ตอนที่ 55 : แผนการอันบ้าคลั่ง
"มันก็แค่เรื่องเข้าใจผิด น้องโจวไม่ต้องขอโทษหรอก" เซินถููป้าพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
ศิษย์สำนักเฉินกวงและศิษย์สำนักหยุนซานตกตายกันไปหลายคน คนที่บาดเจ็บก็มีหลายสิบคน แต่กลับหายกันเพราะคำพูดว่า ‘เข้าใจผิด’ ของเซินถููป้า
โจวซุนพยักหน้าตอบรับซ้ำๆ "ใช่ๆ เข้าใจผิด เข้าใจผิดกันจริงๆ !"
หลินไห่หยาและลัวเยว่ซานรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาไม่พอใจโจวซุน
แต่ภายนอก พวกเขาก็ทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อนเท่านั้น ไม่อาจทำอะไรได้
ฉินเหลียน ซุนจ้งเหยียนและคนอื่นๆ มองดูฉากนั้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งและโศกเศร้าในใจ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะคิดยังไง พวกเขาก็ไม่กล้าแสดงมันออกมาต่อหน้าเซินถููป้าและคนอื่นๆ....
เหมาฉางเทียนและศิษย์คนอื่นๆ ต่างมองไปที่โจวซุนด้วยสีหน้าซับซ้อน สายตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
คนที่เป็นที่พึ่งในสายตาของพวกเขา สุดท้ายแล้ว นอกจากจะไม่ช่วยเหลือพวกเขา แต่ยังไปพูดคุยหัวเราะกับฝ่ายตรงข้ามอีก นี่มันช่างเศร้าขนาดไหนกัน?
อาจจะพูดได้ว่า ทุกคนต่างก็รู้สึกผิดหวังและไม่พอใจในตัวโจวซุนทั้งนั้น
อาจจะเป็นเพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของหลินไห่หยาและคนอื่นๆ โจวซุนจึงขมวดคิ้วและพูดกับเซินถููป้าว่า "พี่เซินถูู ในเมื่อความเข้าใจผิดได้ถูกแก้ไขแล้ว งั้นข้าคงขอไม่รบกวนพวกท่านต่อ ข้าขอตัวลา" เขาต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด หากอยู่ที่นี่ต่อไป เกรงว่าคงต้องเสียหน้ามากกว่านี้
"ได้สิผู้แลโจว รอจนข้ากลับไปที่เมืองแล้ว ค่อยไปย้อนวันวานกัน" โจวยี่พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
"แน่นอน!" โจวซุนพยักหน้า จากนั้นก็หันหลังเตรียมที่จะเดินจากไป
จู่ๆเซินถููป้าก็พูดขึ้นมาว่า " เดี๋ยวก่อน !"
โจวซุนแอบสะดุ้งในใจ แต่ภายนอกยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ "พี่เซินถููมีเรื่องอะไรรึ?"
"การได้พบกันนับว่าเป็นโชคชะตา น้องโจวรีบร้อนจากไปแบบนี้ คงไม่ใช่ว่าไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาหรอกนะ?" เซินถููป้าพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ
เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าของโจวซุนก็เปลี่ยนไป
โจวยี่ เซียวจ้านเทียน เฉินยี่ ลัวซา เหล่ยลี่เฟิง ต่างก็มองไปที่เซินถููป้าด้วยท่าทีสับสน
"พี่ใหญ่เซินถูู...." โจวยี่ดึงแขนเสื้อของเซินถููป้าไว้ เพื่อต้องการที่จะหยุด
แต่เซินถููป้ากับโบกมือ และหันมาส่ายหน้าให้กับโจวยี่ "ไม่ต้องกังวล ข้ารู้ว่าควรทำอะไร"
เขายิ้มและมองไปที่โจวซุน ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "เอาแบบนี้แล้วกัน น้องโจว เจ้าสนใจจะอยู่พูดคุยกับเราต่อรึไม่ ?"
