล้วเ้าเล่า? เมื่อใดที่ไม่มีข้าคอยคุ้มครองเ้าจะอยู่ได้เยี่ยงไร”
“แม่นางเฟย...”อาหลันเอ่ยเสียงแ่ นางโผเข้ากอดข้าเสียแน่น พร้อมทั้งฝังหน้าลงบนไหล่บอบบาง
“เพราะเช่นนั้นเมื่อใดที่ข้าหลุดพ้นออกไปอย่างสง่าผ่าเผย วันนั้นข้าจะไถ่ตัวเ้าให้มาอยู่กับข้า”ข้าเอ่ยพลางกอดนางตอบ พวกเราทั้งสองกอดกันจนกลมกลึง
อาหลันช่วยข้าเลือกชุดและเครื่องประดับเรือนร่างจนเสร็จสิ้นหลังจากข้าและนางอิ่มหน่ำสำราญกับอาหารตรงหน้าข้าหันออกไปมองยังนอกหน้าต่างอีกครั้งเฝ้าฝันถึงวันที่ข้ามีทรัพย์สินมากพอเพื่อยืนเคียงข้างไฉต๋าตงเปิดกิจการสอนหญิงสาวทั้งหลายให้รู้จักประทินโฉม
พอคิดมาถึงการที่มีเหล่าอาไฉน้อยวิ่งเล่นภายในร้านค้าข้าน้ำตาทั้งสองข้างดันรื้นขึ้นอย่างลืมตัว
“วาดฝันอันใดอยู่งั้นหรือ”ในตอนที่ข้าทอดสายตามองออกไปไกล เสียงจากบุคคลแสนน่ารำคาญดังขึ้นจากทางข้างหลัง
”แล้วเ้าเล่าคิดแผนร้ายอันใดอยู่กัน” ข้าหันไปมองยังจินเฟย ก่อนส่งยิ้มอันอ่อนหวานแก่นาง
“หึ!มีคนผู้หนึ่งอยากเสวนากับเ้า” จินเฟยเอ่ย นางหมุนตัวเดินนำออกไป
ข้ามองตามนางไม่นานก็ตัดสินใจทำตามที่สั่งแม้ตอนนี้ไม่มีอาหลันอยู่ข้างกาย แต่ข้าที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมหาได้กลัวไม่
พวกเรามาถึงห้องรับรองของทางหอนางโลมสีหน้าท่าทางจินเฟยช่างสงบนัก ข้ามั่นใจมากว่าบุคคลผู้นี้ย่อมเป็คนที่นางรู้จักดีหลังจากที่บานประตูถูกเปิด บุคคลนั้นที่ข้าคาดการณ์กลับเป็ฮูหยินจิน
นางลุกขึ้นแล้วเข้ามาประคองข้าที่คำนับนางแม้อีกฝ่ายมีอายุมากแล้วแต่ทั้งผิวพรรณและรูปร่างไม่แตกต่างอันใดจากสตรีแรกแย้มนักและเพราะนางข้าถึงได้มีวิชาดูแลตนเองให้สวยสดอยู่เสมอแม้อายุข้าย่างเข้ายี่สิบสองปีแล้วก็ตาม
“ฮูหยินจินไม่ได้พบกันเสียนานแต่ท่านไม่แตกต่างจากวันแรกที่เราทั้งสองเจอกัน” ข้าระบายยิ้มหวานพลางประคองนางไปนั่งยังโต๊ะ
“เ้าปากหวานเพียงนี้ไม่แปลกใจที่สามารถขึ้นแท่นอันดับหนึ่งแห่งหอนางโลมข้าได้”ฮูหยินจินส่งเสียงหัวเราะเสียงแ่เบา พลางมองข้าที่รินน้ำชาให้แก่นาง
“เพราะท่านแนะวิธีเป็สาวงามเฉกเช่นเดียวกับท่านต่างหากเล่า”ข้าเอ่ยพลางลอบมองจินเฟย “ถึงแม้การจัดการภายในหอนางโลมไม่อาจสู้ท่านได้แต่ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว”
จินเฟยแค้นหัวเราะพลางหันมามองข้า“เพราะเช่นนั้นแล เหม่ยหลินเ้าถึงต้องอยู่ช่วยงานข้าต่อ”
