ฤดูใบไม้ผลิเดินมาถึงจุดสิ้นสุดฤดูกาล แต่ถึงกระนั้นหมู่บ้านเสี่ยวฮวงก็ยังคงเต็มไปด้วยสีเขียวขจี
มองนาข้าวที่เจริญเติบโตมาอย่างดี ทุกคนในหมู่บ้านล้วนโอดครวญ ที่พวกเขาโอดครวญคือ ‘ทำไมที่ดินบ้านของสะใภ้เล็กถึงได้โตดีแบบนี้?’
“จริงด้วย ที่ดิน เมล็ดพันธุ์ เพาะปลูกวันเดียวกัน ทำไมที่ดินของสะใภ้เล็กถึงโชคดีอยู่คนเดียว?”
่นี้จู้เจียงเจียงยุ่งอยู่กับเื่ของใบชา ไม่ไปดูแลต้นกล้าในแปลงนาเลย มีแต่ตอนที่ทุกคนไปดูน้ำในนา จึงช่วยเปิดปากร่องบนคันนาทดน้ำเข้านาให้นาง
แต่ถึงแม้จะเป็เช่นนั้น ต้นกล้าบ้านของนางกลับโตดีกว่าของทุกคน
ลักษณะต้นกล้าทั้งสูงและหนา ทั้งยังงอกงามดี ทุกต้นใหญ่มีต้นกล้าอยู่ด้วยกันสิบกว่ากิ่ง
หากถึงตอนต้องเก็บเกี่ยว มือข้างหนึ่งก็คงกุมต้นกล้าหนึ่งต้นไม่อยู่ ผลเก็บเกี่ยวรวงข้าวต้องเยอะมากแน่ ๆ
ครั้นหันกลับไปมองนาข้าวของทุกคนในหมู่บ้าน ทุกหนึ่งต้นล้วนเป็ต้นกล้าเดี่ยวทั้งผอมทั้งเล็ก แค่ลมพัดมาก็พากันสั่นไหวจะล้มไม่ล้มแหล่ ดูอย่างไรก็น่าโมโห
“สะใภ้เล็กนางมีความสามารถ ต้นกล้าภายหลังที่เก็บเกี่ยว พวกเราก็เรียนรู้กับนางดี ๆ แล้วกัน”
“เห็นด้วย ดูนางสิ เพาะปลูกเสร็จก็ไปทำเื่ชาูเา แล้วดูพวกเราสิ จะเทียบกับคนอื่นได้อย่างไร!”
“ไป ๆ พวกเรากลับกันเถอะ”
ชาวบ้านที่เหลือไม่กี่คนอุดทางเข้าน้ำในนาเสร็จ มองพระอาทิตย์ตกบนยอดเขาใหญ่แวบหนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวกลับไป
พระอาทิตย์ตกดึงเงาของคนให้สูงยาวขึ้น เสียงกบร้องด้านหลังในนาค่อย ๆ เริ่มแลกเปลี่ยนกับเสียงร้องของจักจั่นในตอนกลางวัน
จู้เจียงเจียงได้เตรียมตัวพร้อมกับเื่ตั้งแผงขายชาแล้ว วันนี้นางไปในเมืองมารอบหนึ่ง ซื้อหม้อ ถ้วยและอุปกรณ์ชงชามามากมาย ตอนนี้นางกำลังอยู่หน้าบ้าน นั่งเผาเปิดใช้เครื่องครัวเหล่านี้
นำกาน้ำชาและถ้วยชามาต้มก่อน หลังจากผ่านการต้มจนเย็น วางผึ่งไว้ไม่นานก็แห้งแล้ว
ขณะนี้นางกำลังใช้น้ำมันหมูเคลือบกระทะ ระหว่างที่รอเคลือบ นางก็อดใจไม่ไหวใช้กาน้ำชาที่ซื้อมาใหม่ต้มชาไปหนึ่งกา
ชาชุดแรกยังมีข้อบกพร่อง นางไม่มีประสบการณ์ในการควบคุมไฟอะไรเลย หากไม่ดิบก็ผัดนานเกินไป ดังนั้นชาชุดนั้นจึงถูกนางทิ้งไป
ตอนนี้นางกำลังดื่มชาชุดที่สอง ครั้นเทน้ำร้อนลงไปชง กลิ่นหอมของชาก็ลอยออกมาทันที กลิ่นหอมของชานี้ ช่วยเพิ่มรสชาติที่สดชื่นให้กับหมู่บ้านเสี่ยวฮวงภายใต้พระอาทิตย์ตกได้เป็อย่างดี
สวีเหล่าซานนำโต๊ะและเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ทำให้จู้เจียงเจียงเสร็จแล้วเดินเข้ามา ก็เห็นนางกำลังเงยหน้ามองพระอาทิตย์ตก พลางลิ้มรสชาถ้วยหนึ่งที่ถืออยู่ในมือพอดี
ท่าทางนั้น ทำให้คนรู้สึกเหมือนกับว่านางช่างไม่เหมาะกับที่นี่เอาเสียเลย
“สะใภ้เล็ก ดื่มชาหรือ?”
