“เข้าเมืองไปหาท่านหมอหน่อยดีหรือไม่”เขาถาม หลังจากนั่ง เมียงมองนางหลบมุมทำแผลบนแขนมาครู่หนึ่ง
“เื่ขี้ผง”
“แต่เ้าเป็สตรีร่างกายไม่ควรมีตำหนิริ้วรอย”
อย่างนั้นรึ...หญิงสาวทำแผลให้ตนเองเสร็จเรียบร้อยหันกายเผชิญหน้ากับคุณชายหน้าขาวซึ่งตนเพิ่งช่วยพ้นจากมือสังหาร
“ความคิดคร่ำครึเช่นนี้ยังมีอยู่หรือเนื้อตัวมีตำหนิาแแล้วอย่างไร”
ขืนพูดมากว่าเสียดายแทนเ้าบ่าวของนางก็จะเป็การละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวกัน
“ข้าเพียงอยากมีส่วนรับผิดชอบเื่นี้”ตัวเขาหนีตาย กลับมีแค่ร่องรอยถลอกเพราะล้มลุกคลุกคลาน นางยื่นมือเข้าช่วย โชคร้ายได้รับาเ็แทนเสียได้
“ใช้ชีวิตของเ้าให้ดีเถอะ”
ระหว่างสนทนาเสียงฝนนอกชายคาเริ่มตกหนักมากขึ้นรวมถึงฟ้าเบื้องบนที่สำแดงความพิโรธด้วยเสียงอันดังมาเป็ระยะ ฟู่เจียนจื่อขยับกายเข้าไปด้านในศาลเ้าร้างความเย็นของมวลอากาศทำให้ต้องยื่นมือขึ้นอังเหนือกองไฟ
“เ้าเป็คนเมืองหลวงสินะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“สำนักคุ้มภัยที่นั่นเป็อย่างไรมีหลายสำนักหรือไม่”
เขาใช้ความคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ“ที่ยิ่งใหญ่ชื่อเสียงโด่งดังนั้นมีสามสำนัก ส่วนพวกเขาจะเป็อย่างไรนั้นข้าไม่รู้”
อยากรู้นางคงต้องไปดูให้เห็นกับตาสินะ หานถิงมี่ลุกขึ้นเดินไปหยุดใต้ชายคาศาลเ้า ใช้มือรองรับน้ำฝนเพื่อดื่มประทังหิว
“ไว้พรุ่งนี้ข้าจะเลี้ยงอาหารเ้าตอบแทนทนหิวหน่อยนะ” ผู้พูดคล้ายจะปลอบโยนท้องไส้ของตนเองด้วย
เป็เื่น่าเบื่อที่นางต้องติดฝนค้างอยู่บนเขาอากาศเย็นทำให้คิดถึงเตียงอุ่นในโรงเตี๊ยม หากนางออกเดินทางเช้ากว่านี้คงไม่ต้องติดแหง็กในศาลเ้าร้าง หรืออันที่จริง นางไม่ควรสอดมือยุ่งกับเื่ของผู้อื่นจนมือตัวเองต้องเปื้อนเื
“หากเ้ากังวลเื่คดีความข้าจะเป็พยานให้ว่าพวกนั้นหมายเอาชีวิตข้าก่อน”
หญิงสาวหันไปสบตาคนพูดซึ่งบังเอิญต่อประโยคกับความคิดนางได้เหมือนเข้ามานั่งกลางใจ
“ก็ไม่กังวลเท่าไรพวกนั้นเป็คนเลวไม่ใช่หรือ”
อีกครั้งที่ชายหนุ่มพยักหน้า“เงื้อดาบจะฆ่าคนอย่างไร้เหตุผล คงมิใช่คนดีแน่อยู่แล้ว”
เมื่อหญิงสาวเดินกลับเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามของกองไฟนางก็ถามเขาต่อ “บัณฑิตหน้าขาวอย่างเ้า ไปทำเื่ให้ใครเขม่นจนอยากเอาชีวิตมิใช่ไปผิดลูกเมียใครมานะ”
“ไม่เลยๆ”เขาส่ายหน้าพัลวัน “ข้าไม่ใช่คนเลวร้ายเช่นนั้น คิดว่าเื่อาจจะมาจากการที่ข้าไปช่วยไถ่ตัวเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังจะถูกฉุดคร่าไปเป็ภรรยาน้อย”
“อืม...วีรบุรุษช่วยสาวงามจนเกิดเื่กับตัวเองโง่เง่าดีแท้”
“ข้าก็ไม่อยากให้ผลออกมาเป็อย่างนี้เสียหน่อย”เขาแย้งหน้าเจื่อน “พบคนเดือดร้อนไม่ช่วยจะได้หรือ เ้าก็คิดอย่างข้าใช่หรือไม่เล่า”
