เมื่อกินข้าวแล้ว ทั้งหมดก็สวมเสื้อคลุมกันฝนหน้ากากพลาสติก ก่อนจะทะลุผ่านประตูไม้ออกมา เวลานี้ตึกด้านข้างที่เกาเทียนเคยอยู่ถูกถล่มจนพังราบ แถมมีรอยเผาไหม้
“ไม่มีใครมาพังบ้านไม้เลยหรือ” ระหว่างที่พักรักษาตัว เกาเทียนไม่รู้เื่เลยว่ามีาพวกนี้อยู่
“มีทุกวัน” ซือหย่าบอกก่อนกระชับท่อนไม้ในมือไว้ เธอต้องไม่แสดงพลังออกมามากเกินไปแท้จริงเธอควบคุมเถาวัลย์ไม่ได้เลย มันเคลื่อนที่เองอย่างอิสระทันทีที่ออกมาด้านนอก เถาวัลย์ก็ทำท่าจะพุ่งไป แต่เธอรวบรวมจิตทั้งหมดยับยั้งต้นไม้เอาไว้ต้นอ่อนในมิติทำท่าทีไม่พอใจโบกสะบัดใบไปมา
“เราไปที่ศูนย์รถดีไหมครับ ผมอยากนั่งรถสวย ๆนานแล้ว” เฮ่อจื่อชงเสนออย่างตื่นเต้นเขาลองสร้างน้ำเป็คมมีด สะบัดออกไปใส่อาคารหนึ่ง ก็เกิดรอยร่องลึกขึ้นมาการฝึกพลังกับเกาเทียนทุกวันนับว่ามีความคืบหน้า
“ไอ้หนูอย่าใช้พลังส่งเดช มันจะเรียกซอมบี้มาได้ที่ศูนย์รถเวลานี้คงไม่มีรถให้ขับแล้ว ดูแค่ร้านข้าง ๆก็ถูกรื้อค้นกวาดเอาข้าวของไปหมดแล้ว” เกาเทียนชี้ให้ดู
“หลายวันนี้ มีคนออกมาตระเวนหาข้าวของทุกคืน”ซือหย่าทราบจากเถาวัลย์ ดูเหมือนเธอจะเห็นการเคลื่อนไหวรอบนอกผ่านพืชได้ถ้าคิดจะมอง
“ที่ผับที่ฉันหนีมาก่อนหน้านั้นที่นั่นมีห้องได้ดิน ้าอาจจะมีซอมบี้มากหน่อยแต่ห้องใต้ดินมีรถที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม เหมาะแก่การใช้บุกลุยใช้วัสดุกันะุชั้นดี หนาพอจะฝ่าซอมบี้ไปได้”
“พี่ชอบเที่ยวผับเที่ยวบาร์นี่เอง” เฮ่อจื่อชงจิ๊ปาก “รอผมโตก่อนเถอะ ผมจะเข้าไปได้ยินว่าในนั้นมีทั้งเหล้า เครื่องดื่ม แล้วสาว ๆ สวย ๆ ไปกองอยู่ที่นั่น”
“ไอ้เด็กแก่แดด ในหัวนี่วัน ๆ คิดแต่เื่อะไรสมัยฉันน่ะนะ อายุเท่านี้ยังเอาแต่เรียน ว่างจับพู่กัน สะสมหุ่นยนต์”
“แล้วโตมาเข้าผับเข้าบาร์เที่ยวผู้หญิง”
“เที่ยวที่ไหน ฉันมาทำงานธุรกิจนำเข้ารถยนต์เอารถมาส่งพวกมีเงิน แล้วทางผับเขาเลี้ยงฉลอง ฉันยังไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัวโสดอยู่” โสดมาสองชาติแล้วเหอะ เง้า เหงา! เกาเทียนหันมาอธิบายกับซือหย่าอย่างจริงจัง
เฮ่อจื่อชงรู้สึกเหมือนมีอาหารหมาคาอยู่ในปาก คุยกันสองคนแท้ๆ แต่สายตาพี่ชายเกาไม่มองเขาสักนิด
ขณะที่ซือหย่าฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่พอสรุปได้ว่า ทุนนิยมจัด ๆ
สามคนฝ่าออกไป ตลอดทางมีรถผ่าน และซอมบี้ก็ไล่ตามเป็พักๆ ทันทีที่เจอซอมบี้ ครั้งนี้ซอมบี้รู้สึกว่าวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
“นังหนูซือมาหลบข้างหลังฉัน” เกาเทียนหันมาบอก ก่อนแบมือออก ลูกไฟขนาดใหญ่ก็ก่อตัวขึ้นเขาซัดไฟออกไปเผาซอมบี้นั้นทั้งตัว ก่อนหันมาหาซือหย่า “ไม่ต้องกลัวนะ”
โฮ่ง ๆ บรู๊ !
