อากาศในสวนที่ได้มาปลูกสร้างไว้เพื่อพักผ่อนยามที่้าหลีกหนีความวุ่นวายจากในเมืองใหญ่
“ก็ได้นายแสงกับนางลีนั้นแหละที่ช่วยดูแลให้”
ท่านนายพลกล่าวอย่างชื่นชมลูกน้องคนโปรด
“เออ ลูกสาวของเขาก็โตขึ้นมากแล้วนะ มาเมื่อก่อนยังตัวนิดเดียว”
“ก็อายุเท่ากันยัยดาวลูกของเรานั้นเหละ เออ คุณช่วยไปเรียกนายตะวันมาพบผมหน่อยสิ”
ท่านนายพลบอกกับภรรยา
คุณหญิงแวววรรณจึงลุกเดินออกไป อีกครู่หนึ่งตะวันก็เดินเข้ามา
“มีอะไรหรือครับคุณพ่อ”
ตะวันถามขึ้น
“พ่อจะถามว่าแกจะกลับกรุงเทพพร้อมพ่อเลยหรือเปล่า พ่อจะกลับพรุ่งนี้แล้ว”
“ผมขออยู่ต่ออีกสักสองวันนะครับคุณพ่อ”
“แล้วเื่สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยล่ะ แกจะว่าไง”
“ผมกำลังตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ครับคุณพ่อและอ่านอยู่ที่บ้านสวนนี่ก็มีสมาธิมากกว่าอ่านที่บ้านกรุงเทพเพราะที่นี่มันเงียบสงบดี”
“ตามใจแกแล้วกัน แต่แกอย่าลืมนะ ว่าพ่อ้าให้แกสอบเข้าให้ได้”
“ครับและถ้าคุณพ่อไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ เพื่อนๆรอผมอยู่”
เด็กหนุ่มหมายถึงเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ที่นั่งเล่นกันอยู่ที่หน้าบ้าน
“ไปสิ เดียวพ่อออกไปด้วย”
แต่ทั้งสองไม่ทันจะขยับตัว คุณหญิงแวววรรณก็เดินกลับเข้ามาที่หน้าประตู
“ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วสองพ่อลูก ออกไปทานอาหารกันเถอะ ทุกคนรออยู่”
“ไปกันเลยครับคุณแม่”
แล้วครอบครัวยุทธนาการณ์และกลุ่มเพื่อนๆของตะวันก็พร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหารซึ่งถูกจัดขึ้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน โดยมีนางลีและลลินผู้เป็ลูกสาวคอยรับใช้อยู่ใกล้ๆนั้น
“นายแสงไปไหนหรือแม่ลี วันนี้ไม่เห็นหน้าเลย”
นายพลสุรินทร์ถามถึงลูกน้องคนโปรด ระหว่างที่ทานอาหารไปพลาง
“ไปหาปลาที่ชายคลองค่ะท่าน มืดๆถึงจะกลับ ท่านมีอะไรจะให้พี่แสงรับใช้หรือค่ะ”
“เปล่าหรอก แค่ไม่เห็นหน้าก็เลยถามดูเท่านั้นเออนะ ขาก็ไม่ดียังอุตส่าห์ไปหาปลาอีก”
“คุณพ่อค่ะ”
ดวงดาวลูกสาวคนเล็กของท่านนายพลเอ่ยขึ้นมา
“มีอะไรหรือลูกดาว”
ผู้เป็พ่อหันไปถาม
“ลลินลูกน้าลีเขาเรียนเก่งมากเลย หนูไปดูผลสอบของเขาเห็นได้เกรดสี่ทุกวิชาเลยค่ะ”
ดวงดาวเล่าให้พ่อฟัง
“เหรอ เก่งนี่ แล้วน้องๆของเธอล่ะ เป็ไงบ้างเื่การเรียน”
นายพลสุรินทร์หันไปถามเด็กสาวหน้าตางามหมดจดท่าทางสงบเสงี่ยมที่ยืนคอยรับใช้อยู่ไม่ห่างนัก และนางลีเป็ผู้ตอบมาแทน
“ก็เรียนเก่งเหมือนกันนั้นแหละคะท่าน”
“แล้วลลินเรียนอยู่ชั้นไหนแล้วล่ะ”
คุณหญิงแวววรรณถามขึ้นมาบ้าง
“อยู่ม.๕ แล้วค่ะ”
ลลินตอบ ก่อนขยับเข้ามาตักข้าวเพิ่มให้กับดวงดาวเมื่อเห็นข้าวในจานของเธอพร่องไป
“นี่ลลินอยากให้ฉันอ้วนหรือไงถึงตักมาเสียเยอะแยะ”
ดวงดาวว่า
แล้วทุกคนก็พากันหัวเราะอย่างขบขัน ยกเว้นตะวันที่นั่งมองเงียบๆก่อนจะเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ชื่อลลินหรือเราหนะ ชื่อเพราะดีน่ะ นิสัยไม่ได้เื่ แค่บอกให้ไปหยิบกีต้าร์เท่านั้นหายไปเป็ชั่วโมง”
เขาทำเสียงเครียดอย่างตำหนิ ลลินได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าโต้ตอบออกไป เพราะพ่อกับแม่ได้เคยกำชับไว้
เมื่อทุกคนอิ่มกันหมดแล้วนางลีกับลลินก็ช่วยกันเก็บถ้วยชามไปล้าง พอดีกับที่นายแสงกลับมานายสุรินทร์จึงได้เรียกให้เข้าไปหา
“เฮ้ย แสง เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันก็จะกลับกรุงเทพแล้ว ฝากดูแลบ้านให้ฉันด้วยนะ”
“ครับท่าน”