จู้เจียงเจียงกำลังหลับตาัักลิ่นหอมของชาที่ค้างอยู่ในปาก ครั้นได้ยินเสียง นางก็ลืมตาแล้วหันหน้าไป
“ลุงสามสวี ท่านมาแล้วหรือ?” นางเทชาหนึ่งถ้วยให้สวีเหล่าซาน เชิญเขานั่งด้วยกันอย่างเป็มิตร “รีบนั่งเร็ว ลองชิมชาชุดนี้”
สวีเหล่าซานเคยดื่มชาชุดแรกมาแล้ว รสชาติไม่ถูกปากของเขาจริง ๆ
เดิมไม่อยากดื่ม แต่ครั้นเห็นท่าทางเมื่อครู่ของจู้เจียงเจียง ร่างกายของเขาก็ซื่อตรง นั่งลงทันที
น้ำชาถ้วยนี้ไม่ต่างกับน้ำชาถ้วยก่อนหน้ามากนัก เขาชิมไม่ออกว่าดีหรือไม่ดี รู้สึกแค่ว่าเหมือนจะหอมกว่าก่อนนิดหน่อย
จู้เจียงเจียงมองท่าทางอึดอัดใจของสวีเหล่าซานออก
ช่างเถอะ อยากให้คนที่ไม่เคยดื่มชายอมรับรสชาติของชาจากก้นบึ้งหัวใจ ก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น
ปฏิกิริยาของสวีเหล่าซานก็จะเป็ปฏิกิริยาของลูกค้าร้านชาของนางในอีกสองวันต่อมา
แต่ทำอย่างไรถึงจะทำให้คนยอมรับวัฒนธรรมการดื่มชาได้อย่างรวดเร็วกัน?
จู้เจียงเจียงมองพระอาทิตย์ตก และเข้าสู่ภวังค์ความคิด
……
สองวันต่อมา
วันนี้เป็วันแรกที่จู้เจียงเจียงจะไปเปิดร้าน นางตื่นขึ้นมาเตรียมของที่ต้องใช้ในการตั้งร้านั้แ่เช้า
เมื่อวานนางเข้าเมืองไปรับเืหมูและเครื่องในกลับมา เมื่อคืนนางจึงนั่งล้างนั่งหั่นเครื่องในหมูจนเสร็จ จากนั้นก็ทำการหมักดองและวางไว้ในช่องว่างมิติ
ตอนนี้นางแค่ต้องผสมข้าวสารที่แช่มาทั้งคืนกับเืหมู จากนั้นก็ยัดเข้าในไส้อ่อนเพื่อให้กลายเป็ไส้กรอกข้าว รอไปถึงในเมือง นางค่อยเริ่มตั้งหม้อต้ม ปรุงแบบสด ๆ ขายไปด้วย
ร้านเล็ก ๆ นี้นางทำคนเดียวก็พอ เผยเสี่ยวอวี๋ไม่ได้ตามนางไปด้วย แต่สาวน้อยคนนี้ก็ยังตื่นแต่เช้ามาช่วยนางยัดไส้กรอกข้าว
“เสี่ยวอวี๋ อีกเดี๋ยวก่อนไปเก็บชา เ้าไปนา เปิดน้ำเข้านาแล้วค่อยไป ตอนเที่ยงกลับมาก็อย่าลืมปิดน้ำ อย่าให้ท่วมพืชผลรู้ไหม?”
จู้เจียงเจียงเร่งทำไส้กรอกข้าวไปพลาง กำชับเผยเสี่ยวอวี๋ไปพลาง
“ข้ารู้แล้ว พี่สะใภ้” เผยเสี่ยวอวี๋พยักหน้า จดจำไว้ในใจ
ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าวันนี้จู้เจียงเจียงจะไปตั้งร้านแผงลอยหาเงินในเมือง นางเป็คนเดียวของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง และคนแรกที่ไปค้าขายในเมือง ดังนั้นทุกคนต่างมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“สะใภ้เล็ก ของต่าง ๆ เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม? ลืมโต๊ะเก้าอี้อะไรหรือเปล่า?”