เฮ่อจื่อชงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกินอาหารหมาจนเห่าหอนได้แล้วเขาจะต้องเสียเวลาชงทำไมกัน ในเมื่อเกาเทียนชงเองได้
ขณะสามคนมัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลังซอมบี้สองตัวหลุดพ้นจากเปลวเพลิง และพายุเข็มน้ำพุ่งเข้ามาห่างจากเกาเทียนนิดเดียว
ซือหย่ากำท่อนไม้ในมือแน่น ก่อนจะฟาดออกไปส่วนปลายของท่อนไม้ฟาดลงบนหัวของซอมบี้จนของเหลวกระเซ็น เกินเสียงดังโพละ ! ขึ้นทุกที่
ก่อนจะเขวี้ยงไม้ออกไปอาจจะเพราะหลายวันนี้ซือหย่าทดลองเคลื่อนที่ไม้ด้วยพลังจิตด้วยการหยั่งจิตไปหาต้นอ่อน ขณะควบคุมทุกอย่างที่เป็ไม้เลยควบคุมไม้ให้ลอยกลางอากาศได้ ท่อนไม้พุ่งออกไปทะลุส่วนหัวของซอมบี้อีกตัวก่อนที่เถาวัลย์เล็ก ๆ กำลังทำหน้าที่เก็บคริสตัลรอบ ๆ อย่างขะมักเขม้น
ไม่เท่านั้นเถาวัลย์ยังเลื้อยพันมาเกาที่คางของเกาเทียนเหมือนปลอบใจหัวใจอันบอบบางของเขา
ตัวเล็ก อ่อนแอ บอบบาง แสนเดียงสาบริสุทธิ์ที่อยู่ในหัวของเกาเทียนปลิวหายไปจนหมด
เขาจำได้ว่าแฟนเก่าของเขา มีพลังธาตุไม้เหมือนกันแต่ในตอนแรก แค่ควบคุมต้นหญ้าสักต้น ยังยากเลย ต่างจากเด็กสาวผมเปียสวมเสื้อคุณยายว่าที่ภรรยาของเขาคนนี้
หัวใจของเกาเทียนสั่นสะท้าน อยากล็อกมงภรรยาให้เธอแล้วนี่คือหญิงสาวที่เขาใฝ่ฝันจะเจอในวันสิ้นโลก ทั้งเก่ง ทั้งมีมิติ ครบเครื่อง
“เรารีบไปเถอะค่ะ ปัญญาชนเกาไม่ต้องห่วงฉันนะคะฉันจะอยู่ข้างหลังคุณตลอด”
เกาเทียนสำลักเบา ๆ อยากเท่ต่อหน้าสาวแท้ ๆกลับมาถูกเธอปกป้องเสียได้
เขาก็อยากลองเป็หนุ่มร่ำรวย บอบบาง ที่เกาะเมียกินอยู่พอดี
“พวกเราต้องเร่งความเร็วหน่อยแล้วนังหนูซือเก็บคริสตัล ไอ้หนูตามพี่ชายมาอย่าให้ห่าง”
การฆ่าทำให้ซอมบี้ที่ตอนแรกวิ่งไล่ตามรถที่พึ่งออกจากเมือง พอรถทิ้งห่าง ซอมบี้พวกนั้นก็หันมาสนใจเสียงต่อสู้กลิ่นน้ำเหลือง เศษซากของเสียที่เกิดจากการสังหารซอมบี้ของทั้งสามไม่นานซอมบี้ก็เริ่มพุ่งมาที่ทั้งสาม เกาเทียนคว้ามือออกไปรถยนต์สองคันก็พุ่งเข้าประกบบีบอัดซอมบี้ทั้งหมดจนแหลกเหลว ก่อนจะเผาซากซอมบี้ทิ้ง
ขณะการเคลื่อนที่นั้น เถาวัลย์ของซือหย่าก็ดำผุดดำว่ายจากพื้นดินเก็บคริสตัล