ทั้งข้าและนางเราสบตากันแม้ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม แต่อย่าได้หลงเชื่อรอยยิ้มนี้เชียว
“ถ้าเช่นนั้นย่อมดีหรือไม่ท่านแม่”จินเฟยหันไปออเซาะฮูหยินจิน พลางลอบส่งยิ้มร้ายกาจแก่ข้า“ท่านควรให้เหม่ยหลินช่วยงานข้าต่อไปอย่างใดเสียความสามารถของนางย่อมช่วยเรียกแขกให้เราได้”
“ว่าอย่างไรเหม่ยหลินความสามารถในเื่บัญชีเ้าก็ไม่เป็รองใครอีกทั้งความงดงามของเ้าหาไร้ที่ติได้ไม่ ไหน ๆแล้วเ้ายังไม่มีที่ไปก็อยู่ช่วยลูกสาวข้าอีกสักปีสองปีเถอะ” ฮูหยินจินเอ่ยเสียงอ่อนหวานก่อนยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ
อันที่จริงั้แ่ที่ข้าเห็นฮูหยินจินข้ารับรู้ได้ทันทีว่าเป็แผนของจินเฟย นางย่อมอยากทรมานข้าให้จมดินคงไม่มีวันปลื้มใจแน่หากข้าได้หลุดพ้น ถึงแม้ว่ามารดานางจะเป็บุคคลที่จิตใจดีเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม แต่ข้าไม่มีวันต้องทนอยู่เพื่อให้ผู้ใดมารังแก
“ข้าขอเรียนฮูหยินจินตามตรงข้ามิอาจอยู่ช่วยลูกสาวท่านได้ต่อไป เพราะข้านั้นมีเส้นทางที่ต้องเดินและข้าไม่อาจปล่อยเวลาต่อไปได้อีกแล้ว”ข้าเอ่ยเสียงหนักแน่นจ้องมองยังใบหน้าเล็กที่ไม่มีเค้าความแก่ชรา
“เ้ามีผู้ใดในใจแล้วงั้นหรือ”ฮูหยินจินเลิกคิ้ว ข้าไม่ตอบอันใดมากความ เพียงแค่พยักหน้าอย่างช้า ๆ“ถ้าเช่นนั้นเ้าจะไปอยู่กับคนผู้นั้นเลยหรือครอบครัวของชายผู้นั้นต้อนรับเ้าใช่หรือไม่ แล้วเขาสามารถดูแล…”
“คนรักของนางคือท่านแม่ทัพไฉอย่างไรเล่า”ไม่ทันที่ฮูหยินจินจะกล่าวจบ จินเฟยโพล่งขึ้นเสียงดังพลางมองมาทางข้าด้วยสายตาเยาะเย้ย
“ท่านแม่ทัพไฉต๋าตงผู้นั้นหรอกหรือ!?”ฮูหยินจินเบิกตาโต นางหันไปขมวดคิ้วมองลูกสาวตนเองก่อนหันกลับมามองข้า “เ้ามั่นใจใช่หรือไม่ ว่าเ้าตัดสินใจถูกแล้วคนผู้นั้นอายุน้อยกว่าเ้ามิใช่หรือ”
หลังสิ้นสุดประโยคนั้นของนางข้าเพียงแค่มองมายังอีกฝ่าย นึกถึงใบหน้าขึ้นสีแดงระรื่นของไฉต๋าตงหรือจะเป็น้ำเสียงนุ่มนวลที่ขัดต่อบุคลิกของเขาหรือจะเป็ััอันอ่อนโยนที่่ชิงลมหายใจข้าไป
“เ้าค่ะฮูหยินจินทั้งไฉต๋าตงและข้า เรามีใจผสานกันเป็หนึ่งเดียวขอได้โปรดท่านเห็นแก่ความรักของเราทั้งคู่อย่าได้กีดกันข้าจากชายผู้เป็ที่รักเลยนะเ้าคะ” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจ้องมองอีกฝ่ายอย่างมุ่งมั่นมากกว่าตอนที่ขอให้นางสอนข้าเสียอีก
ข้านั้นไม่ยอมให้ผู้ใดมา่ชิงเวลาอันมีค่าของข้าอีกแล้ว