โจวซุนเงียบไปสักพัก แต่บนใบหน้าก็ยังคงมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ "พี่เซินถููให้เกียรติข้าจริงๆ !"
ถ้าเซินถููป้าต้องการให้เขาอยู่ต่อ ตัวเขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้
"น้องโจวเป็นคนฉลาด !" เซินถููป้ายกนิ้วโป้งให้โจวซุน และกล่าวคำชื่นชมออกมา จากนั้นก็หันไปพูดกับเซินถููกู โจวชิงและคนอื่นๆด้านหลังว่า "เอาล่ะ ที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว พวกเจ้าก็รีบเดินทางต่อไปเถอะ"
คำสั่งของเซินถููป้า เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่กล้าขัดขืน พวกเขารีบหันหลังและออกเดินทางต่อทันที เพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตมืด
หลังจากที่ไล่พวกเซินถููกูไปแล้ว เซินถููป้าก็ยิ้มและมองไปที่โจวซุน "น้องโจวมาสิ มานี่สิ พวกเราเดินไปคุยไปจะดีกว่า"
ส่วนฉินเหลียน หลินไห่หยา ซุนจ้งเหยียนและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังของโจวซุน รวมไปถึงศิษย์คนอื่นๆ ต่างก็ถูกเซินถููป้ามองข้าม ราวกับว่าในสายตาของเขานั้นนอกจากโจวซุนแล้ว คนอื่นๆไม่มีค่าให้เขาต้องสนใจ
โจวซุนถอนหายใจเบาๆด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปพูดกับหลินไห่หยาและคนอื่นๆว่า "พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าจะพูดคุยกับพวกเจ้าในภายหลัง"
พูดจบ โจวซุนก็ไม่สนใจการตอบสนองของพวกหลินไห่หยา แต่รีบเดินตามพวกเซินถููป้าไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นสักพัก เซินถููป้า โจวซุนและคนอื่นๆ ก็หายไปจากครรลองของพวกเขา ส่วนหลินไห่หยากับลัวเยว่ซานก็ยังคงยืนอยู่กับที่ ด้วยสีหน้าหม่นหมอง เขาไม่ขยับตัวอยู่นานราวกับนิ่งอึ้ง
บรรยากาศสลดและขุ่นเคืองใจก็แพร่กระจายไปทั่วป่า
" ฮือ...ลูกชายที่น่าสงสารของข้า!" ในหมู่ของพวกเขานั้น มีเสียงร้องไห้ด้วยความเสียใจดังมาจากผู้นำตระกูลท่านหนึ่ง เขาข่มความโศกเศร้าไว้ไม่ไหว จนต้องร้องไห้ออกมา บุตรชายของเขาคือหนึ่งในผู้โชคร้ายไม่กี่คน ที่ถูกโจวชิงสังหาร
"กรอดดด" ผู้นำตระกูลอีกท่านหนึ่งก็กัดฟันแน่น ในดวงตาฉายแววเจ็บปวดและเคียดแค้นออกมา
ทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากบรรยากาศนี้ ความรู้สึกหนักอึ้งแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ราวกับว่ามีภูเขายักษ์กำลังกดทับร่างของพวกเขาอยู่
หลินไห่หยาและลัวเยว่ซานต่างก็ทำอะไรไม่ถูก จะจากไปก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ไม่ดี ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกอับอาย การกระทำของโจวซุนนั้น ทำให้พวกเขาดูเหมือนไม่ใช่ทั้งคนนอกและคนใน
ฉินเหลียนมองดูฉากนั้นอย่างเงียบๆ ขณะที่ในใจก็เกิดความรู้สึกมากมายเอ่อล้นออกมา "ความอ่อนแอเป็นเรื่องที่น่าเศร้า !"