ไม่นานซอมบี้ที่ตามรถมาจากเมืองอื่นก็ตามเสียงการต่อสู้มาที่เดียวจนแน่นพร้อมดาหน้าเข้ามา
“พี่ชายเกา เราจะถูกล้อมแล้ว”
“ไอ้หนู นายมากับใครไม่เห็นหรือไงซอมบี้พวกนี้ยังไม่เลื่อนระดับ การตอบสนองของมันเลยจะช้าอยู่รอให้มันเลื่อนระดับเหมือนเราเลื่อนพลัง อันนั้นถึงจะเรียกว่านรก”
เกาเทียนยื่นมือออกไปคว้าโลหะแล้วส่งมันพุ่งออกไปตัดหัวซอมบี้ที่ดาหน้าเข้ามาทำลายส่วนหัวทั้งหมดในคราวเดียวเถาวัลย์เล็ก ๆ ทำหน้าที่เก็บเกี่ยวคริสตัลอย่างเริงร่า
เฮ่อจื่อชงเห็นการสังหารหมู่แบบนั้นก็ปรบมือ คนนี้นี่แหละพี่เขยเขา
“ไม่เผาหรือครับ”
ตอนที่เร่งรีบไป เฮ่อจื่อชงหันมาถาม
“การต่อสู้ และกลิ่น จะเรียกซอมบี้มาเรารีบหนีก่อน”
ทั้งสามนับเป็ทีมที่ดีมากแต่ปริมาณซอมบี้ที่ไล่ลารถยนต์มาใน่หลายวันนี้มากเกินไปเฮ่อจื่อชงหลบอยู่ด้านหลังสักพัก เห็นเกาเทียนตัดหัวซอมบี้รวดเดียวเป็สิบ ๆตัวเขาก็สูดหายใจ พยายามเพ่งสมาธิดัดฝนเข็มของเขาให้แหลมคม ก่อนจะสั่งให้พุ่งออกไปเจาะทะลวงส่วนหัวพอได้ลองฝีมือมากเข้าก็เริ่มชำนาญ
ตัวไหนที่รอดพ้นจากโลหะตัดหัว และพายุฝนเข็มก็จะเจอไม้ของซือหย่าที่โยนออกไปก็ลอยคว้างในอากาศ ก่อนจะหวดเข้าที่หัวซอมบี้ทันที
ยิ่งสู้ซอมบี้ยิ่งมา แถวหน้าถูกสังหารล้มลงแถวหลังก็เหยียบย่ำข้ามกองศพพวกนั้นมาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ
เกาเทียนปล่อยไฟออกไปเผากองเพลิงนั้นเพื่อใช้เป็จุดล่อซอมบี้ ก่อนที่จะพาทั้งสองอ้อมตึกไป
“ไหนว่ากลิ่น และการต่อสู้จะเรียกซอมบี้ไง” เฮ่อจื่อชงไม่ค่อยเข้าใจสักนิด
“ไอ้หนู ก็ต้องใช้หัวกันบ้างสิ ฉันแก่ปูนนี้ขาก็ไม่ดี เดินด้วยไม้เท้าแบบนี้ ก็ต้องหลอกล่อพวกมัน ให้เรามีเวลาหนีหน่อยสิ” เกาเทียนยกไม้เท้าให้ดู ขณะที่สองขาก็ขยับได้คล่องแคล่ว
ไม้เท้าก็แค่พร็อปเท่านั้นวิ่งเร็วกว่าใครเพื่อน เฮ่อจื่อชงคิดอย่างขัดใจ
แล้วคนแก่แบบไหนกัน พึ่งอายุก็ยี่สิบต้นๆ เท่านั้น หรือพอเขาอายุยี่สิบ ก็ต้องพูดเหมือนเกาเทียนด้วยหรือว่า ฉันอายุปูนนี้
ทั้งสามออกวิ่งแบบไม่หยุดพัก จัดการซอมบี้ตามรายทางจนมาถึงผับที่เขาบอก ด้านหน้าผับเต็มไปด้วยซอมบี้ ตอนที่เกาเทียนออกจากบาร์แห่งนี้ซอมบี้ยังอยู่ด้านในอยู่เลย มันอาจจะพังประตูออกมาเองหรือว่ามีคนหนีออกมาจากด้านในเหมือนเขา