เมื่อสวี่เหล่าเกินมาก็ช่วยนางตรวจดูโต๊ะเก้าอี้ของที่ต้องใช้ในการตั้งร้าน ดูแล้วตื่นเต้นกว่าจู้เจียงเจียงเสียอีก
“ปู่สวี่ เมื่อคืนข้ายกโต๊ะเก้าอี้ขึ้นรถแล้ว ตอนนี้รอแค่ยัดไส้กรอกข้าวเสร็จก็ออกเดินทางได้” จู้เจียงเจียงหันหน้าพูดตอบ
ร้านเล็กของนางมีแค่โต๊ะสามตัว เก้าอี้สิบกว่าตัว ซ้อนทับกันอยู่บนรถเข็นที่คนในหมู่บ้านช่วยกันทำให้นางเรียบร้อยแล้ว
ดูเหมือนของเยอะ แต่เพราะทำจากไม้ไผ่จึงไม่หนักแต่อย่างใด นางคนเดียวก็ลากรถเข็นได้
“ของนี้ทำล่วงหน้าตอนกลางคืนให้เสร็จไม่ได้หรือ ทำตอนนี้ไม่ทันตลาดเช้าพอดี” สวี่เหล่าเกินเริ่มบ่นเื่ทำไส้กรอกข้าวอีกครั้ง พยายามแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้าุโ
“ปู่สวี่ ขายชาต้องขายตอนแดดร้อนถึงจะขายดี ข้าไม่รีบให้ทันตลาดเช้าหรอก”
เมื่อเผชิญกับความกังวลของทุกคน จู้เจียงเจียงจึงอดทนอธิบายกับพวกเขาเป็พิเศษ
แต่สวี่เหล่าเกินก็ยังไม่สบายใจ “หาคนตามเ้าไปด้วยไม่ดีกว่าหรือ? ผู้หญิงตัวคนเดียวไปขายชา หากถูกคนข้าง ๆ รังแกขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
หลังจากอยู่ร่วมกันมาหนึ่งเดือนกว่า ๆ คนหมู่บ้านเสี่ยวฮวงล้วนเห็นจู้เจียงเจียงเป็เหมือนครอบครัวของตัวเองไปแล้ว
นางอายุยังน้อย แต่งมาก็ต้องเป็ม่าย ทุกคนจึงรู้สึกสงสารนางจริง ๆ
ระหว่างที่คนในหมู่บ้านบ่นอยู่นั้น จู้เจียงเจียงก็ยัดไส้กรอกข้าวเสร็จแล้ว ตอนลุกไปล้างมือ ยังพูดปลอบใจทุกคน “ปู่สวี่ ไม่มีใครรังแกข้าหรอก อีกอย่างยังมีเถ้าแก่หนิวช่วยหนุนหลังข้าอยู่ในเมือง ไม่เกิดเื่แน่นอน”
นางเลือกตำแหน่งที่ตั้งร้านไว้แล้ว อยู่ไม่ห่างจากร้านเนื้อหมูของหนิวต้งมากนัก
ร้านเนื้อหมูของหนิวต้งตั้งอยู่ในสถานที่ที่คนขวักไขว่ที่สุดในเมืองทิศใต้ นางไปตั้งร้านใกล้เขา นอกจากสะดวกในการขอเืหมูและเครื่องในแล้ว ยังใช้ความนิยมของเขาได้อีกด้วย
“มันก็จริง” สวี่เหล่าเกินถอนหายใจออกมา
ในฐานะที่เขาเป็ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งยังถูกแม่เผยฝากฝังก่อนตาย ให้เขาดูแลเผยเสี่ยวอวี๋และลูกสะใภ้ที่แต่งงานมาให้ดี
แต่ดูตอนนี้สิ เขาช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี!
จู้เจียงเจียงเก็บของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย พับผ้าเก่า ๆ วางพาดบนไหล่ ก่อนจะใช้ร่างกายเล็ก ๆ ของนางลากรถเข็นมุ่งหน้าสู่แสงแดดยามเช้า
ด้านหลัง คนของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงต่างเฝ้ามองร่างเล็ก ๆ ของนางจากไปอย่างเงียบ ๆ ในใจรู้สึกปลง
ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้พวกเขาก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า แผ่นหลังเล็ก ๆ ของจู้เจียงเจียงคนนี้ จะทำให้หมู่บ้านเสี่ยวฮวงเจริญรุ่งเรืองขึ้นในอนาคต!
“เสี่ยวอวี๋ ไปหาพ่อแม่เ้าเถอะ ไปบอกพวกเขาว่าเ้ามีพี่สะใภ้คนหนึ่งที่ดีมากแค่ไหน”
มือของสวี่เหล่าเกินตบลงบนไหล่ของเผยเสี่ยวอวี๋ หลังจากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “เฮ้อ หากเสี่ยวจ้าวอยู่ก็คงดี”