แม้จะรู้ว่ามีศัตรูอยู่ตรงหน้า แต่กลับทำได้แค่ดู ทว่าไม่อาจทำอะไรพวกเขาได้ ความรู้สึกจนปัญญาแบบนี้ มันจะน่าเศร้ามากเพียงใด?
ผู้นำตระกูลเหล่านี้ ตอนที่อยู่ในเมืองทะเลทรายต่างก็เป็นคนมีหน้ามีตา แต่พออยู่ต่อหน้าพวกเซินถููป้า แม้แต่คุณสมบัติที่จะพูดก็ไม่มี และถ้าหากเซินถููป้ากับคนอื่นหงุดหงิดขึ้นมา พวกเขาก็อาจจะโดนฆ่ากันหมด
"สำหรับอัจฉริยะที่แท้จริง เมืองตงโจว คือเวทีของพวกเขา !" ฉินเหลียนเงยหน้าขึ้นและมองไปทางทิศใต้ ด้วยแววตาที่โศกเศร้า
....
เซินถููกู เซียวเหยียนและคนอื่นๆ ต่างก็มุ่งหน้าไปยังเขตมืด โดยมีเซินถููป้า โจวซุนและคนอื่นๆเดินตามอยู่ด้านหลังอย่างไม่ช้าไม่เร็ว
"ว่ายังไงน้องโจว ข้อเสนอของข้าเจ้าสนใจรึไม่ ?" เซินถููป้ายกมือขึ้นมากอดอก พลางถามด้วยรอยยิ้ม
โจวยี่ เซียวจ้านเทียน เฉินยี่ ลัวซา เหล่ยลี่เฟิง ต่างก็มองไปที่โจวซุนด้วยสายตาคาดหวัง
เมื่อเห็นสายตาที่บ้าคลั่งและตื่นเต้นของเซินถููป้า โจวซุนก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายและกระซิบออกมาว่า "พวกเจ้าบ้าไปแล้วรึ! นั่นมันสัตว์อสูรขอบเขตตันซวนเลยนะ !"
บ้าไปแล้ว นี่มันกลุ่มคนบ้าชัดๆ !
สัตว์อสูรขอบเขตตันซวนในตำนาน แต่พวกเขากลับกล้าที่จะไปหาเรื่องมัน หากไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น เซินถููป้าก็หัวเราะออกมา "ไม่ ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบข้อมูลมาแล้ว หากเป็นในยามปกติ มันคือสัตว์อสูรขอบเขตตันซวนจริงๆ แต่ทว่าช่วงเวลาก่อนและหลังคลอดนั้น ความแข็งแกร่งของมันจะตกลงมาอยู่ที่ขอบเขตว่อซวน ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรา ตราบใดที่คว้าโอกาสนี้ได้ โอกาสที่พวกเราจะประสบความสำเร็จก็มีสูงมาก! อีกอย่าง ข้าส่งคนไปจับตาดูสัตว์อสูรตนนั้นมานานแล้ว สามารถแน่ใจได้เลยว่า ไม่มีสัตว์อสูรตัวอื่นๆอยู่ใกล้มัน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ พวกเราแค่ทุ่มสมาธิจัดการกับมันก็พอ ไม่จำเป็นต้องวอกแวกไปจัดการกับสัตว์อสูรตัวอื่น!" พูดถึงตรงนี้ เซินถููป้าก็ข่มความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ "คิดดูสิ แค่พวกเราไม่กี่คน ก็สามารถเอาชนะสัตว์อสูรขอบเขตตันซวนได้แล้ว ชื่อเสียงและเกียรติยศของพวกเราจะเกรียงไกรแค่ไหน? หรือเจ้าไม่สนใจ?"
โจวซุนยังคงส่ายหน้า "ไม่ จุดที่ร้ายกาจที่สุดของพวกสัตว์อสูรก็คือ พลังป้องกันของพวกมัน! ต่อให้ระดับการบ่มเพาะของมันจะตกลงมาอยู่ที่ขอบเขตว่อซวนขั้นต่ำ แต่พลังป้องกันของมันก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายๆ....ด้วยพลังของพวกเรา ไม่มีทางที่จะโจมตีทะลุการป้องกันของมันได้!"