“พี่ชายเกา เราจะเข้าไปยังไงให้ผมออกไปล่อมันไหม”เฮ่อจื่อชงเสนอตัว
ชาติก่อนเกาเทียนเห็นเด็กที่ถูกหลอก และบังคับไปเป็เหยื่อล่อซอมบี้มานักต่อนักชาตินี้เขาจะไม่ให้ใครต้องมาพยายามอะไรขนาดนั้นแล้ว
“อย่าพึ่งรีบร้อนอยากตายเร็วนักไอ้หนูด้านข้างมีช่องหน้าต่าง ตามฉันมา” เกาเทียนพาทั้งหมดอ้อมไปที่ด้านข้างก่อนจะกระแทกกระจกแล้วะโลงไป ก่อนจะหันมาชูมือรอรับคน้า “ซือหย่ามานี่”
ในสถานการณ์เร่งรีบซือหย่าเลยกระโจนเข้าสู่อ้อมแขนนั้นอย่างไม่รีรอ
ร่างเล็กแสนอ่อนนุ่มก็พุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเกาเทียน เดิมทีเขาเพียงจะเช็กของแต่ตอนที่มันแนบชิดกับเรือนร่าง คนที่เคยแต่จีบสาวในจินตนาการมาชาติกว่าก็คิดจินตนาการไม่ดี
ก่อนจะยกร่างซือหย่าลงยืน มือหนึ่งยังโอบที่เอวคอดไว้
เอิ่ม... ทั้งหมดนี่ก็เพราะกลัวเธอทรงตัวไม่ได้หรอกหรือ
เฮ่อจื่อชงที่ขาสั้นกว่า ตัวเล็กกว่า คิดว่าเกาเทียนคงรอเขาอยู่ด้านล่างเลยกระโจนลงมาอย่างมั่นใจ ก่อนจะตกลงมาก้นจ้ำเบ้า
ตุ้บ !
“เชี่ย ! พี่ทำไมไม่รับผมล่ะ”
“นายโง่หรือเปล่า มีพลังพิเศษธาตุน้ำทำไมไม่ทำน้ำเป็ขั้นบันไดแล้วก้าวลงมา” เกาเทียนยังมีแก่ใจหันมาบอก
เฮ่อจื่อชงลุกขึ้นปัดกางเกงนี่มันสองมาตรฐานที่ชัดเจนเกินไปหรือเปล่า
“ฉันก็สามารถเอาท่อนไม้มาทำบันไดได้ด้วยใช่หรือไม่”ซือหย่าที่ถูกโอบประคองเอวอยู่ตอนนี้รีบหันมามองเกาเทียนอย่างตื่นเต้นก่อนจะเอาท่อนไม้ออกมาจากในมิติพืช ดึงพลังจากต้นอ่อนเพื่อบังคับท่อนไม้พวกนั้นไม่นานไม้ก็เรียงเป็ขั้นบันได หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็ตื่นเต้นไม่น้อย “ปัญญาชนเกา คุณช่างสมกับเป็ปัญญาชนผู้มีความรู้ มีคุณธรรมสูงส่ง”
“คุณธรรม ?” เฮ่อจื่อชงร้องออกมาเสียงหลงทั้งแค่นเสียงหัวเราะออกมา เจ้ ! พี่เขาอ่อยเจ้แรงแบบนั้นคุณธรรมเบอร์ไหนก่อน
ขณะที่เกาเทียนสำลักออกมาแรง ๆ ค่อยปล่อยมือจากเอวคอดอย่างเสียดาย
เฮ่อจื่อชงลุกขึ้นมาได้ใช้สองนิ้วชี้เข้าหาตนเองแล้วชี้ไปหาเกาเทียน บอกว่าตนเองจับตาดูเขาอยู่ตลอดการเดินทางมาที่นี่เขากินอาหารหมามาพอแล้ว