คำถามของเขามาพร้อมรอยยิ้มนี่คงมิใช่ยั่วเยาะให้นางอับอายว่าตนก็โง่เง่า เื่ช่วยเขาแล้วตนเองเดือดร้อนหรอกนะ
หานถิงมี่หยิบกิ่งไม้โยนเข้าไปในกองไฟอยู่ลำพังสองคนในป่าเขาในสถานที่ไม่คุ้ยเคย ที่หลับนอนไม่มี ถึงบอกให้นอน นางก็นอนไม่หลับโดยง่ายจึงชวนเขาคุยเรื่อยเปื่อย
“เ้ามีครอบครัวหรือยัง”ที่ถาม นั่นเพราะชีวิตนางตอนนี้กำลังถูกตีกรอบด้วยคำว่าควรแต่งงานมีครอบครัวได้แล้วความสับสนว้าวุ่นใจ ทำให้อยากหาเพื่อนคุย
“ท่านพ่อท่านแม่กำลังหาคู่หมั้นหมายที่เหมาะสมให้ข้าอยู่”
“เท่ากับถูกบังคับแต่งน่ะสิ”นางถามทันควัน เหตุใดพ่อแม่ที่เคยฟูมฟัก สุดท้ายกลับบีบบังคับลูกด้วยเื่แต่งงานเป็กันทุกบ้านสิน่า
ลูกกตัญญูนิ่งไปอึดใจใหญ่“ก็ไม่นะ ก่อนจะตกลงแต่งอย่างไรก็ต้องเห็นชอบจากข้าก่อน”
“แต่เ้าก็ไม่ได้เลือกเ้าสาวเองอยู่ดีพวกนางล้วนถูกพ่อแม่เ้าคัดตัวมาประเคนให้”
คราวนี้ฟู่เจียนจื่อนิ่งนานกว่าเดิมก่อนพูดอย่างตรองดีแล้ว “ในฐานะลูกที่ดี เมื่อถึงวัยต้องมีครอบครัวย่อมต้องทำให้พ่อแม่คลายกังวล”
“หากเ้าเลือกเ้าสาวเองพ่อแม่เ้าจะยอมหรือไม่เล่า จะต้องเป็กังวลมากอย่างนั้นหรือ หากนางไม่เหมาะสมกับเ้าอย่างพวกเขาคิดและ้า”
ปรกติฟู่เจียนจื่อเป็คนฉลาดพูดมีความคิดหลักแหลมได้รับคำชื่นชมจากท่านอาจารย์หลายคนทว่าคำถามที่มาเป็ชุดเช่นนี้เขากลับอึกอักที่จะตอบ
“เ้าคงไม่เคยมีความรักสินะ”
ชายหนุ่มสบตาเ้าของคำถามแลเห็นแสงสะท้อนจากเปลวไฟระริกไหวในหน่วยตาคู่งามที่สาดประกายคมกล้ายิ่งกว่าบุรุษหลายคน
“เ้าเล่า”
เขาถือดีอะไรมาย้อนถาม!
ความรักบ้าบออะไรข้าล้วนไม่้า!
หานถิงมี่โยนกิ่งไม้อีกหลายท่อนสุมเข้าไปในกองไฟจนเปลวสีเพลิงลุกโชนความร้อนที่แผ่กระจายทำให้ชายหนุ่มร่วมชายคาต้องเขยิบตัวออกห่างก่อนตนจะถูกเผากลายเป็ซาก
เขาคงทำนางโกรธแล้วฟู่เจียนจื่อคาดเดา ครู่หนึ่งจึงถอดเสื้อตัวนอกลงปูบนพื้น “เ้าจะนอนเลยหรือไม่”
ดวงตาดุๆของนางเหล่มองเสื้อของเขา
...นั่นปูให้ข้านอนรึ
“เชิญเ้าเถอะพรุ่งนี้ข้าจะไปนอนในเมือง”
“ถ้าข้านอนตื่นมาจะยังเจอเ้าอยู่...ใช่ไหม”
“ตัวโตเสียเปล่า”
“ข้าไม่ได้กลัวภูตผีปีศาจ”
“แล้ว...”
“ข้าอยากเรียกหมอมาดูอาการเ้า”
“แผลแค่นี้ไม่ตายหรอกน่า”
“ถึงไม่ตายก็ควรรักษาให้ถูกต้อง”
“เซ้าซี้น่าเบื่อชะมัด”นางส่ายหน้าคล้ายระอาความห่วงใยของเขา ก่อนถอดเสื้อคลุมบนตัวปูข้างกองไฟล้มตัวลงนอนหลับตาไม่สนใจชายหนุ่มอีก
ฟู่เจียนจื่อถอนหายใจโล่งอกยิ้มเล็กน้อยที่คนาเ็ยอมพักผ่อน เขาตั้งใจจะนั่งอยู่อย่างนี้ จะได้คอยเติมไฟให้ความอบอุ่นตลอดทั้งคืน
ชายหนุ่มหาได้รู้ในบางคราที่เขาเผลอง่วนอยู่กับกองไฟตนได้ถูกสายตาของคนที่เข้าใจว่าหลับไปแล้วลอบมองอยู่หลายหน