"ใครบอกกันว่าพวกเราจะฝ่าการป้องกันของมัน ?" เซินถููป้าย้อนถามกลับ " เจ้าคิดว่าพวกเราอยากจะฆ่ามันรึ?"
โจวซุนชะงักขึ้นมา "งั้นพวกท่าน?"
เซินถููป้ายิ้มออกมาอย่างมั่นใจและพูดกับเฉินยี่ว่า "เฉินยี่ ตาเจ้าพูดแล้ว"
เมื่อได้ยินแบบนั้น เฉินยี่ก็ชูนิ้วชี้ขึ้นมา ตรงปลายนิ้วมีพลังงานสีฟ้าวนรอบนิ้วของเขา ตอนนี้เองมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมา "ข้าไม่รู้ว่าน้องโจวเคยได้ยินเรื่องนักฝึกสัตว์อสูรหรือไม่?"
" เจ้าเป็น....นักฝึกสัตว์อสูรงั้นรึ ?!" สีหน้าของโจวซุนพลันเปลี่ยนไป ดวงตาของเขาแสดงความตกตะลึงออกมา
นักฝึกสัตว์อสูรในตำนาน แม้แต่โจวซุนที่รอบรู้แทบทุกอย่าง ก็เพิ่งเคยเห็นกับตาเป็นครั้งแรก!
"ขายหน้าพี่โจวจริงๆ ข้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูร และยังเป็นนักฝึกสัตว์อสูรระดับ 2 ดาวเท่านั้น!" เฉินยี่เก็บพลังสีฟ้าของตัวเอง พลางกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม "พอถึงตอนนั้นพวกท่านก็แค่พยายามควบคุมจิ้งจอกพันหน้าเอาไว้ ใช้เวลาไม่นาน แค่สิบลมหายใจก็น่าจะพอ รอจนข้าวาดค่ายกลสัญญาเสร็จ ข้าก็สามารถบีบบังคับให้มันเป็นทาสได้! ด้วยระดับการบ่มเพาะที่ตกลงมาอยู่ขอบเขตว่อซวนขั้นต่ำ มันไม่มีทางต้านทานค่ายกลสัญญาของข้าได้แน่!"
ทันทีที่เฉินยี่พูดจบ โจวยี่ก็เสริมว่า "ไม่ใช่แค่นั้นนะ พวกเราทุกคนยังเตรียมยาเพิ่มพลังมาหนึ่งเม็ด! ต่อให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง พวกเราก็ใช้ยาเพิ่มพลังนี้ เพิ่มระดับการบ่มเพาะของตัวเองได้ชั่วคราว!"
ยาเพิ่มพลังขั้นที่ 2 หากนักสู้ขอบเขตว่อซวนกินมันเข้าไป จะสามารถยกระดับการบ่มเพาะของตัวเองหนึ่งขั้น เป็นเวลา 1 นาที หลังจากที่ผลของยาหมดลง ผู้ใช้จะอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ
หลังจากได้ฟังคำอธิบายทั้งหมดโจวซุนก็นิ่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น "พวกเจ้า....เตรียมตัวมาดีจริงๆ!"
นักฝึกสัตว์อสูร 2 ดาว ยาเพิ่มพลังขั้นที่ 2....โจวซุนพอจะนึกภาพออกว่า เซินถููป้าเตรียมการเรื่องนี้มาดีแค่ไหน
"เผชิญหน้ากับจิ้งจอกปิศาจพันหน้าในตำนาน หากพวกเราไม่เตรียมตัวมาให้ดี เราจะกล้าไปหาเรื่องมันได้ยังไง ?" เซินถููป้ายิ้มออกมา พวกเขาเตรียมการเรื่องนี้มากว่าครึ่งปี เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่การตัดสินใจแบบลวกๆ "ว่ายังไงน้องโจว เจ้าอยากจะเข้าร่วมแผนการในครั้งนี้ด้วยรึไม่ ? ข้าเชื่อว่าหากมีเจ้าคอยช่วย แผนของพวกเราจะมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นกว่าเดิม!" หากมีนักสู้ขอบเขตว่อซวนขั้นกลาง เข้าร่วมแผนการอีกคน มันจะมีประโยชน์อย่างมากต่อแผนการของพวกเขา หากให้กินยาเพิ่มพลังเข้าไป โจวซุนก็สามารถกลายเป็นนักสู้ขอบเขตว่อซวนขั้นสูงได้ชั่วคราว!
หลังจากที่เงียบไปสักพัก เซินถููป้าก็พูดต่อไปว่า "อีกอย่าง ไม่ว่าเรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ ข้าจะให้ยาว่อซวนกับเจ้า 1 เม็ด"
ด้วยชื่อของอีกฝ่ายและรางวัลที่เอ่ยมา โจวซุนไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ
" สามเม็ด!" โจวซุนเงียบไปสักพัก ก่อนจะชูนิ้วขึ้นมา 3 และกล่าวต่อไปว่า "อีกอย่าง ข้ามีเรื่องบางอย่างที่อยากจะให้ท่านช่วย!"
ไม่ว่าเซินถููป้าจะแสดงสีหน้ามั่นใจมากแค่ไหน หรือเตรียมพร้อมมาดีเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ก็ยังอันตรายมากอยู่ดี ดังนั้นข้อเรียกร้องของโจวซุน จึงไม่ได้มากเกินไปนัก
เพียงแต่...ยาว่อซวน 3 เม็ดนี้ แม้แต่เซินถููป้าก็ต้องคิดให้ดีๆ
เซินถููป้าคิดสักพัก ก่อนจะพยักหน้า "ได้ สามเม็ดก็สามเม็ด แต่...ข้าอยากจะรู้ว่า เจ้าจะให้พวกเราทำอะไรให้ ?"
" ช่วยข้าฆ่าคน !" โจวซุนพูดขึ้นมาอย่างใจเย็น "วางใจเถอะ เป็นแค่ขอบเขตว่อซวนขั้นต่ำคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าข้าหาโอกาสเหมาะๆที่ฆ่าเขาไม่ได้ ถ้าหากมีพวกท่านช่วย เกรงว่าเขาคงไม่สามารถหลบหนีไปได้" อย่างไรเสีย เขาก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับหลินไห่หยา ลัวเยว่ซานและตู้รั่วหยุน บวกกับครั้งนี้ ศิษย์ของสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานก็ถูกฆ่าไปมาก ทว่าเขากลับไม่อาจช่วยอะไรได้เลย ดังนั้นเขาจึงคิดจะเอาชีวิตของจางหยูไปให้หลินไห่หยาและลัวเยว่ซานเป็นของขวัญ
เซินถููป้ามองไปที่โจวซุนก่อนจะหัวเราะออกมา "ได้สิ ถ้าคนคนนั้นอยู่ขอบเขตว่อซวนจริง พวกเราจะช่วยเจ้าจัดการเขา!"
โจวซุนยื่นมือออกมาและมองไปที่เซินถููป้า ความหมายก็ชัดเจนดีอยู่แล้ว
"ทำไม น้องโจวไม่เชื่อใจข้างั้นรึ ?" เซินถููป้าขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
" ไม่ใช่แบบนั้น แต่กันไว้ดีกว่าแก้" โจวซุนพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "นอกจากนี้ พี่เซินถููก็เพิ่งบอกไปไม่ใช่รึ ? ไม่ว่าเรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ ข้าก็ยังจะได้ยาว่อซวน 3 เม็ดเหมือนเดิม ให้ก่อนหรือให้หลัง มันแตกต่างกันตรงไหน ?"